ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 65 : เมืองเอพริคอต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ก.ย. 59

บทที่ 2 : เมืองเอพริคอต




    เมื่อพวกเขามาถึงเมืองเอพริคอต มันก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว จึงทำให้พวกเขาต้องไปหาโรงแรมพักค้างคืน เพราะถึงจะเป็นพวกโจเซฟที่สามารถมองเห็นถนนไปต่อไป แต่ตอนกลางคืนนั้นก็ยังคงแทบจะทำให้ถนนนั้นหายไป และด้วยความที่มีสัตว์เวทระดับสูง ที่มักจะออกล่าในตอนกลางคืนอีกหลายชนิด จึงทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก ได้แต่หาที่พักระหว่างกลางคืนเพียงเท่านั้น


    โชคยังดีที่พวกเขามาถึงเมืองได้ทันเวลาปิดประตูเมื่อพอดี ถ้ามาช้าอีกสักสิบนาที พวกเขาคงต้องพักที่นอกเมืองนั้นเอง


    "ตามข้ามาเลย ข้าจะพาไปที่โรงแรมเจ้าประจำของพวกข้าเอง" โจเซฟเดินนำทุกคนไปยังซอยต่างๆ


    พวกเขาเดินตามโจเซฟและพริมที่เดินคู่กันนำหน้าไป โดยข้างเขามีนักธนูสาวเมร่าเดินเป็นเพื่อน เขาได้สอบถามถึงเส้นทางและสัตว์เวทที่อาจจะพบในวันพรุ่งนี้ไปด้วย พวกเขาก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะปรกติพวกเขาไม่ค่อยได้ไปยังภูเขามานาแกลกันเท่าใด


    ภูเขามานาแกล เป็นภูเขามานาที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุดเช่นกัน มันอยู่ลึกเข้าไปในอาณาจักรพฤษาพันปี และมันแทบจะอยู่ตรงกลางของอาณาจักรเสียด้วยซ้ำ แต่ละปีมันจะกลืนกินนักผจญภัยนับร้อยคน เพราะมันเต็มไปด้วยสิ่งดึงดูดนักผจญภัยนั้นเอง


    ทั้งสมุนไพร แร่หายากหรือแม้แต่สัตว์เวทที่ล้ำค่าก็มี ทำให้มีหลายหมื่นคนยอมเสี่ยงเข้าไปค้นหา ถ้ามีของมีล้ำค่ามากเท่าใด สัตว์เวทที่เฝ้าจ้องที่จะใช้ประโยชน์จากของพวกนี้ก็ยิ่งดุร้ายขึ้นเท่านั้น บ้างพื้นที่ก็เต็มไปด้วยสัตว์เวทระดับห้าก็มี หรือบางที่ก็เต็มไปด้วยฝูงสัตว์เวทระดับสี่ ส่วนพวกระดับหกขึ้นไป นานๆครั้งถึงจะเจอตามยอดเขานั้นเอง


    เมื่อมาถึงโรงแรม พวกเขาก็จองห้องของตัวเอง โดยโจเซฟและพริมอยู่ห้องเดียวกัน และเขากับเมร่าก็แยกกันอยู่อีกคนละห้อง


    โรงแรมที่พวกเขาเข้าพัก มันอยู่ใกล้กับตลาดพอดี นั้นจึงทำให้ชายหนุ่มออกเดินหาร้านขายของปรุงยา และร้านขายของอื่นที่เขาต้องการได้อย่างรวดเร็ว เขาใช้เวลาหลังรับประทานอาหารเย็นในโรงแรม ถามถึงแหล่งขายของพวกนั้นนั่นเอง


    เพียงแค่สองวันที่เข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้ ชายหนุ่มใช้เงินไปแล้วเกือบหนึ่งเหรียญจิตปีศาจ หรือเกือบหนึ่งล้านเหรียญจิตมารนั้นเอง


    ร้านค้าต่างก็ตั้งอยู่บนต้นไม้ โดยแต่ละต้นก็มีหลายชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็มีหนึ่งถึงสองร้านอยู่ด้วยกัน ทุกร้านในแต่ละชั้นต่างเชื่อมถึงกัน ด้วยสะพานแขวนที่แข็งแรงและมั่นคง เพราะมันสามารถรับน้ำหนักของหินหนักหลายตันบนรถเข็นได้นั้นเอง โดยสะพานไม่มีอาการแกว่งหรือส่งเสียงลั่นเลยแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ ตระเวนไปแทบทุกร้านในแต่ละชั้น


    ตลาดแห่งนี้มีพื้นที่ใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอลเลยทีเดียว เขาใช้เวลาไปเกือบสี่ชั่วโมง ในการหาสินค้าแปลกๆและน่าสนใจ รวมทั้งวัตถุดิบที่เขายังขาดอยู่ในการปรุงยาต่างๆ เพราะในตอนนี้เขาไม่ได้มีเพียงสูตรยาในหนังสือยาวิเศษแห่งภูเขามานาเท่านั้น เขายังมีตำราปรุงยาตามธาตุของคนต่างๆอีกด้วย ทำให้เขามีสูตรยาเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบสูตร


    สูตรยาพวกนี้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก เขาจึงได้หาวัตถุดิบจำนวนมาก เพื่อที่จะได้ลองผิดลองถูกนั้นเอง โดยเขาจะใช้โอกาศที่ได้มานี้ ในการบ่มเพาะพลังลมปราณและศึกษาการปรุงยาไปในตัวนั้นเอง


    ถึงแม้ในเมืองหลวงอเคเซียเขาจะหาวัตถุดิบได้เรื่อยๆ แต่มันก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เพราะพวกเขาเริ่มเป็นที่สนใจของกลุ่มการค้าอื่นๆ ทำให้การซื้อขายวัตถุดิบถูกกักตุน และถูกเพิ่มราคาของวัตถุดิบ เพื่อจะบีบพวกเขาขึ้นมาบ้างแล้วนั้นเอง นั้นทำให้พวกเขาได้แต่ซื้อวัตถุดิบระดับต่ำเท่านั้น ส่วนระดับกลางต่างก็ใช้แต่การตั้งภารกิจในบ้างครั้งเท่านั้น


    เป้าหมายหลักในการมาที่อาณาจักรพฤษาพันปี นั้นคือการไปที่ภูเขามานาเพื่อฝึกฝนลมปราณนั้นเอง เพราะที่ภูเขามานานั้นเต็มไปด้วยปริมาณมานาที่เข้มข้นกว่าภายนอก และสามารถเก็บเกี่ยววัตถุดิบได้ตามใจชอบ โดยไม่ต้องรายงานใครทั้งสิ้น เพราะอาณาจักรนี้ปกครองด้วยระบบเขตแดนนั้นเอง


    โดยเจ้าของเขตแดนต่างๆก็มีเมืองเป็นของตัวเอง ในพื้นที่นั้นคนที่ได้รับอนุญาติสามารถทำอะไรก็ได้ที่ไม่ขัดต่อกฏของเมืองนั้นๆ ส่วนภูเขามานาต่างๆในอาณาจักรนี้ ถือว่าเป็นเขตแดนพิเศษที่ไม่มีใครมีอำนาจในพื้นที่นั้น ทุกคนสามารถเข้าไปหาทรัพยากรได้อย่างไม่จำกัด แต่ทางอาณาจักรก็ไม่ช่วยเหลือใดๆ ในกรณีเสียชีวิตหรือเผชิญกับอันตราย ต้องเอาตัวรอดเองและเสียค่าใช้จ่ายเอง


    "ไม่ทราบว่านี้คืออะไรครับ" ครรชิตถามชายชรา ที่เป็นเจ้าของร้านขายวัตถุดิบเกี่ยวกับสัตว์เวทแห่งหนึ่ง


    สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาถาม ดูเหมือนมันจะเป็นโลหะชนิดหนึ่ง แต่มันก็มีลักษณะคล้ายเปลือกแมลงเช่นกัน เขาจึงไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร


    "ชิ้นส่วนแมลงเมอเมสธิดสุสานหิน มันเป็นแมลงเฉพาะถิ่นของที่นี้นะ ส่วนมากมักพบตามสุสานโบราณในอาณาจักรนี้ อยากได้ไหมละ ราคาสิบเหรียญจิตมารต่อกิโลกรัม" ชายชราบอกเล่าถึงชื่อของมัน


    "มันสามารถเอาไปใช้อะไรได้บ้างหรอครับ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของมันเลย" ครรชิตถามอย่างสงสัย เพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อของพวกมัน แต่เขาก็พอรู้จักว่ามันมีหน้าตายังไง จากความทรงจำในโลกเก่า


    "ทำได้หลายอย่าง ทั้งเอาไปหลอมกับโลหะอื่นๆเพื่อใช้งานต่างๆ ทั้งทำอาวุธ ชุดเกราะหรือแม้แต่อุปกรณ์เวทย์ก็ได้ หรือเอาไปทำเป็นส่วนผสมของยาขับไล่สัตว์เวทก็ได้แล้วแต่คนใช้ ส่วนนอกเหนือจากนั้นเจ้าก็หาเองเถอะ" ชายชรายิ้นให้เขา ก่อนที่จะจัดของในร้านต่อไป


    เขาได้ซื้อมันมาจำนวนหลายสิบกิโลกรัม เนื่องจากจะเอาไปทดลองทำยาไล่สัตว์เวทนั้นเอง โดยเขามีหนังสือเกี่ยวกับมันอยู่ ซึ่งได้มาจากการเดินตลาดเมื่อวาน แต่ในสูตรมันไม่ได้บอกถึงการใส่เจ้าเปลือกแมลงเมอเมสธิดนี้อยู่ด้วย มันน่าจะเป็นสูตรลับของที่นี้ละมั้ง เขาคงได้แต่ทดลองเอาเอง


    นอกจากเปลือกแมลงเดอเมสธิดแล้ว เขายังซื้อพวกชิ้นส่วนสัตว์เวทที่ไม่เคยเห็นอีกหลายอย่าง รวมแล้วเป็นเงินเกือบสิบเหรียญจิตมาร เขานำของทั้งหมดเก็บลงในแหวนมิติ แล้วกลับไปยังที่พัก เพราะร้านนี้เป็นร้านสุดท้ายแล้วนั้นเอง


    ชายหนุ่มเดินผ่านร้านค้าต่างๆ เพื่อกลับไปยังโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมขอบของย่านการค้าแห่งนี้ โดยระหว่างทางเขาก็มองดูถึงการลาดตระเวนของทหารไปด้วย พวกทหารแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่อยู่บริเวณใต้ต้นไม้ พวกนี้มักจะจับกลุ่มกันสามถึงห้าคน คอยเดินตรวจตราอยู่ด้านล่าง และมีบ้างส่วนอยู่บนกำแพงเมือง ส่วนอีกกลุ่มเป็นทหารที่อยู่บนต้นไม้ ในจุดที่สามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่มักอยู่ตามกิ่งไม้สูงๆ มีบางส่วนที่ค่อบอยู่บนตามสะพานแขวนต่างๆ


    จากการสังเกตทหารของเมืองนี้ ตรวจตราเข้มงวดกว่าที่เมืองหลวงอเคเซียเสียอีก คงเป็นเพราะว่าพวกเขาอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์เวทนั้นเอง ทำให้ต้องมีความระมัดระวังตลอดเวลา เพราะสัตว์เวทมักโจมตีได้ทุกวินาที ไม่เหมือนด้านนอกที่จะเจอการบุกของสัตว์เวทเพียงแค่ตอนสิ้นปีเท่านั้น


    หลังจากกลับมาถึงที่พัก ชายหนุ่มก็ขึ้นนอนในทันที เพราะอาหารเย็นได้ซื้อกินในระหว่างเดินซื้อของแล้วนั้นเอง ส่วนใหญ่อาหารของที่นี้จะเป็นอาหารที่ทำง่ายๆ และใช้เวลาไม่นานในการทำ เช่นพวกเนื้อสัตว์ย่าง ขนมปังก้อน และซุปต่างๆ เป็นต้น


    แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ช่องหน้าต่างนี้ตั้งอยู่บนห้องแห่งหนึ่งของต้นไม้สูงนับร้อยเมตร มันได้ปลุกให้ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่กลางเตียง ให้ลืมตาตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มคนดังกล่าวมิได้มีความง่วงงุนในสายตาเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าเข้าได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มมานั้นเอง


    "อาการของที่นี้ชั่งอัดแน่นไปด้วยมานาเสียจริง เพียงหนึ่งคืนข้าก็สามารถกลั่นลมปราณได้ถึงสองแก้วเลยทีเดียว" ชายหนุ่มพำพัมออกมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะจัดการตัวเองให้สะอาดและพร้อมออกเดินทางต่อ


    ใช้แล้วมานาโดยรอบที่นี้ มีความเข้มข้นมากกว่าด้านนอกป่าถึงสองเท่าเลยทีเดียว เขาใช้เวลาเท่ากับการกลั่นลมปราณตามปรกติต่อวันเท่ากัน แต่มันให้จำนวนลมปราณมากกว่าถึงสองเท่า แล้วที่ภูเขามานาล่ะ มันจะให้ลมปราณมากเพียงใดกัน!


    เขาก้าวออกจากห้อง โดยไม่ได้หลงลืมสิ่งใดเอาไว้ เขาได้ลงไปด้านล่างสองชั้น ซึ่งที่นั้นเป็นห้องรับแขกของโรงแรมแห่งนี้ ที่นั้นเขาพบกับกลุ่มของโจเซฟที่มาอยู่ก่อนแล้ว


    เขาเข้าไปทักทาย และเริ่มรับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน ก่อนที่พวกเขาจะคืนกุญแจห้อง และออกจากโรงแรมไป


    "เรามีเวลาไม่มาก น่าจะสักครึ่งชั่วโมงได้ หมอกพิษจากพวกดอกไม้ปีศาจและสัตว์เวทชนิดพืชต่างๆจะจางลง เราจะไปรอที่ไหนกันดี" โจเซฟถามออกมา เพราะตอนนี้พวกเขายังไม่สามารถออกจากเมืองได้ ต้องรอให้หมอกรอบๆเมืองหายไปเสียก่อนนั้นเอง


    "ที่นี้มีหอสมุดหรือไม่ ถ้ามีก็พาข้าไปที่นั้นหน่อยก็ดี" ครรชิตพูดขึ้นมา เพราะเขาต้องการไปค้นหาหนังสือเกี่ยวกับยาของอาณาจักรนี้ มาเก็บเอาไว้ศึกษาในภายหลังนั้นเอง


    "น่าจะมีอยู่นะ แต่ข้าไม่แน่ใจต้องถามภรรยาข้าดู ว่าไงล่ะพริมพอจะรู้ไหม" พริมพยักหน้าให้โจเซฟ ก่อนที่เธอจะเดินนำไป


    "เจ้าไปเลือกหนังสือละกัน ข้าไม่ค่อยถูกกับหนังสือสักเท่าใด ข้าอยู่ที่นี้กับสาวๆดีกว่า" โจเซฟพูดขึ้น เมื่อพวกเขามาถึงหอสมุดที่เป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองนี้


    โดยเจ้าต้นไม้นี้มีสองส่วนใหญ่ๆ ส่วนหนึ่งมีนเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์เจ้าเมือง ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร โดยมันสร้างอยู่บนต้นไม้นี้เช่นกัน แต่ว่ามันตั้งอยู่บนกิ่งไม้อีกหลายสิบกิ่ง ซึ่งเป็นฐานรับน้ำหนักของคฤหาสน์หลังนี้เอาไว้ ทำให้มันเหมือนกับคฤหาสน์ลอยฟ้านั้นเอง


    อีกส่วนคือส่วนของหอสมุดที่อยู่ด้านตรงข้ามกับคฤหาสน์เจ้าเมืองนั้นเอง มันมีเพียงกิ่งไม้อีกสองกิ่งที่คอยเป็นแกนหลังของหอสมุดเท่านั้น โดยกิ่งแรกเป็นแกนกลางที่มีบันได้วนขึ้นสู่และละชั้น อีกกิ่งคือกิ่งที่พันวนขึ้นไปเป็นผนังและชั้นวางหนังสือของหอสมุดแห่งนี้ โดยมันมีการเสริมเวทย์เพื่อความทนทานอีกด้วย


    เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบนาที ก็สามารถรวบรวมตำรายาที่ดีออกมาจากหอสมุดได้ รวมทั้งได้หนังสือแปลกๆมาอีกหลายเล่ม


    หลังจากออกจากหอสมุด พวกเขาใช้เวลาที่เหลือในการเดินชมย่านบันเทิง โดยพวกเขาเข้าไปเล่นเกมพนันเล็กๆน้อยๆกัน มีการชนะบ้างแพ้บ้างสลับกันไป โดยทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ


    จนเมื่อถึงเวลายามแปดโมงเช้าพอดี หมอกที่อยู่โดยรอบเมืองก็หายไปจนหมดสิ้น ทำให้พวกเขาเอ่ยลากับเมืองเอพริคอตแห่งนี้ แล้วมุ่งหน้าสู่เมืองเมเปิ้ลต่อไป



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1866 Waiwit (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 11:09
    เรื่องราคาค่าเงินนี่ผิดบ่อยนะ
    #1,866
    0
  2. #1733 บุตรแห่งเสียงเพลง (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 12:20
    เนื้อเรื่องเดินช้ามากแต่รวมๆก็สนุกดี
    #1,733
    0
  3. #1408 hikikomori-i3e (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 15:40
    งง อย่างแรงง คือตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้วอ้าแบบว่ามัน เสียรมในการอ่านผุด ๆ เรื่องราคานี้ไรท์ผิดบ่อยนิดหนึ่งนะ
    #1,408
    0
  4. #1099 phairatw (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:10
    ขอบคุณครับ
    #1,099
    0
  5. #754 cutehell (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 04:50
    เบื่อคำผิด

    แมลงไอสุสานไรนั้น กิโล 10เหรียญมาร ซื้อหลายโล กับแมลงอื่นๆอีกหลายอย่าง รวมราคาเกือบ 10เหรียญมาร หึหึ
    #754
    0
  6. #617 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 08:31
    เดี๋ยวๆ ความทรงจำในโลกเก่า?
    โลกเก่ามีแมลงพันธุ์นี้?

    อ่านไปอ่านมา ไม่ค่อยอะไรกับคำผิดนะ แต่รู้สึกหงุดหงิดกับ "นั้นเอง"
    โครงเรื่องโอเคครับ แต่ยังไม่ไหลลื่นเท่าไหร่ ส่วนนึงเพราะคำผิด รองแก้ไขคำผิดแล้วเรียบเรียงคำดูใหม่ครับ ตัดคำฟุ่มเฟือยและคำบางคำออกก็ดี โดยเฉพาะ "นั้นเอง"
    #617
    0
  7. #593 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 14:59
    ขอบคุณครับ
    #593
    0
  8. #592 Gnuh (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 14:16
    ขอบคุณครับ
    #592
    0
  9. #585 kamol1122 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 22:24
    สนุกดีครับ
    #585
    0