ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 64 : มุ่งสู่เมืองแอพริคอต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    21 ก.ย. 59

บทที่ 2 : มุ่งสู่เมืองแอพริคอต




    ในเช้าของวันที่สองของการมาถึงอาณาจักรพฤษาพันปี ครรชิตได้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืด เขารีบตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง เขานำเกราะและอุปกรณ์เวทย์หลายอย่างขึ้นมาสวม ทั้งเกราะ ปลอกแขนและสนับเข่า รวมทั้งยังเอาหน้ากากขึ้นมาสวมอีกด้วย


    เขาเดินลงมาจากโรงแรม ที่ด้านล่างตรงเคาน์เตอร์ มีเจ้าของโรงแรมที่ตื่นมาก่อนเขาเล็กน้อย ชายวัยกลางคนเจ้าของโรงแรมกำลังเช็ดเคาน์เตอร์ และกำลังจัดพวกสิ่งของบนเคาน์เตอร์อยู่ เขาหันมามองชายหนุ่มที่กำลังเดินลงมาจากบันไดขึ้นชั้นบน


    "รับอาหารเช้าเลยไหมครับ" เจ้าของโรงแรมยิ้มให้เขา ก่อนที่จะถามออกมา


    "ได้ก็ดีครับ" ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงเข้มและแหบเล็กน้อย


    นอกจากการปลอมตัวด้วยการใส่ชุดปกปิดร่างกาย และสร้างภาพลักษณ์ให้ดูมีอายุแล้ว เขายังเปลี่ยนวิธีการพูดและการออกเสียงอีกด้วย เขาเริ่มทำตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้วนั้นเอง ทำให้ทุกคนต่างคิดว่าชายหนุ่มมีอายุราวยี่สิบปีแล้วนั้นเอง นอกจากนี้เขาแทบจะไม่พูดคุยกับคนในรถม้าเลยแม้แต่น้อย นอกเสียจากว่าจำเป็นจริงๆเท่านั้น จึงทำให้เขาไม่ได้รับความสนใจจากคนที่เดินทางมาด้วยกันสักเท่าใด


    เขานั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์รออาหารที่เจ้าของโรงแรมกำลังทำให้ มันเป็นขนมปังปิ้ง แฮมย่างไฟอ่อนๆและน้ำผลไม้หนึ่งแก้ว โดยค่าอาหารนี้รวมอยู่ในค่าเช่าห้องหนึ่งคืนแล้วนั้นเอง โดยการพัหหนึ่งคืนแถมอาหารของโรงแรมให้หนึ่งมือ เลือกได้ว่าต้องการในเวลาไหน


    เมื่อวานหลังจากรับกุญแจห้องเขาก็ขึ้นห้องไปเลยนั้นเอง และไม่ได้ลงมารับประทานอาหารในตอนค่ำ เขาจึงสามารถรับอาหารเช้าได้นั้นเอง โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม


    "ท่านจะเดินทางมาครั้งแรกสินะ แล้วอยากจะไปที่ใดรึ" เจ้าของโรงแรมหนุ่มถามขึ้นขณะกำลังเช็ดแก้ว โโยเป็นคำถามที่ไม่ได้แฝงไปด้วยเจตนาอื่น นอกจากสงสัยจริงๆ


    "ใช่ ข้าจะไปภูเขามานา'แกล' มีอะไรจะแนะนำไหม เพราะข้าอยากได้ข้อมูลของมันเป็นอย่างมาก" เขาถามออกไป เพราะที่นี้มักจะมีพวกนักผจญภัยของอาณาจักรนี้เข้ามาดื่มกินจำนวนมาก ทำให้เจ้าของโรงแรมน่าจะมีข้อมูลบางเล็กน้อย


    "มันไม่ใช่ใกล้ๆเลยนี้นะ สำหรับการมาครั้งแรก ส่วนข้อมูลก็ไม่มีแะไรมากนักหรอก เพราะที่นี้ห่างจากภูเขาแกลเกือบพันกิโลเมตร ส่วนใหญ่ก็เป็นข่าวเมื่อสามวันที่แล้วนั้นแหละ เห็นว่าช่วงนี้เจ้าพวกโกเลมพฤษากำลังออกเมล็ด ทำให้รอบภูเขาแกลเป็นเขตอันตรายไปแล้ว ส่วนอีกเรื่องที่ต้องระวัง ก็เป็นเรื่องที่ดอกไม้ปีศาจกำลังแตกหน่อเช่นกัน ทำให้ทุกพื้นที่มีความอันตรายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย" เจ้าของโรงแรมตอบอย่างตรงไปตรงมาและไม่คิดค่าข่าวแม้แต่น้อย


    ชายหนุ่มเอ่ยปากขอบคุณ ก่อนจะเดินออกจากโรงแรมไป เขามุ่งตรงไปยังที่ตั้งกิลด์ทหารรับจ้างพฤษาเขียวขจี โดยเดินเท้าไปอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับวิถีชีวิตของชาวเมือง และสังเกตถึงสินค้าและราคาของพวกมันไปด้วย ทำให้เขาพอจะรู้ถึงความเป็นอยู่ของผู้คนในอาณาจักรนี้ได้บ้าง


    ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่นี้มีอาชีพเป็นนายพรานและนักล่าสมุนไพรกันเป็นส่วนใหญ่ โดยพวกเขาจะออกล่ากันในตอนเช้า และนำของที่ล่าและเก็บมาได้มาขายให้กับร้านค้าต่างๆในตอนเที่ยง รวมถึงขายให้กิลด์นักผจญภัยอีกด้วย ของที่พวกเขานำมาขายมักเป็นของที่มีเฉพาะที่นี้ และเป็นของหายากในอาณาจักรรอบข้าง


    ชายหนุ่มใช้จ่ายเงินออกไปจำนวนมาก บ้างครั้งก็ใช้วิธีแลกเปลี่ยนกันด้วยสิ่งของด้วยซ้ำ เขาได้วัตถุดิบปรุงยาระดับกลางจำนวนมาก รวมทั้งยังได้แร่แปลกๆ และหนังสือที่ชายหนุ่มไม่เคยเห็นอีกหลายเล่ม ส่วนใหญ่หนังสือมักเกี่ยวกับเวทย์ธาตุไม้ และการปรุงยาสำหรับคนธาตุไม้นั้นเอง เพราะคนที่นี้ส่วนใหญ่มีธาตุหลักเป็นธาตุไม้นั้นเอง


    "พวกเจ้ามาเร็วเหมือนกันนี้" ครรชิตทักไปยังกลุ่มของโจเซฟที่ตอนนี้ทุกคนต่างยืนรออยู่ที่หน้ากิลด์นั้นเอง


    "พวกข้าเป็นคนนัดหมายยังไงก็ต้องมารออยู่ก่อนแล้ว ว่าแต่เราไปกันเลยไหม" โจเซฟทักทายชายหนุ่มอย่างเป็นมิตร แล้วเดินนำพวกเขาออกจากเมืองไป


    ที่ด้านนอกเมืองทุกคนต่างเรียกสัตว์ขี่ของตนออกมา ทางด้านครรชิตก็เป็นเจ้าไลก้า สิงโตวายุคลั่งที่ตอนนี้อยู่ในระดับสี่ตอนกลางแล้วนั้นเอง ส่วนกลุ่มของโจเซฟนั้นเป็นหมาป่าสายลมที่ดูแลน่าจะอยู่ในระดับสองปลายๆ พวกมันเมื่อออกมาจากผนึกต่างก็สั่นกลัว เพราะด้านหน้าของมันมีสิงโตวายุคลั่งระดับสี่ยืนอยู่นั้นเอง ทำให้เจ้านายของพวกมันต้องปลอบขวัญกันเล็กน้อย


    อย่าว่าแต่สัตว์ขี่เลย พวกเขาเองก็ตกใจกับการปรากฏตัวของสัตว์เวทระดับสี่เช่นกัน เพราะนานๆครั้งพวกเขาถึงจะเจอสัตว์เวทระดับสี่เช่นนี้ พวกเขาต่างคิดในใจว่า พวกเขามิใช่คนคุ้มกันหรอก แต่เป็นเพียงคนนำทางของชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขาเท่านั้นเอง


    เมื่อทุกคนขึ้นไปอยู่บนสัตว์ขี่เรียบร้อยแล้ว โจเซฟจึงออกวิ่งนำทางไปเขาอยู่ด้านหน้าของกลุ่ม โดยมีสองสาวค่อยขี่ประกบข้างชายหนุ่ม และชายหนุ่มอยู่ตรงกลางนั้นเอง พวกเขาเดินทางเข้าสู่ป่าทิศเหนือได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เจอพวกสัตว์เวทระหว่างทาง


    "พวกเราจะไปไหนกัน" ครรชิตถามขึ้น เมื่อเห็นว่าพวกเขาพุ่งขึ้นเหนือมาได้สักพักแล้ว


    "เมืองเอพริคอตเป็นเป้าหมายของเราค่ะ เพราะภูเขามานาแกลอยู่ทางทิศเหนือ และอยู่เหนือเมืองเอพริคอตที่เราไปอีกหลายร้อยกิโลเมตร โดยต่อจากเมืองเอพริคอต เราจะไปยังเมืองเมเปิ้ลที่เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับภูเขามานาแกล แล้วจะไปยังหมู่บ้านซาเซรัสซึ่งเป็นจุดที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ใกล้ภูเขามานาแกลมากที่สุด ทั้งหมดใช้เวลาอย่างน้อยสี่วัน ถ้าไม่มีปัญหาอะไรค่ะ" เมร่าที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของชายหนุ่มเป็นผู้ตอบคำถาม ในระหว่างที่พวกเขาขี่สัตว์ขี่ด้วยความเร็วไม่มากนัก


    "เข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็เร่งกันอีกสักนิดเถอะ" เขาตะโกนบอกโจเซฟ ชายหนุ่มหันมาพยักหน้าให้เขา ก่อนที่ทั้งกลุ่มจะเร่งความเร็วขึ้นไปอีก


    พวกเขาเดินทางด้วยความเร็วเกือบสูงสุดเท่าที่สัตว์ขี่ของกลุ่มทหารรับจ้างจะวิ่งได้ ภาพรอบข้างของพวกเขาเปลี่ยนไปแทบจะตลอดเวลา ทำให้ชายหนุ่มต่างอาณาจักรไม่ทราบเลยว่า ป่ารอบข้างเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง


    การเดินทางครั้งนี้พวกเขาใช้เวลาไปเกือบตลอดทั้งเช้า พวกเขาเดินทางไปได้เกือบครึ่งหนึ่งของระยะทางแล้ว อีกเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรก็จะถึงเมืองเอพริคอตแล้ว พวกเขาหยุดพักในตอนเที่ยง ด้วยการหาที่พักริมทางที่ไร้แสงแดดแรงๆที่จะส่องลงมา ซึ่งหาได้ไม่ยากนัก เพราะในป่าเต็มไปด้วยร่มเงานั้นเอง


    "ข้าเพิ่งสังเกต ว่าต้นไม้รอบๆเรามันเปลี่ยนรูปร่างไปทุกนาทีเลยนี้นะ" ครรชิตพูดออกไป เมื่อพวกเขากำลังพักเอาแรงกันอยู่นั้นเอง


    "มันไม่ได้เปลี่ยนไปจริงๆหรอก พวกต้นไม้มันมีเวทย์ของอาณาจักรเราลงเอาไว้ ทำให้คนนอกเห็นมันเป็นอย่างนั้นไปเอง ส่วนพวกเราแล้วเห็นเพียงถนนเส้นต่างๆเท่านั้น เอานี้ส่วนของเจ้า" โจเซฟพูดขึ้น พร้อมกับส่งขนมปังและไส้กรอกมาให้ชายหนุ่ม


    "ขอบคุณ" เขารับเอาอาหารที่พวกโจเซฟแบ่งมาให้ ซึ่งเขาเองก็สามารถเอาอาหารออกมาได้เช่นกัน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเตรียมมาแล้ว เขาจึงไม่ปฏิเสธมัน และพวกเขาก็เริ่มทานอาหารกลางวันกันอย่างเงียบๆ


    ส่วนสองสามาีภรรยาก็มีแอบหวานกันเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ค่อยโดยเมร่าน้องสาวของโจเซฟขัดขว้างอยู่บ้าง ครรชิตมองถาพตรงหน้าที่ทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่เขาได้อยู่กับสาวๆขึ้นมาบ้าง


    "ข้างหน้านี้ไม่ง่ายอย่างที่ผ่านมาแล้ว เราอาจจะเจอกับสัตว์เวทก็ได้ เจ้าไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง" โจเซฟพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าพวกเขาพักมาพอแล้ว


    "ไปกันต่อเถอะ" ทั้งกลุ่มต่างออกเดินทางอีกครั้ง


    ในการเดินทางช่วงบ่ายอ่อนๆก็เป็นไปอย่างราบลื่น มีเพียงสัตว์เวทระดับหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในเส้นทางของพวกเขาเท่านั้น พวกมันมักจะหลีกหนีไปในทันทีที่รู้สึกถึงพวกเขาได้ จนกระทั่งเกือบจะบ่ายแก่ๆนั้นเอง พวกเขาก็พบกับสัตว์เวทที่มีความอันตรายขึ้นมาหน่อย อย่างพวกหมาปป่าสายลมหรือดอกไม้ปีศาจระดับสอง เป็นต้น


    โจเซฟและพริม ทั้งคู่ต่างรวมมือกันโจมตี โดยให้ชายหนุ่มเป็นตัวล่อและค่อยดึงความสนใจของพวกสัตว์เวทเอาไว้ แล้วให้พริมจัดการปิดฉาก หรือคอยทำความเสียหายให้กับพวกสัตว์เวทแล้วให้เมร่าหรือโจเซฟจัดการ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโจเซฟ เพราะเมร่าได้รับคำสั่งจากโจเซฟให้ค่อยคุ้มกันชายหนุ่มนั้นเอง


    ส่วนชายหนุ่มได้แต่มองดูการต่อสู้ของพวกเขา เขาไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนัก เพราะทั้งสามคนน่าจะมีระดับการฝึกอยู่ที่ระดับผู้ใช้เวทย์ธาตุระดับกลาง ทำให้การรับมือกับสัตว์เวทระดับสองได้อย่างสบาย ถึงจะมีพวกระดับสามออกมาก็สามารถเอาตัวรอดได้


    เขามองการต่อสู้ตรงหน้า ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงในเวลาไม่นาน แล้วพวกเขาก็เดินทางต่อไป หลังจากเผชิญกับสัตว์เวทระดับสองมาสักพัก ในที่สุดพวกเขาก็ออกมาจากป่าดงดิบ สู่ป่าโปรงและพุ่มไม้จนได้ สิ่งที่อยู่ไกลริบๆนั้นคือกำแพงเมืองที่ทำจากไม้ และมีต้นไม้หลายร้อยต้นอยู่ด้านใน


    บนต้นไม้แต่ละต้นต่างมีส่วนที่ได้รับการปรับแต่ง จนเห็นได้ลางๆถึงสิ่งที่ต่อเติม ปรากฏให้เห็นในระยะไกลเช่นนี้ พวกเขาค่อยๆเคลื่นตัวเขาใกล้กำแพงไม้นั้นเข้าไปทุกที


    จนในที่สุด ด้านหน้าของพวกเขาก็ปรากฏถนนที่เห็นได้ชัดเจน และเริ่มได้ยินเสียงของผู้คนหลังกำแพงไม้ ซึ่งที่จริงแล้วมันแทบจะเป็นต้นไม้ ที่ถูกปลูกให้เป็นกำแพงเมืองเสียมากกว่า เพราะมันมีต้นไม้เป็นแกนหลักในการสร้างนั้นเอง


    พวกเขาต่อแถวตรวจบัตรแสดงตน แสดงสัญญาว่าจ้างและเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ จนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พวกเขาก็เข้าสู่เมืองเอพริคอต มันเป็นเมืองที่สร้างบ้านอยู่บนต้นไม้และในต้นไม้นั้นเอง ไม่มีบ้านเรือนหรือสถานที่ใดที่สร้างบนพื้นดินเลยแม้แต่น้อย


    "ยินดีต้อนรับสู่เมืองเอพริคอต เมืองแห่งการค่าขายวัตถุดิบขนาดใหญ่ที่สุดของเรา" โจเซฟผายมือไปด้านหลัง ก่อนที่จะเดินนำพวกเขาเข้าประตูเมืองไป



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1098 phairatw (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:03
    ขอบคุณครับ
    #1,098
    0
  2. #591 Gnuh (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 14:08
    ขอบคุณครับ
    #591
    0
  3. #584 Gardena (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 10:49
    ขอบคุณค่ะ
    #584
    0
  4. #583 Crasybart (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 22:07
    ขอบคุณครับ 
    #583
    0
  5. #582 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 19:46
    ขอบคุณครับ
    #582
    0
  6. #581 kamol1122 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 19:20
    สนุกดีครับ
    #581
    0