ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 62 : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    13 ก.ย. 59

บทส่งท้าย




    ในรถม้าที่เดินทางไปยังอาณาจักรพฤษาพันปี อาณาจักรแห่งผู้ใช้เวทย์ธาตุไม้อันโด่งดัง ในอาณาจักรแห่งนีเต็มไปด้วยผู้ใช้เวทย์ธาตุไม้ พวกเขาร่วมตัวกันสร้างอาณาจักรขึ้นมา อาณาจักรแห่งนี้มีพื้นที่เป็นป่าขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยภูเขามากมายหลายร้อยลูก ในรถม้าคันนี้เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวที่เดินทางไปแสวงโชคที่อาณาจักรแห่งนี้ เพราะทุกปีหลังจากจบภัยพิบัติสิ้นปี ภูเขามานาหลายสิบแห่งในอาณาจักรนี้จะเปิดขึ้นนั้นเอง


    ภูเขามานาคือสิ่งใด มันคือภูเขาที่เต็มไปด้วยมานาที่ไหลเวียนอยู่ภายใน มันเปลี่ยนแร่ธรรมดาเป็นแร่เวทมนตร์ เปลี่ยนวัชพืชไร้ค่าให้เป็นสมุนไพรล้ำค่าได้ มีแม้แต่สัตว์เวทที่มีคุณสมบัติพิเศษตามชิ้นส่วนต่างๆของพวกมัน ภูเขามานาจึงถือเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่า ที่ทุกอาณาจักรต่างหมายป้อง ในบ้างอาณาจักรอาจจะมีมันอยู่เพียงลูกเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นอาณาจักรที่ร่ำรวยได้ในพริบตา


    แต่นี้คืออาณาจักรพฤษาพันปี พวกเขามีภูเขามานาในครอบครองนับสิบแห่ง ทุกที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ โดยมีข้อแม้ว่าต้องทำตามกฏและกติกาของพวกเขา และมันจะเปิดให้เข้าได้แค่สี่เดือนเท่านั้น นับจากวันสุดท้ายของภัยพิบัติสิ้นปี นั้นทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากมายต่างเดินทางเข้าสู่อาณาจักรพฤษาพันปีนั้นเอง


    รถม้าโดยสารสีน้ำตาลดำคันใหญ่ มันใช้สัตว์ลากรถม้าเป็นอาชาสีแดงสองตัว ที่เดินทางไปพร้อมกับขบวนพ่อค้าเร่หลายสิบกลุ่ม ทุกคนต่างมุ่งหน้าสู่อาณาจักรพฤษาพันปี โดยด้านหลังของพวกเขาคืออาณาจักรอเคเซีย อาณาจักรแห่งพันธะสัญญา


    อาณาจักรอเคเซีย เป็นอาณาจักรขนาดกลางแต่มีอาณาเขตเพียงไม่กี่เมือง พวกเขามีความแข็งแกร่งจากเวทย์เฉพาะของตน นั้นคือทักษะพันธะสัญญา หรือเวทย์สัญญานั้นเอง เวทย์ชนิดนี้จะสามารถใช้ได้เฉพาะในอาณาจักรนี้เท่านั้น แต่ละสัญญาต่างเป็นเวทมนตร์ที่อันตรายอย่างแท้จริง อย่างเช่นเวทย์สัญญาครึ่งชีวิต ทำให้คนหนึ่งคนแทบจะเป็นอมตะในสนามรบได้เลยทีเดียว


    ที่เป็นเช่นนี้เพราะบรรพบุรุษของพวกเขา อเคเซีย เขาได้ทำการสร้างศิลาอเคเซียที่สามารถใช้พลังจากคริสตัลเมืองได้นั้นเอง ทำให้อาณาจักรนี้แข็งแกร่งอย่างที่สุด ทำให้ไม่มีใครสามารถรุกรานพวกเขาได้ แต่พวกเขาก็รุกรานผู้อื่นได้ยากเช่นกัน


    ในรถม้ามีชายหนุ่มอยู่ทั้งหมดสิบคนและหญิงสาวเพียงสี่คนเท่านั้น ทุกคนต่างนั่งกันอย่างเงียบๆ ไม่มีการพูดคุยสนทนากันเลยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างตรวจเช็คสิ่งของและบัตรแสดงตนของตนอย่างรอบคอบ เพราะด้านหน้าเป็นด้านตรวจของอาณาจักรพฤษาพันปีแล้วนั้นเอง


    ด้านนอกรถม้านั้น ด้านหลังเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ปกคลุมพื้นดินหลายสิบตารางกิโลเมตร นี้เป็นเส้นแบ่งระหว่างอาณาจักรทั้งสอง เมื่อเลยทุ่งหญ้าสีเขียวไปสู่ทุ่งหญ้าสีน้ำตาลด้านหน้า ก็จะสิ้นสุดเขียวของคริสตัวเมืองของอาณาจักรอเคเซียแล้ว เวทย์สัญญาก็ไม่สามารถใช้ได้อีก ทุกคนจึงนิ่งเงียบและตรวจเช็คสิ่งของกันนั้นเอง


    เด็กหนุ่มคนหนึ่งในรถม้าแสนเก่าสีน้ำตาลดำคันนี้ เขากำลังเช็คของในแหวนมิติขนาดกลางสี่วง ที่ด้านในของมันเต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆ เด็กหนุ่มได้หยิบเอาอาวุธที่เป็นดาบสองคมขนาดเล็กสองเล่มออกมา แล้วทำการขัดมันเล็กน้อยก่อนจะเหน็บมันที่ข้างเอว พร้อมกับเอาเกราะหนังและเครื่องป้องกันอื่นออกมาสวม


    สิ่งของต่างๆได้เปลี่ยนเด็กหนุ่มเจ้าสำอางที่แต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมสีอ่อน มีปลอกแขนสีน้ำตาลไหม้เพียงหนึ่งชิ้นที่เป็นเครื่องป้องกัน ให้กลายเป็นนักรบเจนศึกได้ในพริบตาเดียว ด้วยสวมใส่เกราะหนังที่เป็นเกราะอ่อนที่พอดีตัวลงใต้ชุดผ้าไหม ใส่ปลอกแขนอีกข้าง พร้อมสวมสนับแข้งและเหน็บดาบไว้ที่เอว เช่นเดียวกับผมที่ยาวของเขา ก็ถูกรวบและมัดมันด้วยเชือกสีดำ


    ปลอกแขนอีกข้างที่เด็กหนุ่มหยิบออกมาใส่ มันเป็นโลหะสีเงินแวววาวและเต็มไปด้วยรอยจารึกเวทย์ ทำให้มันกลายเป็นอุปกรณเวทมนตร์ที่มีราคาแพงอย่างแน่นอน นอกจากนี้ของที่เขาหยิบออกมาทุกชิ้น ต่างเต็มไปด้วยรอยจารึกเวทย์แทบทุกชิ้น เมื่อมันอยู่บนร่างของเด็กหนุ่ม ดูเหมือนกับว่าทุกชิ้นต่างขับเน้นให้เด็กหนุ่มเหมือนนักรบมากความสามารถ


    ทุกคนต่างหันมามองเด็กหนุ่มสักแวบหนึ่ง ก่อนที่แต่ละคนก็ต่างเอาอาวุธและชุดเกราะออกมาสวม เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า เมื่อเข้าสู่อาษรจักรพฤษาพันปีแล้ว พวกเขาจะต้องบุกป่าฝ่าดง เพื่อไปยังเมืองหรือจะตรงไปยังภูเขามานาเลยก็ได้ด้วยตัวเอง เพราะขบวนพ่อค้าต่างจะไม่รับคนเพิ่มและจะมุ่งตรงสู่เมืองหน้าด่านเท่านั้น ส่วนรถม้าคันนี้ก็จะส่งแค่เมืองหน้าด่านเช่นกัน


    เมืองหน้าด่านแค่เข้าไปในป่าไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้นก็ถึง โดยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีอีกด้วย ทำให้พวกเขาต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่ด่านตรวจนี้เอง เพราะเมืองต่อไปอย่างน้อยต้องใช้เวลาเดินเท้าสี่วัน หรือขี่สัตว์พาหนะสองวันนั้นเอง ทำให้ต้องเตรียมพร้อมก่อนเดินทางเข้าเมืองหน้าด่าน


    เมื่อถึงด่านตรวจ ทุกคนต่างเข้าแถวและยื่นบัตรแสดงตนให้กับเจ้าหน้าที่ของอาณาจักร ก่อนจะขึ้นรถม้าแล้วเดินทางต่อไปยังเมืองหน้าด้านต่อไป โดยไม่เสียเวลารออีกต่อไป เพราะวันนี้ก็เป็นวันที่สิบห้าเดือนหนึ่งปีเวทย์ที่ 23,014แล้วนั้นเอง พวกเสียเวลาเดินทางไปแล้วถึงสิบวัน พวกเขาไม่ต้องการเสียวันที่สิบเอ็ดไปนั้นเอง เพราะนั้นหมายถึงทรัพยากรที่ควรจะได้จะน้อยลงไปอีกนั้นเอง


    เด็กหนุ่มนั่งมองม้วนกระดาษในมือ ที่ตัวอักษรกลายเป็นน้ำหมึกธรรมดา เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในอาณาจักรอเคเซียอีกต่อไปแล้ว ทำให้น้ำหมึกในสัญญาในมือของเขาหยุดการส่งพลังเวทย์นั้นเอง เขายิ้มออกมาจางๆ ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ "อีกหนึ่งปี ข้าจะกลับไปทวงทุกสิ่งของท่านมาเอง ท่านพ่อ"


    ณ ที่แห่งหนึ่งที่ไกลแสนไกลจากชายแดนอาณาจักรอเคเซีย


    ที่แห่งนี้คือหนึ่งในบ้านหลายแสนหลังที่อยู่ภายในเมืองหลวง ในห้องๆหนึ่ง มีชายวัยกลางคนที่ร่างกายเต็มไปด้วยแผลเป็นได้นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ทันใดนั้นเองนิ้วมือและเปลือกตาของเขาก็ได้ขยับอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะสะดุ้งตื่นแล้วลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว เขาเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง และเหงื่อกาฬที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย


    เขาหันไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนัก ก่อนที่จะสงบลงในเวลาต่อมา เมื่อพบว่าตนเองนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขาเอง ชายหนุ่มสำรวจตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลายเป็นแข็งค้าง ภายในแววตาเต็มไปด้วยสีหน้าเจ็บปวดและสิ้นหวัง แต่แฝงไปด้วยความไม่ยอมแพ้ เขาลองขยับตัวเองด้วยการพยายามลุกออกจากเตียง


    เพียงแค่เขาขยับเพียงเล็กน้อย มันทำให้เขาเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนต้องครางออกมาเบา เขากัดฟันทนก่อนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำ ก็สำรวจไปยังส่วนต่างๆของห้อง ก็พบว่ามันยังคงเป็นเหมือนเดินมิได้มีการขยับเขยือนสิ่งใดออกไป มีเพียงจดหมายและหนังสือหนึ่งเล่มที่ว่างไว้ข้างเตียงเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น


    ในจดหมายเขียนคำพูดเอาไว้ไม่กี่ประโยค แต่มันก็ทำให้เขาถึงกับตาชื้นได้ แต่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกเป็นกังวล และเต็มไปด้วยความรู้สึกดีใจเช่นกัน เขานั่งลงบนเตียง ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือที่อยู่ใต้จดหมายอย่างช้าๆ


    เขาทิ้งจดหมายที่เปิดผนึกเอาไว้โดยไม่ได้เก็บมัน จนทำให้ใครก็สามารถอ่านมันได้ ในเขียนเอาไว้ว่า


    'ถึงบิดาที่เคารพ เมื่อท่านได้อ่านจดหมายนี้ นั้นแสดงว่าท่านได้สติกลับมาแล้ว ข้าขออภัยในความไร้ความสามารถของข้า และความไร้ประสบการณ์ที่ปล่อยให้ท่านล้มป่วยเช่นนี้ ไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับอาการของท่าน ข้าจะให้หนังสือที่สามารถทำให้ท่านแข็งแกร่งเช่นเดิมได้ เพียงแต่ข้ามิอาจอยู่สอนและดูแลท่านได้ เพราะอีกไม่นานก็จะถึงการประลองประจำตระกูลแล้ว ข้าอยากขอใช้โอกาศนี้ ออกหาประสบการณ์และความรู้ เพื่อในอนาคตข้าจะสามารถทวงซึ่งเกรียรติยศแล้วศักดิ์ศรีของท่านกลับคืนมา และจะแก้แค้นให้กับท่านให้จงได้ สุดท้ายนี้ ท่านพ่อได้โปรดถนอมตัว ข้าขอลาก่อน บิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาส'













     *ขอเวลาเตรียมโครงเรื่องบทที่สองสักหนึ่งอาทิตย์นะครับ เพราะบทที่หนึ่งหลุดโครงเรื่องไปหลายคอนทีเดียว จากห้าสิบตอนรวมบทนำและบทส่งท้าย กลายเป็นห้าสิบเจ็ดตอนซะงั้น*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1934 Fias1234 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 23:16
    อ่านมา60กว่าตอน แทบจะจมน้ำตายอยุ่แล้ว
    #1,934
    0
  2. #1530 Ggggib (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 19:37
    ขอบคุณค่ะ จบภาคแล้วสนุกมาก
    // อ่านต่อ~
    #1,530
    0
  3. #1344 OPTGODWING (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 18:03
    อ้างอิงจากตอนที่ 36 ว่า ทาสไม่อาจออกห่างจากนายได้ 500เมตร ไม่งั้นจะโดนเข็มเเทงทรมาณ เเล้วการที่ตัว

    พระเอกของเราออกห่างทาสมาแบบนี้สัญญาทาสมันไม่ส่งผลหรือ ครับ กรุณาไขข้อข้องใจตรงนี้ทีครับ
    #1,344
    2
    • #1344-1 LuktanLinda(จากตอนที่ 62)
      5 ธันวาคม 2559 / 09:14
      มันอาจจะมีคำสั่งปลดได้อะครับ อย่างตอนที่ปลดคำสั่งให้สติของทาสกลับมาดังเดิม ตอนที่ทาสบอกว่า นายท่านเชิญทานดิชั้นได้เลยเจ้าค่ะ
      #1344-1
    • #1344-2 Waiwit(จากตอนที่ 62)
      10 มกราคม 2560 / 09:51
      ถ้าคนเขียนเขารีไรท์ก็น่าจะดีนะ แรกๆก็ดีแต่หลังๆหลายอย่างมันขัดกันคำผิดก็เยอะอยู่
      #1344-2
  4. #1168 story mode (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 17:14
    ใน ในในที่สุดเนื้อเรื่องจริงๆก็มาถึง นำ้มา 60 ตอน TT
    #1,168
    0
  5. #1096 phairatw (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 14:50
    ขอบคุณครับ
    #1,096
    0
  6. #753 cutehell (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 02:27
    บอกตรงๆอ่านมา 60กว่าตอน ยังไม่เข้าใจความสำคัญของไอพันธะสัญญาสักนิด
    #753
    0
  7. #614 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 02:29
    ตกลงใบสัญญานี่มันวิเศษยังไง
    ใช้ได้แค่ในอเคเซีย
    ช่วงแรกๆก็มีบอกว่าสร้างขึ้นมาใช้ได้ แต่เห็นให้ความสำคัญกับคนที่ได้ใบสัญญาตอนพิธีอเคเซียจัง
    #614
    0
  8. #528 Yingpoon (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 21:34
    ขอบคุณคร่า
    #528
    0
  9. #526 Pongza Eiei (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 19:00
    ขอบคุณครับ...
    #526
    0
  10. #525 Gnuh (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 13:30
    ขอบคุณครับ
    #525
    0
  11. #521 jumpnut (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 09:36
    สนุก^^
    #521
    0
  12. #520 Huntherfc (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 00:08
    สนุกมากคับ
    #520
    0
  13. #519 MojRiSad (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 23:01
    รอม่ายไหววววว ฮ่าาๆ
    #519
    0
  14. #518 Ikimatsu (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 21:17
    #518
    0
  15. #517 wit000 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 20:45
    #517
    0
  16. #516 Crasybart (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 20:34
    ขอบคุณมากนะครับ  รอติดตาม ss2   
    #516
    0
  17. #515 Gardena (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 20:33
    ขอบคุณค่ะ รอนะคะ
    #515
    0
  18. #514 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 19:34
    #514
    0
  19. #513 kamol1122 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 19:15
    สนุกมากครับ
    #513
    0