ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 60 : เรื่องราวในอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    11 ก.ย. 59

บทที่ 1 : เรื่องราวในอดีต




    ในเวลาเดียวกัน ทางด้านลูกชายของบิชอบ ก็ได้เดินทางกลับไปยังร้านเมอลีนดีลเลอร์เช่นกัน พวกเขาได้ทำการเลือกซากสัตว์เวทที่ไร้ธาตุมาจำนวนหนึ่ง พร้อมกับสัตว์เวทที่มีธาตุอีกอย่างละยี่สิบตัว เด็กหนุ่มได้ให้ไกเซอร์และพรรคพวก คอยลงไปลากซากสัตว์เวทขึ้นมาทีละสิบยี่สิบตัว


    ส่วนหนึ่งพวกเขาก็มอบให้กับพวกไกเซอร์เป็นค่าแรง ส่วนที่เหลือพวกเขาก็เอาไปใช้เอง


    ในระหว่างขากลับ พวกเขาต้องค่อยหลบเลี่ยงเส้นทางที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขว้าง แต่ก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เพียงไม่กี่สิบนาทีพวกเขาก็มาถึงหน้าร้านเป็นที่เรียบร้อย แต่ที่หน้าร้านกลับเต็มไปด้วยรถม้าหลายคันจอดอยู่ด้านหน้า และอีกหลายคันก็จอดอยู่ในโรงจอดรถม้าใกล้ๆ


    "ทำไมมีรถม้าจอดอยู่หน้าร้านแบบนี้ล่ะ" โรสแมรี่ถามไปยังคนขับรถม้า


    "โปรดรอสักครู่ขอรับ" ลุงคนขับได้ลงจากรถม้า ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูร้าน เพื่อสอบถามไปยังพนักงานหน้าร้านนั้นเอง


    เมื่อลุงขับรถม้ามาถึงเขาก็พูดออกมาว่า "ท่านอเมทิสต์ ดิ แอสลาส มาเยี่ยมท่านบิชอบขอรับ คุณหนู"


    "มาเยี่ยมท่านพ่อ หมายความว่ายังไง" ครรชิตถามด้วยความสงสัย เพราะบิดาตนไม่มีอาการป่วยหรือบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เพราะในตอนเช้าเขาก็ยังเห็นบิชอบปรกติดีทุกอย่าง


    "ขอก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับ นายน้อย" ลุงขับรถส่ายหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะบังคับรถม้าให้เข้าไปยังโรงจอด


    "อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ คงมาเยี่ยมเยือนปรกติละมั้ง เราเข้าบ้านกันเถอะ" โรสแมรี่หันมายิ้มให้เด็กหนุ่ม ก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้าไปยังบ้านพักด้านใน


    "พวกเจ้าไปกันก่อนเลย ข้าจะไปหาท่านอาก่อน" ครรชิตพูดหลังจากเดินผ่านลานกว้าง ที่ใกล้จะถึงห้องโถงรับแขกแล้วนั้นเอง


    "หนูไปด้วยสิ" ลิลลี่อ้อนชายหนุ่ม แต่ชายหนุ่มส่ายหน้าให้ ก่อนจะบอกให้พวกเธอไปพักเสียก่อน


    เด็กชายเดินไปยังห้องรับแขก ที่ด้านในปรากฏร่างของสองสามีภรรยาตระกูลเมอลีน และอีกด้านของพวกเขาก็มีสตรีวัยกลางคนทรงโต ที่กำลังนั่งทำหน้าเคร่งเครียด และด้านหน้าของเธอก็มีม้วนกระดาษหลายอันวางไว้อยู่


    พวกเขาทั้งสามคนหันมามองผู้ที่เข้ามาใหม่ในห้องรับแขกนี้ สองสามีภรรยาส่งสายตาเศร้าๆมาให้ ในขณะที่ท่านอาของเขาก็ส่งสายตาสงสารและวิตกกังวลมาให้เขา ทั้งสามคนยิ้มให้เข้าบางๆ ก่อนจะเรียกให้เขาไปนั่ง


    "มานั่งข้างท่านอาคนนี้ มาๆ" หญิงสาวหุ่นสูงได้ตบลงไปที่โซฟาข้างตัวเธอ


    เด็กหนุ่มเดินไปนั่งอย่างสับสน เพราะสายตาของทุกคนที่ส่งมาก่อนหน้านั้น ทำให้เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ได้อย่างไรชอบกล แม้จะกังวลแต่เขาก็นั่งลงไปอย่างว่าง่าย


    "ก่อนจะถามอะไร อยากให้ฟังสิ่งที่อาจะเล่าก่อนได้หรือเปล่า" หญิงสาวหน้าตาคล้ายเด็กชาย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มๆชวนฟัง


    เด็กหนุ่มพยักหน้าให้เธอ ก่อนที่เขาจะนั่งอย่างตั้งใจฟัง


    "ในอดีตอันแสนไกล ณ ดินแดนที่เต็มไปด้วยป่าไม้ดงดิบ ที่แห่งนั้นได้ให้กำเนิดวีรบุรษคนหนึ่งขั้นมา...


    'แอสลาส' นั้นคือชื่อของเขา เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งในครอบครัวเกษตรในหมู่บ้านบุกเบิก'แบล็คร็อค' พวกเขาเพิ่งก่อตั้งหมู่บ้านได้ไม่นาน และรอบข้างหมู่บ้านเต็มไปด้วยป่า ซึ่งภายในนั้นเต็มไปด้วยสัตว์เวทจำนวนมากมาย


    ในวัยเด็กด้วยความที่เป็นลูกคนสุดท้องคนที่สาม ทำให้เขาตัวเล็กและไม่ได้รับการเอาใจใส่มากนัก เมื่อเวลาผ่านไป เขาได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่ม ในวัยหนุ่มเข้าได้เข้าต่อสู้กับสัตว์เวททุกปีตั้งแต่เขาอายุสิบปี หรือตั้งแต่ที่เขาสามารถใช้มานาในร่างกายได้ ด้วยพรสวรรค์หรือระดับขั้นมานาเริ่มต้นที่ระดับสามขั้นสี่ ทำให้เขามีพลังมากกว่าทุกคนในหมู่บ้าน


    ทุกปีที่ผ่านไป พลังฝีมือของเขาก็ดีขึ้นทุกๆปี จนอายุของเขาได้สิบห้าปี ในที่สุดเขาก็ได้ออกเดินทางไปยังเมืองใกล้เคียง ณ ที่แห่งนั้นเขาได้เรียนรู้การเป็นนักรบเวทย์ จนในที่สุดเขาก็มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองแห่งนั้น ด้วยวัยยี่สิบปีเขากลายเป็นนักรบจอมเวทย์ แต่นั้นมิใช่เพราะว่าการฝึกฝนอย่างหนักเพียงอย่างเดียว ในเวลาห้าปีที่เขาได้อยู่ในเมือง เขาได้มีโอกาศรวมกลุ่มกับนักผจญภัยระดับสูงออกล่าสัตว์เวทระดับกลางนั้นเอง


    หนึ่งในสัตว์เวทที่พวกเขาได้ล่า มีเจ้าสัตว์เวทที่มีชื่อเรียกว่า'ยักษาแห่งโลกา' มันเป็นสัตว์เวทที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ มันมีความสูงเกือบสิบเมตร พวกมันมักรวมกลุ่มกันสองถึงสี่ตน พวกมันมิได้ใช้เวทย์ในการโจมตี แต่ใช้เวทมนตร์ในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น เขาและพวกพ้องได้ออกตามล่าพวกมัน เพื่อนำเอาศิลาจิตอสูรและอัญมณีเวทย์ไปทำอุปกรณ์เสริมกำลังกายเท่านั้น


    แต่ในการล่าครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะล้างมือเพื่อกลับหมู่บ้าน มันก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เมื่อเขากำลังล่ายักษาแห่งโลกาอยู่นั้นเอง เขาได้ถูกหนึ่งในพวกยักษ์ผลักตกลงไปในโพรงถ้ำแห่งหนึ่ง พร้อมกันนั้นเจ้าตัวที่ผลักเขาก็ตกตามลงมาด้วย ในตอนที่อยู่ภายในโพรงถ้ำ ไม่ทราบเพราะเหตุใดแหวนมิติไม่สามารถใช้ได้ และด้วยความที่เขาเองก็อ่อนแรง และเจ้ายักษาตนนั้นก็ตายไปแล้ว เขาจึงได้แต่กินเนื้อดื่มเลือดของมันอาหารเพียงเท่านั้น


    เนื้อของสัตว์เวทใช่ว่าจะสามารถรับประทานได้ทุกชนิด บ้างอย่างก็กินไม่ได้ เช่นเนื้อและเลือดของเจ้ายักษานี้เป็นต้น เพียงแค่มือแรกเขาก็เจ็บปวดทรมานหลายชั่วโมง เพียงแค่กินชิ้นเนื้อขนาดฝ่ามือและเลือดเพียงสองอึกเท่านั้น เขาได้แต่ฝืนทนความเจ็บปวดเพื่อเอาชีวิตรอด หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมกลุ่มในเวลาต่อมา เขาก็พบว่าร่างกายของตนเองนั้นเปลี่ยนแปลงไป มันแข็งแกร่งและพิเศษเป็นอย่างมาก เพราะมันมีเส้นทางการไหลเวียนของมานาที่แปลกไปจากเดิม เขาเก็บเรื่องราวที่เกิดขึ้นในถ้ำนั้นเป็นความลับของเขา


    เวลาห้าปีที่เขาจากหมู่บ้านมา เมื่อเขากลับไปยังหมู่บ้านก็พบว่าครอบครัวของเขาได้กระจายตัวไปแล้ว บิดาและมารดาของเขาได้ล้มหายตายจากไปตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้ว ส่วนพี่ชายทั้งสองของเขาก็ได้สร้างครอบครัวและย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง ส่วนหมู่บ้านก็เริ่มขยายกลายเป็นเมือง แต่ยังไม่อาจเรียกว่าเมืองได้เต็มปาก เพราะมีประชากรแค่ไม่กี่หมื่นคนเท่านั้น


    การกลับไปบ้านเกิดครั้งนี้ เขาได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้าน เวลาผ่านไปสิบปี ในที่สุดเขาก็มีลูกชายและลูกสาวหลายคน พวกลูกๆของเขาต่างมีร่างกายที่พิเศษเช่นเดียวกับเขา นี้แสดงให้เห็นว่าพลังและร่างกายของเขาสามารถสืบทอดให้ลูกหลานได้ เขาจึงเขียนวิถีการฝึกร่างกายที่เหมาะสมกับร่างกายนี้ให้ เพราะลูกของเขามิได้มีการโคจรมานาในร่างกายเช่นเขา เพียงแต่มีความแข็งแกร่งทางร่างกาย และพลังมานาเช่นเขาเท่านั้น ส่วนการโคจรมานาในร่างมิได้มีเช่นเขา


    เขาได้เคยให้ทาสที่เขาซื้อมา ได้ทดลองการกินเนื้อของเจ้ายักษาแห่งโลกาเช่นเดียวกับเขา แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้จะกินในปริมาณเท่ากัน อยู่ในสภาวะเดียวกันก็ตาม สิ่งที่น่าจะเป็นคำตอบก็คือถ้ำที่เขาตกลงไปนั้นเอง เพียงแต่หลังจากที่เขาออกมาแล้ว ถ้ำนั้นมันก็หายไปและไม่เคยมีใครพบมันอีกเลย แม้จะไปขุดที่จุดที่เจอมันล่าสุดก็ตาม


    ในบั้นปลายชีวิตของเขา เขามิได้ให้ตำราเล่มนี้กับลูกของเขาโดยง่าย เขาได้บอกแก่บุตรชายและบุตรสาวในวันหนึ่งว่า'ถ้าหากต้องการความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้ พวกเจ้าจงหาผู้ที่เหมาะสมจากพวกเจ้าทั้งสี่คนมาให้ข้า แล้วข้าจะมอบพลังนั้นให้พวกเจ้า' และนนี้เองก็ทำให้พี่น้องทั้งสี่คนต่างประลองและต่อสู้กัน จนมีเพียงคนเดียวที่เป็นผู้ชนะ ซึ่งได้ตำราการฝึกฝนของแอสลาสไป


    หลังจากนั้นครอบครัวของเขาได้ปกป้องและดูแลหมู่บ้านแบล็คร็อคมาอย่างยาวนาน และได้ก่อตั้งเป็นตระกูลแอสลาสนับตั้งแต่นั้นมา จนในที่สุดมันก็กลายเป็นเมืองขนาดเล็ก เมืองแบล็คร็อคถูกปกครองด้วยสามตระกลูใหญ่ได้แก่ ตระกูลแอสลาสตระกูลที่ถูกเรียกว่าตระกูลคนยักษ์ ตระกูลฟาร์บลัดตระกูลผู้ใช้เวทย์ควบคุมเลือดได้ และตระกูลแบล็คร็อคตระกูลที่ก่อตั้งเมืองแบล็คร็อคขึ้นมา เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่สุดในเมืองนี้


    โดยมีตระกูลแบล็คร็อค ซึ่งเป็นขุนนางที่ได้รับมอบที่ดินแห่งนี้เป็นเจ้าเมือง มีตระกูลแอสลาสเป็นผู้ควบคุมกองทัพทหารและอัศวิน(นักรบและนักรบมนตรา) และตระกูลฟาร์บลัดควบคุมนักเวทย์ภายในเมือง ทั้งสามตระกูลต่างไม่ก้าวก่ายการทำงานของกันและกัน


    ในตระกูลแอสลาสเมื่อสิบสามปีที่แล้ว ได้มีผู้มีพรสวรรค์ที่ดีกำเนิดขึ้นมาสามคนในสายท่านพ่อของข้า'ยูโซ' ทั้งสามคนนั้นคือ'อาร์ค'พี่ชายคนโตของพ่อเจ้า พ่อของเจ้า'บิชอบ' และ'ราทิส'พี่ชายแท้ๆของข้าเอง พวกเขาทั้งสามคนได้รับการเลี้ยงดูและฝึกฝนโดยตรงจากปู่ของเจ้ายูโซ อาร์คเป็นชายที่เต็มไปด้วยจิตใจที่อิจฉาริษยา เขาไม่อาจเห็นคนที่ได้ดีกว่าตนได้


    ในการฝึกฝนนั้นพ่อของเจ้ามีความก้าวหน้าที่เร็วที่สุด และเป็นที่เงียบขรึบที่สุดด้วยเช่นกัน พ่อของเจ้าแทบจะเป็นเครื่องจักร ที่เกิดมาเพื่อฝึกฝนเพียงเท่านั้น ทุกช่วงเวลาในชีวิตของพ่อเจ้าเต็มไปด้วยการฝึกและฝึก ส่วนข้าแล้วพี่สาวอีกหนึ่งคนได้แต่มองดูทั้งสามคนนั้นฝึกฝน เพราะทั้งข้าและพี่สาวข้า'จูเลีย'ต่างก็มีพรสวรรค์เพียงแค่ระดับทั่วไปเท่านั้น


    พ่อของเจ้าและพี่ชายของข้าต่างถูกอาร์คก่อกวนและกลั่นแกล้งอยู่เสมอ แต่ด้วยความที่พ่อเจ้าปากหนักและพี่ชายของข้าก็เป็นเงียบๆ จึงทำให้ไม่มีใครทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงจะรู้แต่ก็ไม่มีการจัดการใดๆทั้งสิ้น เพราะอาร์คนั้นมีสิ้นที่จะเป็นผู้นำของตระกูลสายรองต่อจากปู่ของเจ้านั้นเอง


    วันเวลาผ่านไป ในที่สุดก็ถึงวันประลองประจำตระกูลก็มาถึง พ่อของเจ้าและคนในตระกูลอีกหลายพันคนได้มารวมตัวกัน เป้าหมายของพวกเขาคือการเอาชนะคนอื่นในตระกูล เพื่อเข้าถึงตำแหน่ง ทรัพยากรในการฝึกฝน และตำราการฝึกพลังมานาและร่างกายของตระกูล พวกเขาจะต่อสู้กันโดยการแพ้คัดออก ผู้แพ้ก็จะได้รับทรัพยากรและตำแหน่งเล็กๆน้อยๆตามสายตระกูล ส่วนผู้ชนะก็เข้าสู่รอบชิงต่ำแหน่งและทรัพยากรระดับต่อไป


    การแข่งขันทั้งหมดใช้เวลาหลายสัปดาห์จนกระทั่งเป็นเดือนก็มีตามแต่จำนวนผู้เข้าร่วม การแข่งขันในสิบสามปีที่ผ่านมา พ่อของเจ้าเข้าสู่รอบสองของการต่อสู้ นั้นคือรอบที่ชิงความเป็นหนึ่งของตระกูลรองนั้นเอง พ่อของเจ้าเจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งในตระกูลสายรองอีกตระกูล เจ้าคนนี้ถูกว่าจ้างโดยอาร์คให้ทำลายพ่อเจ้า ด้วยการโจมตีไปที่เม็ดพลังมานาโดยตรง


    การโจมตีไปที่เม็ดพลังมานาโดยตรงนั้นต้องมีพลังมานาสูงกว่าเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่เพราะอาร์คนั้นมันไม่ได้มีพลังมากกว่าพ่อเจ้า มันจึงใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ หลังจากการประลองพ่อของเจ้าก็บาดเจ็บสาหัส เพราะเม็ดพลังมานาได้รับการโจมตี จนทำให้เกิดรอยร้าวมันส่งผลให้พลังฝีมือของพ่อเจ้าถดถอยลง นั้นเองทำให้พ่อของเจ้า พี่ชายข้าและข้าได้ย้ายมาที่เมืองนี้ เพื่อหลีกหนีจากอาร์คนั้นเอง


    เรื่องราวที่ข้าจะเล่าก็มีเพียงเท่านี้ อยากจะถามสิ่งใดก็ถามมาได้เลย"


    สิ้นเสียงของหญิงสาว ทั้งห้องต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคน ทุกคนต่างครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ถึงแม้สองสามีภรรยาจะพอรู้มาบ้าง แต่ไม่เคยทราบถึงเรื่องราวของตระกูลแอสลาสมาก่อน ส่วนเด็กหนุ่มนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับรู้เรื่องราวของตระกูลตน จึงทำให้เขาสนใจมันอยู่ไม่น้อย ถึงแม้เรื่องราวตอนหลังมันจะรบกวนจิตใจของเขาก็ตาม



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1951 AlZhaiMerS (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 04:56
    อ่านมา 60 ตอน น้ำล้วนๆ เมื่อไหร่จะถึงตอนปัจจุบันของมันนิ ที่เริ่มเรื่องมาตอนอายุ 12
    #1,951
    0
  2. #1094 phairatw (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 14:39
    ขอบคุณครับ
    #1,094
    0
  3. #613 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 02:13
    ยังๆ นี่ยังกล่าวถึงแค่หนึ่งในตระกูลสายรอง
    ไหนจะมีตระกูลหลักอีก
    เอาให้เต็มที่เลย
    #613
    0
  4. #522 Gnuh (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 13:14
    ขอบคุณครับ
    #522
    0
  5. #497 Siambikza (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 01:37
    รู้สึกค้างๆ
    #497
    0
  6. #496 Team Media Dragon (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 23:41
    ปูเรื่องได้ยาวมาก
    #496
    0
  7. #494 Huntherfc (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:17
    ใกล้จะได้เวลาโชเทพแล้ว
    #494
    0
  8. #493 -Cintear- (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 22:08
    พลังของต้นตระกูลนี่....ปราณหรือเปล่า?
    #493
    0
  9. #492 MojRiSad (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 21:51
    เนื้อเรื่องกะลัง จะ เข็มข้นแล้วสินะ
    #492
    0
  10. #491 BomS_Za (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 21:41
    เล่าซะหมดไปตอนนึงเลย
    #491
    0
  11. #490 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 21:39
    พี่ใหญ่ของพ่อคือตัวการ...
    #490
    0
  12. #489 Yingpoon (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 21:25
    ขอบคุณคร่า
    #489
    0
  13. #488 kamol1122 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 20:09
    สนุกดีครับ
    #488
    0
  14. #487 Crasybart (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 20:02
    ขอบคุณมากนะครับ 
    #487
    0