ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 6 : เดินทางสู่เมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    15 ต.ค. 59

บทที่ 1 : เดินทางสู่เมืองหลวง



     หลังจากตื่นขึ้นมาได้สองวันเด็กชายก็กลับไปวิ่งเล่นเหมือนปรกติและติดตามพ่อของตนไปขายของในหมู่บ้านเช่นเคย แม้จะไม่เจอกับเด็กสาวที่จูเนียร์หลงรักแต่ครรชิตก็มุ่งมั่นกับการอ่านหนังสือและตำราต่างๆที่ห้องสมุดในหมู่บ้านนี้มี

     แม้จะอ่านไปถึงหนึ่งชั้นแล้วแต่ก็ยังไม่พบเจอกับการฝึกฝนเวทมนตร์ที่ดีเลยแม้นิดเดียวหนังสือหรือตำราที่หนาเป็นนิ้วๆมีแต่น้ำทั้งนั้นแทบจะไม่มีสาระเลยแม้แต่น้อยจากการอ่านในหมวดหมู่การฝึกฝนเวทย์มนตร์ขั้นต้นพบแค่วิธีการดูดซับมานาสะสมไว้ในเม็ดพลังเท่านั้นไม่มีการสอนแปลงมันเป็นพลังเวทย์แม้แต่บทเดียว

     ในห้องสมุดประจำหมู่บ้านก็ไม่มีบรรณารักษ์ให้ค่อยซักถามมีแต่ผู้ดูแลที่นานๆทีจะเข้ามาเก็บหนังสือใส่ชั้นเท่านั้น

     "จูเนียร์วันนี้มาคนเดียวรึ" ชายแก่ที่เป็นผู้ดูแลห้องสมุดถามกับบิชอบ จูเนียร์ที่วันนี้เดินเข้าห้องสมุดโดยไม่มีบิดาตามมาส่ง

     "ครับ คุณฮาซาส" เด็กชายยิ้มให้ผู้ดูแลที่เหมือนคนคงแก่เรียนที่ใส่ชุดคลุมสีเทาตุ่นๆแล้วมีไม้เท้าค่อยช่วยพยุงตัว

     เห็นผู้ดูแลใช้ไม้เท้าช่วยเดินแต่ไม่สามารถดูถูกพลังเวทย์ของชายแก่ตรงหน้าตรงหน้าเพราะไอมานารอบๆตัวแก่มีการกระเพื่อมโดยมีร่างกายของชายแก่เป็นจุดศูนย์กลาง ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ฝึกเวทย์ก็ทราบได้ว่าอย่างน้อยผู้ดูแลคนนี้ก็เป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นต้นแน่นอน

     การฝึกเวทย์มนตร์แบ่งเป็นสิบระดับ ระดับหนึ่งถึงสามเรียกผู้ฝึกฝนเวทย์แบ่งเป็นผู้ฝึกฝนเวทย์ขึ้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูง ระดับสี่ถึงหกเรียกผู้ใช้เวทย์ธาตุแบ่งเป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นต้น ขึ้นกลางและขั้นสูง ระดับเจ็ดเรียกจอมเวทย์ธาตุ ระดับแปดเรียกจอมเวทย์ทวิธาตุ ระดับเก้าเรียกจอมเวทย์สามผสานหรือไตรธาตุ ระดับสิบเรียกราชาเวทย์

     ในแผ่นดินทลายฟ้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีราชาเวทย์เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นคือราชาของอาณาจักรทลายฟ้าซึ่งเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้และเหล่าจอมเวทย์ทวิและไตรธาตุในยุคนั้นมีมากมายในแผ่นดินแต่นั้นก็หลายพันปีมาแล้ว ในปัจจุบันจอมเวทย์ทวิธาตุมักจะปรากฎตัวแค่ในอาณาจักรใหญ่เท่านั้นและจอมเวทย์ไตรธาตุไม่มีผู้ใดพบเห็นมาเกือบสี่ร้อยปีแล้ว

     อาณาจักรอเคเซียเคยมีจอมเวทย์ไตรธาตุเพียงคนเดียวคือท่านจอมปราชญ์อเคเซีย เนื่องจากท่านอเคเซียไม่ได้มุ่งเน้นในการใช้เวทย์มากนักแต่มุ่งเน้นไปทางด้านการใช้ประโยชน์จากศิลาจิตอสูรและความรู้ในเรื่องอื่นๆมากกว่าจึงได้ชื่อว่าจอมปราชญ์แทน

     ในหมู่บ้านแห่งนี้คนที่แข็งที่สุดในหมู่ผู้ฝึกเวทย์คงจะเป็นฮาซาสผู้ดูแลห้องสมุดแห่งนี้เอง แต่คนที่เก่งในด้านการใช้อาวุธต้องยกให้จีซาแลนที่เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน และผู้ที่ใช้ได้ทั้งเวทย์และอาวุธเก่งที่สุดคงเป็นหัวหน้าหมู่บ้านไอแซคที่ค่อยประคับประคองหมู่บ้านไม่ให้ถูกสัตว์เวททำลายมาหลายสิบปี

     "พ่อเจ้าไปไหนเสียละวันนี้ข้าว่าจะให้ช่วยหาศิลาจิตอสูรระดับหนึ่งให้สักหน่อย"

     "ท่านพ่อไปป่าแอสกับพวกท่านลุงไอแซคนะครับเห็นว่ามีชาวบ้านไปเจอสัตว์เวทระดับสองในป่านะ" เด็กชายตอบพรางมองหาหนังสือเวทย์ที่ตนยังไม่ได้อ่าน

     "งั้นรึ แล้วเจ้ามองหาอะไรละ"

     "ข้าอยากได้หนังสือสอนการฝึกฝนพลังเวทย์พอจะมีไหมครับ คุณฮาซาส"

     "ทางนั้น" ฮาซาสชี้ไปที่มุมหนึ่งของห้องสมุดแห่งนี้ก่อนโบกมือเล็กน้อย ปรากฎดวงแสงสีแดงขึ้นตรงหน้าเด็กชายที่จ้องมันอย่างสนใจ มันลอยไปทางที่ฮาซาสชี้ไป

     "ตามมันไปสิ"

     "ขอบคุณครับ"

     เด็กชายเดินตามดวงแสงไปเกือบห้านาทีถึงจะเจอกับจุดหมายมันเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของห้องสมุดแห่งนี้ ห้องสมุดของหมู่บ้านกรีนพีชมีพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของสนามฟุตบอลยิ่งในเมืองห้องสมุดจะกลายเป็นหอสมุดแทนเพราะมันจะมีหลายชั้น

     หมู่บ้านกรีนพีชมีประชากรอยู่เกือบร้อยครอบครัว มีอาณาเขตกว้างหลายสิบกิโลเมตรเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ขึ้นตรงต่อเมืองแบล็คร็อคที่เป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักรอเคเซียแห่งนี้ บ้านของเด็กชายอยู่ริมขอบของหมู่บ้านด้านทิศตะวันตกติดกับป่าแอส

     ป่าแอสเป็นป่าโบราณที่มีต้นไม้สีเทาซึ่งเป็นต้นไม้ที่นิยมนำมาทำเป็นถ่านเพราะความเบาของเนื้อไม้ ภายในป่าแอสเต็มไปด้วยสัตว์ป่าแต่สัตว์เวทย์ระดับหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นป่าที่ปลอดภัยพอสมควรหมู่บ้านแห่งนี้ต่อก่อตั้งก็ใช้ป่าแอสในการตั้งรกรากเพราะไม่มีสัตว์เวทระดับสูงค่อยปกป้องอาณาเขตไม่เหมือนป่าสม๊อกที่เต็มไปด้วยสัตว์เวทระดับสองและเจ้าป่าที่เป็นกบอสรพิษยักษ์ที่เป็นสัตว์เวทระดับสามค่อยเฝ้าอยู่กลางป่า

     ชั้นหนังสือที่ปรากฎตรงหน้าของเด็กชายให้ความรู้สึกที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยฝุ่น ครรชิตปัดฝุ่นออกก่อนจะอ่านป้ายชื่อของชั้นหนังสือ 'มานาและการแปลงพลังเวทย์'

     ครรชิตยิ้มออกมาก่อนจะกวาดหนังสือหลายสิบเล่มที่น่าสนใจทั้งการฝึกเป็นนักฝึกฝนขั้นต่ำ ขั้นกลางและขั้นสูง การแปลงมานาให้เป็นพลังเวทย์อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั้งทฤษฎีเกี่ยวกับพลังเวทย์ต่างๆ แต่ละเล่นที่เด็กชายเลือกมาแทบจะเป็นเศษกระดาษอยู่รอมร่อ เด็กชายยกกองหนังสือที่สูงเกือบท่วมหัวตามดวงแดงสีแดงเพื่อกลับไปยังหน้าห้องสมุดเพื่อทำการยืมหนังสือเหล่านี้ไปอ่าน

     "หืม เจ้าจะยืมหมดนี้เลยรึ มีแหวนมิติไหมละจะได้ขนของได้สะดวกๆ"

     "มีครับ" เด็กชายชูมือที่ใส่แหวนสีดำที่มีหัวแหวนเป็นหินสีแดงไร้ซึ่งรวดรายใดๆโชว์ให้ฮาซาสดู แหวนมิติเป็นของที่ไม่ได้มีราคาแพงสักเท่าใดในระดับหนึ่งเช่นที่เด็กชายสวมเพราะแหวนมิติสร้างจากศิลาจิตอสูรที่ชื่อว่า 'อีทเตอร์' อีทเตอร์เป็นสัตว์เวทที่รูปร่างคล้ายแพ็คแมนที่ครรชิตเคยเห็นผ่านๆตา มันมีลักษณะเป็นก้อนกลมสีต่างๆและมีปากเพียงเท่านั้น มันจะค่อยกินพลังเวทย์และซากสิ่งมีชีวิตที่ตกค้างในธรรมชาติเป็นอาหาร

     "อืมๆ น่าจะพอเก็บได้หมด ฮ่าๆ อย่าลืมคืนหนังสือให้ข้าในอีกเจ็ดวันด้วยล่ะ"

     "ท่านพอจะคัดลอกให้ข้าทั้งหมดเลยได้ไหม ข้าไม่อยากเอามาคืนสักเท่าไรเพราะข้าจะเดินทางไปเมืองหลวงแล้ว"

     "อืม ถึงเทศกาลอเคเซียแล้วงั้นหรือ ก็ได้ๆรอสักครู่" ฮาซาสเดินไปที่โต๊ะของเขาแล้วเอากล่องเหล็กสีน้ำตาลขนาดพอๆกับกระเป๋าเป้สองกล่องขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเอาหนังสือใส่ในกล่องด้านซ้ายทีละเล่มที่กล่องด้านขวาก็เรื่องแสงตามจำนวนหนังสือที่ใส่ลงไปจนครบทั้งหมด ฮาซาสเอาหนังสือในกล่องซ้ายออกมาแล้วร่ายเวทย์ใส่มันหนังสือสิบกว่าเล่มก็ลอยไปยังที่เดิมก่อนจะเอาหนังสือที่เหมือนกันออกมาจากกล่องขวามือแล้วส่งให้เด็กชาย

     "เอานี้จูเนียร์ แล้วก็ขอให้โชคดีในการทดสอบละ"

     "ขอบคุณคุณฮาซาสแต่ข้าต้องไปแล้วท่านพ่อนะจะกลับมาแล้ว" ครรชิตส่งมานาลงไปในแหวนมิติระดับหนึ่งมีสิ่งของเวทยมนตร์ไม่กี่อย่างที่ไม่ต้องใช้พลังเวทย์ในการกระตุ้นแหวนมิติก็เป็นหนึ่งในนั้นมันจะจดจำคลื่นมานาของคนๆนั้นทำให้ใช้ได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นก่อนจะยัดหนังสือทั้งหมดลงไป

     เด็กชายเดินกลับบ้านด้วยการเดินเลาะไปตามชายป่าเมื่อลับสายตาผู้คนก็วิ่งด้วยความเร็วที่พอๆกับจักรยานยนต์มุ่งสู่บ้านไร่ของตน

     เด็กชายที่ฝึกลมปราณขั้นผลัดกายวชิระถึงขั้นสี่แล้วนั้นมีความเร็ว ความคล่องตัวและความแข็งแกร่งพอๆกับลูกสัตว์เวทระดับหนึ่งเลยทีเดียวแม้อาจจะไม่ต่อสู้กับมันตรงๆได้แต่ก็พอเอาตัวรอดได้ความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้ถ้านำไปเปรียบเทียบกับโลกที่เซียมอมตะจากมานับว่าเร็วกว่าสี่เท่าตัว เมื่อใกล้จะถึงบ้านเด็กชายค่อยๆลดความเร็วจนเท่ากับการวิ่งของเด็กทั่วไปแล้วเดินมาตามถนนของหมู่บ้านจนถึงไร่

     เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็พบกับบิดาของตนที่แบกซากสัตว์เวทที่เป็นกวางออกมาจากชายป่าแอสพอดี เด็กชายเห็นดังนั้นก็วิ่งไปหาผู้เป็นบิดา

     "ท่านพ่อ ข้าของศิลาจิตอสูรได้ไหม" เด็กชายอ้อนพอของตนด้วยการกุมมือและส่งสายตาลูกหมาหิวนมไปยังบิดาทีกำลังยิ้มจนใจอยู่หน้าประตูบ้าน

     "ก็ได้ๆ ไปเตรียมอุปกรณ์ชำแหละมาให้พ่อหน่อยละกันเดี๋ยวพ่อไปดูไร่สักหน่อย" บิชอบลูบหัวจูเนียร์ก่อนจะวางกวางทั้งตัวไว้บนโต๊ะไม้หน้าบ้านแล้วเดินไปยังไร่ข้าวสาลีที่ตอนนี้เหลือแต่ฟางข้าวกองเป็นภูเขาที่กลางไร่

     "ครับๆๆ" เด็กชายกระโดดโลดเต้นไปมาก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในบ้าน

     เวลาผ่านไปสักพักเด็กชายยกโต๊ะเตี้ยๆที่มีมีดแบบต่างๆว่างอยู่ออกมาจากตัวบ้านก่อนจะวางมันไว้ข้างๆกวางเขาดาบสัตว์เวทระดับหนึ่ง เขาของมันคนมักนิยมนำไปทำเป็นมีดหันเนื้อเสต๊กและยังเป็นส่วนที่พอที่สุดของมันอีกด้วย ศิลาจิตอสูรของมันแทบจะไม่มีราคาเพราะพลังมานาด้านในมันน้อยพอๆกับการดูุดซับในธรรมชาติแค่หนึ่งวันเท่านั้น

     บิชอบจัดการชำแหละกวางเขาดาบออกเป็นส่วนๆพวกเนื้อก็เก็บไว้กิน ส่วนเขาก็แย่งไว้สำหรับส่งขายให้ร้านค้าของดีล และศิลาจิตอสูรก็มอบให้ลูกชายของตน

     ครรชิตเอาศิลาจิตอสูรขึ้นมาดูมันมีขนาดเท่านิ้วโป้งของเด็กเท่านั้น มีสีแดงสดและมีพลังมานาไหลเวียนอยู่ภายในเล็กน้อย

     ศิลาจิตอสูรสิ่งมีชีวิตสามารถดูดซับมานาภายในได้เกือบเจ็ดส่วนตามความเข้ากันได้ของเม็ดพลังยิ่งเม็ดพลังคล้ายกันยิ่งดูดซับได้มากส่วนเท่านั้น

     เม็ดพลังของกวางเขาดาบจัดอยู่ในสายกลางคือไร้ธาตุทุกคนสามารถดูดซับได้สิบส่วนแต่อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้ามันมีค่าเท่ากับดูดซับมานาจากธรรมชาติในหนึ่งวันเท่านั้น

     "จูเนียร์ อีกหกวันก็จะถึงประเพณีอเคเซียแล้วเย็นนี้เตรียมข้าวของเดินทางไปเมืองหลวงด้วยนะ"

     "ครับท่านพ่อ" เด็กชายตอบบิดาของตนโดยในมือก็ยังพลิกศิลาจิตอสูรไปมา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #2035 muea16884 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 15:19
    โอเครพึ่งเข้าใจ หมู่บ้านนึงมีอาณาเขตหลายสิบกิโล เมืองนึงก็ก็น่าจะมีความใหญ่พอๆกับจังหวัดนึงในประเทศไทย เเต่มีเเค่ 7 เมือง หรือก็คือ7 จังหวัด เเสดงว่าอาณาจักรอเคเชียเล็กกว่าภาคใดภาคนึงในประเทศไทยซะอีก โลกเวทมนเเฟนตาซีเลยน้ะเว้ย มันต้องยิ่งใหญ่ดิ
    #2,035
    0
  2. #1804 Jah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:41
    สนุกดีคะ

    แต่คำผิดเยอะไปนิดนึง เวลาอ่านกำลังเพลินๆ เหมือนเดินสดุด ชงักๆ

    หากแก้ไขตรงนี้ให้มากขึ้น จะทำให้นิยายของผู้เขียน สนุกขึ้นนะคะ
    #1,804
    0
  3. #540 phairatw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:25
    ขอบคุณครับ
    #540
    0
  4. #376 Gnuh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 13:00
    ขอบคุณครับ
    #376
    0
  5. #367 TheBest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 03:30
    ขอบคุณครับ
    #367
    0
  6. #342 1Bishop1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 16:44
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากครับ
    #342
    0
  7. #279 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 21:59
    #279
    0
  8. #111 James'z Ks'jaxdd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 02:26
    ขอบคุณค้าบบ
    #111
    0
  9. #15 arm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:50
    ขอบคุณคับ
    #15
    0