ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 57 : ภัยพิบัติสิ้นปี (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    11 ก.ย. 59

บทที่ 1 : ภัยพิบัติสิ้นปี (2)




    วันที่สามสิบเดือนสิบสอง วันที่ภัยพิบัติสิ้นปีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในวันนี้นั้นผู้คนต่างรวมตัวกันที่ลานกว้างกลางเมือง โดยวันนี้จะมีการแบ่งกองกำลังสำหรับการป้องกันเมืองหลวงแห่งนี้


    กองทัพหลวงและกองทหารเกราะเงินอีกสองกองพัน จะประจำการที่ทิศเหนือซึ่งติดกับเทือกเขาอเคเซีย ถึงแม้จะใช้เวลาสี่เดือน แต่ก็ไม่สามารถสำรวจและปราบปรามสัตว์เวททั้งหมดได้ พวกเขาสำราจไปได้แปดในสิบส่วนเท่านั้น และกวาดล้างไปได้แค่สี่ในสิบส่วนเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกสัตว์เวทระดับหนึ่งและสองเท่านั้น


    กองทัพหลวงคือทหารในชุดเกราะทองนั้นเอง ทหารของอาณาจักหรอเคเซียแบ่งเป็นสามส่วนตามสีชุดเกราะ ชุดเกราะเงินคือทหารอาณาจักรส่วนใหญ่เป็นพวกนักรบและนักรบมนตรา ชุดเกราะทองคือกองทัพของเมืองหลวงอเคเซียหรืออีกชื่อกองทัพหลวงนั้นเอง พวกนี้มักเป็นผู้ใช้ศาสตราวุธและนักรบเวทย์ และกองทัพสุดท้าย เป็นทหารในชุดเกราะดำ พวกนี้ต่างเป็นแม่ทัพและองครักษ์เป็นส่วนใหญ่ มีบ้างส่วนที่เป็นทหารบุกเบิกหรือทหารมียศเจ้าของที่ดินนั้นเอง


    ทหารเกราะเงินส่วนใหญ่ได้รับเงินเดือนเป็นเงิน อาวุธและชุดเกราะ มีบ้างที่จ่ายศิลาจิตอสูรแทนเงินตามแต่ละหน่วยจะจัดการ ทหารเกราะทองส่วนใหญ่จะมีเงินเดือนเป็นเงิน ศิลาจิตอสูร อาวุธและชุดเกราะ โดยที่จะได้ศิลาจิตอสูรเท่าเงินเดือนนั้นเอง บ้างคนก็รับแต่ศิลาจิตอสูรก็มี


    กองทหารเกราะเงินอีกแปดกองพันต่างกระจายกันไปในสามทิศที่เหลือ โดยมีทหารหลวงค่อยสั่งการอีกที โดยจะมีบรรดาแม่ทัพจะค่อยบัญชาการจากลานกว้างแห่งนี้ในวันแรกถึงวันที่สาม ในวันสี่และห้าพวกเขาจะออกรบกับพวกสัตว์เวทระดับกลางนั้นเอง


    ในการรบนี้พวกอาจารย์และนักเรียนจากโรงเรียนอัศวิน จะค่อยเป็นทัพเสริมให้แก่กองทัพอาณาจักร โดยเป็นทัพสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงยุทธภัณฑ์ ขนย้ายผู้บาดเจ็บหรือแม้กระทั่งออกรบในกรณีขาดกำลังพล


    นอกจากกองทหารแล้ว พวกผู้ใช้เวทย์และจอมเวทย์ ต่างก็ออกไปประจำกำแพงทิศต่างๆเช่นกัน โดยมีทัพเสริมเป็นพวกผู้ฝึกเวทย์ค่อยเป็นหน่วยใช้จารึกนั้นเอง และยังมีกองทัพจากโรงเรียนเวทย์หลวงเป็นทัพสนับสนุน โดยเข้าไปเสริมตามระดับขึ้นของนักเวทย์นั้นเอง ทำให้กำแพงทุกทิศทางมีนักเวทย์ประจำการอยู่เต็มไปหมด


    ส่วนกองกำลังอื่นๆนั้น แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่และกลุ่ม ว่าจะเข้าช่วยเหลือที่กำแพงทิศใด ส่วนใหญ่พวกนี้มักจะรอดูสถานการณ์ ถ้าด้านไหนคนน้อยก็จะเข้าไป เพราะจะได้ไม่ต้องแย่งส่วนแบ่งจากคนอื่น


    "ท่านคาลอต วันนี้ไปทิศเหนือสินะครับ" ฟาย่าถามจอมเวทย์ธาตุไฟคาลอต ที่ตอนนี้กำลังนำกลุ่มการค้า'Orebal' ไปทางทิศเหนือของเมือง


    "ใช่แล้ว ถึงแม้วันแรกจะมีแต่พวกระดับหนึ่งก็เถอะ แต่ฝั่งนี้มันมาจำนวนมหาศาลแน่นอน" คาลอตตอบ ก่อนจะเดินไปยังกำแพงทิศเหนือ


    ด้านหลังของเขาเป็นกองกำลังจากกลุ่มการค้า'Orebal' ซึ่งนำกองกำลังถึงครึ่งหนึ่งติดตามมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นพวกเก่งๆทั้งนั้น ส่วนที่เหลือเฝ้าอยู่ที่ร้านต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกพวกแร้งโจมตี


    เวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็อัสดง ทำให้ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความมืด เพียงแต่ยังพอมีแสงไฟจากตะเกียงเวทย์และคบเพลิง ทำให้เมืองไม่ถึงกับมืดสนิท ในตอนนั้นเองที่ทหารและประชาชนทุกคนที่อยู่ในมือต่างจับจ้องไปยังนอกกำแพงเมือง


    ด้านนอกเต็มไปด้วยดวงตาสีแดงส่องประกายยามต้องแสงไฟ ด้วยความมืดมิดด้านนอกกำแพง ทำให้ทุกคนที่อยู่บนกำแพงเห็นกองทัพที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ไกลลิบๆ พวกมันค่อยๆเขามาใกล้กำแพงเมืองทีละเล็กทีละน้อย จำนวนดวงตานั้นไม่อาจนับได้ พวกมันต่างจับจ้องมายังเมืองหลวงแห่งนี้


    ปรู๊นนนนนนนนนนน


    ในเวลาเกือบเที่ยงคืนพอดี เสียงแตรสงครามดังขึ้นพร้อมกันทั้งสี่ทิศทาง มันแสดงให้เห็นว่าพวกสัตว์เวทย์ได้เข้าสู่ระยะโจมตีแล้ว พวกทหารธนูและนักเวทย์ต่างเตรียมพร้อมปล่อยอาวุธของตน ทุกคนต่างจ้องมองไปยังนอกกำแพงเมือง


    ภายนอกร้านค้าเมอลินต่างเต็มไปด้วยเสียงร่ายเวทย์ และเสียงตะโกนสั่งการของนายทหารยศต่างๆ เสียงพวกนี้มิได้รบกวนสมาธิของเด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสามคน ที่ตอนนี้ทุกคนต่างนั่งขัดสมาธิอยู่บริเวณศาลากลางน้ำ โดยที่ทางเข้านั้นมีข้ารับใช้สองคนที่กำลังยืนรอรับการลืมตาตื่นของทั้งสี่คนอยู่


    พวกเขานั่งสมาธิมาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งวัน พวกเขาคือกลุ่มของครรชิตนั้นเอง พวกเขาหลังจากกลับมาจากภูเขาเฟธ ก็ได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เนื่องจากทาสสาวลูน่าได้รับบาดเจ็บ จากสัตว์เวทระดับสี่ที่โผล่ออกมาในระหว่างที่พวกเขาล่าสัตว์เวทระดับสาม อินทรีลมกรด พวกมันมักทำรังอยู่บนต้นไม้สูงรอบตีนภูเขานั้นเอง


    ในระหว่างล่าเจ้าอินทรีลมกรด อสรพิษสามเศียร สัตว์เวทระดับสี่ที่มักจะล่าพวกอินทรีลมกรดไปเป็นอาหาร โผล่มาแย่งเหยื่อของพวกเขา แถมมันยังคิดจะโจมตีพวกเขาด้วย แต่ด้วยการสั่งการของเด็กหนุ่มและโรสแมรี่ ทำให้ทุกคนสามารถถอนกำลังได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะสามารถใช้เวทย์ยิงเข็มพิษใส่พวกเขาได้


    ด้วยความที่เด็กหนุ่มมีเกราะปราณที่แข็งแกร่ง จึงไม่ได้รับบาดเจ็บและติดพิษ เช่นเดียวกับสองสาวพี่น้อง ที่ทั้งคู่มีธาตุลมเป็นธาตุหลัก จึงสามารถร่ายเวทย์บาเรียธาตุลมและเกราะลมมาหุ้มตัวเองได้ ทำให้ทั้งคู่อยู่รอดปลอดภัย แต่ลูน่าไม่โชคดีขนาดนั้น เพราะเธอไม่สามารถร่ายเวทย์ได้ ทำให้มีเพียงเกราะปราณบางๆเท่านั้น ทำให้เธอได้รับบาดเเจ็บและติดพิษ


    พวกเขาเลยรีบถอนตัวออกจากบริเวณนั้น แล้วเคลื่อนย้ายกลับไปที่กระโจมในทันที แล้วเริ่มทำการถอนบิษและรักษาบาดแผลของลูน่า เขาได้ใช้ยาระดับกลางหลายตัวในการคงสภาพร่างกายและต้านพิษเอาไว้ ส่วนการขับพิษเขาใช้ลมปราณในการขับมันออกมา โดยเขาเป็นผู้ขับพิษออกมาเอง แล้วพิษที่ได้เขาก็เก็บเอาไว้ทำยาแก้พิษ สำหรับการกลับไปล่ามันอีกครั้ง


    พวกเขาจำมันได้ เพราะมันมีแผลเป็นขนาดใหญ่ที่หัวของมัน เหมือนกับเป็นรอยกรงเล็บอินทรี มันเป็นรอยฉีกสามรอยที่ลำคอและกลางหัวที่สองของมัน


    "เป็นไงบ้างลูน่า พิษสลายไปหมดหรือยัง" เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วจึงถามหญิงสาวที่เพิ่งจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน


    "หายดีแล้วเจ้าค่ะ แต่ยังพอมีความรู้สึกอ่อนแรงอยู่บ้างเจ้าค่ะ"


    "จูเนียร์ พวกเราจะออกไปสู้ดีไหม ข้าเริ่มเบื่อการนั่งรวบรวมลมปราณและมานาแล้ว" โรสแมรี่ถามอย่างเบื่อหน่าย เพราะพวกเขานั่งสมาธิทุกวันตั้งแต่กลับมาจากการล่าสัตว์เวท


    "จะออกไปสู้ก็ได้อยู่หรอก แต่วันที่สามเราคงไม่สามารถออกไปได้ พวกเรายังไม่สามารถสู้กับสัตว์เวทระดับสามจำนวนมากได้ แต่ถ้าโจมตีจากระยะไกลก็ว่าไปอย่าง แต่ลูน่าเจ้าออกไปสู้ไม่ได้ ไม่ยังงั้นความลับเรื่องที่เจ้ามีมานาคงรั่วไหล" เด็กหนุ่มยิ้มให้กลุ่มหญิงสาว ก่อนที่ตนจะลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมตัวออกไปสู้กับสัตว์ที่อยู่นอกกำแพง


    "ได้แต่ยิงเวทย์เองหรอ ไม่เห็นนุกเลยอ่ะ" ลิลลี่บ่นเบาๆ ก่อนจะลุกตามพวกพี่ๆไปยังประตูทางออกร้าน


    ทุกคนต่างเดินทางไปยังกำแพงทิศใต้ โดยมีกองกำลังส่วนหนึ่งของลุงเมสัน ที่ค่อยเฝ้าร้านอยู่เป็นผู้นำทางและคุ้มกันพวกเขา ถึงแม้ในตอนแรกพวกเขาจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่อาจขัดความตั้งใจของพวกเขาได้ จึงได้แต่ยอมรับการคุ้มกันและการนำทางทั้งอย่างนั้น


    ผ่านไปไม่นาน ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ในที่สุดพวกเขาก็ขึ้นอยู่บนกำแพงเมือง มันมีความสูงเกือบสิบเมตร และด้านบนมีพื้นว่างพอจะเรียกได้ว่าเป็นถนนเลยทีเดียว เขาไม่เคยขึ้นมาบนกำแพงเมืองเลยสักครั้ง ได้แต่เดินอยู่ชิดกำแพงกับเดินผ่านในบ้างครั้งเท่านั้น


    บนกำแพงส่วนใหญ่ที่เขาเห็นมักมีแต่ผู้คนยืนอยู่เต็มพื้นไปหมด โดยด้านหน้าสุดเป็นพวกนักธนูที่เป็นทั้งนักรบ ผู้ใช้ศาสตราวุธ นักรบมนตราและนักรบเวทย์ ในแถวที่สองเป็นพวกผู้ใช้เวทย์ ส่วนผู้ฝึกเวทย์อยู่ด้านหลังพวกนักรบ ค่อยกระตุ้นวงเวทย์ในลูกธนู ก่อนจะส่งให้ให้พวกนักธนูยิงอีกที


    มีบ้างส่วนที่ประจำการอยู่ที่เครื่องยิงลูกธนูขนาดใหญ่กับเครื่องยิงหิน ที่ด้านในของลูกหินเขาเห็นเป็นอัญมณีเวทย์ต่างๆ ที่พร้อมจะปะทุพลังเมื่อมันแตกออกทุกเมื่อ นอกจากนี้ลูกหินบ้างลูกยังเต็มไปด้วยจารึกเวทย์ หรือบ้างลูกก็มีวงเวทย์ลงไว้อีกด้วย แต่ที่แปลกก็คือบ้างลูกมีม้วนหนังสือสัญญาหลายเล่มพันอยู่รอบๆ


    "ถึงแล้วครับ พวกข้าขอไปคุ้มกันรอบข้างก่อนนะครับ" ชายหนุ่มในชุดเกราะหนังที่ทำจากเกล็ดสัตว์เลื่อยคลาน ที่ค่อยทำหน้าที่นำทางของเขา ได้แยกตัวออกไปแล้วเริ่มจัดรูปแบบป้องกัน โดยมีพวกเขาอยู่ตรงกลาง


    เด็กหนุ่มและเด็กสาวได้แต่พยักหน้าให้เขา ก่อนจะหันมายิงแห้งๆใส่กัน


    วู๊ดดดดดดดดด~~~


    ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เตรียมตัว เสียงหลอดเขาสัตว์สำหรับประกาศสงครามก็ดังขึ้น พวกเขาทั้งสี่คนและคนรอบข้างต่างหันมองนอกกำแพงอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่ด้านนอกพวกสัตว์เวทไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ต่างวิ่งตะบึงเข้าสู่กำแพงเมืองอย่างไม่กลัวตาย รอบตัวพวกมันเต็มไปด้วยฝุ่นผงที่กระจัดกระจาย  จนเห็นเพียงดวงตาสีแดงเลือดที่เรืองแสงอยู่ในเงามืดอย่างเลือนลางเท่านั้น


    โฮกกกก กรรรรรรรรร


    เสียงร้องของพวกสัตว์เวทหลากหลายเผ่าพันธุ์ ต่างดังระงมจนฟังไม่รู้เรื่องในบริเวณไกลจากกำแพง พวกมันเข้าสู่ระยะยิงของนักธนูและอุปกรณ์สงครามทั้งหลายแล้ว เสียงของลูกธนูที่พุ่งออกจากสาย เสียงร่ายเวทย์คำสุดท้ายดังพร้อมกับเวทย์หมดหลากหลายต่างพุ่งออกจากกำแพงเมือง เสียงเครื่องยิงธนูที่เป้าหมายเป็นสัตว์เวทขนาดใหญ่ และเสียงของเครื่องยิงหินที่ระดมยิงไปยังที่ที่สัตว์เวทรวมตัวกันจำนวนมาก เสียงพวกนี้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของพวกสัตว์เวท


    นี้คือการเริ่มต้นของภัยพิบัติสิ้นปี!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1824 AiTemmm (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 07:13
    อยากกินเนื้อ น้ำเยอะแล้ว
    #1,824
    0
  2. #1767 Winzex (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 17:48
    โอ่ทะเลแสนงามมมมม~~ น้ำเยอะจัดชักจะอิ่มแล้ว
    #1,767
    0
  3. #1739 TwistyToNg (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 14:14
    สู้ๆ ไรต์ ใครพูดมากช่างหัวมัน ถ้ามันไม่ชอบก็ให้มันไปเขียนอ่านเอง สนุกแล้ว!!
    #1,739
    0
  4. #1438 thetonzakung (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 19:48
    เห้ออ่านมาเกินครึ่ง น้ำเยอะฉิบ
    #1,438
    0
  5. #1091 phairatw (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 14:21
    ขอบคุณครับ
    #1,091
    0
  6. #890 123 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 22:19
    ทำไมตอนคาลอตโผล่มางานหมั้นเป็นผู้ใช้เวทย์น้ำขั้นกลาง แต่ตอนนี้เป็นจอมเวทย์ธาตุไฟซะแระ? ตกลงยังไงเนี่ย? = =
    #890
    0
  7. #590 นาร์ซีส (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 13:05
    พระเอก นางเอก โซเดมาคอมกันยังอ่ะ???
    #590
    0
  8. #476 Gnuh (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 12:25
    ขอบคุณครับ
    #476
    0
  9. #463 wit000 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 22:25
    #463
    0
  10. #462 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 20:57
    เริ่มแล้ว
    #462
    0
  11. #460 kamol1122 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 20:26
    สนุกดีครับ
    #460
    0