ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 51 : ลมปราณธาตุหยิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    2 ก.ย. 59

บทที่ 1 : ลมปราณธาตุหยิน




    เมื่อลูน่ารับรู้ได้ถึงเม็ดพลังมานาของตน เธอก็เริ่มถ่ายเทลมปราณจากจุดชีพจรเข้าไปในเม็ดพลังมานา เกิดการต่อต้านกันของผิวเม็ดพลังกับลมปราณ ที่พยายามจะเข้าสู่ภายในของเม็ดพลัง นี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพวกโนเลส เม็ดพลังไม่อาจจะรับพลังมานาในธรรมชาติได้


    ในยามปรกติเม็ดพลังจะมีรูหรือพื้นผิวที่ยอมให้มานาไหลเข้าและออกได้อย่างอิสระ ถ้ายิ่งมีรูมากเท่าใดก็ยิ่งสามารถใช้มานาได้มาเท่านั้น เมื่อแรกเกิดรูเล่านี้จะปิดตัวเองไว้ เมื่ออายุครบสิบปีมันจะคลายตัวออก ทำให้แต่ละคนมีพลังมานาเริ่มต้นที่ต่างกันนั้นเอง และมีการฝึกฝนที่เปิดรูมานาได้ก่อนอายุสิบปีเช่นกัน


    แต่กลับพวกโนเลส เมื่ออายุครบสิบปีกลับการเป็นว่ารูเหล่านี้ไม่ยอมเปิด แล้วยังทำการปิดกันการดูดซับมานาเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย ทำให้พวกโนเลสไม่สามารถใช้เวทย์หรือกระตุ้นอุปกรณ์เวทย์ด้วยมานาได้เลยแแม้แต่น้อย


    สิ่งที่ครรชิตทำให้กับลูน่านั้นคือการฝั่งมานาลงไปบนจุดชีพจร ซึ่งมันจะให้ร่างกายของเธอมีมานาอยู่ แต่มานานั้นก็ไม่อาจเพิ่มได้มีแต่ลดลง ดังนั้นในทุกวันเธอจะต้องกินลมปราณเหลวเข้าไปเพื่อฟื้นฟูมานาที่เสียไปในแต่ละวัน และวันนี้เขาจะสร้างรูขึ้นบนเม็ดพลังมานานั้นเอง


    ถึงจะสร้างได้เพียงรูเดียว แต่ลูน่าก็สามารถสะสมลมปราณเป็นทะเลลมปราณได้ และไม่ต้องดูดซับลมปราณเหลวเพื่อเพิ่มลมปราณอีกต่อไป เธอสามารถกลั่นมานาในธรรมชาติให้เป็นลมปราณได้แล้ว นั้นจะช่วยให้เธอพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มกำลังรบให้กับพวกเขาอีกด้วย แมนเดรกก็เป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลอีกต่อไป


    "พยายามทะลวงไปเรื่อยๆ ถ้าเจ็บก็อย่าฝืน ถอดลมปราณออกแล้วค่อยทะลวงใหม่" ครรชิตแนะนำเมื่อเห็นใบหน้าของลูน่าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด


    ในโลกของเซียนอมตะ เมื่อมีลมปราณในร่างกายมากพอ พวกเขาก็จะค้นหาจุดที่เม็ดพลังลมปราณอยู่ แล้วทำการเติมเต็มลมปราณลงไป จนกลายเป็นทะเลลมปราณ ซึ่งนั้นจะทำให้พวกเขาใช้วรยุทธได้ แต่ที่นี้พวกเขามีเม็ดพลังอยู่แล้ว แต่ลูน่ากลับไม่มีรูสำหรับเติมเต็มลมปราณ จึงทำให้เธอต้องทะลวงเม็ดพลังเพื่อสร้างรูนั้นขึ้นมาเอง


    "ช้าๆ ค่อยๆหาจุดที่เปราะที่สุด แล้วทะลวงมันดู"


    เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ลูน่าก็ยังไม่สามารถทะลวงเม็ดพลังได้ ถึงแม้จะทะลวงในจุดที่เปราะบางที่สุดก็ตาม ในที่สุดลมปราณในร่างของเธอก็เริ่มหมดลง เมื่อครรชิตเห็นดังนั้นก็บอกให้เธอหยุดก่อน


    "พอก่อนลูน่า ไปอาบน้ำและทำความสะอาดที่นี้ก่อน เดี๋ยวเราจะเริ่มใหม่"


    "เจ้าค่ะ" ลูน่าพูดด้วยเสียงเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินไปยังห้องอาบน้ำ


    ครรชิตมองตามหลังหญิงสาวไป ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ "จิตใจมีความกดดันมากเกินไป และร่างกายก็ไม่ได้ผ่อนคล้ายสักเท่าไร ทำให้การความคุมลมปราณลดลงสินะ"


    "ลูน่า มานั่งตรงนี้" ชายหนุ่มเรียกลูน่าที่ทำความสะอาดห้องเสร็จแล้วให้มานั่งข้างตน


    "มีอะไรหรือเปล่าเจ้าค่ะ" ลูน่าตอบด้วยเสียงสั่นๆ


    "เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่"


    "ข้าเชื่อใจท่าน"


    สิ้นเสียงของลูน่า เด็กหนุ่มก็รวบตัวเธอเข้ามากอด ก่อนจะลูบไล้นิ้วมือไปตามผิวหนังนอกเสื้อผ้าของหญิงสาว ทุกที่ที่นิ้วมือลากผ่านเขาจะส่งลมปราณเข้าไปคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ด้วยการกระตุ้นกล้ามเนื้อเบาๆ ทุกครั้งที่กล้ามเนื้อถูกกระตุ้น ลูน่าจะส่งเสียงครางเบาๆออกมา จุดไหนที่มีเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวครางด้วยความสุขมากยิ่งนัก


    การกระตุ้นกล้ามเนื้อเบาๆดำเนินไปสักพัก จนลูน่าเริ่มหอบหายใจสลับกับครางออกมาเบาๆ เด็กหนุ่มจึงเปลี่ยนไปลูบผมเธออย่างเบาๆ รวมทั้งสางผมเธอเล่นไปเรื่อยๆ


    "รู้สึกดีขึ้นหรือยัง"


    "จะ เจ้าค่ะ" ลูน่าพูดด้วยเสียงแผล่วเบา พร้อมกับใบหน้าที่แดงซ่านและเสื้อผ้าที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ที่มีกลิ่นกายของหญิงสาวผสมอยู่มันตลบอบอวนไปทั่วทั้งห้อง


    "ร่างกายก็ไม่ตึงเครียดแล้ว ตอนไปก็สภาพจิตใจสินะ ตอนนี้ในหัวคิดอะไรอยู่น่ะ" ครรชิตก้มหน้าลงไปจ้องมองดวงตาของหญิงสาวในอ้อมกอด


    "ขะ ข้าไม่ได้คิดอะไรน่ะ เจ้าค่ะ" หญิงสาวหลบหน้าของเด้กหนุ่มที่ยื่นเข้ามาใกล้ มันใกล้เสียจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่สัมผัสกับปลายจมูกของเธอ


    "เช่นนั้นก็ดี เราจะได้เริ่มการทะลวงเม็ดพลังมานาอีกครั้ง" ครรชิตพูดด้วยเสียงอ่อนโยน และยิ้มไปให้ลูน่าที่หน้าแดงอยู่ในอ้อมกอด


    เด็กหนุ่มเรียกผลวิวัฒน์ออกมาอีกสิบสามลูก ก่อนจะแปลงมันเป็นลมปราณเหลวบริสุทธิ์ทั้งสิบสามลูก สิบสามลูกคือจำนวนสูงสุดที่ร่างกายของลูน่าจะรับได้พร้อมกัน ในตอนนี้จุดชีพจรและเส้นชีพจรของเธอสามารถรับได้มากกว่าเดิมถึงสามเท่า จากการชำระล้างร่างกายที่ผ่านมา แต่ชายหนุ่มมิได้บอกเธอ เพราะต้องการให้เธอควบคุมลมปราณจากทั้งสิบสามเม็ดให้ดีเสียก่อน มิเช่นนั้นเธออาจเกิดความเสียหายภายในได้


    เมื่อลูน่าได้รับลมปราณเหลวอีกสิบสามลูก ร่างกายของเธอก็ปรากฏพลังมานาแผ่ออกมาจางๆ ขับเน้นให้ผิวของเธอดูเปล่งปลั่งขึ้นอีก ประกอบกับเม็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามผิวหนัง ทำให้เธอดูสดสวยและยั่วยวนอย่างยิ่ง ครรชิตไม่ได้แสดงอาการมากนัก เขาเพียงแค่ค่อยๆลูบผมเธอเบาๆ อย่างเรื่อยเปื่อยเท่านั้น


    ลูน่าเริ่มรวบรวมลมปราณในร่าง ก่อนจะชักนำมันไปยังเม็ดพลังมานาของเธอ คิ้วของลูน่าขมวดขึ้นเมื่อพบว่าลมปราณที่เธอชักนำมาในครั้งแรก ไม่สามารถเจาะรูบนเม็ดพลังมานาได้ เธอจึงเพิ่มความเข้นข้นและจำนวนของลมปราณที่ใช้ จนในที่สุดเม็ดพลังของเธอก็เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น เธอค่อยๆมุ่งความสนใจไปยังจุดที่เกิดเสียง แล้วใส่ลมปราณเข้าไปอีก


    ด้านนอกร่างกายของเธอปรากฏเม็ดเหงื่อที่มากกว่าเดิม และหน้าของเธอเริ่มซีดเหมือนไร้เลือดไปหล่อเลี้ยง ครรชิตได้แต่บีบนวดตามแขนและขา เพื่อผ่อนคลายร่างกายของเธอเบา และเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเช่นกัน


    ปัง!


    ในที่สุดเม็ดพลังมานาก็เกิดรูเล็กๆขึ้นมาบนพื้นผิวขนาดใหญ่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมัน เขาได้ยินเสียงนี้เช่นเดียวกับลูน่า เพราะในร่างกายของเธอมีลมปราณของเขาอยู่เล้กน้อย เพื่อป้องกันการเหือดแห้งของลมปราณในจุดชีพจรนั้นเอง เขายิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะประทับริมฝีปากบนหน้าผากเธอเบาๆ ส่วนหญิงสาวนั้นไม่ได้รับรู้สิ่งใดอีก เพราะเธอหมดสติไปตั้งแต่เกิดเสียงทะลวงสำเร็จแล้ว


    เวลานี้เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เกือบจะตกแล้ว สองสาวพี่น้องปรากฏขึ้นที่วงเวทย์เคลื่อนย้าย ทั้งคู่ออกมาจากวงเวทย์ด้วยสภาพโชกเลือด แต่มิใช่เลือดของพวกเธอแน่นอน เพราะร่างกายของพวกเธอมิได้มีบาดแผลแม้แต่น้อย พวกเธอเดินเข้าไปในกระโจมเงียบๆ


    ด้านในกระโจมที่มืดสลัวเล็กน้อย เพราะแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้ามิได้ให้แสงมากนัก พวกเธอได้โคจรมานาเล้กน้อยเพื่อให้มองเห็นได้เช่นยามกลางวัน สิ่งที่พวกเธอเห็นคือสองนายบ่าวกำลังนั่งหลับอยู่บนโซฟา โดยทาสสาวหลับอยู่ในอ้อมกอดของเจ้านาย ส่วนเจ้านายหนุ่มนั้นก็ใช้ศีรษะของเธอเป็นที่รองนอนเช่นกัน ทั้งคู่ต่างมีร่องรอยของความเหนื่อล้าปรากฏให้เห็นบนใบหน้า


    สองพี่น้องยิ้มให้กัน ก่อนที่คนเป็นพี่จะจุดตะเกียงเวทย์โดยให้ไฟที่สว่างเล็กน้อย ส่วนคนน้องเดินไปยังห้องอาบน้ำเพื่อเตรียมอ่างอาบน้ำนั้นเอง พี่สาวของเธอเดินผ่าทั้งสองคนไปยังห้องครัว ก่อนจะทำอาหารง่ายๆเป็นเนื้อย่างและซุปมันฝรั่ง


    เมื่อสองพี่น้องเตรียมการเสร็จทั้งคู่ก็ปลุกทั้งสองคนที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นจากนิทรา


    "พี่จูเนียร์ ตื่นได้แล้ว" ลิลลี่เขย่าแขนของชายหนุ่มที่กำลังสบายอยู่ จนเขากระพริบตาด้วยความง่วงงุนเหมือนยังตื่นไม่เต็มที่


    "คร๊าบ~" ครรชิตพูดด้วยน้ำเสียงยานครางเล็กน้อย ก่อนจะหันไปปลุกลูน่าที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา


    "ตื่นเถอะลูน่า ได้เวลาอาหารค่ำแล้วนะ"


    "เจ้าค่ะ โอ๊ย!" ลุน่าสะดุ้งสุดตัวก่อนที่หัวจะไปกระแทกกับคางของเด็กหนุ่ม จนเขามึนหัวไปสักพัก


    "อูย เจ็บๆ" ครรชิตลูบคางเบาๆ ถึงแม้จะไม่เจ็บมากก็ตาม


    หลังจากทุกคนทานอาหารค่ำอย่างเรียบร้อยแล้ว สองสาวก็ถามถึงเหตุการณ์ในการทะลวงเม็ดพลังมานา ซึ่งทั้งคู่ก็พูดออกไปตามตรง เพียงแต่ลูน่าพูดไปหน้าแดงไปด้วยเท่านั้นเอง หลังจากฟังจบทั้งคู่ก็อยากเห็นว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง


    "นั้นสิ ข้ายังไม่รู้เลยว่าเจ้าได้ลมปราณธาตุใด ระหว่างธาตุหยินหรือว่าธาตุหยาง" ครรชิตพูดออกมา เพราะเขาเองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบ


    "ข้าก็ไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ นายท่าน ว่าแต่ธาตุหยินและหยางคืออะไรหรอเจ้าค่ะ" ลูน่าถามด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับสาวๆที่อยู่ภายในห้องโถงนี้


    "อืม หยินคือพลังด้านลบ ส่วนหยางก็เป็นพลังด้านบวกละมั้ง ถ้าตามที่เจ้าเรียนกันมา หยินก็เหมือนธาตุมืด ส่วนหยางก็ธาตุแสงนั้นแหละ แต่มันยังแยกย่อยธาตุต่างๆได้อีกหลากหลาย เอาเป็นว่าลองดูเองละกัน ลูน่า รวบรวมลมปราณมาที่ฝ่ามือ แล้วคิดว่ามันพุ่งออกมาจากมือกลายเป็นก้อนพลังดู" ครรชิตอธิบายออกไป แต่ทุกคนก็ยังทำสีหน้าไม่เข้าใจอยู่ดี เขาจึงให้ลูน่าเรียกพลังลมปราณออกมา เพื่อเป็นตัวอย่างในการอธิบาย


    "เจ้าค่ะ" ลูน่าตอบอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะหลับตาลงปล้วโคจรลมปราณในร่างกายให้มันรวมกันที่ฝ่ามือที่หงายขึ้น ณ จุดกึ่งกลางของฝ่ามือปรากฏหยุดน้ำหยดเล็กๆขึ้น มันมีขนาดเพียงเม็ดถั่วดำเท่านั้น สีของมันเป็นสีฟ้าใสกระจ่าง มันเปล่งแสงสีน้ำเงินออกมารอบๆ และมันทำให้อุณหภูมิรอบข้างลดลงไปหลายองศา


    ครรชิตที่เห็นลูกบอลลมปราณปรากฏขึ้นก็ยิ้มอย่างถูกใจ ก่อนจะแผ่ลมปราณของตนหุ้มมันไว้ แล้วตัดมันออกจากการควบคุมของลูน่า ซึ่งตอนนี้ลูน่าหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พร้อมกับลืมตาขึ้นมาจ้องไปที่ลูกบอลลมปราณสีฟ้าสดใสในมือของจูเนียร์


    "เอาล่ะ ลูน่าโคจรลมปราณฟื้นฟูลมปราณที่เสียไปได้เลย แล้วก็ฟังคำอธิบายไปด้วย" เมื่อเห็นลูน่าพยักหน้ารับรู้ เด็กชายก็ยกลูกบอลลมปราณไปตรงหน้าทุกคน


    "นี้คือลมปราณธาตุหยิน ที่มีพลังธาตุน้ำ ดังนั้นมันจึงเป็นพลังที่คล้ายคลึงกับธาตุน้ำแข็ง เพราะว่าลมปราณะาตุหยินเป็นลมปราณที่มีความเย็นจัดตามธรรมชาติของมัน ทำให้ตอนนี้ลูน่าน่าจะใช้เวทย์ธาตุน้ำและน้ำแข็งได้ เหมือนพวกจอมเวทย์ทวิธาตุ แต่ก็แค่เวทย์ระดับต่ำเท่านั้นในธาตุน้ำแข็ง ส่วนเวทย์ธาตุน้ำได้ในระดับกลางหรือเวทย์ของพวกผู้ใช้เวทย์ธาตุเท่านั้น ส่วนจะพัฒนาต่อไปนั้นต้องสะสมลมปราณให้มากพอที่จะตกผลึกเป็นเม็ดพลังลมปราณให้ได้เสียก่อน โดยต้องใช้ศิลาจิตอสูรธาตุน้ำหรือน้ำแข็งก็ได้ในครั้งแรก แต่ครั้งที่สองต้องเป็นธาตุที่ไม่ได้เลือกในครั้งแรก แล้วสลับไปจนครบเก้าเม็ด ก็จะมีพลังเทียบเท่าจอมเวทย์ทวิธาตุของจริง" ครรชิตจิบน้ำเล็กน้อยในระหว่างอธิบาย เขามองหน้าสามสาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความตกใจและตื่นตระหนัก ก่อนจะกลายเป็นยินดีในท้ายที่สุด


    เพราะคำอธิบายของเขาทำลายสามัญสำนึกของโรสแมรี่ ลิลลี่และลูน่าโดยสิ้นเชิง เป็นจอมเวทย์ทวิธาตุได้โดยไม่ต้องฝึกฝนเวทย์! ถึงแม้พลังจะน้อยกว่าจอมเวทย์ธาตุ แต่ถ้ามีลมปราณมากพอก็เพิ่มความแข็งแกร่งให้เวทย์ได้ทั้งสองธาตุพร้อมกัน ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปละก่อคงเกิดการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเคล็ดลับนี้แน่นอน


    เพียงมีผลวิวัฒน์ก็สามารถเปลี่ยนคนไร้มานาหรือโนเลสให้กลายเป็นจอมเวทย์ทวิธาตุได้ โดยใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนจากที่พวกเธอลองคิดดูมันแค่หนึ่งเดือนกับสองอาทิตย์เท่านั้น นี้ไม่ใช่ความเร็วที่น่าตื่นตระหนักหรอกหรือ พวกเธอได้แต่คิดว่าตนเองช่างโชคดีเสียจริงที่ได้เจอกับจูเนียร์ เขาช่วยพวกเธอให้แข็งแกร่งขึ้นได้ภายในไม่กี่เดือน มันช่างเป็นสิ่งวิเศษเสียจริง


    "ถ้าเช่นนั้นช่วยพวกเราสร้างเม็ดพลังลมปราณด้วย" โรสแมรี่ขอร้องกับครรชิตด้วยการกอดแขนเขาไว้แน่ แล้วส่งสายตาออดอ้อนไปให้ เช่นเดียวกันลิลลี่ก็ทำแบบเดียวกับพี่สาวตน แต่เปลี่ยนจากสายตาออดอ้อนเป็นสายตาลูกหมาหิวน้ำแทน


    "ก็ได้ๆ แต่วันหลังนะ ตอนนี้มันดึกแล้ว ไปนอนกันเถอะ" สิ้นคำพูดพวกเขาทั้งสี่คนก็เดินเข้าห้องนอนในกระโจมเวทย์หลังนี้ โดยเด็กชายโดนลากไปยังห้องของสามสาวอีกครั้ง ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์ซื้อกระโจมเวทย์ที่มีสองห้องนอนมาแล้ว แต่กลับไม่ได้ใช้อีกห้องแม้แต่น้อย เพราะเขาโดยลากไปนอนที่ห้องพวกเธอประจำ ถ้าเขาไม่ยอมพวกเธอก็มานอนกลับเขาในห้องเล็กๆแทบซะงั้น


    ครรชิตและสามสาวปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปห้วงแห่งความฝัน ทิ้งให้กระโจมเวทย์เงียบสงัดลงในค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาอย่างไร้ซึ่งเมฆบดบัง ในทุ่งหญ้าแห่งนี้มีจำนวนกระโจมนับร้อยที่ยังคงมีแสงไฟ และอีกหลายร้อยหลังที่ดับไฟเข้าสู่ความเงียบสงบ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1861 Waiwit (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 07:42
    พระเอกไม่ค่อยบู้เลยอ่ะ
    #1,861
    0
  2. #1823 AiTemmm (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 07:01
    เนื้อเรื่องช้ามากอ่ะ วนแต่อยู่กับสาวๆ
    #1,823
    0
  3. #886 phairatw (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 20:20
    ขอบคุณครับ
    #886
    0
  4. #527 Katana (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 19:14
    มีแต่เรื่องของสาวๆตลอดทุกตอนเลยนะ - -"
    #527
    0
  5. #439 Gnuh (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 20:25
    ขอบคุณครับ
    #439
    0
  6. #366 Urtrash (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 01:11
    เเลดูอีโรติค
    #366
    0
  7. #359 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 15:04
    #359
    0
  8. #358 deknoomza (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 13:55
    พระเอกไม่ลุยเลย อยู่แต่กลับผู้หญิง
    #358
    0
  9. #355 มะลิลา (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 00:37
    จริงๆแล้วหยิน ไม่ใช่พลังด้านลบ และหยางก้ไม่ใช่พลังด้านบวกนะ มันแค่เป็นคู่ตรงข้ามกันเฉยๆ อยู่ด้วยกันส่งเสริมกันข่มกัน แยกจากกันไม่ได้ คือดีทั้งสองอย่าง ต้องมีทั้งสองอย่าง อันนี้พูดตามตำราอี้จิงของจีนนะ ในร่างกายคนต่องมีทั้งหยินและหยางอยุ่แล้ว แต่ปกติผู้หญิงจะมีหยินมากหน่อย ผู้ชายจะมีหยางมากหน่อย ถ้าเกิดกลับกันผู้หญิงมีหยางมากกว่า ก้จะแสดงลักษณะแกร่งเกินหญิงออกมาได้ เป็นต้น แต่จริงๆอย่ามองว่าอันไหนดีหรือไม่ดี ขอให้เลือกใช้ให้ถูกกับตัวก้ดีหมดแหละ

    แล.แค่ไม่อยากให้ไรต์และคนอ่านเข้าใจผิดนะ😊😊😊
    #355
    0
  10. #354 James'z Ks'jaxdd (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 22:09
    ขอบคุณค้าบบ
    #354
    0
  11. #353 kamol1122 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 21:16
    สนุกดีครับ
    #353
    0