ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 49 : สำรวจป่าชั้นใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    1 ก.ย. 59

บทที่ 1 : สำรวจป่าชั้นใน




    หลังจากวันแรก ทุกคนในกลุ่มครรชิตก็เริ่มมีความเข้าขากันในการโจมตีมากขึ้น แม้จะมีบางครั้งบางคราวที่ยังไม่ได้เรื่องก็ตาม ทุกๆวันพวกเขาจะค่อยๆเรียนรู้การต่อสู้เป็นทีม จนในที่สุดก็ผ่านไปสิบสองวัน ทุกวันพวกเขาจะไปสำรวจดูเจ้าแมนเดรกระดับสาม ในตอนนี้มันก็ยังอยู่ดี แต่ป่ารอบๆมันเหมือนมีการต่อสู้อย่างรุนแรงปรากฏให้เห็นทั่วๆไป


    เขาไม่ได้สำรวจว่ากลุ่มใดเข้ามาเจอกับแมนเดรก พวกเขาเลือกที่จะไม่สนใจ เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาภูเขาเฟธ มักไม่ได้เก่งขนาดฆ่าสัตว์เวทระดับสามได้ เขาจึงไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับการฆ่าแมนเดรกสักเท่าไร วันนี้พวกเขามีเป้าหมายอยู่ที่สัตว์เวทระดับสองนั้นเอง หลังจากต่อสู่กับสัตว์เวทระดับหนึ่งทั้งแบบทีมและตัวต่อตัวจนทุกคนคุ้นชินกับสัตว์เวทระดับหนึ่งแล้ว ก็ได้เวลาเพิ่มระดับของสัตว์เวทเพื่อพัฒนาฝีมือให้สูงขึ้นไป


    การล่าสัตว์เวทระดับสองแทบไม่ได้อยู่ในหัวของกลุ่มคนที่อยู่รายรอบภูเขาเฟธเลยสักนิด เพราะพวกเขากว่าจะฆ่าสัตว์เวทระดับหนึ่งได้สักตัว ต้องใช้คนที่มีขั้นนักรบระดับกลางขึ้นไปสี่คนเลยทีเดียว และส่วนใหญ่มักเป็นนักรบระดับสูงกันเท่านั้นที่มาที่นี้ คนเก่งๆมักไปที่อื่นกันหมด เพราะมีทรัพยากรให้เก็บเกี่ยวเยอะกว่าที่นี้ เพราะที่นี้เป็นแหล่งล่าของนักผจญภัยมือใหม่นั้นเอง จึงทำให้มีนักผจญภัยมากวาดล้างอยู่เสมอๆ ทำให้ที่นี้แทบไม่มีสัตว์เวทออกมาป้วนเปียนมากนัก


    การจะหาสัตว์เวทระดับสอง ตามที่ใบภารกิจที่ได้มา พวกมันมักอยู่ในเขตป่าชั้นใน ไม่คอยโผล่ออกมาที่ป่าชั้นนอกและชายป่ามากนัก นานๆครั้งถึงจะพบสักตัวที่ออกมาจากเขตป่าชั้นใน ทำให้เขตการล่าในตอนนี้อยู่ที่เขตป่าชั้นในนั้นเอง พวกเขาเคลื่อนที่มุ่งตรงตัดชายป่าปละป่าชั้นนอก เข้าสู่เขตป่าชั้นในทันทีหลังจากถึงลานแมนเดรก


    "เตรียมตัวให้พร้อมละ เราจะเข้าสู่เขตสัตว์เวทระดับสองแล้ว" ครรชิตเตือนสาวๆให้ระวังตัว เมื่อพวกเขาเข้าไปในป่าชั้นในแล้ว เนื่องจากลมปราณของพวกเธอมีความแข็งแกร่งพอๆกับสัตว์เวทระดับสองนั้นเอง


    "รู้แล้วจ๊ะ" โรสแมรี่ขยิบตาให้ชายหนุ่มก่อนจะหยิบแส้อสรพิษมรกตขึ้นมาเตรียมไว้ ส่วนคนอื่นๆก็เรียกอาวุธออกมาเตรียมต่อสู้


    "เช่นเดิม ข้านำหน้าพวกเจ้าระวังหลังให้ข้าด้วย" ครรชิตพุ่งตัวไปทางที่จับสัญญาณสิ่งมีชีวิตและคลื่นมานาที่แผ่ขยายออกมา


    ฟุบ! เสียงลูกธนูพุ่งผ่านเด็กหนุ่มไป


    มันมุ่งไปยังอสรษิพมรกตที่อยู่ทางซ้ายมือของเด็กหนุ่ม มันกำลังชูคอเตรียมฉกคนที่เดินผ่านมันไปนั้นเอง แต่กลับมีคนสังเกตเห็นมัน เป้นลูน่าที่จับมันได้ก่อนจะปล่อยลูกธนูเพื่อปลิดชีพมัน


    "ขอบใจ" เด็กหนุ่มหันมาพูด ก่อนจะเคลื่อนที่ต่อไป บางครั้งเขาก็ไม่สามารถจับสัญญาณของสัตว์เวทที่สามารถแฝงตัวกลมกลืนไปกับมานาในธรรมชาติ เช่นเจ้าพวกงู หนูและสัตว์เวทตัวเล็กๆ เพราะสัญญาณชีวิตมันต่ำและคลื่นมานาก็แทบจะเป็นแบบเดียวกับธรรมชาตินั้นเอง


    "มิได้เจ้าค่ะ" ลูน่าพูดเบาๆ ก่อนจะตามนายท่านของเธอไป โดยมีสองสาวพี่น้องที่มองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะตามไปบ้างโดยไม่ลืมเอาซากอสรษิพมรกตไปด้วย


    ในป่าชั้นในส่วนมากเต็มไปด้วยต้นไม้ที่มีรอบวงขนาดใหญ่ประมาณสี่คนโอบ พวกมันขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและปิดคลุมแสงแดดมิให้ส่องลงมาได้ ทำให้ผืนป่ามีเพียงแค่แสงสลัวๆ ที่พอจะมองเห็นเส้นทางได้เท่านั้น แต่นั้นมิใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา เพราะด้วยการโคจรมานาทำให้ประสาทสัมผัสดีขึ้น การมองเห็นในที่มีแสงน้อยเช่นนี้ แทบไม่แตกต่างจากการเดินกลางแจ้งแม้แต่น้อย


    พวกเขามุ่งไปยังจุดที่มีคลื่นพลังเวทย์แผ่กระจายออกมา ส่วนใหญ่มักเป็นสัตว์เวทระดับหนึ่ง เมื่อเจอพวกเขาก็สลับกันเข้าไปโจมตี ถ้ามันเป็นฝูงใหญ่พวกเขาก็ค่อยไล่ฆ่าไปที่ละตัว ถ้าเจอเดียวๆก็ให้สาวๆฝึกฝีมือกันไป ส่วนเขาเมื่อไม่มีอะไรทำก็คอยระวังหลังให้พวกเธอ ไม่ก็ฝึกฝนลมปราณเงียบๆ เพราะที่ภูเขาเฟธมีความเข้มข้นของมานามากกว่าที่เมืองหลวงอเคเซียหลายเท่า จึงไม่แปลกที่นี้จะมีสัตว์เวทมากมาย


    พวกเขาได้ประโยชน์เป็นอย่างมากทั้งการเพิ่มความเข้มข้นของมานาของสามสาว ซึ่งมันจะทำให้พวกเธอมีพลังมานาที่แข็งแกร่งขึ้น ในตอนนี้พวกเธอยังไม่สามารถกลั่นสกัดมานาให้เป็นลมปราณได้เอง จึงได้เพิ่มความเข้มข้นของมานาจนกว่าจะถึงที่สุด แล้วเขาจะช่วยพวกเธอกลั่นสกัดเอง พวกเขาใช้เวลาช่วงกลางวันตามล่าสัตว์เวทตามใบภารกิจ ตัวไหนไม่อยู่ในบัตรภารกิจก็แทบจะไม่ไปยุ่งกับมัน ยกเว้นว่ามันจะเฝ้าสมุนไพรที่เขาต้องการไว้มันก็จะถูกล่อออกไปแล้วเก็บสมุนไพรนั้น


    เมื่อพวกเขามาถึงจุดที่คลื่นมานาเข้นข้มมากพอสมควร มันน่าจะเป็นสัตว์เวทระดับสองที่อยู่บริเวณนี้ ทั้งสี่คนหันไปสังเกตรอบๆ เพื่อหาร่องรอยของคลื่นพลังมานาที่แผ่ออกมา จนในที่สุดทุกคนก็จ้องไปทางเดียวกัน ตรงนั้นมีหินขนาดใหญ่เท่ารถยนต์ตั้งอยู่ใต้รากของต้นไม้


    "เต่าศิลา?" ครรชิตพูดอย่างไม่แน่ใจ เพราะตรงหน้านั้นคล้ายกระดองของเต่าศิลาจริงๆ


    "น่าจะใช่จ๊ะ" โรสแมรี่หยิบเอาหนังสือที่รวบรวมรูปภาพของสัตว์เวทขึ้นมาเปรียบเทียบ


    "พี่โรสค่ะ ปรกติมันจะอยู่ริมน้ำไม่ใช่หรอ ทำไมมันมาอยู่ที่นี้ละ" ลิลลี่ถามด้วยความสงสัย เพราะจากที่เธอเคยอ่านผ่านๆในตอนถูกบังคับเรียน คุ้นๆว่าเต่าศิลาชอบอยู่แถวริมน้ำและมักอยู่เป็นคู่เสียด้วย


    "น่าจะพ่ายแพ้มาจากการต่อสู้ละมั้ง" ครรชิตพูดออกไป เพราะกระดองมันมีรอยแตกในบางจุดนั้นเอง


    "พวกเราเตรียมตัวเถอะ ถึงมันจะอยู่ระดับสองกลางๆ แต่ก็เป็นตัวทดสอบพลังโจมตีของพวกเราได้อย่างดี"


    สิ้นเสียงของครรชิตทุกคนต่างยืนประจำตำแหน่งเมื่อต่อสู้เป็นกลุ่มทันที ครรชิตยืนอยู่แนวหน้า มีลูน่ายืนง้างธนูอยู่หลังสุดพร้อมเจ้าไลก้า ซึ่งทั้งคู่สักเกตความเคลื่อนไหวรอบๆ และตรงกลางมีสองสาวที่กำลังถือคถาเตรียมร่ายเวทย์ถนัดของแต่ละคนอยู่


    ครรชิตพุ่งเข้าไปใกล้เจ้าเต่าศิลาที่นอนนิ่งอยู่ เมื่อมันสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก มันยกหัวและตัวของมันขึ้น จากก้อนหินที่สูงเกือบสองเมตรก็กลายเป็นสี่เมตรในพริบตา หัวของมันมีลักษณะเหมือนเต่าอัลลิเกเตอร์ และรูปร่างของมันก็คล้ายคลึงกัน เพียงแต่มันมีขนาดเท่ารถยนต์เท่านั้นเอง มันหันหัวมาทางชายหนุ่มก่อนที่มันจะพุ่งหัวออกมาฉกกัด


    เด็กหนุ่นหลบไปด้านข้าง เมื่อเห็นหัวที่มีปากอันแหลมคมพุ่งเข้ามายังตัวของเขา ชายหนุ่มยกดาบฟันไปยังลำคอที่เปิดโล่งของมัน แต่มันกลับมีปฏิกิริยาที่ไว้กว่าที่คาดคิด ยังไม่ทันที่ดาบจะพุ่งออกไปไกลเลยแม้แต่น้อย มันก้หดหัวของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทำให้ดาบฟันได้แต่อากาศธาตุ


    "ชิ" เด็กหนุ่มส่งเสียงไม่พอใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปยังเท้าของมันแทน


    ครึก! ราวกลับร่วงรู้ความคิดของเด็กหนุ่ม มันหุบขาเข้าในกระดอง ก่อนที่จะมีหนามหินแทงทะลุออกมาจากกระดองของมัน


    "อัดอากาศ!" "อัดอากาศ!" สองสาวปล่อยเวทย์บทเดียวกันไปยังใต้ท้องของเจ้าเต่า เพื่อให้มันเสียจังหวะโจมตี เพราะถูกกระแทกจนพลิกคว่ำ แต่กลับทำได้แค่ให้มันเอียงไปทางด้านหลังเล็กน้อยเท่านั้น


    เด็กหนุ่มหยุดสองขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นหนามงอกออกมาจากกระดองของมัน และอาศัยแรงเฉี่อยที่เกิดขึ้น กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ด้านหลังของมัน ก่อนจะพุ่งตัวกลับไปยังทางด้านของสาวๆ


    ในจังหวะที่ครรชิตอยู่บนต้นไม้ ก็มีลูกธนูที่ติดหัวลูกศรด้วยแผ่นจารึกเวทย์พุ่งตามเวทย์อัดอากาศเข้าไป เมื่อบรรลุถึงเป้าหมายมันก็ระเบิดออกเป็นเวทย์อัดอากาศเช่นเดียวกัน เพียงแต่เกิดเฉพาะจุดที่ตกกระทบเท่านั้น ทำให้กระดองหินของเจ้าเต่ากะเทาะออกมาหลายชิ้น มันไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่หยุดการเคลื่อนไหวของเต่าศิลาได้ในที่สุด


    หลังจากยกแรก ทั้งสี่คนก็ระดมโจมตีไปยังเต่าศิลาที่เอาแต่หลบอยู่ในกระดอง โดยมีหนามหินเป็นเกราะอีกชั้นของมัน เด็กหนุ่มโจมตีดาบการใช้ดาบฟันไปที่หนามของมัน เพื่อเปิดทางเข้าไปทำลายกระดองที่ปิดส่วนหัว ขาและหางของมันเอาไว้ ส่วนสองสามนักเวทย์ก็ใช้เวทมนตร์โจมตีไปยังท้องของมัน เพื่อทำลายส่วนที่เปราะบางที่สุด ส่วนลูน่าค่อยยิงสกัดไม่ให้มันหนุมตัวโจมตี เพราะเวทย์อีกอย่างของมันคือการสร้างแรงหมุนของร่างกาย ด้วยการสร้างแท่นหมุนขึ้นใต้ตัวนั้นเอง


    เมื่อมันเริ่มสร้างแท่นหมุน ลูน่าจะส่งเสียงบอกให้สองสาวโจมตีให้มันเอียงเล็กน้อย ก่อนจะยิงธนูที่ติดเวทย์ระเบิดน้ำเข้าใส่แท่นหมุน ทำให้แท่นหมุนถูกระเบิดทำลายไป ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเต่าศิลามาหลายครั้ง และบางครั้งที่สองสาวยังไม่อาจโจมตีได้ เด็กหนุ่มจะใช้เวทย์สร้างหลุมดินขึ้นมาที่ฝั่งหนึ่งของกระดอง เพื่อทำให้ตัวมันเอียงนั้นเอง


    พวกเขาใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีถึงจะฆ่ามันได้ เพราะกว่าจะทำให้พลังมานาของมันหมดจนใช้เวทย์ไม่ได้ ก็เกือบสิบนาทีหลังจากนั้นก็เป็นการเจาะร่างกายเพื่อฆ่ามัน แต่มันกลับพยายามหนีจนทำให้พวกเขาเสียเวลาไล่จับมันอยู่นาน จนในที่สุดมันก็ตายด้วยการถูกกระแทกจนตาย เพราะอาวุธของพวกเขาไม่คมพอที่จะผ่ากระดองของมันได้นั้นเอง


    "ช่วยกันแยกชิ้นส่วนเถอะ ก่อนที่เลือดมันจะไปเรียกตัวอะไรมา" โรสแมรี่แนะนำ เพราะพวกเข้าต่อสู้กันเสียงดังเกินไป และป่าส่วนหายเป็นบริเวณกว้าง ทำให้มันอาจจะเรียกความสนใจจากสัตว์เวทตัวอื่นๆได้นั้นเอง


    "ครับ" "ค่ะ" ทุกคนต่างช่วยกันเลาะกระดองของมันออกมา หลังจากมันตายลงมานาในร่างของมันก็ตกผลึกทั้งหมด ทำให้กระดองที่เต็มไปด้วยพลังเวทกลายเป็นหินแข็งๆเท่านั้น


    เมื่อทุกคนชำแหละร่างของเต่าศิลาเสร็จเรียบร้อย เวลาก็เลยเที่ยงไปเล็กน้อยแล้ว


    "กินข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ" ลูน่าส่งกล่องข้าวให้ทุกคน


    ทุกคนต่างขึ้นไปบนต้นไม้ตรงที่มีกิ่งไม้ ตรงจุดนั้นเป็นจุดปลอดภัยจากสัตว์เวทที่อยู่บนพื้นดินและสัตว์เวทที่บินได้นั้นเอง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่พวกเขาจะออกไปลุยกับสัตว์เวทระดับสองต่อ


    "วันนี้ลูน่าทำอะไรมาน่ะ" ลิลลี่ที่ชอบลุ้นกับอาหารกลางวันที่ลูน่าทำให้เธอ เพราะบางวันก็เป็นข้าวผัดที่มีจากจัดเป็นรูปน่ารักๆ


    "วันนี้ ข้าทำเมนูเนื้อกวางเขาเลื่อยชุบแป้งทอดเจ้าค่ะ คุณหนูเล็ก"


    "บู๊~ เรียกข้าว่าลิลลี่ก็พอ" ลิลลี่ทำแก้มป่องก่อนจะเปิดกล่องไม้ที่ด้านในเป็นเนื้อทอดชิ้นใหญ่ พร้อมกับขนมปังก้อนใหญ่กับสลัดผักต่างๆ


    อาหารส่วนใหญ่ในแผ่นดินทลายฟ้า เหมือนกับอาหารทางแถบยุโรปนั้นเอง คือส่วนใหญ่เป็นเนื้อและผักที่กินกับขนมปังเป็นส่วนใหญ่ และมีบางที่ใช้ข้าวทำเป็นข้าวต้ม แต่ไม่มีการหุ้งข้าวเป็นข้าวสวย เพราะข้าวส่วนใหญ่เป็นข้าวสาลีและข้าวบาเลย์นั้นเอง เขาที่เป็นคนจากประเทศที่กินข้าวสวยเป็นหลัก ก็ไม่ได้แย่นักเพราะอาหารในยุคสมัยเขา ก็แทบจะเป็นแบบยุโรปทั้งหมดอยู่แล้ว จึงทำให้ปรับตัวได้ง่ายๆ


    "มิได้เจ้าค่ะ"


    "ช่างเถอะ มากินอาหารกลางวัน แล้วออกล่ากันเถอะ วันนี้เพิ่งได้ตัวเดียวเอง" ครรชิตพูดกับสาวๆ เพราะวันนี้พวกเขาพบสัตว์เวทระดับสองแค่ตัวเดียวเอง ที่ผ่านมาเจอแต่ระดับหนึ่ง สงสัยต้องเข้าไปลึกกว่านี้อีกหน่อย จากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อยในระหว่างทานอาหารไปด้วย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1859 Waiwit (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 07:26
    พระเอกควรหัดสู้ตั้งกะตอนแรกแล้วเน้อ มัวแต่เพิ่มระดับอย่างเดียว พออย่างนี้เลยต้องมาเริ่มหัดสู้
    #1,859
    0
  2. #874 phairatw (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 20:15
    ขอบคุณครับ
    #874
    0
  3. #629 cutehell (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 07:17
    น้ำท่วมจอ
    #629
    0
  4. #436 Gnuh (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 20:04
    ขอบคุณครับ
    #436
    0
  5. #340 kamol1122 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 22:45
    สนุกดีครับ
    #340
    0
  6. #335 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 20:57
    สะสมประสบการณ์... พัฒนาทีมไปเรื่อยๆ
    #335
    0