ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 42 : จอมเวทย์ธาตุดินและเม็ดพลังลมปราณที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    1 ก.ย. 59

บทที่ 1 : จอมเวทย์ธาตุดินและเม็ดพลังลมปราณที่หนึ่ง



     หลังจากนั่งฟังการประชุมเกี่ยวกับแผนการล่าสัตว์เวทในเทศกาลล่าสัตว์เวทเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก็ได้ข้อสรุปออกมานั้นคือ ใช้แผนเดิมอย่างเช่นปีก่อนๆ โดยให้ทหารรับจ้างของลุงมาสันเป็นทัพหลัก และทหารรับจ้างของร้านอื่นๆเป็นทัพสนับสนุน โดยปีนี้มีจำนวนทหารรับจ้างมากกว่าเดิมเกือบสองเท่าตัว และยังมีของสนับสนุนทั้งยา ชุดเกราะ เสื้อผ้ากันความหนาวและอาวุธชั้นดีที่ได้มาจากร้านค้าในกลุ่มการค้า'Orebal' ทำให้ปีนี้คงเก็บทรัพยากรได้จำนวนมาก

     เขตการล่าครั้งนี้คือภูเขาและเทือกเขาหลังเมืองหลวงนั้นเอง เพราะปีที่แล้วสัตว์เวทมาจากภูเขาจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่ามันมาจากไหนกันเยอะขนาดนั้น เพราะเพิ่งกวาดร้างก่อนภัยพิบัติสิ้นปีไปหยกๆ แต่ก็ยังมีจำนวนที่เยอะผิดปรกติอยู่ดี ปีนี้ทางวังหลวงเลยจัดพื้นที่ล่าและภารกิจอีกที่หนึ่งที่เทือกเขาหลังเมืองหลวงขึ้น โดยให้กองกำลังต่างๆสามารถเข้าร่วมได้

     ปรกติแล้วเทือกเขาเหล่านี้ จะใช้ทหารหลวงและทหารอาณาจักรในการกวาดร้าง แต่ปีที่แล้วไม่สามารถกวาดร้างได้ทุกพื้นที่ ปีนี้จึงจัดตั้งภารกิจเพื่อกำจัดจำนวนสัตว์เวทจากเทือกเขาให้น้อยที่สุด และยังกระจายทหารไปช่วยกวาดร้างรอบๆเมืองอีกด้วย

     ส่วนพวกเด็กๆและพวกครรชิตจะถูกวางไว้ที่แนวหลังหรือที่ฐานบัญชาการนั้นเอง ซึ่งปีนี้จะใช้กระโจมนำทัพที่ได้มาเป็นรางวัลจากกิลด์การค้าจากการกลุ่มการค้าขยายตัวขึ้นเป็นกลุ่มการค้าขนาดกลางโดยจะใช้มันเป็นฐานบัญชาการ กระโจมนำทัพเป็นอุปกรณ์เวทย์โบราณที่ไม่ทราบวิธีการผลิตแล้ว ส่วนใหญ่มักจะหาได้จากกิลด์ใหญ่ๆ หรือไม่ก็ดันเจี้ยนชั้นลึกๆเท่านั้น

     มีของขนาดเล็กกว่ากระโจมนำทัพที่ยังสามารถผลิตขึ้นมาได้เรียกว่ากระโจมเวทย์นั้นเอง ด้านในจะมีพื้นที่ขนาดเท่าห้องนอนขนาดใหญ่เลยทีเดียว แต่สู้กระโจมนำทัพไม่ได้ที่มีพื้นที่เท่าบ้านหลังใหญ่ๆเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเวทย์ป้องกันการโจมตีและเวทย์พรางตาระดับสูงอีกด้วย

     นอกจากทัพหลัก ทัพเสริมและแนวหลังแล้ว ยังมีกองขนส่งที่เป็นทหารรับจ้างของเพื่อนลุงมาสัน ที่เชี่ยวชาญในด้านฝึกสัตว์ปีกที่ใช้ในการต่อสู้และขนส่งทางอากาศอีกหนึ่งกองทัพ

     โดยปรกติกองขนส่งจะมาจากกองทัพลุงมาสันนั้นเอง เพียงไม่กี่สิบคนสำหรับการขนเสบียงและยุทธภัณฑ์ไปส่งให้ทัพหลัก แต่คราวนี้คนเพิ่มแล้วมีสัตว์เวทที่บินได้อีกจำนวนหนึ่งจึงกลายเป็นกองขนส่งอย่างที่เห็น

     ครรชิตที่ได้ฟังข้อสรุปก็เดินตัวปลิวออกจากที่ประชุม แล้วนำข้อสรุปที่ได้ไปบอกบิดาตน เพื่อที่จะได้ขอพักยาวๆหลังจากฝึกทั้งเวทย์ ลมปราณและการปรุงยาจนแทบไม่มีเวลาพัก ไหนจะต้องค่อยรับมือกับการออดอ้อนอันไร้เดียงสาของลิลลี่เวลาอยู่ด้วยกันสองคน ไหนจะต้องรับมือกับพี่โรสที่จะกลับบ้านทุกวันหยุด ซึ่งเขาต้องทำการรับมือกับแม่เสือกระหายเลือดนี้ จะดีหน่อยตรงที่ลูน่าค่อยปรนบัติแบบเบาๆให้เป็นครั้งคราว

     และด้วยเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มจัดเวลาการฝึกฝนต่างๆไว้อย่างเต็มอัตราศึก เพราะไม่รู้ว่าภัยพิบัติสิ้นปีมันจะรุนแรงขนาดไหน เพราะตามคำบอกเล่าของจูเนียร์ที่หมู่บ้านกรีนพีช จะเจอกองทัพสัตว์เวทประมาณสองพันถึงสามพันตัวเท่านั้นเอง ซึ่งแค่กองกำลังป้องกันหมู่บ้านก็เพียงพอรับมือแล้ว แต่ที่นี้มันเป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรไม่ต่ำกว่าล้านคนแน่นอน จำนวนสัตว์เวทน่าจะประมาณสิบล้านตัวเป็นอย่างต่ำ

     ในตอนนี้เขากลายเป็นจอมเวทย์ธาตุดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขากำลังเลือกศิลาจิตอสูรธาตุต่างๆในระดับสามเพื่อหลอมรวมกับเม็ดพลังมานาอยู่ เพราะตอนนี้เขาสามารถใช้การหลอมรวมธาตุที่สองได้แล้ว แต่เขายังไม่แน่ใจว่าจะหลอมรวมเอาธาตุที่สองเลยดีหรือไม่ แล้วค่อยไปเสี่ยงว่ามันจะเป็นธาตุเดียวกับธาตุรองหรือไม่ ถ้าใช่เขาก็ไม่สามารถพัฒนาเป็นจอมเวทย์ไตรธาตุได้นั้นเอง

     แน่นอนว่าการที่เขาเป็นจอมเวทย์ธาตุดินนี้ยังไม่มีใครรู้แม้กระทั่งภรรยาทั้งสองของเขา หรือจะเป็นทาสสาวที่ไม่เคยห่างกายเขาก็ไม่ทราบ การควบคุมพลังของเขาเข้าขั้นชำนาญแล้วเพราะเขาเข้าใจการควบคุมมานาอย่างลึกซึ่งแล้วนั้นเอง จากการที่เขาใช้พลังมานาในการโคจรไปรอบร่างกายทุกวัน ทำให้เขาเข้าใจถึงคุณลักษณะของมานาแล้วนั้นเอง

     "นายท่าน เจ้าค่ะ" ลูน่าที่เดินตามหลังมาเอ่ยทักเมื่อเห็นเจ้านายของตนเหม่อยลอยขณะเดินไปยังศาลากลางน้ำ

     "หืม" เขาหันไปมองด้านหลังก่อนจะเดินต่อไปอย่างช้าๆ

     "มีอะไรหรือเปล่า" เขาถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของลูน่า

     "นายท่าน ท่านจำได้ไหมเจ้าค่ะ ว่าท่านเคยบอกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่นายท่านทำไม่ได้"

     "จำได้สิ อยากให้ข้าทำอะไรละ"

     "ช่วยข้าให้ใช้มานาได้ไหมเจ้าค่ะ" ลูน่าตอบกลับด้วยสีหน้ามีความหวัง

     "ข้าทำได้ แต่เจ้ากล้าที่จะลองหรือไม่" เขาเอ่ยเสียงเรียบ ในใจก็ลอบยินดีว่าจะมีหนูทดลองการฝึกลมปราณของตนแล้ว

     "เจ้าค่ะ" ลูน่าตอบกลับทันที

     ครรชิตได้แต่คิดในใจ ว่าในตอนนี้เขาบรรลุหลอมกระดูกเพชรเรียบร้อยแล้ว และสามารถความคุมกลิ่นหอมให้มีผลต่อใครได้บ้างแล้ว และเมื่อบรรลุหลอมกระดูกเพชรแล้ว ขั้นจิตแห่งเจตนาก็ไม่ต้องผ่านขั้นตอนแรกไปขั้นตอนสร้างทะเลลมปราณได้เลย ตอนนี้การสร้างทะเลลมปราณของเขาก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน เขากำลังจะสร้างเม็ดพลังเม็ดแรกในคืนนี้พอดี และก็มีหนูทดลองฝึกลมปราณอีกด้วยในคืนนี้

     การที่เขาสร้างทะเลลมปราณได้ไวเพราะผลวิวัฒน์ ผลวิวัฒน์เป็นอาหารสำหรับสัตว์เวทระดับสามขึ้นไป มันมีมานาที่หนาแน่นจนกลายเป็นของเหลวนั้นเอง ของเหลวนั้นคือลมปราณนั้นเอง ผู้คนในแผ่นดินทลายฟ้าไม่สามารถดูดซับมานาจากมันได้ เพราะมันเข้มข้นเกินไปจนเป็นพิษต่อร่างกาย แต่ไม่ใช้สำหรับสัตว์เวทระดับสามขึ้น พวกมันสามารถดูดวับมานาเหลวนี้ได้และยังสามารถดูดซับได้ทั้งหมดอีกด้วย จึงทำให้พวกมันพัฒนาการระดับได้อย่างรวดเร็วนั้นเอง

     ผลวิวัฒน์สามารถหาซื้อได้เรื่อยๆได้ที่กิลด์นักฝึกสัตว์หรือร้านค้าสัตว์เวท พวกมันมีราคาไม่แพงมากนักแค่ผลละสิบสองเหรียญจิตมารเท่านั้น ในตอนแรกที่เขาได้ยินชื่อมัน เขาต้องการเอามันมาพัฒนาระดับของเจ้าไลก้านั้นเอง แต่เมื่อเขาได้มันมาจากการให้ดูลันไปซื้อมา มันแทบทำให้เขาเก็บอาการประหลาดใจและดีใจจนเนื้อเต้นไม่ได้ จนต้องบอกให้ดูลันและลูน่าไปรับซื้อมาให้มากที่สุดเท่าที่มีเงินอยู่ตอนนั้น ทำให้ได้มันมาเกือบสองร้อยผลในวันเดียว และเพิ่มขึ้นทุกๆวัน จนตอนนี้แหวนมิติขนาดเล็กสองวงเต็มไปด้วยผลวิวัฒน์เลยทีเดียว

     "มานั่งนี้สิ"

     "เจ้าค่ะ" ลูน่ามานั่งบนตักข้าเหมือนทุกทีที่ข้าเรียกนาง ข้าลูบหัวนางเบาๆ ก่อนจะเอาผลวิวัฒน์ออกมาหนึ่งผล

     "เจ้ารู้ใช่ไหมว่านี้คืออะไร"

     "เจ้าค่ะ"

     "งั้นก็คงรู้ว่ามนุษย์ไม่สามารถดูดซับมานาเหลวนี้ได้ แต่ข้าสามารถทำให้เจ้าดูดซับมันได้ เจ้าต้องการมันไหมแลกกับความเจ็บปวดอย่างน้อยสามทิวาราตรี" เขาเอ่ยเสียงนุ่มขณะเดียวกันก็โอบกอดและลูบหัวนางอย่างช้าๆ

     ลูน่าพยักหน้าให้เด็กหนุ่มเจ้าของตักที่นางนั่งอยู่ เด็กชายปล่อยพลังบางอย่างออกมาจากฝ่ามือ พลังนั้นค่อยๆลอกเปลือกของผลวิวัฒน์ ผลวิวัฒน์มีรูปร่างเหมือนส้มที่มีเปลือกสีเทาซีดๆ เนื้อด้านในมันมีสีแดงสดเหมือนโลหิตและมีเม็ดเป็นสีขาวราวกับกระดูก เมื่อผลวิวัฒน์สีแดงสดปรากฏออกมามันก็แพร่รัศมีของพลังมานาที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ยิ่งนัก

     พลังของผลวิวัฒน์หนึ่งลูกเท่ากับน้ำครึ่งแก้วที่เติมลงในทะเลลมปราณเลยทีเดียว เหมือนกับว่าใช้เวลากลืนกินและกลั่นมานาในธรรมชาติถึงครึ่งวันในครั้งเดียว ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับครรชิต ยิ่งมีมากเขาก็ยิ่งก้าวสู่การเป็นเซียนอมตะเร็วขึ้น

     เด็กหนุ่มค่อยๆบีบอัดและคันเอาเฉพาะน้ำสีแดงที่เต็มไปด้วยมานาของผลวิวัฒน์ออกมาเท่านั้น เขาค่อยๆอัดมันเป็นเม็ดเล็กๆเท่านิ้วโป้ง จนสีที่แดงสดกลายเป็นแดงเข้มจนเกือบจะกลายเป็นสีดำ เขาประคองเม็ดพลังนี้จอไปที่ปากของหญิงสาวในอ้อมกอด ก่อนสงสายตาอบอุนไปให้

     "อ้าปากแล้วกลืนมันลงไป อย่างนั้นแหละเด็กดี" ครรชิตยิ้มน้อยๆให้ลูน่าก่อนจะประทับริมฝีปากเบาๆ แล้วถอนออกมาแล้วจ้องไปยังใบหน้าของลูน่าที่เริ่มแดงซ่าน นี้ไม่ใช้อาการเขินอายแต่เป็นเพราะร่างกายของเธอร้อนขึ้นจริงๆ จนเกิดสีแดงเนื่องจากเลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อระบายความร้อน เมื่อเห็นดังนั้นครรชิตก็เริ่มควบคุมเม็ดพลังให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ด้วยการใช้มือจับที่มือของหญิงสาวก่อนจะส่งพลังปราณของตนไปควบคุมเม็ดพลังอีกที

     "ปล่อยตัวตามสบาย แล้วจับเส้นทางที่เม็ดพลังวิ่งผ่านให้ดี เมื่อข้าช่วยเจ้าโคจรรอบแรก ข้าจะปล่อยให้เจ้าโคจรต่อเอง" ครรชิตพูดอย่างอ่อนโยน ขณะเดียวกันก็ค่อยเคลื่อนเม็ดพลังอย่างช้าๆ ยิ่งเม็ดพลังเคลื่อนผ่านไปนานเท่าใดมันยิ่งมีขนาดเล็กเรื่อยๆจนครบหนึ่งรอบมันก็สลายหายไป

     นี้เป็นสิ่งที่นิยมทำกันในดินแดนที่เซียนอมตะผู้นั้นจากมา เรียกว่าวิชาถ่ายทอดลมปราณฝ่ายอธรรม โดยอาจารย์หรือผู้ฝึกสอนจะสร้างเม็ดพลังที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณขึ้นมาหนึ่งเม็ด แล้วส่งมันเข้าสู่ร่างของลูกศิษย์โดยตรง แล้วค่อยๆโคจรมันไปทั่วเส้นชีพจรในร่างกาย เมื่อครบรอบเม็ดพลังนั้นจะหายไปเอง แต่วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่จะฝึกตนเป็นเซียนอมตะ เพราะจะทำให้ร่างกายไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะรับทัณฑ์สวรรค์นั้นเอง แต่เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธทั่วไปมากกว่า

     ยังมีอีกวิธีที่เป็นที่นิยม แต่วิธีนี้ใช้เวลายาวนานในการสร้างลมปราณขึ้นมาได้เอง นั้นคือการดูดซับลมปราณจากเม็ดยา สมุนไพรหรือแก่นสัตว์ปีศาจนั้นเอง เมื่อได้พลังมากพอที่จะโคจรไปทั่วร่างได้ก็เริ่มโคจรด้วยตัวเอง ถ้าสำเร็จก็จะสามารถเพิ่มพูนลมปราณได้ด้วยการโคจรไปเรื่อยๆแล้วมันจะดูดซับจากธรรมชาติหรือจะใช้วัตถุที่มีลมปราณก็ได้ แต่ถ้าโคจรไม่ครบรอบพลังลมปราณที่สะสมไว้จะหายไปหนึ่งส่วนแล้วต้องเริ่มสะสมใหม่แล้วค่อยโคจรอีกครั้ง

     วิธีแรกมีผลลัพธ์ที่แน่นอนแต่มาพร้อมกับความเจ็บปวดมหาศาล เพราะร่างกายที่ไม่เคยได้รับลมปราณไม่อาจปรับสภาพได้ในเวลารวดเร็ว จึงเป็นที่มาของความเจ็บปวด ส่วนวิธีที่สองมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวแต่กลับไม่มีผลกระทบต่อร่างกายเลยแม้แต่น้อย ทำให้วิธีการแรกมักจะถูกเรียกว่าวิชาถ่ายทอดลมปราณฝ่ายอธรรม ส่วนวิธีที่สองถูกเรียกด้วยชื่อการถ่ายทอดลมปราณฝ่ายธรรมนั้นเอง

     "ดีมากๆ อย่าเสียสมาธิละ การโคจรครั้งแรกก็ยากอย่างนี้แหละ" ครรชิตพูดอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นว่าสีหน้าของลูน่า ปรากฏความเจ็บปวดและทรมานขึ้นเป็นบางครั้ง และเขาก็ยังมิได้ถอนลมปราณของเขาออกจากร่างกายของนาง เขาค่อยๆติดตามการโคจรของนางอย่างใกล้ชิด

     ปัง! เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในร่างกายของลูน่า ทำให้นางสั่นสะท้านครั้งหนึ่ง

     "เจ้าโคจรรอบแรกได้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องโคจรอีกเรื่อยๆจนกว่าเจ้าจะไม่รู้สึกเจ็บปวด" ชายหนุ่มยังคงพูดด้วยเสียงนุ่มๆ และค่อยลูบหัวแล้วเช็ดหน้าของลูน่าที่เต็มไปด้วยเหงื่อสีคล้ำ ที่บ้างครั้งก็มีเลือดสีดำส่งกลิ่นเหม็นไหลซึมออกมา

     "เจ้าว่าข้าใช้วิธีกับภรรยาข้าดีไหมนะ พวกเจ้าจะได้อยู่กับข้าสักหลายร้อยปีถึงหลายพันปี ฮ่าๆ" ครรชิตหัวเราะอย่างมีความสุข เมื่อเขาสามารถอยู่ที่จะอยู่กินกับเหล่าภรรยาของเขาได้นับพันปี จะมีความสุขใดเทียบเท่านี้ได้เล่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #975 โอเอ็มที่ร้าก (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 23:56
    อย่าเชียวผิดมากมาย (ต้องปล่อยให้ตายแล้วหาเมียใหม่)

    ^~^
    #975
    0
  2. #867 phairatw (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 08:43
    ขอบคุณครับ
    #867
    0
  3. #425 Gnuh (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 15:30
    ขอบคุณครับ
    #425
    0
  4. #233 wit000 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 00:01
    ขอบคุณครับ
    #233
    0
  5. #232 บ้า บอ คอ แตก (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 23:38
    ผมขยายตัวอักษรไม่ได้ช่วยแก้ให้หน่อยได้ไมครับ
    #232
    0
  6. #231 Revival (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:53
    ขอบคุณคร้าบบบบ
    #231
    0
  7. #230 เอกภพไร้ขอบเขต (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:36
    อ้อนี่สินะจุดประสงค์หลัก...555+
    #230
    0
  8. #229 toy (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:24
    สร้างครอบครับอมตะเลย 555
    #229
    0
  9. #228 olbuslo (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 22:16
    คิดดี ทำดี 
    #228
    0
  10. #226 สาลิน (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 21:49
    น่าสนๆ อยุ่ด้วยกัน ครองโลกไปเลยจ้าาา
    #226
    0
  11. #225 แว่นใส (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 21:23
    เป็นความคิดที่ดี
    #225
    0
  12. #224 Urtrash (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 20:43
    ความคิดดีย์ 'w')
    #224
    0
  13. #223 นิค&NIck (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 20:23
    เอาเลยสิครับอยู่กันนานๆเผลอเป็นอมตะด้วยขอแค่ไม่ตาย ถ่ายทอดวิธีให้ภรรยาเลย
    #223
    0