ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 40 : เริ่มการปรุงยาอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    1 ก.ย. 59

บทที่ 1 : เริ่มการปรุงยาอีกครั้ง



     "ข้าอยากรู้ว่าเจ้าทำอะไรกับน้องสาวข้าหรือไม่" โรสแมรี่เอ่ยถามชายหนุ่มอย่างจริงจัง

     "ข้าไม่ได้ทำอะไร เพราะเวทย์มันไม่ส่งผลถึงข้า มันทำให้ข้ารู้ความฝันของลิลลี่เท่านั้น" ครรชิตตอบตามตรง

     "งั้นหรอ แล้วเรื่องห้องทำงานจะเอายังไงดี"

     "ใช้โต๊ะหนังสือที่มุมอ่านหนังสือแทนก่อนได้ไหมครับ พี่โรสแมรี่ เดี๋ยวข้าจะขอให้ลุงคามิลมาสร้างห้องทำงานของข้าที่หลัง" ครรชิตพูกอย่างเกรงใจ เพราะตนเพิ่งยึดห้องของเธอไปนั้นเอง

     "เอางั้นก็ได้ ยังไงมันก็มีแค่เอกสารนี้นะ ห้องทำงานคงไม่ต้องหรอก" โรสแมรี่ยิ้มกว้างให้เด้กหนุ่ม ก่อนที่เธอจะเดินมากอดเขาเบาๆ

     "เพื่อน้องชายคนนี้ พี่ยอมได้ทั้งกายและใจเลยจ๊ะ" โรสแมรี่กระซิบที่ข้างหูเด็กหนุ่ม ก่อนจะผละออกไป แล้วเริ่มจัดการกองเอกสารที่มีเด็กรับใช้นำมาวางไว้ให้หลังจากเข้ามาได้ไม่นาน 

     "พี่โรสขี้โกงอ่า" ลิลลี่ก็เข้ามากอดหลังจากโรสแมรี่ผละออกไป ด้วยความที่เด็กสาวโถมมาทั้งตัว ทำให้ทั้งคู่ล้มไปบนพื้นพรม หน้าของทั้งสองห่างกันไม่มาก จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

     เป้นเด็กหนุ่มที่ได้สติก่อน เขาแกล้งเธอด้วยการประทับริมฝีปากไปบนหน้าผาก แล้วฉุดเธอให้ลุกขึ้น แล้วหนีเเข้าไปในห้องทำงาน
 ปล่อยให้เด็กสาวหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ส่วนหยิงสาวที่เห็นเหตุการณ์นั้นได้แต่ยิ้มขำๆให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

     "ไอ้พี่ชายบ้า!" ลิลลี่ได้แต่ตะโกนไล่หลังเด็กหนุ่มไป

     "เป็นอย่างไรบ้างลูน่า" ครรชิตเอ่ยทักทาสสาวที่กำลังเติมศิลาจิตอสูรไร้ธาตุระดับหนึ่งลงในเตาหลอมยาระดับกลาง เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการหลอม

     การหลอมยาระดับกลางหรือยาระดับทั่วไปแบ่งออกเป็นสองแบบนั้นคือ แบบยาระดับกลางปรกติโดยการใช้สมุนไพรและกระสายยาในการทำปฏิกิยาของสมุนไพร มีตัวเร่งเป็นมานาบริสุทธิ์ กับอีกแบบคือยาเวทย์ ซึ่งไม่แตกต่างจากยาระดับกลางปรกติ แต่มีการใช้มานาธาตุต่างๆเพื่อเพิ่มผลของยาหรือสร้างผลกระทบพิเศษ อย่างเช่นยาปรารถนาสูงสุดที่มีอยู่ในตัวของลูน่าก็เป็นหนึ่งในยาเวทย์ 

     โดยปรกติยาปรารถนาสูงสุดจะมีอีกชื่อในยาระดับกลางปรกติคือ ยาสมปรารถนา มันเป็นยาที่ทำให้คนที่ได้รับเกิดอาการประสาทหลอนเล็กน้อยและจะถูกชักจูงได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าใช้ศิลาจิตอสูรธาตุมืดเป็นตัวเร่งมันจะทำให้เกิดอาการมากกว่าปรกติ และทำให้เปิดใจกับสิ่งรอบข้างมากขึ้น หรือจะเรียกว่ามันเป็นยาเส่ห์ชนิดหนึ่งก็ได้

     เรื่องนี้เขาเพิ่งทราบหลังจากถามกับลูน่าว่ายาที่อยู่ในร่างกายของเธอ มันคือยาอะไรและมีผลแบบไหน เพราะในหนังสือยาวิเศษแห่งภูเขามานา มันเป็นยาช่วยชีวิตแทบทั้งหมด ไม่มียาแบบอื่นๆอีกเลย

     "เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ นายท่าน ตอนนี้เตาหลอมยาพร้อมสำหรับหลอมยาทั่วไปแล้วเจ้าค่ะ" ลูน่าหันมายิ้มให้กับเด็กหนุ่ม เพราะตนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบมาตั้งแต่เด็ก

     ครรชิตยิ้มให้เด็กสาวก่อนจะเดินไปหน้าเตาหลอม เพื่อตรวจสอบด้วยตัวเองอีกรอบ เมื่อพบว่าไม่มีอะไรผิดปรกติและพร้อมหลอมยา จึงยื่นหนังสือยาวิเศษแห่งภูเขามานาที่ถูกตัดแปะจนเป็นระเบียบและสามารถอ่านได้ด้วยภาษากลางไปให้เด็กสาว "รับไปสิ แล้วช่วยข้าปรุงยาในนั้นหน่อย"

     "แต่ว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่มีใครเข้าใจความหมายของมันแม้แต่คนเดียว และคนที่ลองปรุงยาตามนี้มักจะถูกยาที่ทำระเบิดจนบาดเจ็บและล้มตายไปหลายพันคนแล้วนะค่ะ นายท่าน" ลูน่าแสดงใบหน้าที่หวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน เพราะคนที่เธอรู้จักหลายคนต่างเคยพยายามหลอมยาตามสูตรในหนังสือนี้ นอกจากล้มเหลวยังเกือบเสียชีวิตด้วยซ้ำ จนหนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือต้องห้ามสำหรับนักปรุงยาเสียด้วยซ้ำ

     "ไม่ต้องห่วง ลองเปิดดูสักหน่อยสิ แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง" ครรชิตยิ้มขำๆไปให้ลูน่า ทำไมเขาจะไม่ทราบ เพราะตอนไปส่งยาและถามถึงวิธีการปรุงยาในหนังสือนี้กับนักปรุงยาประจำร้านลุงเมอลีน ก็เห็นสีหน้าและคำอธิบายเช่นนี้เหมือนกัน

     ลูน่าที่เปิดหนังสือออกดูก็ต้องประหลาดใจ เมื่อหนังสือด้านในเต็มไปด้วยเศษกระดาษที่ถูกตัดและแปะลงไปใหม่หลายสิบแห่ง หรือจะเรียกว่ามันถูกตัดและเย็บใหม่ทั้งเล่มเลยก็ได้ หลังจากอ่านไปสักพักหน้าตาของลูน่าก็กลายเป็นตื่นเต้นและสนุกสนานสมวัย เหมือนกับว่านี้เป็นตัวตนจริงๆของเธอก็ได้ ครรชิตที่เห็นดังนั้นก็เกิดอาการอยากแกล้งจึงหยิกแก้มเจ้าตัวเบาๆ

     "นายท่าน ข้าเจ็บนะเจ้าค่ะ" ลูน่าหันมาทำหน้าบึ้งให้เขาแว่บหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นสีหน้าเจ็บปวดและสำนึกผิดในวินาทีต่อมาก่อนจะขอโทษชายหนุ่ม "ขออภัยเจ้าค่ะ ดิฉันลืมตัวไปเจ้าค่ะ" แล้วกลับไปสนใจหนังสือต่อ

     "ไม่เป็นไร อ่านจบแล้วก็บอกข้าด้วย เราจะได้เริ่มปรุงยาเสียที"

     หลังจากผ่านไปสักพักลูน่าที่อ่านหนังสือจบแล้ว ก็ถูกครรชิตถามถึงสิ่งที่เขาสะดุดในการปรุงยาจากเธออย่างหมดเปลือก จนเขาได้ความรู้ใหม่ๆมาเยอะแยะ และยังช่วยแชร์ความรู้ความเข้าใจของพวกเขาทั้งสองคนเกี่ยวกับการปรุงยาให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย เมื่อการปรึกษาผ่านไปก็ได้เวลาลองปรุงยาจริงๆเสียที

     "ลูน่า ขอหญ้าครามทับทิมที่ถูกบดแล้ว"

     "เจ้าค่ะ" ลูน่าส่งครกบดยาที่ภายในมีของเหลวสีแดงปนน้ำเงิน และเศษพืชอยู่ด้านใน

     เขาเทของเหลวในครกลงไปบนถ้วยกรองเพื่อแยกน้ำและกากพืชออกไป นำน้ำที่ได้ใส่เข้าไปในเตาหลอมยาเวทมนตร์ 

     เตาหลอมยาเวทมนตร์มีรูปร่างเป็นหม้อที่ทำจากเงินบริสุทธิ์และลงเวทย์คงทนเอาไว้ ด้านบนมีฝาปิดที่ทำจากเงินเช่นกัน โดยที่ฝาปิดมีช่องให้ใส่วัตถุดิบสามช่อง และด้านในเตาหลอมมีหลุมสองชั้นโดยชั้นแรกใช้ในการผสมวัตถุดิบด้วยกัน เมื่อวัตถุดิบเข้ากันดีแล้วมันจะไหลลงสู่ชั้นที่สองด้วยตัวเอง ในชั้นที่สองมันจะสกัดตัวยาออกมา และด้านล่างของหลุมชั้นที่สองสามารถเปิดได้เมื่อหลอมยาสำเร็จแล้ว เพื่อนำยาออกมา ไม่ว่าจะเป็นยาแบบเม็ดหรือน้ำ

     ช่องด้านบนมีตัวอักษรกำกับไว้อย่างชัดเจนว่าต้องใส่อะไรในช่องไหน โดยช่องแรกเป็นสมุนไพรที่ต้องการหลอมสกัด ช่องที่สองเป็นกระสายยาและช่องที่สามเป็นช่องใส่ศิลาจิตอสูรสำหรับเป็นเชื้อเพลิงสกัดยา ถ้าไม่ใช้ศิลาจิตอสูร ผู้หลอมสามารถถ่ายมานาลงไปได้ด้วยตัวเองเช่นกัน

     เตาหลอมยาเวทมนตร์แบ่งได้สามระดับคือ ระดับต่ำเรียกเตาหลอมยาเงิน ระดับกลางเรียกเตาหลอมยาทองและระดับสูงเรียกเตาหลอมยาเพชร โดยเตาหลอมยาเงินมีช่องใส่วัตถุดิบสามช่อง เตาหลอมยาทองมีช่องใส่วัตถุดิบสี่ช่อง และเตาหลอมยาเพชรมีช่องใส่วัตถุดิบที่ห้าช่อง โดยช่องที่เพิ่มคือเป็นช่องที่ใส่สมุนไพรหรือกระสายยาเสริมนั้นเอง ซึ่งจะทำให้ได้ผลยาที่ดีขึ้นหรือแย่ลงแล้วแต่ตัววัตถุดิบ

     หลังจากรอสักพักจนช่องที่ใส่สมุนไพรเรื่องแสงขึ้นมา เขาก็หันไปหยิบเอาน้ำกลั่นที่ผสมยางต้นโอ๊ตร้อยปีใส่ลงไปในช่องตัวกระสายยา ก่อนจะปิดช่องใส่กระสายยาไป แล้วรอคอยให้มันเรืองแสงขึ้น ถ้ามันไม่เรืองแสงก็แสดงว่าการหลอมล้มเหลวและต้องเริ่มหนึ่งใหม่อีกครั้ง

     "นายท่านเจ้าค่ะ" ลูน่าเรียกชายหนุ่มหลังจากที่ใส่ตัวกระสายยาเรียบร้อยแล้ว

     "มีอะไรรึ ลูน่า"

     "ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ข้าขอทราบได้ไหมเจ้าค่ะ ว่าทำไมนายท่านถึงแก้ปริศนาในหนังสือยาวิเศษแห่งภูเขามานาได้เจ้าค่ะ" ลูน่าก้มหน้าลงแต่ก็ชำเลืองมามองหน้าชายหนุ่มอย่างลุ้นคำตอบในคำถามที่เพิ่งถามเจ้านายตนเองไป

     "อืม~ มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรนี้น่ะ ถ้าเจ้าอ่านมันหลายๆรอบก็คงสังเกตได้สินะ ว่าบางประโยคมันมีหมายเลขกำกับอยู่ แค่ลองสับเปลี่ยนและเรียงลำดับมันดูก็น่าจะแก้ปริศนานี้ได้ เพียงแต่ว่าจะมีใครคาดเดาการเรียงลำดับได้หรือไม่ก็เท่านั้น" ครรชิตตอบลูน่าด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ และภาคภูมิใจในตัวเองเล็กน้อย

     "นายท่าน เก่งจังเลยเจ้าค่ะ ข้าอ่านมันตั้งหลายรอบแต่ไม่เคยสังเกต เจ้าพวกตัวเลขเหล่านั้นเลย" ลูน่ายิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะออดอ้อนเขาด้วยการคลอเคลียกับร่างกายของเขา ถ้าไม่ใช่ว่าที่แผ่นดินทลายฟ้าไม่มีเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาเพียงแค่มนุษย์อย่างเดียว เขาคงคิดว่าลูน่าต้องเป็นเผ่ามนุษย์ผสมแมวแน่นอน ถึงได้มาคลอเคลียกับเจ้านายแบบนี้

     "ช่างมันเถอะ เจ้ากับข้ามาช่วยกันปรุงยาจากสมุนไพรและวัตถุดิบเหล่านี้ให้หมดกันเถอะ" ครรชิตเอ่ยปากชวนทาสสาวลูน่าที่กำลังถูกหน้ากับไหล่ของเขาอยู่ในตอนนี้

     "เจ้าค่ะ" ในเวลาเดียวกับที่ลูน่าตอบรับ ฝาช่องใส่กระสายยาก็เปิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการปรุงยาครั้งนี้ล้มเหลวนั้นเอง

     "มาเริ่มใหม่กันเถอะ ลูน่าบดหญ้าครามทับทิมทั้งหมดเลย เดี๋ยวข้ากลั่นน้ำกลั่นยางต้นโอ๊คเอง"

     แล้วทั้งสองคนทั้งเจ้านายและทาสสาวต่างก็ขลุกตัวอยู่ในห้องทำงาน โดยทิ้งให้สองสาวพี่น้องให้หลับไป โดยคนหนึ่งหลับเพราะความเบื่อหน่าย ส่วนอีกคนหลับเพราะทำงานมากเกินไปนั้นเอง เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ ซึ่งได้ดูลันและอลิซาเบธที่มาช่วยกันปลุกสองสาวและลากสองนายบ่าวออกจากห้องทำงาน ให้ออกไปทานข้าวทานปลาบ้าง เพราะทั้งสี่คนหายหน้าหายตาไปตั้งแต่ช่วงเช้านั้นเอง

     ในห้องอาหารทั้งสามคนต่างรับประทานอาหารด้วยความหิวเป็นอย่างมาก ถึงแม้ลูน่าจะเป็นทาสสัญญาฝ่ายเดียวที่ไม่สามารถยกเลิกสัญญาทาสได้ แต่ก็ได้รับการปฏิบัติเช่นค่ารับใช้ทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นเวลาทานข้าวลูน่าจึงต้องทานหลังครรชิตในห้องครัวนั้นเอง ในตอนที่เด็กหนุ่มทานข่าวอยู่ทาสสาวลูน่าก็จะค่อยดูแลการเสิร์ฟและการจัดเครื่องดื่มให้เขาแทนดูลัน และดูลันก็ทำหน้าที่เป็นพนักงานเลื่อนเก้าอี้เพียงอย่างเดียวนั้นเอง

     ท่านพ่อและท่านลุงดีลก็จะออกเดินทางในตอนเช้าอีกเช่นเคย เขาไม่รู้ว่าทำไมลุงดีลถึงได้ล่าเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ เพราะสินค้าในร้านก็ไม่ได้ขาดแคลน และก็ยังไม่ถึงฤดูหนาวหรือฤดูล่าสัตว์เวทย์เลยด้วยซ้ำ ยังเหลือเวลาอีกเกือบสองเดือน เขาสงสัยแต่ไม่ได้ถามออกไป เพราะพวกท่านคงมีเหตุผลของพวกท่านเอง เขาจึงช่วยส่งเสริมเท่าที่ทำได้ ทั้งการมอบยาระดับกลางบางส่วนที่เพิ่งลองปรุงไป กับจารึกเวทย์ที่เหลืออยู่ที่พอจะมีประโยชน์ในการต่อสู้อยู่บ้าง นอกจากนี้ยังเติมยาเบื้องต้นที่ลดลงไปให้อีกด้วย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #793 สิงห์เผือก (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 01:50
    ลิลลี่เอาแต่ใจเกิน //ความลับมีแต่คนเรามันต้องบอกพ่อแม่ป่ะว้า เก็บหมดไม่ไว้ใจใครเลย
    #793
    0
  2. #423 Gnuh (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 15:11
    ขอบคุณครับ
    #423
    0
  3. #310 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 00:35
    ความลับที่สำคัญ... น่าจะถึงเวลาเปิดเผยได้แล้ว
    #310
    0
  4. #218 เอกเองครับ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 14:11
    ท่าทางท่านพ่อได้ตายก่อนที่จะปรุงยาให้สินะ
    #218
    0
  5. #205 James'z Ks'jaxdd (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 23:39
    ขอบคุณค้าบบ
    #205
    0
  6. #204 toy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 22:33
    ขอบคุณครับ
    #204
    0
  7. #203 JaJah (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:58
    เรื่องบนเตียงอ้างว่าวัยนี้เป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่พอเรื่องความเป็นความตายของครอบครัวดันไม่คุยกันแบบที่ผู้ใหญ่ควรทำ มันย้อนแย้งนะคะ
    #203
    0
  8. #202 ปกเงิน& (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:56
    ขอบคุณคับ
    #202
    0
  9. #201 แว่นใส (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:31
    บอกเรื่องยาก็ดีนะ จะได้ช่วยกัน
    #201
    0
  10. #200 MojRiSad (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:30
    ความลับมักทำให้คนที่อยู่ข้างหลังเจ็บปวด
    #200
    0
  11. #199 kanplou (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 19:13
    พ่อของจูเนียร์จะเป็นไรมั้ยน้า ูแล้วจูเนียร์รู้มั้ยอ่ะว่าพ่อตัวเองกำลังจะตายหากไม่มียาสามวิญญาณอะไรน่ั่นน่ะ 
    #199
    0