ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 20 : ของขวัญ (งานหมั้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    22 ส.ค. 59

บทที่ 1 : ของขวัญ (งานหมั้น)



     ครรชิตนั่งลงบนที่นอนแล้วเริ่มกำหนดลมหายใจที่ลึกล้ำกว่าเดิมด้วยการหายใจเข้าลึกและระบายออกอย่างช้าๆ เพื่อชำระกระดูก ไขกระดูกและอวัยวะภายใน! แม้ขั้นตอนนี้จะยากกว่าผลัดกายวชิระหลายเท่าตัวแต่กินระยะเวลาที่นานกว่าด้วยเช่นกันแต่ด้วยการใช้มานาโคจรไปตามจุดชีพจรทำให้ร่นระยะเวลาได้โดยแลกมาด้วยความเจ็บปวดเหมือนถูกกรีดไปทั่วทั้งกระดูกและอวัยวะภายในก็ตาม!

     รอบกายของครรชิตมีเกราะปราณที่ครอบคลุมทั้งร่างอยู่ตลอดเวลา เขาต้องใช้ความพยายามเล็กน้อยเพื่อเก็บซ่อนมันไว้ในผิวหนังไม่ให้เล็ดลอดออกมาไม่งั้นอาจจะมีภัยมาถึงตน ต้องรอให้เขาฝึกเวทย์ถึงขั้นผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นสูงเสียก่อนถึงจะปล่อยออกมาได้โดยไม่มีใครสสัย ถ้ามีคนสงสัยก็บอกว่าตนฝึกการเป็นนักเวทย์รบก็เพียงพอ

     การฝึกเวทย์ของเขาถึงขั้นผู้ฝึกฝนเวทย์ขั้นสูงแล้วเหลือเพียงแค่ปลุกธาตุประจำกายเท่านั้น การปลุกธาตุประจำกายได้ต้องมีพลังมานาเพียงพอและควบคุมพลังมานาได้อย่างชำนาจไม่เช่นนั้นเมื่อปลุกธาตุอาจจะต้องสังเวยชีวิตเมื่อไม่สามารถควบคุมพลังเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมาได้ ตอนนี้เขามีพลังมานาเพียงพอแต่การควบคุมยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับเขาแต่สำหรับหลายๆคนที่เห็นคงต้องบอกว่าการควบคุมของชายหนุ่มนั้นเข้าขั้นสุดยอดไปแล้ว

     เขาสามารถเปลี่ยนรูปร่างของพลังมานาไปเป็นรูปต่างๆได้ทุกๆสองวินาที สามารถคงรูปมันได้หลายสิบนาที แต่เขาก็ยังไม่พอใจเขาต้องการที่เปลี่ยนรูปร่างมันได้ตามใจนึก คงรูปมันได้ตลอดเวลาเท่านั้น! ถึงจะพอใจ

     นั้นคือสิ่งที่เขามีแต่สิ่งที่เขาแสดงให้โรสแมรี่เห็นนั้นก็แค่เขายังอยู่ที่ขั้นผู้ฝึกฝนเวทย์ขั้นกลางเท่านั้น กล่าวคือยังคงรูปได้ไม่เกินสิบวินาทีและก็ดึงออกมาเป็นรูปเป็นร่างไม่ได้ ส่วนทะเลลมปราณมีปริมาณเท่าถังใส่น้ำแล้วในตอนนี้ เพราะเขาโคจรมานาตลอดเวลาแต่มันก็ดูดซับได้อย่างช้าๆเพราะมานาเหมือนลมปราณก็จริงแต่อยู่ในรูปของอากาศ ส่วนลมปราณจริงๆอยู่ในรูปของเหลวจึงทำให้การแลกเปลี่ยนและควบแน่นต้องใช้ปริมาณมหาศาล

     ในช่วงเช้าเขาถูกปลุกด้วยเสียงเรียกของดูลัน และที่ห้องข้างๆพ่อของเขาก็ออกมาด้วยหน้าที่ที่สดชื่นทั้งๆที่เมื่อคืนกว่าท่านจะกลับก็ปาเข้าไปตีสามแล้วซึ่งเป็นช่วงที่เขาเลิกทำการฝึกหลอมกระดูกเพชรพอดี สองพอลูกเดินตามดูลันไปยังห้องอาหาร

     "เป็นไงบ้างเจ้าลูกชาย ชอบของขวัญของพ่อคนนี้ไหม" บิชอบพุดอย่างอารมณ์ดี

     "หมายความว่า?" ข้าอดไม่ได้ที่จะถามให้แน่ใจเพราะการออกไปหาของขวัญให้ข้าคืองานหมั้นนี้งั้นหรอ

     "ใช่นี้คือของขวัญที่ข้าปรึกษากับทั้งสองคนนั้นแล้ว แต่เมื่อเจ้ามีทักษะสัญญาเปล่าด้วยเจ้านั้นเลยชวนข้าออกไปหาของขวัญอีกชิ้นให้เจ้า" บิชอบตอบลูกชายของตนอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสุขใจอีกครั้งเมื่อเห็นหน้ายุ่งๆของลูกชาย

     "ไม่ถูกใจหรือไง ได้แต่งกับสาวสวยตั้งสองคน"

     "มีลูกให้ข้าอุ้มเยอะๆละ" บิชอบกดคอลูกชายและกระซิบเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน

     "ท่าน!" ครรชิตได้แต่คำรามอยู่ในคอเบาๆด้วยความรู้สึกทั้งโกรธ อายและอื่นผสมมั่วไปหมด

     "ฮ่าๆๆๆ" บิชอบหัวเราะชอบใจตลอดทางจนถึงห้องอาหารจึงหยุดลง

     ในห้องอาหารวันนี้มีผู้คนมากหน้าหลายตานั่งอยู่เต็มห้องอาหารจนแทบจะไม่เหลือที่ว่างให้สองพ่อลูกที่เข้ามาเป็นคนสุดท้ายได้นั่ง แต่ก็ยังมีที่ว่างสองสามที่ตรงหัวโต๊ะที่นั่งไปด้วย ลุงดีล ป้าเซเรน่า พี่โรสและลิลลี่ข้างละหนึ่งที่ข้างโดยทางฝั่งลุงดีลพ่อของเขาได้เข้าไปนั่งครรชิตไม่มีทางเลือกจึงนั่งติดกับลิลลี่

     ทุกจังหวะก้าวเดินตั้งแต่เข้าห้องอาหารมาทุกคนในห้องทั้งคนที่ครรชิตเคยเห็นและไม่เคยเห็นต่างจับจ้องไปที่เด็กชายที่เดินเขาไปนั่งที่ข้างครอบครัวเมอลีน แม้ครรชิตจะเหมือนเด็กอายุสิบขวบแต่ภายในนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่จะขึ้นเลขสี่อยู่แล้วจึงมีประสบการณ์ที่จะต้องนำเสนองานใหญ่ที่มีคนนับร้อยแค่สิบกว่าคนแค่นี้ไม่ทำให้เขาชะงักได้เลยแม้แต่น้อย เขาเดินด้วยหลังตรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วก้าวเดินอย่างช้าและมั่นคงตรงไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ด้านข้างลิลลี่โดยไม่ลังเลใจ

     เหล่าผู้คนที่จับตามองอยู่ต่างลอบยิ้มและประเมิณอยู่ในใจโดยพวกเขาประเมิณเด็กชายคนนี้ไว้สูงขึ้นไปอีกเมื่อเห็นการก้าวเดินไปยังที่นั่ง ถึงแม้จะท่าทางจะเหมือนหยิ่งแต่ไม่เชิดหน้าจนเกินไปเหมือนพวกขุนนางและไม่ก้มหน้าเกินไปเช่นเหล่าคนธรรมดา แต่พอดีสำหรับผู้ที่เป็นพ่อค้าหรือเหล่าเจ้าของกิจการ การตัดสินใจก็ไม่มีความลังเลแต่มุ่งมั่นไปสู่จุดหมายโดยตรง เหมาะที่จะคบหาด้วย

     แกร๊งๆ เสียงช้อนกระทบแก้วเรียกสายตาทุกคนไปยังเจ้าของร้านแห่งนี้

     "เอาล่ะๆ ที่นี้พวกเจ้าก็เจอลูกเขยข้าแล้วสินะ เรามาทานข้าวเช้าไปคุยไปกันดีกว่า เด็กๆเสิร์ฟอาหาร" ลุงดีลกล่าวขึ้นเมื่อครรชิตนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

     เมื่ออาหารเสิร์ฟเสร็จลุงดีลก็เริ่มลงมือทานอาหารเช้าอย่างช้าๆ ทุกคนในห้องอาหารแห่งนี้ก็ค่อยๆทานจนผ่านไปสักพักก็มีคนพูดขึ้น

     "ในฐานะที่เคยเจอกันมาก่อน ข้าขอถามหนุ่มน้อยหน่อยละกัน เจ้าปรุงยาได้ด้วยรึ" เสียงหวานๆที่ติดแหบเล็กน้อยดังขึ้นจากหญิงชราที่นั่งติดกับบิชอบดังขึ้นทำลายความเงียบจากการทานอาหาร

     "ครับ ท่านมาเรีย ถึงแม้ข้าจะต้องลองปรุงหลายครั้งกว่าจะได้สักเม็ดหนึ่งแต่ก็ได้มาจำนวนหนึ่งครับ" ครรชิตตอบด้วยความจริงแต่ไม่ใช้ความจริงทั้งหมดเพราะตนไม่เคยล้มเหลวกับยาทั่วไปแต่เป็นยาระดับหายากต่างหาก

     เขาได้ให้ดูลันเอายาที่ปรุงในชุดที่สองของวันนั้นไปขายอย่างลับๆในตลาดไร้ตัวตน ตลาดไร้ตัวตนเป็นตลาดกึ่งตลาดมืดที่มีกิลด์พ่อค้าเป็นเจ้าของ มันเป็นตลาดที่คนจะนำของดีมาขายในราคากลางโดยไม่ต้องประมูลโดยคนที่จะขายจะเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่เป็นร้านรับซื้อโดยส่งสินค้าให้ตรวจสอบแล้วรอเงินที่เสนอมาถ้าถูกใจก็ขาย ไม่ถูกใจก็เข้าร้านอื่น เป็นตลาดที่เหล่านักผจญภัยมักนำของมาขายในช่วงร้อนเงินเพราะตลาดไร้ตัวตนจะไม่มีการยืนยันตัวตนผู้ขายและผู้ซื้อก็ไม่รู้ตัวตนของคนขายเช่นกัน นี้จึงเป็นที่มาของชื่อตลาด ยาจำนวนหลายสิบขวดทำเงินให้ครรชิตเกือบร้อยเหรียญจิตมาร

     ยาจำนวนหลายสิบขวดทำเงินให้ครรชิตเกือบร้อยเหรียญจิตมาร เขาเอาเงินจำนวนนั้นซื้ออุปกรณ์หลอมยาเวทย์และวัตถุดิบที่ต้องการจนแทบหมด ยาระดับหายากหนึ่งในห้าที่หลอมออกมาใช้ได้ที่เหลือต่างกลายเป็นยาพิษประหลาดแทน เขาไม่กล้าที่จะทดลองจึงเก็บมันไว้ทดลองกับสัตว์ตัวเล็กๆแทน ยาที่ปรุงได้เมื่อวานก็กำลังให้ดูลันไปขายในช่วงเช้าวันนี้หลังจากส่งเขามาที่ห้องอาหารนี้เอง

     ตอนนี้ดูลันแทบจะเป็นเลขาของเขาอยู่แล้วแต่โลกนี้กลับไม่มีตำแหน่งนี้เสียนี้ เข้าเลยให้ดูลันเป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของเขาเมื่อคืนนี้เองก่อนจะถูกไล่ไปนอน ซึ่งลุงดีลก็ตกลง

     "งั้นหรอ เก่งทั้งด้านจารึกและปรุงยาสินะ แล้วการฝึกเวทย์ล่ะเจ้าไปถึงไหนแล้วเห็นหนูโรสบอกว่าเจ้ามีพรสวรรค์พอดู" เสียงจากชายชราที่ใส่ชุดคลุมสีสีน้ำเงินด้านหลังเป็นรูปหยดน้ำ ชายคนนี้ที่นั่งอยู่ปลายสุดของโต๊ะฝั่งเขาเอ่ยถามออกมา

     ท่านนี้เป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุน้ำขั้นกลางชื่อ 'คาลอต' ท่านคาลอตมักจะมาที่ร้านเพื่อซื้อศิลาจิตอสูรไปเพิ่มพลังมานาของตน ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่และผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพศิลาจิตอสูรของร้านเมอลีนดีลเลอร์แห่งนี้

     "ข้ายังไม่ผ่านขั้นผู้ฝึกฝนเวทย์ขั้นกลางเลยครับ" ข้าตอบออกไปแต่หน้านิ่งๆโดยไม่มีพิรุธใดๆ

     "น่าเสียดาย ไม่เป็นไรๆ ถ้าติดตรงไหนเจ้าก็มาปรึกษาข้าได้" คาลอตยิ้มให้ครรชิตก่อนจะหันกลับไปสนใจกับอาหารต่อ

     มีอีกหลายคำถามจากคนเขารู้จักทั้งท่าน'ฟาย่า'ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มการค้าที่ร้านเมอลีนเป็นสมาชิกที่ถามเรื่องการผลิตยาเพื่อออกจำหน่ายโดยให้ท่าน 'เมอลิน' ที่เป็นเจ้าของร้านยาเล็กๆที่มีข้อตกลงกับร้านลุงดีลในการจัดหาชิ้นส่วนสัตว์เวทที่มีคุณลักษณะทางยาเป็นตัวแทนจำหน่ายให้เพื่อป้องกันการดึงตัวของกิลด์เทพโอสถที่มักจะเอาเด็กมีพรสวรรค์เข้าไปแล้วให้ทำงานแทบจะเป็นทาสในการผลิตยาขาย (ท่านเมอลินพูดออกมาเบาๆแค่พอให้ทุกคนได้ยิน) แน่นอนทุกคนต่างรู้เรื่องนี้ดี

     ลุง'มาสัน'ที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างที่ทำงานให้ลุงดีลก็ถามเขาด้วยคำถามที่ทำเอาเขาไปต่อไม่เป็นว่า "เมื่อไรเจ้าจะมีลูก" ลุงมาสันเป็นคนตรงๆพูดจาขวานผ่าซากแต่ก็เป็นที่รักของคนในกลุ่มทหารรับจ้างของแกและเหตุนี้เองที่ลุงดีลเลือกจะจ้างพวกเขา ข้าตอบไปด้วยเสียงอ้อมแอ้มว่ารอให้โตก่อน ทุกคนต่างก็อมยิ้มให้กับข้าและสองสาว 

     และบางคนที่ข้ารู้จักแต่พวกท่านก็ไม่ถามข้าอย่าง ป้า'โซเฟีย'ที่เป็นเจ้าของร้านขายผ้าขนาดใหญ่ที่สุดในระแวกร้านของลุงดีล ลุง'คามิล'ที่เป็นเจ้าของโรงตีเหล็กที่มีข้อตกลงกับร้านลุงดีลในเรื่องรับซื้อศิลาจิตอสูรและขายอุปกรณ์ต่างๆในราคาถูกสำหรับการออกล่าวัตถุดิบให้โรงตีเหล็กของแก

     ส่วนคนที่เขาไม่รู้จักมีด้วยกันสองคนคือ ท่าน'เมสัน'ที่เป็นเจ้าของร้านประเมิณเล็กๆที่ถามเขาว่า "พอจะมีตัวอย่างจารึกเวทย์และยาที่ทำให้ข้าดูไหม เดี๋ยวข้าช่วยรับรองให้" เขาได้รู้จักกับชายคนนี้หลังจากที่ลิลลี่บอกข้าว่าเขาเป็นใคร ข้าจึงส่งแผ่นจารึกคุณภาพแย่ที่สุดคนละแผ่นกับที่ให้ป้ามาเรียตรวจสอบดูและยังส่งยาที่ผลิตเมื่อวานที่มีสีจางที่สุดไปให้ด้วยสองเม็ดเป็นยารักษาภายในและยาสมานแผล

     "ใช้ได้ๆ จารึกนี้ได้สักสองเหรียญจิตอสูร ยาทั้งสองเม็ดก็ได้เม็ดละหนึ่งเหรียญจิตมารได้ต้องให้เมอลินตรวจสอบส่วนผสมให้ข้าอีกที"

     ส่วนคนสุดท้ายที่ข้าไม่เคยเห็นหน้าคือท่าน'แคสเตอร์' ที่เป็นเจ้าของโรงประมูลขนาดกลางในเมืองนี้ ชายคนนี้ไม่ได้ถามข้าแต่ยื่นสัญญามาให้ข้าหนึ่งแผ่นแทน เมื่อข้าอ่านสิ่งที่อยู่ภายในข้าก็ยิ้มอย่างถูกใจเช่นเดียวกันแคสเตอร์ก็สบตาข้าก่อนจะยิ้มให้กันเหมือนกับเจอคนประเภทเดียวกัน มันเป็นสัญญาการรับประมูลยาและจารึกเวทย์ของข้าในอนาคต เมื่อข้านำของเขาประมูลเขาจะได้เก้าในสิบของราคาประมูลอีกสิบส่วนที่เหลือทางโรงประมูลจะรับไว้แล้วจะค่อยหาสินค้าที่เขาต้องการโดยมีส่วนลดให้สิบส่วนเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1591 CrAzy_Se@L (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 00:58
    งง ตรงช่วยพารากราฟสุดท้ายค่ะ
    คือ 9ใน10 แล้วยังได้10ส่วน คืออะไรคะ
    #1,591
    1
    • #1591-1 Freedom Pen(จากตอนที่ 20)
      22 ธันวาคม 2559 / 00:54
      เอาของไปขายหักค่านายหน้า10% ส่วนซื้อของได้ลด10% ครับผม
      #1591-1
  2. #836 esssorawit (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 02:24
    ขอแนะนำในนะครับ
    ตอนบรรยายสามารถแทนชื่อตัวละครได้เลยครับไม่ต้องแทนข้า..เขา มันดูสับสนวุ่นวายทุกคนใช้ข้าหมดเลยเมื่อแทนตัวเอง
    เช่น
    ข้าคิดว่าข้าเก่งที่สุดไม่มีใครเก่งกว่าข้าแม้แต่เขาก็ตาม(มันครุมเครืออะครับข้านี้คือข้าไหนเขานี้คือเขาไหน)
    คุณควรแทนด้วย
    จูเนียร์คิดว่าเค้าเก่งที่สุดไม่มีใครเก่งกว่าเค้าแม้ลูซิเฟอร์ก็ตาม(ภาษาแบบนี้มันจะสลวยกว่านะครับ)ช่วยเอาไปรีไรต์หน่อยนะครับ
    เป็นกำลังใจไห้สู้ๆครับ
    #836
    1
  3. #746 Thestoryofme (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 21:47
    เห็นบอกตอนแรกจารึกตกลงว่าเป็นความลับไหงกลายเป็นรู้กันทั่วไปหมดได้อ่ะ?? ตกลงเนื้อเรื่องนี่พระเอกต้องการเก็บเรื่องที่ตัวเองเก่งเป็นความลับหรือจะต้องการอวดกันแน่หว่า ??
    #746
    0
  4. #680 Don Past (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 06:34
    งงช่วงท้ายเรื่องสัญญาการประมูลครับ แบ่งผลประโยชน์กันยังไงร้านประมูลได้9/10 แล้วยังได้อีก10ส่วนที่เหลือ?
    #680
    0
  5. #586 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 22:30
    สรรพนามแทนตัวงงมากครับ แทนตัวละครตัวเดียวกันในบริบทเดียวกันมีทั้ง "ข้า" มีทั้ง "เขา" จนบางทีต้องไล่ย้อนอ่านทำความเข้าใจใหม่ว่าใครกล่าวถึงใคร แล้วพูดกับใครกันแน่
    การย่อหน้าและเว้นวรรคก็ทำให้บางจุดอ่านไม่รู้เรื่อง อ่านไม่ลื่นไหล
    ส่วนในบทนี้ ช่วงสัญญาประมูล ส่วนแบ่งยังงงๆอยู่ครับ เก้าในสิบใครได้กันแน่ แล้วถ้าแบ่งเก้าในสิบแล้ว อีกสิบส่วนมาจากไหน
    #586
    0
  6. #571 Ferizia (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 20:04
    สนุกค่ะ แอบอ่านอยู่ในหลืบในเงามาหลายตอน ขอเม้นหน่อย 5555
    //พิมผิดเยอะมากกกก บางย่อหน้านี่ อ่านแล้วงงเลย ยังไงก็เช็คคำผิดหน่อยนะคะ รึจะกลับมารีไรท์คำผิดทีเดียวก็ได้ รอนะคะ นิยายสนุก แต่เจอคำผิดมันก็อดสดุดไม่ได้ 55555
    #571
    0
  7. #554 phairatw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 13:16
    ขอบคุณครับ
    #554
    0
  8. #401 Gnuh (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 12:32
    ขอบคุณครับ
    #401
    0
  9. #292 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 23:00
    มีแต่คนจองตัว... เนื้อหอมจริงๆ
    #292
    0
  10. #210 Fresher Aeolus Zephyrus (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 02:48
    1ส่วนรึเปล่าครับ หักไป9ส่วนแล้ว จะเหลือ10ส่วนที่เหลือได้ไง == แล้วก็คนรู้จักที่ไม่ได้สนิทสนมมาถามเรื่องส่วนตัวแบบนี้ เค้าเรียกว่าสาระแนเรื่องชาวบ้าน -*- ปล.10ขวบ น้ำยังไม่มีเลย จะไปทำท้องมีลูกได้ไง -"-
    #210
    0
  11. #69 CodeNamE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 19:01
    ผีเห็นผีสินะ
    //เริ่มหลุดแล้วนะ ครรชิต
    #69
    0
  12. #61 นักอ่านพเนจร. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 22:06
    อ้าว!!พระเอกมันเปลี่ยนไปตั้งเยอะไม่มีคนสงสัยเลยรึ!?
    #61
    0
  13. #28 arm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 02:44
    ขอบคุณคับ
    #28
    0