ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 162 : ราชาเงา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    19 ม.ค. 60

บทที่ 4 : ราชาเงา (2)




    เปลวเพลิงลุกไหม้ทั่วทั้งอาคารเก่า มันทำให้อิฐสีแดงร้อนฉ่าาวกับหินหลอมเหลว เพดานและหลังคาบ้างส่วนได้เริ่มติดไฟและล่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง


    แม้เปลวเพลิงจะแผดเผารุนแรงสักเพียงใด แต่การต่อสู้ของคนสองคนกลับไม่ได้หยุดชะงักไปแม้แต่เสี้ยววินาที มีแต่จะรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป นอกจากเปลวเพลิงที่เผาไหม้อาคารส่วนใหญ่แล้ว ยังมีน้ำแข็งและต้นไม้ที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง พวกมันเป็นส่วนที่ค้ำยันไม่ให้หลังคาถล่มลงมานั้นเอง


    ทั้งเปลวเพลิงและไม้เป็นของที่ครรชิตใช้ในการสกัดกั้นการเคลื่อนไหวและการหลบหนีของราชาเงา หรือในตอนนี้มันคือองค์ชายยี่สิบ ผู้ที่ถูกทอดทิ้งจากทั้งพระบิดาและมารดา ด้วยการที่เกิดมาไร้ซึ่งพลังมานาในร่างกาย แม้จะมียศถาบรรดาศักดิ์แต่กลับไม่ได้รับความเคารพหรือเห็นใจจากบุคคลใดแม้แต่น้อย


    "เสาเกลียวหิมะหวน" เสียงกระซิบขององค์ชายยี่สิบ


    เสาน้ำแข็งที่มีส่วนยอดเสาเหมือนหัวสว่านปรากฏขึ้นจากพื้นดินใต้เท้าของครรชิต ด้วยการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเงาและย้ายไปยังเงาขององค์ชายยี่สิบ การโจมตีนี้กลับไร้ค่าและเป็นการคงสภาพหลังคาอีกจุดไปด้วย


    "ดูเหมือนท่านจะไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไรนะ องค์ชายสตีฟ" เสียงของครรชิตที่ดูเหมือนหยอกล้อกับองค์ชายสตีฟดังขึ้น พร้อมกับที่เขาปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังขององค์ชาย


    วูบ!


    มีดสั้นเล่มหนึ่งเฉียดหมวกเกราะของเขาไปเพียงเส้นผมเท่านั้น ผู้ที่ปามันออกมาเป็นชายหนุ่มที่ดูเย็นชาแะเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากไหล่ข้างหนึ่ง


    "ยังจะหลบทันอีกนะองค์ชาย แม้จะเป็นนักเวทย์ที่แปลกประหลาดแต่ท่านก็มีร่างกายที่ตอบสนองได้ดีเลยนี้น่ะ" ไม่รอช้ากระบี่กระดูกทั้งสิบห้าเล่มก็พุ่งทะยานออกจากอากาศที่ว่างเปล่าเข้าใส่องค์ชายสตีฟอีกครั้ง


    นี้นับว่าเป็นการโจมตีแบบเดิมครั้งที่หกหรือเจ็ดได้แล้ว แต่ทว่าองค์ชายก็ยังไม่ติดกับดักอยู่ดี มันพลิกตัวหลบและใช้เวทย์น้ำแข็งสร้างเสาน้ำแข็งและคมมีดน้ำแข็งเพื่อตอบโต้ แม้ว่าเขาจะเปิดช่องว่างให้เห็นแบบเล็กๆน้อยๆ แต่องค์ชายกลับไม่กินเบ็ดเสียนี้


    ขอเพียงเขาเข้าใกล้ได้สักเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างแน่นอน ผู้ที่ใช้เวทย์เป็นส่วนใหญ่มักจะมีร่างกายที่ไม่รวดเร็วมากนัก แต่องค์ชายผู้นี้กลับมีร่างกายที่ตอบสนองได้ดีพอๆกับนักรบ แม้จะไม่มีความแข็งแกร่งของร่างกายสักเท่าใด


    "เจ้าเองก็หลบได้ดีเช่นกัน ข้าว่าเรามาเพิ่มความรุนแรงกันเล็กน้อยเป็นยังไง" ไม่รอให้ครรชิตได้ตอบสนอง ร่างกายขององค์ชายสตีฟพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงในทันที


    ผิวหนังกลายเป็นเหยี่ยวย่นขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าดูแก่ชราแะดวงตากลับลึกโบ๋ลงไปเป็นอย่างมาก ออร่าพลังมานาธาตุน้ำแข็งพลันเปลี่ยนไปเป็นธาตุมืดผสมน้ำแข็งเสียอย่างงั้น จากชุดคลุมสีโหิตกลับกลายเป็นสีดำของเลือดที่แห้งกรังเสียแทน


    "เข้ามา!" เสียงที่ทุ้มลึกและแหบพร่าดังออกมา ก่อนที่มันจะเรียกเอาไม้เท้าออกมาแทนที่มีดสั้นและคถาเวทย์


    "เปลี่ยนร่างได้ด้วยงั้นหรือ เอ็งเป็นขบวนการมด*หรือไงฟร่ะ" เสียงบ่นอู้อี้ของครรชิตดังขึ้น ก่อนที่เขาจะลองเชิงด้วยการส่งรังสีดาบออกไป


    กำแพงน้ำแข็งสีดำปรากฏออกมา ก่อนที่มันจะกลืนกินพลังมานาที่แฝงจากรังสีดาบเข้าไป และส่งมันย้อนกลับมาด้วยรังสีดาบที่เหมือนกันแต่กลับเป็นมานาธาตุมืดแทน


    เพียงแค่เอียงตัวหลบไปทางซ้ายเล็กน้อย รังสีดาบสีดำก็ลอยผ่านไปโดยไม่สกิตแม้เพียงปลายขนของครรชิต แต่ด้วยการสะท้อนการโจมตีอย่างคาดไม่ถึง ทำให้เขาแปลกใจกับเวทมนต์บทนี้สักเล็กน้อย เพราะมันไม่ใช้แค่กำแพงน้ำแข็งเล็กๆ แต่มันคลุมเกือบจะทุกด้านราวกับป้อมปราการน้ำแข็งเลยทีเดียว


    "ไม่เลวองค์ชายสตีฟ แต่ข้าอย่างรู้นักว่าพลังของท่านจะคงสภาพมันได้นานสักแค่ไหน" เข้าเก็บกระบี่เข้าไปในแหวนมิติ มันไม่เหมาะจะใช้กับการป้องกันที่แข็งแกร่งเช่นนี้ และเอาดาบสั้นที่ทำจากควอตซ์ไลท์ออกมาแทน


    "นานจนกว่าเจ้าจะตายไปเองนั้นแหละ" มันพูดออกมา ก่อนจะมองมายังครรชิตอย่างเยาะเย้ยเล็กน้อย


    "ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ลองรับมันไป" ดาบสั้นควอตซ์ไลท์แทงลงไปบนกำแพงน้ำแข็งสีดำ แม้มันจะตัดทำลายลงไปหลายนิ้ว แต่ในเวลาไม่กี่วินาทีกำแพงกลับฟื้นฟูกลับไปเป็นสภาพเดิม


    โดยไม่สนใจการคงอยู่ขององค์ชายสตีฟหลังปราการน้ำแข็งสีดำ ครรชิตระดมแทงลงไปบนปราการน้ำแข็งอย่างถี่รัว แม้จะเจาะมันไม่ได้ได้แต่ก็ทำให้กำแพงเกิดความเสียหายจนการฟื้นฟูสภาพของมันช้าลงๆ จนในที่สุดมันก็ฟื้นฟูไม่ทันความเสียหายที่เกิดขึ้น


    กรอด!


    เสียงกัดฟันขององค์ชายสตีฟดังขึ้น ก่อนที่มันจะโบกไม้เท้าเวทมนตร์หนึ่งครั้งพร้อมเอ่ยปากร่ายเวทมนต์ออกมา


    "อัญเชิญมังกรวารีเยือกแข็ง!"


    ปราการน้ำแข็งแตกกระจายเป็นชิ้นๆ แต่มันไม่ได้ละลายหายไปแต่อย่างใด มันกลับหลอมรวมกันกลายเป็นมังกรขนาดใหญ่โตเกือบสิบเมตรตัวหนึ่งแทน ถึงแม้จะเรียกว่ามังกรแต่มันกลับไม่มีคุณลักษณ์ของมังกรแม้แต่น้อย ทั้งเกล็ด กรงเล็บและปีกไม่มีแม้แต่อย่างเดียว มีเพียงหัวและหางเท่านั้นที่อาจจะเรียกว่ามันเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์มังกรได้


    มันเป็นงูขนาดใหญ่ที่มีลำตัวหนาเกือบสองเมตร ช่วงลำตัวยาวถึงสิบเมตรด้วยกัน มันเป็นมังกรที่อยู่ในสายพันธุ์มังกรตะวันออกเพียงเท่านั้น หัวของมันมีลักษณ์เหมือนมังกรตะวันออก แต่กลับกลายเป็นว่าเกล็กของมันเป็นเกล็ดงูมิใช่เกล็ดปลา ไร้ซึ่งกรงเล็บและมีหางเป็นปลา


    ทุกส่วนของมันทำจากน้ำแข็งยกเว้นเพียงจุดเดียวคือที่กลางกระหม่อมของมันเป็นมุกสีเลือดเปล่งแสงทมิฬที่มีเปลวไฟสีฟ้าเผาไหม้อยู่ มันเลื้อยและแวกล่ายอยู่กลางอากาศและคดตัวรอบองค์ชายสตีฟเหมือนกับป้องกันองค์ชายเอาไว้


    มันหันหน้ามาทางชายหนุ่มผู้เป็นศัตรูพร้อมแสยะปากอย่างดุร้าย ไม่เพียงแค่มังกรวารีเยือกแข็งเท่านั้น แม้แต่องค์ชายสตีฟก็แสยะยิ้มออกมาเช่นกัน


    "หืม? ระดับเจ็ด?" เสียงบ่นของครรชิตดังลอดออกมาเล็กน้อย แต่ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย


    จากการที่ยืนอย่างสบายๆไม่ได้ตั้งท่าดาบหรือท่าเตรียมโจมตี กลับกลายเป็นยืนตั้งดาบและใช้ดาบที่เหมือนทำจากเขี้ยวของสัตว์ขนาดใหญ่ มันใหญ่พอๆกับตัวของครรชิตเลยทีเดียว


    ดาบเล่มนี้แทบจะไม่ได้มีการปรับแต่งหรือหลอมมันเลยแม้แต่น้อย มีเพียงส่วนที่เป็นด้ามจับเท่านั้นที่ถูกดัดแปลงจากรากฟันของเขี้ยวอันนี้ มันถูกเจาะและติดตั้งด้ามดาบที่ตกแต่งด้วยอัญมณีและวงเวทย์มากมาย


    ก๊าซ~


    เสียงคำรามแหลมเล็กของมังกรวารีเยือกแข็งเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้รอบใหม่ ทุกครั้งที่มันเคลื่อนที่จะทิ้งเกล็ดหิมะและละอองน้ำแข็งไว้เป็นทางยาวบนอากาศ มันทำให้อากาศบริเวณนั้นเย็นลงอย่างฉลับพลัน


    ครรชิตเอี้ยวตัวหลบคมเขี้ยวและหางของมันอย่างคล่องแคล่วราวกับมัจฉาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ น้ำแข็งที่มังกรวารีเยือกแข็งปล่อยออกมาได้ได้มีผลกระทบต่อชายหนุ่ม แต่กลับช่วยให้เขารับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของมันได้อย่างง่ายดายแทน


    ดาบใหญ่ที่ใช้เป็นจุดหมุนและเอี้ยวตัวถูกตวัดขึ้นจากล่างขึ้นบนในทันทีที่มันเปิดโอกาศโจมตีช่วงท้อง เสียงคำรามของมังกรที่ทุ้มกว่าและน่ากลัวกว่าดังออกมาจากการตวัดดาบในครั้งนี้


    มังกรวารีเยือกแข็งพลันสะดุงสุดตัวและเหินร่างขึ้นไปบนเพดานอย่างรวดเร็ว ด้านล่างปรากฏปราณรูปศีรษะมังกรขนาดใหญ่ไล่มันขึ้นมา โดยมีดาบที่ทำจากเขี้ยวของมันเป็นส่วนหนึ่งของศีรษะอันใหญ่โตนี้ ก่อนจะพุ่งไปหามังกรวารีเยือกแข็งราวกับมีชีวิต ปราณดาบและมังกรวารีก็เริ่มทำการต่อสู้กันไป ในขณะเดียวกันครรชิตก็พุ่งไปหาองค์ชายสตีฟ


    "เหอะ! รนหาที่ตาย!" เสียงตวาดดังลั่นออกมา พร้อมกับที่วงเวทย์อัญเชิญปรากฏขึ้นระหว่างทั้งคู่ และสิ่งที่ออกมาคือกบที่ทำจากน้ำแข็งขนาดใฆย่ราวสามเมตรได้


    มันพุ่งลิ้นที่ยาวและดูแหลมคมมายังครรชิตที่พุ่งเข้าไปหามันโดยไม่ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย ก่อนจะถึงตัวของมันปรากฏร่างของครรชิตขึ้นมาอีกหนึ่ง มันถือดาบที่ทำจากเหล็กสีเขียวเข้มที่ส่งกลิ่นอายของพิษออกมาอย่างเต็มที่


    ร่างนั้นพุ่งเข้าไปสกัดกั้นกบยักษ์ที่ทำจากน้ำแข็ง โดยครรชิตอีกคนพุ่งต่อไปยังองค์ชายอย่างรวดเร็วเช่นเดิม ทั้งร่างของครรชิตและกบยักษ์เริ่มการต่อสู้กันไปแล้วทั้งคู่ต่างถูกอีกฝ่ายทิ่มแทงในจุดสำคัญด้วยกันทั้งคู้ ศิลาจิตอสูรสีเลือดที่เป็นเสมือนพลังงานของกบยักษืแตกกระจายเช่นเดียวกับส่วนหัวของร่างแยกครรชิตที่ถูกลิ้นของมันเจาะทะลุ


    แต่ทว่าร่างนั้นกลับไม่ตายแต่กลับดูดกลืนร่างกายของกบยักษ์ที่ทำจากน้ำแข็งเข้าไปพร้อมกับพลังมานาจากศิลาจิตอสูรจนหมดสิ้น ก่อนที่หัวของมันจะได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วและพุ่งตามติดไปกับร่างของชายหนุ่มที่นำไปก่อนหน้านี้


    ไม่ว่าองค์ชายสตีฟจะอัญเชิญสัตว์เวทที่ถูกสร้างจากศิลาจิตอสูรตัวไหนมา ต่างถูกทำลายหรือสะกดเอาไว้ด้วยร่างแยกของครรชิตที่ตอนนี้มีถึงสิบกว่าร่างแล้ว ส่วนมังกรวารีเยือกแข็งไม่สามารถกลับมาช่วยเจ้าของของมันได้อีกต่อไป เพราะมันถูกดาบที่ทำจากเขี้ยวมังกรจีนชนิดใดไม่ทราบแต่มันมีความยาวของซากที่เจออย่างน้อยก็หลายร้อยเมตรตัวหนึ่ง มีเพียงเขี้ยวคู่หนึ่งและกระดูกอีกเล็กน้อยที่พอจะหยิบฉวยออกมาได้ เพราะใกล้ๆกันมีสัตว์เวทระดับเก้าเฝาอยู่หลายตัว


    "เจ้า! บัดซบ! มนุษย์เลือด!" เสียงตะโกนขององค์ชายสตีฟ พร้อมกับที่ร่างกายของมันเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง มันกลายเป็นหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนคนหนึ่ง แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความต้องการสังหารอย่างแรงกล้า มุมปากของนางมีเลือดไหลซึมออกมาอย่างน่ากลัว นางมองมายังครรชิตอย่างอาฆาต


    ไม่รอช้ามันโบกมือหนึ่งครั้งพลังมานาธาตุไม้และธาตุมืดก็ล้นทลายออกมาอย่างบ้าคลั่ง ย้อมพื้นดินแถบนั้นไปด้วยต้นไม้เล็กๆที่ทุกส่วนเป็นสีดำสนิท ต้นไม้แต่ละต้นมีศิลาจิตอสูรสีเลือดต้นละอันอยู่บนยอดไม้ มันเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการดูดกลืนพลังมานาและมานาธาตุในศิลาจิตอสูรสีเลือดนั้น กลายเป็นมนุษย์ต้นไม้สีดำที่มีเส้นเลือดสีแดงที่เห็นได้อย่างชัดเจน


    พวกมันมีอย่างน้อยหลายสิบคนเกือบจะร้อยคนได้ พวกมันกระจายแรงกดดันมานาไม่ต่ำชั้นกว่าระดับผู้ใช้ศาสตราวุธขั้นสูงเลยสักตนเดียว พวกมันดาหน้าพุ่งเข้าหาครรชิตอย่างบ้าคลั่งแต่มีระบบระเบียบอย่างน่าหวาดหวั่น


    "ดี เรามาดูกันว่ามนุษย์เลือดของเจ้า กันกองทัพโกเลมของข้าใครจะดีกว่ากัน!" ชายหนุ่มไม่สนใจเรื่องที่พวกคนในเมืองหลวงจะรู้เกี่ยวกับเขาอีกต่อไป ปลดปล่อยพลังขั้นจอมเวทย์ไตรธาตุออกมาอย่างรุนแรง มันมากพอจะกดทับเมืองทั้งเมืองได้ด้วยซ้ำไป


    ด้านหน้าของชายหนุ่มพลันปรากฏร่างของคนในชุดเกราะอัศวินกระดูกหลายร้อยตัวจนอาจจะถึงหนึ่งพันตัวด้วยซ้ำ มันปล่อยแรงกดดันที่มากมายราวกับกองทัพของจอมศาสตราวุธขั้นต้นนับร้อยคนยืนอยู่ตรงนี้ มีกระทั้งจอมศาสตราวุธขั้นกลางและสูงผสมอยู่ในพวกมันเสียด้วยซ้ำไป


    กองทัพของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์กลับตัดสินใจเพียงชั่วพริบตา ฝ่ายที่มากกว่าและแข็งแกร่งยิ่งกว่ากำชัยชนะได้อย่างง่ายดาย มนุษย์เลือดถูกเยียบย้ำและทำลายแก่นพลังไปจนหมดสิ้น ในขณะที่โกเลมของครรชิตเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


    นี้เป็นเพียงโกเลมส่วนหนึ่งที่ถูกใช้ป้องกันเมืองเพียงเท่านั้น ด้วยขนาดเมืองที่ใหญ่ยิ่งกว่าเมืองหลวงแห่งนี้ถึงสองเท่าตัว แต่ประชากรกลับมีไม่กี่หมื่นคน ทำให้การป้องกันต้องใช้กองกำลังจำนวนมากมายมหาศาล โกเลมเหล่านี้คือคำตอบของกองกำลังที่ว่า


    ฝ่ายที่ปราชัยถูกกองทัพโกเลมระดับหัวหน้าหน่วยจับตัวเอาไว้ มันพยายามหลบหนีจากวงล้อมของกองทัพโกเลม แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่มากกว่ามันอย่างเทียบไม่ติด ทำให้มันเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือเพียงเท่านั้น


    "ดูเหมือนว่าท่านจะต้องลงจากบัลลังก์ราชาเงาแล้วละ" ครรชิตพูดยิ้มๆ


    "เจ้าอย่าคิดว่าจะปลดข้าลงได้อย่างง่ายๆ ข้าคนนี้ไม่มีวันยอมเจ้าเด็ดขาด! กลั่นโลหิตกำเนิด!" เสียงตะโกนของมันมาพร้อมกับเปลวเพลิงสีเลือดที่ผุดขึ้นจากเม็ดพลังมานาขององค์ชายสตีฟ


    มันเผาไหม้ร่างกายขององค์ชายไปจนเกือบหมด หลอมรวมเถ้าถ่านจากการเผาไหม้และก่อตัวเป็นไข่สีเลือดขนาดสามเมตรที่มีเสียงหัวใจเต้นอยู่ด้านใน มันกระจายบาเรียป้องกันออกมานับร้อยชั้นผลักดันให้โกเลมและครรชิตอยู่ด้านนอกของบาเรียนี้


    "คิดจะหนีข้าด้วยวิธีนี้งั้นหรอ หึ!" สิ้นเสียงของครรชิต พลังปราณพลันก่อตัวเป็นรูปร่างของเข็มนับพันเล่มให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า


    พวกมันทิ่มแทงไปยังจุดเดียวอย่างต่อเนื่อง เปลือกบาเรียชั้นแล้วชั้นเล่าแตกกระจายปล่อยพลังมานาที่ก่อตัวเป็นบาเรียคืนสู่ธรรมชาติ มันกินเวลาไม่่กี่วินาที แต่บาเรียทั้งหมดกลับถูกทำลายลง กองทัพโกเลมกลับไปประจำการที่ป้อมปราการเมืองตั้งแต่ถูกบาเรียผลักดันออกมาแล้ว


    ด้วยพื้นที่ที่มากพอทำให้เข็มลมปราณเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกเป็นอย่างยิ่ง มันแทงทะลุเปลือกไข่สีเลือด ก่อนที่เลือดสีเข้มจะไหลออกมาอย่างมากมาย ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดจะปรากฏให้เขาเห็น


    มันมีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ แต่ที่กลางหลังมีปีกค้างคาวขนาดใหญ่ติดอยู่ บนศีรษะมีเขาเล็กๆงอกออกมา มือของมันกลายเป็นกรงเล็บของพวกสัตว์เลื้อยคลานสีดำ มีเกล็ดอยู่ที่แขนทั้งสองข้างจนถึงหัวไหล่ ช่วงตัวมีขนสีดำของลิงขนยาวงอกออกมาทุกส่วนยกเว้นเพียงหน้าท้องและหน้าอกเท่านั้นที่เป็นผิวกายแบบมนุษย์ ใบหน้ายังเป็นมนุษย์แต่กลับมีเขี้ยวสีดำงอกจากด้านบนแทนเขี้ยวปรกติคู่หนึ่ง ช่วงล่างของมันกลับเป็นงูตั้งแต่ช่วงเอวลงไป เกล็ดส่วนล่างเป็นสีเขียวเข้มและเปล่งประกายสีแดงออกมาที่ปลายเกล็ดแต่ละเกล็ด


    มันยังคงพัฒนาร่างกายไม่สมบูรณ์ มีเพียงบ้างส่วนที่มีประสิทธิภาพมากพอจะอยู่รอดได้ แต่มันต้องใช้เวลาอีกนานกว่ามันจะแข็งแกร่งมากพอจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยน้ำเลี้ยงภายในเปลือกไข่เช่นนี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1990 Gnuh (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 19:45
    ขอบคุณครับ
    #1,990
    0
  2. #1947 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 20:50
    ตัวจริงหรือเปล่า...
    #1,947
    0
  3. #1938 kacu (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 13:10
    รออ่านน้าาาาา
    #1,938
    0
  4. #1933 phairatw (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 20:13
    ขอบคุณครับ
    #1,933
    0
  5. #1932 supersupersuper (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 20:13
    ^3^ / ขอบคุณครับ
    #1,932
    0
  6. #1931 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 17:19
    บ๊ายบายราชาเงา
    #1,931
    0
  7. #1930 Fuxker (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 16:33
    ตัวไรหว่า
    #1,930
    0
  8. #1929 kamol1122 (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 14:16
    สนุกดีครับ
    #1,929
    0
  9. #1928 kunasin46 (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 13:28
    ขอบคุณครับ
    #1,928
    0