ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 161 : ราชาเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    17 ม.ค. 60

บทที่ 4 : ราชาเงา




    ครืด!


    เสียงลากของหนัดดังขึ้น เมื่อภายในตำหนักขององค์ชายหนึ่งปรากฏดาบที่ดูเหมือนทำจากเขี้ยวของสัตว์เวทขนาดยักษ์เล่มหนึ่งขึ้น มันมีความยาวเกือบสองเมตรมันปักอยู่ที่ข้างกายขององค์ชาย โดยไม่ยอมเสียเวลาแม้เสี้ยววินาทีองค์ชายคว้าดาบก่อนจะสะบัดด้วยมือข้างเดี่ยวใส่ครรชิตในทันที


     วู๊ม!


    มวลอากาศในห้องเกิดการฉีกขาดจนเห็นรังสีดาบสีขาวซีดพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่ม้วนอากาศที่ถูกฉีกกระซาก ในรังสีดาบนั้นปรากฏเสียงคำรามของสัตว์เวทดังขึ้นอีกด้วย มันทำให้มวลอากาศยิ่งฉีกกระซากอย่างบ้าคลั่งและไร้ทิศทางปรากฏขึ้นทั่วทั้งตำหนัก


    "เวร!" เสียงสบถของครรชิตดังขึ้น เพราะไม่มีที่ให้หลบหนีอีกต่อไปแล้ว ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยรังสีดาบที่ไร้ทิศทางที่แน่นอนเต็มไปหมด


    เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากรังสีดาบที่ปะทะกับผนังไม้และเสาค้ำยันของตำหนักอย่างถี่รัว สภาพภายในตำหนักเต็มไปด้วยฝุ่นควันและเศษเนื้อไม้ปริวว่อนไปทั่วทั้งตำหนัก


    สีหน้าขององค์ชายหนึ่งยังคงเย็นชาและจับจ้องไปยังจุดๆหนึ่งอย่างนิ่งสงบ มันไม่ได้หันไปมองยังทิศทางอื่นแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าที่ตรงนั้นมีบางสิ่งบางอย่างอยู่


    "หึ!" มันเค้นเสียงออกมา ก่อนที่ดาบใหญ่ของมันจะสะบัดไปตรงที่มันมองอยู่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์เดิมๆก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง


    ไม่ทันไร้ฝุ่นผงที่เนิ่มตกตามแรงโน้มถ่วงก็ฟุ่งกระจายอีกรอบ และในครั้งนี้ปรากฏเงาของบุคคลที่พุ่งไปมาระหว่างเสาค้ำยันทั้งหลายของตำหนักแห่งนี้


    รังสีดาบและสายตาขององค์ายหนึ่งจับจ้องไปที่เงาร่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันฟันออกไปในทันทีที่มีโอกาศและไม่มีความปราณีใดๆปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย


    "ท่าทางองค์ชายจะทรงโกรธข้ามาเลยสินะ" เสียงแหบแห้งอย่างไม่เป็นธรรมชาติจะดังขึ้นที่ด้านหลังขององค์ชายหนึ่ง


    วูบ!


    ไม่มีการตอบรับจากองค์ชายมีเพียงดาบที่ตวัดกลับมาด้านหลัง แต่มันก็ได้ฟันไปยังเงาของตัวองค์ชายเอง ในไม่ชายก็ปรากฏร่างในชุดคลุมขึ้นที่หน้าองค์ชายห่างไปไม่ไกลนัก มันยังคงสวมชุดคลุมสีดำที่ปกปิดร่างกายอย่างดี แม้จะมีรอยฉีกขาดเล็กๆน้อยๆเป็นบางจุดก็ตาม


    เนื้อผ้าของผ้าคลุมถูกฉีกกระซากเป็นชิ้นจนเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในอย่างชัดเจน มันเป็นชุดเกราะสีดำรูปร่างเหมือนชุดเกราะอัศวินแต่ทว่ามันมีลวดลายและการประดับประดาไปด้วยชิ้นส่วนสัตว์เวท ทำให้มันดูแปลกประหลาดเพราะส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนกะโหลกและกระดูกของสัตว์เวท มีบ้างที่เป็นเขาหรือกรงเล็บของพวกมัน


    แม้ชุดเกราะจะดูกแปลกประหลาดเหมือนเอาชิ้นส่วนสัตว์เวทมามัดรวมกัน แต่พลังที่แผ่ออกมาจากชุดเกราะทำให้คนที่อยู่รอบกายถึงขั้นหมดสติได้เลย พลังกดดันทางมานาที่แผ่ออกมาไม่ต่ำกว่าสัตว์เวทระดับเก้าอย่างแน่นอน เพราะทั้งชุดทำจากกระดูกสัตว์เวทระดับเก้าทั้งสิ้น


    "ท่านไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย รู้บ้างหรือไม่ว่าหนังของกิ้งก่าไร้ตัวตนมันหายากขนาดไหนกัน" เสียงไม่พอใจดังออกมาจากชุดเกราะสีดำ ก่อนที่มันจะเก็บผ้าคลุมที่ค่อยๆฟื้นฟูสภาพเดิมอย่างช้าๆลงไปในแหวนมิติ


    ไม่รอการตอบกลับขององค์ชายเพราะยังไงมันก็คงไม่พูดกับเขาอยู่ดี กระบี่ที่รูปร่างแปลกตาสำหรับคนในอาณาจักรนี้ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆด้านหลังของครรชิต มันมีจำนวนมากถึงสิบสองเล่มด้วยกัน มันทำจากกระดูกสัตว์เวทระดับเก้าเช่นเดียวกับชุดเกราะของเขา


    ถึงแม้กระดูกสัตว์เวทส่วนใหญ่จะเปราะบางและไม่แข็งแกร่งเท่ากับชิ้นส่วนพิเศษของพวกมัน แต่นั้นมันก็สำหรับสัตว์เวทระดับต่ำกว่าเจ็ดเท่านั้นเอง ในสัตว์เวทระดับเจ็ดขึ้นไปทั่วทั้งร่างกายของมันแข็งแกร่งอย่างเท่าเทียมกันทุกส่วน ไม่มีส่วนไหนที่อ่อนแอกว่ากันเลยแม้แต่น้อย


    แต่ทว่าแต่ละสายพันธุ์ต่างก็มีจุดแข็งที่เด่นชัดซึ่งสามารถทำลายร่างกายอันแข็งแกร่งพวกนั้นได้อยู่ดี แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือกระดูกของพวกมันไม่ใช่แคลเซียมเช่นสัตว์เวทระดับกลางและต่ำทั่วไป แต่เป็นแร่ที่เฉพาะเจาะจงของสายพันธุ์มันเอง


    ในอดีตส่วนที่มีค่าที่สุดที่เหล่ามนุษย์มักจะเก็บเกี่ยวเป็นส่วนแรกๆไม่ใช่ศิลาจิตอสูรของพวกมัน แต่กลับเป็นกระดูกของพวกมันเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูก กะโหลก เขี้ยว เล็บหรือแม้แต่เขาก็มีค่ามหาศาล มันสามารถนำไปหลอมเป็นอุปกรณ์เวทย์และชุดเกราะที่แข็งแกร่งได้ทั้งสิ้น


    แต่ในปัจจุบันไม่มีเปลวไฟใดแรงพอที่จะหลอมละลายพวกมันให้อยู่ในสภาพแร่หลอมเหลวได้ ซึ่งครรชิตได้เพลิงปราณของตัวเองจนแทบจะหมดตัวกลับทำได้เพียงละลายบางส่วนของมันเพื่อเชื่อมแต่ละชิ้นเข้าด้วยกันเท่านั้น จึงทำให้ชุดเกราะมันอยู่ในสภาพปัจจุบันเช่นนี้นั้นเอง


    เสียงแหวกอากาศของกระบี่สั้นทั้งสิบสองเล่มพุ่งตรงไปยังชายวัยกลางคนในชุดเกราะหนังสีฟ้าที่แผ่ไอเย็นออกมา พร้อมกับร่างกายส่วนอื่นที่ประดับไปด้วยเกราะเหล็กผสมหนังของสัตว์เวทระดับกลางชนิดหนึ่ง มันทำให้ร่างกายของมันราวกับก้อนน้ำแข็งเดินได้


    เช่นเดียวกับครรชิต องค์ชายหนึ่งได้สวมชุดเกราะในเสี้ยววินาทีที่พลังกดดันปรากฏขึ้นจากชุดเกราะของเขา มันต้านรับกระบี่กระดูกทั้งสิบสองเล่มด้วยดาบมือเดียวและดาบสั้นอย่างสูสี และปัดพวกมันซึ่งเต็มไปด้วยน้ำแข็งไปรอบห้อง


    "หยกเหมันต์" เสียงเย็นชาขององค์ชายหนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา


    ด้านหน้าของมันปรากฏวงเวทย์ขึ้นมาพร้อมกับที่หยกรูปร่างคล้ายผลึกน้ำแข็งจำนวนมหาศาลจะพุ่งออกมาจากวงเวทย์ เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากครรชิตที่กำลังบังคับกระบี่ให้กลับมาเขา


    ทุกทุกที่ที่หยกเหมนต์เคลื่อนผ่าน มันจะทำให้ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยน้ำแข็งไม่ว่าจะเป็นพื้นหินอ่อน เสาค้ำยัน แม้แต่ฝุ่นที่ฟุ้งอยู่ในอากาศก็กายเป็นน้ำแข็งแล้วตกลงมา มันแผ่กระจายความเย็นออกมาสุดขั้ว


    มันลามเลียไปยังที่ที่ครรชิตกำลังหลบการโจมตีนี้ ไม่ว่าเขาจะหลบไปทางใดองค์ชายหนึ่งจะส่งหยกเหมันต์ไปทางนั้นเสมอ จนกระทั่งทั่วทั้งตำหนักตกอยู่ในปราการน้ำแข็งที่สร้างขึ้นโดยฝีมือขององค์ชายหนึ่มอบย่างไม่ตั้งใจ แต่มันเป็นความตั้งใจของครรชิตเอง


    "ไม่หนาวสักเท่าไรท่านว่าไหม" ครรชิตพูดออมาหลังจากหยุดการหลบหนีจากหยกเหมันต์ในที่สุด ซึ่งด้านหน้าของเขามีเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนกางเป็นโล่ป้องกัน มันสามารถต้านทานหยกเหมันต์ได้อย่างสบายๆ


    "หึ! รับไป!" มันผลักฝ่ามือออกไป


    ดาบสั้นและดาบยาวขององค์ชายหมุนวนดังบูมเมอแรงตรงไปยังครรชิต ทว่ามันกลับหยุดลงกลางทางเสียงอย่างงั้น ก่อนที่มันจะถูกหลอมละลายกลายเป็นเพียงของเหลวหนืดร้อนกองหนึ่งเท่านั้น


    ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ...


    เสียงของกระบี่ทั้งสิบสองเล่มที่โผล่ขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนที่พวกมันจะปักลงไปบนจุดชีพจรที่สำคัญทั้งสิบสองจุดจากจุดชีพจรทั้งหมด มันหยุดการเคลื่อนไหวขององค์ชายหนึ่งในทันที มีเพียงสายตาและลมหายใจที่บ่งบอกว่ามันยังคงมีชีวิตอยู่เพียงเท่านั้น


    "รู้หรือไม่ว่าทำไมข้าไม่ข้าเจ้า องค์ชายหนึ่ง" ครรชิตเดินเข้าไปหาองค์ชายหนึ่งอย่างช้าๆ


    ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้มา เขารู้อยู่แล้วว่าตอนจบของการต่อสู้จะเป็นอย่างไร แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่ามันก็เป็นเพียงแค่ขุนตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกนี้เท่านั้น


    เส้นใยมานาสีเลือดไหลซึมออกมาจากจุดชีพจรทั้งสิบสองจุด มันไหลออกราวกับกลุ่มควันไอเสียขนาดใหญ่ที่กำลังถูกระบายออกอย่างช้าๆ


    "ข้าลืมไปท่านแทบจะไม่มีพื้นที่ในสติมากพอจะพูดกับข้านี้นะ รู้หรือไม่ว่ากระบี่พวกนั้นไม่ได้มีแค่สิบสองเล่มหรอกนะ แต่มันมีอย่างน้อยสิบห้าเล่ม ถ้าปักครบสิบห้าเล่มท่านจะตายในทันที แต่โดนไปสิบสองเล่มแต่ไม่ใช่จุดสำคัญท่านยังไม่ตายหรอ แค่ขยับตัวไม่ได้ชั่วคราวเท่านั้น" เขาพูดกับมันทั้งที่รู้ว่ามันคงไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ได้อย่างแน่นอน


    เขาเรียกเอาดาบสั้นออกมาเล่มหนึ่ง เล่มนี้ไม่ได้ทำจากกระดูกเหมือนกับชุดเกราะและกระบี่ทั้งสิบสองเล่ม แต่มันกลับทำจากแร่บ้างอย่างที่มีมานาธาตุแสงเข้มเข้นอย่างมาก จนบ้างครั้งมันก็ปล่อยพลังเวทย์ธาตุแสงออกมาด้วยซ้ำไป


    "นี้คือดาบที่ทำจากแร่หายาก'ควอตซ์ไลท์' แร่ที่มีธาตุแสงเข้มข้นในตัวมันเอง ข้าอยากรู้นักถ้าตัดพันธะสัญญาวิญญาณของท่านออกไป ข้าจะสามารหาราชาเงาที่ซ่อนอยู่ได้หรือไม่ ถึงแม้มันจะทำให้ข้าเสียเวลาไปกับท่านโดยเปล่าประโยชน์ก็ตามที" เสียงที่ไม่ค่อยพอใจของครรชิตมาพร้อมกับการลงดาบที่รวดเร็ว


    ดาบสั้นแทงเข้าไปในจุดที่เม็ดพลังขององค์ชายหนึ่งอยู่ แต่มันกลับไม่ได้สร้างบาดแผลบนร่างกายหรือชุดเกราะแม้แต่น้อย มันทะลุเข้าไปและทำลายตราประทับสีเลือดในเม็ดพลังมานาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะชักมันออกมา


    แร่ควอตซ์ไลท์ หนึ่งในแร่ควอตซ์สิบสีที่หายากมากในโลกใบนี้ มันมีพลังมานาธาตุที่เข้มข้นมากกว่าศิลาจิตอสูรนั้นร้อยนับพันเท่า แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถดูดซับได้เสียนี้ ด้วยความที่มันบริสุทธิ์เกินไป ทำให้มันเหมือนมีตัวตนและไม่มีตัวตนในเวลาเดียวกัน


    มันคือพลังมานาธาตุที่ก่อรูปร่างของพวกมันด้วยพลังมานา ไม่ใช่การตกผลึกเป็นของแข็งเช่นศิลาจิตสูร นั้นทำให้มันไม่สามารถใช้ในการเพิ่มพลังได้ แต่ด้วยเทคนิคการสร้างและภูมิความรู้ของคนสมัยก่อน ทำให้สามารถใช้มันเป็นอาวุธได้ มันสามารถตัดธาตุที่เป็นปรปักษ์ได้ในทันที แต่ทว่าไม่สามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพได้


    มันทำลายเวทมนตร์ที่มีธาตุตรงข้ามได้อย่างสิ้นเชิง หรือแม่แต่เผ่าพันธุ์ที่เป็นร่างวิญญาณก็สามารถทำลายได้ แต่ด้วยความที่มันไม่สามารถทำลายร่างเนื้อและวัตถุธาตุได้นั้น ทำให้มันกลายเป็นแค่ของที่ใช้เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ก่อนที่มันจะเลือนหายไปตามกาลเวลา


    แต่ทว่าวิธีการสร้างมันก็ยังคงสืบทอดกันมาโดยผู้สร้างอุปกรณ์เวทย์ แต่ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดไม่มีร่างเนื้อเหลืออยู่เลยในปัจจุบัน ทำให้มันเป็นเพียงของไร้ค่าเท่านั้น เพราะการจะไปตัดเวทมนตร์ต้องแข็งแกร่งมากพอและต้องใช้ธาตุให้ถูกต้อง ในปัจจุบันมีอุปกรณ์เวทย์มากมายที่ทดแทนมันได้ และไม่ได้หายากเท่ากับแร่ที่ใช้สร้างพวกมัน


    จิตสัมผัสทางลมปราณไหลเวียนไปตามสายใยที่กำลังลุกไหม้ด้วยไฟวิญญาณ มันลามออกจากเม็ดพลังขององค์ชายหนึ่ง ก่อนจะเผาไหม้ในอากาศที่ไม่สามารถใช้ตาเปล่ามองเห็นได้ นอกเสียจากใช้เนตรตรวจสอบขั้นสูงหรือเวทย์ตรวจสอบขั้นสูงอีกเช่นกัน สำหรับครรชิตแค่โคจรพลังลมปราณไว้ที่ตาก็เพียงพอแล้ว


    จิตสัมผัสของเขาพุ่งตามเส้นทางที่มันกำลังเผาไหม้ไปอย่างใกล้ชิด มันนำเขาออกจากตำหนักขององค์ชายหนึ่ง มุ่งตรงไปยังตำหนักขององค์ชายระดับปลายแถวเสียอย่างงั้น ก่อนที่มันจะไปสิ้นสุดลงที่ตำหนักเก่าโทรมแห่งหนึ่ง


    มันเป็นอาคารที่สร้างจากอิฐสีแดงธรรมดาๆ ไม่มีการประดับตกแต่งหรือการซ่อมบำรุงใดๆทั้งสิ้น แต่ทว่ามันยังมีร่องรอยของการอยู่อาศัยอยู่บ้าง มีบางส่วนของตำหนักหลังนี้ที่ได้รับการดูแลอยู่ มันเป็นเพียงส่วนเล็กๆของอาคารขนาดใหญ่แห่งนี้


    ที่นั้นมีชายหนุ่มอายุราวๆยี่สิบปีนั่งอยู่ มันขมวดคิ้วในทันที่เพลิงมานาได้ไหลเข้ามาในขอบเขตการรับรู้ของมัน ก่อนที่มันจะเค้นเสียงออกมา เปลวเพลิงมานาที่กำลังลุกไหม้ก็ดับลงและสลายเส้นใยมานาไปจนหมดสิ้น


    ในไม่ช้าครรชิตก็พุ่งทะยานออกจากตำหนักขององค์ชายหนึ่ง ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ด้านหน้าของเขาก็กลายอาคารที่เห็นจากจิตสัมผัสของตัวเขาเอง ซึ่งมันดูทรุดโทรมเสียยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก


    ในเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มได้มาถึงสถานที่แห่งนี้ กระบี่กระดูกสีขาวทั้งสิบสองเล่มก็ตามมาติดๆ เช่นเดียวกับร่างเงาของผู้คนที่ออกจากอาคารนั้นนับสิบคน พวกมันต่างมีกลิ่นโลหิตที่น่าสะอิดสะเอียนอยู่่รอบๆตัว ราวกับพวกมันอาบเลือดต่างน้ำในทุกวันคืน


    "หืม? ใช่ที่นี้จริงๆด้วยสินะ" ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวต่อการจู่โจมที่กำลังจพเกิดขึ้นจากร่างสีเลือดเหล่านั้น


    อาวุธและชุดเกราะของพวกมันเป็นสีแดงเลือดกันทุกคน มันพุ่งเข้าหาเข้าด้วยระดับการฝึกฝนในจุดสูงสุดของขั้นผู้ใช้ศาสตราวุธ และมีเพียงคนเดียวในกลุ่มของพวกมันที่ใช้เวทมนตร์ได้ ซึ่งมันอัญเชิญสัตว์เวทที่ดูน่ารังเกียจขึ้นมามากมาย แต่นั้นแลกมากับการที่มันหมดสภาพในการต่อสู้ในทันที


    "ขนาดเวทมนตร์หายากพวกมันก็มีอยู่อย่างงั้นรึ อัญเชิญอศุภะสินะ ถึงแม้จะหายากแต่ก็เป็นเวทมนต์อัญเชิญระดับต่ำอยู่ดี" โดยไม่มีการบอกกล่าวสิ่งใดกับพวกมัน ดาบสั้นที่ทำจากแร่ควอตซ์ไลท์ได้ฟาดฟันไปยังเหล่าอสุภะอย่างรวดเร็ว แยกร่างกายและจิตวิญญาณของพวกมันออกจากกัน ทำให้พวกมันกลายเป็นซากศพเช่นเดิม


    ในขณะเดียวกันกระบี่กระดูกทั้งสิบสองเล่มก็นำฝูงกระบี่นับได้ราวห้าสิบกว่าเล่มเข้าโจมตีกลุ่มคนป้องกันตึกหลังนี้ แม้ว่าการโจมตีดูเหมือนจะยาวนาน แต่ทั้งหมดกลับผ่านไปไม่กี่นาทีหลังจากที่ชายหนุ่มได้มาถึงที่นี้เท่านั้น


    กองทัพอสุภะกลายเป็นซากศพอยู่กับพื้น เช่นเดียวกับเหล่าคนในชุดเกราะสีเลือดที่กลายเป็นเพียงกองเลือดเท่านั้น


    ครรชิตเดิมผ่านซากศพและกองเลือดก่อนที่พวกมันจะลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีแดงฉาน เป็นฉากหลังให้กับเขาที่หาเข้าไปในอาคารที่ทรุดโทรมเพียงเท่านั้น


    เขาเดินตรงไปยังห้องหนึ่งที่จิตสัมผัสได้นำเขาเข้ามาก่อนหน้านี้ ที่นั้นปรากฏชายหนุ่มที่กำลังยืนหันหลังให้กับเขาอย่างถือดี ในมือของมันมีแก้วไวน์ที่บรรจุไปด้วยเลือดสีแดงข้นคลัก


    "ยินดีที่ได้พบกัน ราชาเงา" เสียงของครรชิตดังขึ้น ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะหันหน้ามาเผชิญกันอย่างเป็นทางการเสียที


    "ยินดีเช่นกัน"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1989 Gnuh (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 19:35
    ขอบคุณครับ
    #1,989
    0
  2. #1927 kacu (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 15:05
    รออ่านนะคะ
    #1,927
    0
  3. #1926 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 12:44
    เป็นแค่"ขุน"ตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุก? ปกติเค้าใช้"เบี้ย"หรือ"หมาก"ไม่ใช่หรอ
    #1,926
    0
  4. #1925 JomMuD (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 01:30
    ขอบคุณครับ
    #1,925
    0
  5. #1924 phairatw (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 18:21
    ขอบคุณครับ
    #1,924
    0
  6. #1923 พาม (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 15:18
    ค้างได้ใจมากคับ
    #1,923
    0
  7. #1922 kamol1122 (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 15:16
    สนุกดีครับ
    #1,922
    0
  8. #1921 Gardena (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 14:10
    ขอบคุณค่ะ
    #1,921
    0
  9. #1920 m-cloud (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 13:38
    อา. ยินดีที่รีบมาอ่านเลยค้างเลยกำรอตอนต่อไป
    #1,920
    0