ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 159 : กวาดล้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    14 ม.ค. 60

บทที่ 4 : กวาดล้าง




    'เวลาแห่งการนองเลือดได้เริ่มต้นอีกครั้ง และในครั้งนี้การอยู่รอดของเมืองหลวงและประชาชนในกำแพงชั้นนอกจะเป็นอย่างไร ในเมื่อฝ่ายสัตว์เวทเป็นถึงสัตว์เวทระดับเจ็ดที่มีสติปัญญาระดับเดียวกับมนุษย์ และนำกองทัพที่เท่าเทียมกับมนุษย์มาด้วยตัวเองในครั้งนี้'


    หนึ่งในชุดเกราะรูปโครงกระดูกสีดำอันน่าเกรงขามพูดขึ้นแบาๆในช่องสนทนาของพวกเขา เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับคนในหน่วยได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าสำหรับผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้กลับไม่สามารถขำกับความคิดของพวกเขาได้เลย


    พวกเขาไม่ปรากฏความหวาดกลัวต่อกองทัพอันเกริงไกรของสัตว์เวทแม้แต่น้อย นี้นับได้ว่าเป็นวันที่สองของการโจมตีในเมืองของพวกเขาเสียด้วยซ้ำไป ระดับสูงสุดที่พวกเขาพบเจอคือสัตว์เวทระดับแปดในวันที่สี่ และวันที่ห้าก็เป็นสัตว์เวทระดับแปดจำนวนสองตัวด้วยกัน แต่พวกเขาก็ไม่มีใครเสียชีวิตสักคนเดียว แล้วนับประสาอะไรกับสัตว์ระดับเจ็ดที่พวกเขาออกล่ามันแก้เบื่อด้วยซ้ำไป


    ผุ้คนนับแสนที่กำลังยืนประจันหน้ากับกองทัพสัตว์เวทต่างสั่นเทาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อพวกมันเข้ามาในระยะสายตาของพวกเขา พวกมันมีออร่าและพลังกดดันมานาที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง บางคนถึงขั้นหมดสติไปเสียด้วยซ้ำ


    ในเวลาที่ใครหลายคนกำลังพยายามตั้งสติของตัวเอง ที่ด้านล่างของกำแพงเมือง ประตูเมืองที่ปิดสนิทจนถึงเมื่อครู่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ประตูส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดก่อนที่มันจะเปิดออกจนสุด มีผู้คนในชุดเกราะสีทองจำนวนนับสิบคนพุ่งทยานออก ตามติดด้วยคนในชุดคลุมสีแดงเพลิงลอยตัวตามไปติดๆ


    สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกเสียงโห่ร้องของฝูงชนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมื่ออย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่ากลับมีกลุ่มคนอยู่หลายกลุ่มกลับทำสีหน้าแปลกพิกลแทน


    "ท่าทางเราจะไม่ต้องออกแรงสินะ" เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา


    "คงจะใช่และไม่ใช่ละมั้ง ออกแรงจัดการตัวใหญ่นะไม่ต้อง แต่เจ้าเสือดำเขี้ยวขาวนะไม่แน่" เสียงคมเข้มดังขึ้นเป็นคำตอบของชายหนุ่ม


    "ใครฆ่าได้ก็เอาไปแลกรางวัลเองนะ ข้าไม่แย่งพวกเจ้าหรอก" หัวหน้าของคนทั้งเจ็ดคนที่คุยกันอยู่พูดออกมา นั้นทำให้ทุกคนครางออกมาเบาๆ


    "รับทราบครับ/ค่ะ" ทุกคนตอบรับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น


    ใกล้ๆกับที่พวกมันกระจายตัวอยู่บนกำแพงเมือง มีกลุ่มคนราวห้าร้อยถึงหกร้อยคนกำลังนั่งพักเอาแรงและฟื้นฟูร่างกายของตัวเองอยู่ พวกมันไม่ได้ให้ความสนใจกับการนำทัพออกไปปรบแม้แต่น้อย แต่กลับชำแหละซากสัตว์อย่างเงียบเชียบระหว่างพักฟื้นไปด้วย


    ในเวลาเดียวกับที่คนหลายคนไม่ได้สนใจถึงการเก็บกวาดของคนพวกนี้ พวกมันก็ไม่ได้สนใจการสู้รบของพวกอัศวินเกราะทองหรือเหล่าทหารหลวงและจอมเวทย์ทวิธาตุแม้แต่น้อยเช่นกัน


    สัตว์เวทระดับห้าเกือบทั้งหมดของกองทัพสัตว์เวทต่างกระตุ้นให้สัตว์เวทระดับสี่เร่งฝีเท้าเดินทัพขึ้นไปอีก ปฏิกิริยานี้เป็นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังทัพด้านหน้า ทำให้ำวกมันห่อตะบึงมาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนฝุ่นคละคุ้งเห็นได้แต่ใกล้


    นี้ยังเป็นช่วงเวลาใกล้พลบค่ำเท่านั้น แต่ทว่าฝ่ายกองทัพสัตว์เวทต่างมาใกล้กำแพงเมืองเสียแล้ว พวกมันต่างตรงแถวและเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าปะทะอย่างเป็นระเบียบ โดยมีอารัดเนเป็นผู้บัญชาการซึ่งมันกำลังจับจ้องไปยังกองทหารเล็กๆที่กำลังพุ่งเข้ามายังกองทัพของสัตว์เวท


    กรร~ โฮก~ แคว๊ก~


    เสียงขู่คำรามและเสียงร้องของสัตว์เวทดังขึ้นกระหึ่มไปทั่วทั้งอาณาเขตเมืองหลวง แต่ไม่ได้ทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนสิบเอ็ดคนหยุดชะงักแม้แต่นิดเดียว พวกมันยังคงพุ่งเข้าไปยังใจกลางของการทัพอย่างไม่กลัวตาย


    "เตรียมรับการโจมตี" เสียงกระซิบของเหล่าทหารหาญทั้งสิบนายดังขึ้น ก่อนที่พวกมันจะถึงแนวหน้าของพวกสัตว์เวทในเวลาต่อมา


    กระบวนท่าแยกทัพ!


    เสียงตะโกนก้องของชายหนุ่มเก้าคนในชุดเกราะทองดังขึ้น ดาบใหญ่จำนวนเก้าเล่มพลันปรากฏขึ้นภายในมือของพวกมันทั้งเก้าคน มันกวาดดาบใหญ่นี้ไปในทิศทางที่แตกต่างกัน แต่ทว่ามันกลับบีบให้สัตว์เวทเหล่านั้นพุ่งไปยังรัศมีของพลังของดาบใหญ่เล่มอื่นเสียนี้


    เพียงกระบวนท่าเดียวของคนเก้าคนก็สามารถบดขยี้กองทัพสัตว์เวทระดับสามไปได้มากมาย แต่เทียบไม่ได้กับสัตว์เวทระดับสามที่หุ้มเกราะหนาหนักได้เดินทัพเข้าไปเสริมช่องว่างที่เกิดขึ้นอย่างเนื่องแน่


    กระบวนท่าพิฆาตทัพ!


    กระบวนท่าอีกหนึ่งกระบวนท่าอุบัติขึ้นในทันทีที่พวกสัตว์เวทเริ่มเข้ามาล้อมกรอบพวกมัน ทั้งเก้าคนหันหลังให้กันโดยมีจอมเวทย์ทวิธาตุโวราและเฮอเมอร์อยู่ตรงกลางจู่โจมไปยังสัตว์เวทรอบๆพวกมัน


    กระบวนท่านี้ปลดปล่อยรังสีดาบใหญ่มากมายที่สร้างจากมานาจำนวนเล็กน้อยออกไปจำนวนมาก มันกวาดกองทัพสัตว์เวทไปหลายร้อยตัวในคราวเดียวกัน


    กระบวนท่าของพวกมันเหมาะสำหรับการรับมือกับศัตรูจำนวนมาก แต่เมื่อใช้กับกองทัพจำนวนน้อยหรือสัตว์เวทไม่กี่ตัวกลับกลายเป็นกระบวนท่าที่ไร้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทำให้การกวาดล้างในพื้นที่ต่างๆถึงได้ไม่ค่อยคืบหน้า เพราะการจะพบสัตว์เวทจำนวนหลายร้อยตัวในที่เดียวนั้นเป็นไปได้ยาก และสถานที่เช่นนั้นก็มักจะมีสัตว์เวทระดับสูงค่อยป้องกันอยู่อีกด้วย


    การรุกคืบของคนทั้งเก้าคนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อย จากจู่โจมพร้อมกันทั้งเก้าคนก็กลายเป็นเพียงสามคนต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น พวกมันพลัดกันพักและฟื้นฟูพลังมานาด้วยยาแบบต่างๆ


    ยิ่งผ่าไปใจกลางกองทัพสัตว์เวทมากเท่าใด จำนวนที่พวกมันฆ่าได้ต่อหนึ่งกระบวนท่าก็เริ่มน้อยลงไปอย่างมาก ด้วยการที่พวกมันแข็งแกร่งขึ้นและต้องค่อยป้องกันเวทย์จากพวกสัตว์เวทที่ยิงเวทย์ได้ หรือแม้แต่พวกที่ใช้เวทย์เสริมร่างกายได้ก็ปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆ


    การโจมตีของพวกมันยิ่งนานไปยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกมันบุกทะลวงไปยังแนวหลังของกองทัพสัตว์เวทได้ ณ ที่นั้นการต่อสู้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เฮอเมอร์ที่ไม่ได้จู่โจมมาตั้งแต่ตอนแรกเริ่มการจู่โจมของเขาในทันที


    กระบวนท่าสลายทัพ!


    เสียงตะโกนดังมากกว่าที่คนทั้งเก้าตะโกนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เกิดเป็นคลื่นปะทะขนาดใหญ่กวาดไปทางสัตว์เวทระดับห้าทั้งหลายที่กำลังปลดปล่อยเวทมนตร์ของพวกมันออกมา


    เสียงตะโกนนี้เองคือกระบวนท่าสลายทัพ! คลื่นเสียงที่ปล่อยออกมาทำลายสมดุลของพลังอำนาจทางมานาของผู้ที่เป็นเป้าหมาย มันทำให้เวทมนตร์ที่กำลังเตรียมเกิดการแปรปรวนและล้มเหลวในการรวบรวมพลังเวทย์ขึ้นมา จนทำให้พลังเวทย์ที่กำลังก่อรูปร่างย้อนกลับไปยังร่างกายเจ้าของเวทย์ เกิดเป็นฝนโลหิตกระจายออกจากสัตว์เวทหลายร้อยตัวทั่วบริเวณนั้น


    แต่ทว่าคลื่นเสียงนี้ก็มีระยะกำจัดและใช้เวลานานในการฟื้นฟูเส้นเสียงเพื่อใช้ครั้งใหม่ ทำให้จำนวนสัตว์เวทระดับห้าที่ลดลงไปแทบไม่มีผลกับการต่อสู้ของพวกเขาเลยสักนิดเดียว แต่สามาถสร้างเส้นทางให้กว้างมากพอที่พวกเขาจะไปถึงวังศิลาได้


    จุดมุ่งหมายของการโจมตีครั้งนี้อยู่ที่วังศิลา! เพียงแค่ก่อกวนและแยกอารัคเนกับวังศิลาออกจากกัน ศึกวันนี้ก็จะจบลงได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องเริ่มต่อสู้ในเมืองด้วยซ้ำไป


    "ไป!" เสียงแหบๆของเฮอเมอร์ดังขึ้น พร้อมกับที่เหล่าทหารในชุดเกราะสีทองพุ่งตรงไปยังเท้าของวังศิลา


    เจ้าของเสียงที่ออกคำสั่งกลับพริ้วตัวขึ้นไปบนอากาศ ใช้สัตว์เวทที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเป็นที่รองเท้าในการพริ้วตัวไปบนวังศิลา โดยมีโวราที่บินตามชายในชุดเกราะอัศวินสีทองไปติดๆ พวกเขากำจัดพวกสัตว์เวทระดับห้าที่อยู่บนตัววังศิลาไปเรื่อยๆ จนไปถึงที่อยู่ของอารัคเนในที่สุด


    ทั้งสองกลุ่มต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ทหารทั้งเก้านายต่างป้องกันไม่ให้วังศิลารวมพลังเวทย์เปิดเกราะพลังได้ ส่วนอัศวินเกราะทองที่ชื่อเฮอเมอร์ก็ทำลายกระดองของวังศิลาไปพร้อมกับหาจังหวะดึงความสนใจจากอารัคเนไปด้วย โดยมีโวราค่อยรั้งอารัคเนด้วยเวทย์ไฟของตัวเองไม่ให้มันไปขัดขว้างการฆ่าวังศิลา


    การต่อสู้เริ่มจากพระอาทิตย์ตกเย็น แต่เวลานี้กลับกลายเป็นเที่ยงคืนเสียแล้ว อารัคเนแหนงหน้ามองท้องฟ้าโดยไม่สนใจการต่อสู้เลยสักนิด


    บุก!


    เสียงร้องของหญิงสาวที่ผสมไปด้วยเสียงกรีดร้องดังขึ้น เสียงมันผสมกันจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่องกับคำพูดที่มันเปล่งออกมา แต่ทว่าสำหรับคนที่อยู่ใกล้กับมันเช่นโวราและเฮอเมอร์และทหารเกราะทองทั้งเก้านายต่างได้ยินอย่างชัดเจน


    เสียงกรีดร้องแหลมเล็กนี้ดังขึ้นไปทั่วทั้งกองทัพสัตว์เวท ทุกตัวที่ไม่ได้เข้าต่อสู้บนหลังวังศิลาต่างกรู่กันไปยังเมืองหลวงอเคเซียราวกับน้ำหลาก ผู้คนบนกำแพงเมืองต่างกระชับอาวุธเตรียมรับศึกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว


    "บัดซบ! เร่งมือเร็วเข้าเฮอเมอร์ เราจะปล่อยให้มันนำทัพไปที่เมืองหลวงไม่ได้" เสียงของโวราเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนที่มันจะเริ่มรวบรวมพลังเวทย์เพราะเริ่มตนสร้างวงเวทย์มหาเวทย์ขึ้นแล้ว


    "ย๊าก~" เฮอเมอร์ไม่ได้ตอบรับแต่กลับตะโกนปลุกใจตัวเองก่อนจะกระหน่ำดาบลงไปบนวังศิลา ที่ซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางที่สุดของสัตว์เวทวังศิลาอย่างต่อเนื่อง


    วังหลังนี้ปรากฏรอยราวและรอยแตกหลายจุดทั่วทั้งวังไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่พังทลายลงมาเสียที ส่วนอารัคเนถูกกำแพงไฟที่สร้างจากจารึกเวทย์และค่ายกลเวทย์กักตัวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว มันกำลังทำลายค่ายกลเวทย์ไปเรื่อย จนแทบจะทำลายเขตแดนที่กักตัวมันไว้ได้แล้วด้วยซ้ำไป


    ในที่สุดวังศิลาก็พังทลายลงมา เผยให้เห็นเนื้อที่อยู่ด้านล่างของพื้นผิววังขนาดใหญ่นี้ โดยไม่รอช้าเฮอเมอร์ใช้จารึกเวทย์ระเบิดที่แรงที่สุดยัดลงไปที่ก้อนเนื้อ ก่อนจะกลับไปรวมตัวกับโวราและส่งคำสั่งถอยทัพไปยังทหารทั้งเก้านายที่ป้องกันการบุกขึ้นมาบนวังศิลา


    ทหารทั้งเก้านายต่างใช้จารึกเวทย์เคลื่อนย้ายในทันที ก่อนที่พวกมันจะหายไปในพริบตาเดียว ซึ่งนั้นทำให้เสือดำเขี้ยวขาวทั้งสามตัวหลุดจากวงล้อมของพวกมัน ทั้งสามตัวกระโจนลงจากหลังวังศิลาและคุมกองทัพสัตว์เวทไปยังเมืองหลวงในทันที มันไม่ได้สนใจถึงการคงอยู่ของมนุษย์ทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย


    "เตรียมถอย" เสียงกระซิบของโวรา ก่อนที่เจ้าตัวจะปลดปล่อยพลังเวทย์จำนวนมหาศาลที่มีออกไปทั้งหมด


    พายุไปวิปโยค!


    สิ้นเสียงร่ายสุดท้ายของโวรา พลังเวทย์ที่ปล่อยออกมาก็หลอมรวมกับวงเวทย์กลางพื้นดินบนหลังของวังศิลาอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นลูกบอลสีแดงเพลิงลูกหนึ่งขึ้นกลางอากาศ ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาอย่างจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ด้วยเช่นกัน


    ทั้งคู่ใช้จารึกเคลื่อนย้ายในทันทีที่ลุกบอลสีเพลิงนั้นปรากฏขึ้น ทิ้งไว้แต่เสียงกรีดร้องของอารัคเนที่พยายามทำลายค่ายกลออกมา จนในไม่ช้ามันก็ทำลายค่ายกลได้ในที่สุด


    โดยที่มันยังไม่ทันจะได้ยินดีกับการทำายค่ายกลได้ มันก็ตกอยู่ในพายุไฟขนาดใหญ่ที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งและขยายตัวออกไปเรื่อย โดยมีแรงระเบิดจากวังศิลาเป็นตัวเสริมความแรงของพายุไฟลูกนี้


    มันขยายตัวออกไปเรื่อยๆและกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในรัศมีของมันจนหมดสิ้น มันมีพลังมากพอจะทำลายสัตว์เวทระดับห้าได้อย่างง่ายดาย และไม่กี่วินาทีสำหรับการต่อต้านจากสัตว์เวทระดับหก และประมาณสองสามนาทีสำหรับสัตว์เวทระดับเจ็ด ซึ่งไม่สามารถฆ่ามันได้ถ้ามันหลบออกจากพายุเพลิงนี้ได้ก่อนที่มันจะสุกจนหลอมละลาย


    กร๊าซ~


    เสียงร้องอย่างไม่ยอมแพ้ของอารัคเนได้ยินไปทั่วทั้งสนามรบ มันพ้นใยออกมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อต้านทานเปลวเพลิงที่แผดเผามันด้วยความรุนแรงเกินคำบรรยาย แม้ใยของมันจะแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าแต่ไม่อาจจะต้านทานเปลวเพลิงขึ้นสูงเช่นนี้ได้ มันมีอุณหภูมิมากพอที่จะหลอมโลหะได้ในพริบตาเดียว


    เสียงโหยหวนของอารัคเนยังคงดังกึกก้องไปอีกหลายสิบนาที ก่อนที่เสียงจะเงียบหลายไป แต่ทว่าพายุเพลิงนั้นยังคงไม่ดับลงไปอย่างง่ายๆ มันพัดกวาดทั่วทั้งสนามรบนานหลายชั่วโมง กลืนกินและทำลายสัตว์เวทไปเป็นจำนวนมาก ก่อนที่มันจะสลายตัวไปในไม่ช้า


    การรบบนกำแพงเมืองก็เกือบจะจบลงแล้วเช่นกัน เสือดำเขี้ยวขาวถูกทหารในชุดเกราะอัศวินสีดำสังหารในดาบเดียว และอีกสองตัวถูกนักผจญภัยและทหารรับจ้างรุมสังหารไปฝ่ายละตัว


    "ท่าทางจอมเวทย์ทวิธาตุโวราจะไม่ได้กระจอกจริงๆสินะ ข้าละอยากลองประมือดูสักครั้งหนึ่งเสียจริง" เสียงในหมวกเกราะรูปกะโหลกดังขึ้น ก่อนที่ทั้งเจ็ดคนที่อยู่ในช่องสนทนาเดียวกันจะส่งเสียงเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็นออกมา


    "เจ้าอัศวินเกราะดำนั้นก็น่าสนใจ สู้กับคนที่ฝึกฝนดาบเหมือนกันน่าจะสนุกกว่านะ"


    "ข้าว่าเสียงคำรามของกระบวนท่าสลายทัพน่าทดสอบดูจัง"


    "โอ๊ะโอ่ ดูเหมือนหนูที่ซ่อนอยู่จะโผล่หางออกมาแล้วนะ" เสียงเข้มขรึมดังขึ้นขัดการสนทนา ก่อนที่ทุกคนจะกวาดตามองไปรอบๆอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย


    บนกำแพงเมืองปรากฏกลุ่มคนในชุดเกราะเหล็กสีสนิมและพวกนักรบในชุดเกราะหนังสีเลือดเป็นจำนวนมาก พวกมันแฝงตัวและกระจายไปรอบกำแพงเมืองอย่างเงียบๆและไม่มีใครให้ความสนใจกับพวกมันสักคนเดียว


    "ท่าทางนายท่านจะต้องมาจัดการเสียแล้วมั้ง ว่าแต่ท่านทำอะไรอยู่นะ" หนึ่งในเจ้ดคนพูดขึ้นมา ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพูดขึ้นพร้อมกัน


    "คงจะเหมือนเดิมสินะ! ฮ่าๆๆ" พวกมันหัวเราะกันเบาๆ โดยไม่สนใจการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่เลยแม้แต่น้อย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1901 Gnuh (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 13:38
    ขอบคุณครับ
    #1,901
    0
  2. #1899 Hanseik Yulong (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 10:42
    จัดไป 55
    #1,899
    0
  3. #1898 เอกเองครับ (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 12:31
    เหมือนเดิม นี่ทำอะไรเอ่ย หุหุ
    #1,898
    0
  4. #1897 AiTemmm (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 10:30
    ขอบคุณค่าา แต่ดึงเนื้อหาเข้ามาหน่อยก็ดี รู้สึกมันปมกับเนื้อมันจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
    #1,897
    0
  5. #1896 kamol1122 (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 22:41
    สนุกดีครับ
    #1,896
    0
  6. #1894 phairatw (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 18:24
    ขอบคุณครับ
    #1,894
    0
  7. #1893 wit000 (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:25
    ขอบใจจ้า
    #1,893
    0
  8. #1892 supersupersuper (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:17
    ใครเป็นใครเนี่ย งงมาหลายตอนแล้ว
    #1,892
    0
  9. #1891 oThe Nighto (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:17
    ... ไม่ออกมาสักที 555 สมกับยุในเงา
    #1,891
    0
  10. #1890 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 13:08
    เริ่มงงกับฝ่ายต่างและแต่ก็ยังพอไปได้อยู่ถ้านายท่าที่ว่าคือครรชิตนี่ก็น่าจะอ่านถูกละแหละ
    #1,890
    0