ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 158 : รุ่งอรุณสีเลือด (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    11 ม.ค. 60

บทที่ 4 : รุ่งอรุณสีเลือด (3)




    "นำกองกำลังไปเสริมที่ป้อมด่วน ไป! พวกมันบุกเข้ามาเพิ่มแล้ว!" เสียงตะโกนสั่งการของนายกองคนหนึ่ง ก่อนที่นายร้อยคนหนึ่งจะทหารเกือบร้อยคนวิ่งไปยังป้อนที่กำลังถูกพวกสิงโตวายุคลั่งรุมโจมตีอยู่


    "มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแค่วันที่สามพวกสัตว์ระดับสามถึงได้มากมายถึงเพียงนี้ วันแรกมันก็แปลกประหลาดที่มีสัตว์เวทระดับสองปะปนมาด้วย แต่ยิ่งผ่านไปมันยิ่งแปลกประหลาดขึ้นไปเรื่อยๆ" นายกองหลายคนกำลังปรึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ผ่านมา


    ในวันแรกพวกเขาไม่ทราบเลยว่าสัตว์เวทระดับสองมาได้อย่างไร กว่าจะจัดการมันได้ก็มีพวกไร้ฝีมือถูกฆ่าตายไปหลายสิบคน กว่าจะปลอบขวัญและจัดระเบียบใหม่ให้กับกองกำลังได้พวกเขาก็เหนื่อยแทบขาดใจ ยังไม่ทันพักได้เต็มที่การต้องสู้ในวันที่สองก็เริ่มต้นขึ้น


    วันที่สองนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ สัตว์เวทระดับสองมาเกินครึ่งของของทัพสัตว์เวท ตามติดมาด้วยสัตว์เวทระดับสามนับร้อยตัว พวกมันมาคุมกองทัพสัตว์เวทระดับสองอย่างน่ากลัว พวกมันโจมตีเป็นระบบมากขึ้นแต่ไม่มากพอจะป้องกันการกวาดล้างของมนุษยืไปได้


    สรุปวันที่สองมีคนตายไปหลายสิบคน ส่วนใหญ่เป็นคนไร้ฝีมือในการรบเป็นส่วนมากมีเพียงหนึ่งถึงสองคนที่พอจะมีฝีมือตายไปเท่านั้น ถือว่าเป็นการสูญเสียเพียงเล็กน้อยของกองทัพเท่านั้น


    ในวันที่สามพวกเขากลับเจอการโจมตีที่คาดไม่ถึง!


    สัตว์เวทนับแสนตัวเป็นสัตว์เวทระดับสามทั้งหมด มีสัตว์เวทระดับสองมาด้วยอีกหลายแสนตัว ด้วยกำลังที่มากมายขนาดนี้สามารถทำลายเมืองขนาดเล็กได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียวเชียว แต่ทว่าด้วยประสบการณ์ที่มากมายของทหารและนักผจญภัยรวมทั้งทหารรับจ้างทั้งหลาย ทำให้การรับมือกับพวกมันเป็นได้อย่างง่ายดายถึงกับว่าง่ายเกินกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ


    ในตอนที่พวกเขาคิดว่าความคุมสถานการณ์ได้อยู่นั้นเอง สัตว์ระดับสี่ก็โผล่มานับร้อยตัวพร้อมสัตว์เวทระดับสามที่แข็งแกร่งอีกจำนวนหนึ่งล้านตัวจะโผล่มาจากแนวรบไปไกลหลายร้อยเมตร พวกมันพุ่งเป้าไปที่หอคอยและกองบัญชาการของพวกเขาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้สนใจการบาดเจ็บของพวกมันแม้แต่น้อย


    และนั้นคือจุดเริ่มต้นของความวินาศของแนวป้องกัน พวกเขาผ่อนคลายลงเพราะคิดว่าพวกสัตว์เวทมันไม่ได้มามากมายเช่นเมื่อวานเท่านั้น แต่ที่พวกเขาไม่รู้คือพวกมันรู้จักซ่อนกำลังของตัวเองและโจมตีทีเผลอได้!


    ไม่มีเวลาให้กับการโทษตัวเอง พวกเขาเขาปะทะกับสัตว์เวทในทันที


    การปะทะเป็นไปอย่างไร้ระเบียบ ผู้คนที่บาดเจ็บหลบหนีไปยังแนวรบด้านหลังเข้าไปยังกำแพงเมืองด้านใน ในขณะที่พวกคนที่ยังสู้ได้ก็สู้กับสัตว์เวทอย่างวุ่นวาย


    เมื่อถึงเที่ยงวันพวกเขากำจัดพวกมันไปได้เพียงแปดส่วน และเกือบทั้งหมดนั้นเป็นเพียงสัตว์เวทระดับสามเพียงเท่านั้น


    แนวรบแรกที่ไปรักษาตัวและพักฟื้นได้ยกพลกลับมาสู้สนามรบที่กำแพงด้านหน้าเช่นเดิม ทำให้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง พวกเขาสามารถขับไล่และสังหารพวกมันได้เป็นจำนวนมากขึ้น เพราะนอกจากทหารชุดแรกจะกลับมาร่วมรบแล้ว ยังมีพวกทหารที่แข็งแกร่งอีกจำนวนหนึ่งมาจากกำแพงเมืองชั้นในด้วย


    ในด้านหนึ่งของสนามรบบนกำแพงเมือง ชุดเกราะสีดำกำลังยืนมองไปยังนอกกำแพงเมืองอย่างไม่สนใจใยดีต่อการบาดเจ็บหรือล้มตายของผู้คนรอบข้าง มันทำเพียงแค่มองดูและหันไปสนใจอย่างอื่นแทน


    แต่ทว่ามันกลับได้รับความสนใจจากผู้รอบข้างทุกครั้งที่มันเริ่มโจมตีสัตว์ที่เข้ามาใกล้มัน ดาบสีดำที่จู่ๆก็พุ่งออกมาจากฟักดาบข้างเอวได้เองราวกับมีชีวิต เข้าสู่มือของมันในเสี้ยววินาทีก่อนที่จะฟาดฟัดสัตว์เวทจนตายไปในดาบเดียว ซากของมันก็ลอยเข้าไปยังหีบขนาดใหญ่ที่มันแบกมาด้วย ซึ่งตอนนี้เป็นเหมือนเก้าอี้ตัวหนึ่งของมันก็เท่านั้น


    ทุกการเคลื่อนไหวของชุดเกราะเป็นไปอย่างเรียบง่ายและรวดเร็ว มันเป็นธรรมชาติราวกับเป็นการหายใจเข้าออกธรรมดาๆเท่านั้น ทุกการฟาดฟันเป็นไปด้วยความไหลลื่นและหมดจด โดยที่สัตว์เวทบ้างตัวยังไม่รู้ว่ามันตายเสียด้วยซ้ำไป


    ณ จุดอื่นของกำแพงเมืองที่เหล่าชุดเกราะสีดำที่น่าเกรงขามนี้ พวกมันจับคู่กันและทำเพียงแค่ป้องกันตัวเองและสัตว์เวทที่จะบุกเข้าไปในเมืองเท่านั้น ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทหาร นักผจญภัยหรือทหารรับจ้างสักคนเดียว มันฟาดฟันเรียบร้อยก็จะกลับไปนั่งบนหีบและมองไปนอกกำแพงเมืองต่อไป


    "อสรพิษเหินฟ้าระดับสี่ทะลุแนวป้องกันไปแล้ว!" เสียงตะโกนของทหารและนักผจญภัยหลายคนดังขึ้น เรียกความสนใจของชุดเกราะสีดำที่อยู่คนเดียวได้เป็นอย่างดี


    มันหันไปมองที่งูที่มีปีกเล็กๆคู่หนึ่งที่ส่วนหัวของมัน ซึ่งมันบินด้วยความเร็วที่ไม่มากนักแต่กลับลื่นไหลราวกับอยู่บนพื้นดิน หลบหลีกลูกศรและเวทมนต์ไปอย่างคล่องแคล่ว มันส่งเสียงประหลาดใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ฝักดาบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว


    ฝักดาบพุ่งออกมาจากข้างเอวของมัน มันพลันแยกตัวเป็นสองซีกจากเส้นแบ่งตรงกลางของฝักดาบ โดยที่ใบดาบก็แยกออกจากกันเช่นกัน มันกลายเป็นคันธนูโลหะที่ดูแปลกประหลาดในพริบตาเดียว มันคว้าไปคันธนูซึ่งกำลังลอยเข้ามาในมือของมันอย่างพอดี ในขณะที่ชุดเกราะด้านหลังของมันปรากฏซองลูกศรที่ทำจากโลหะชั้นดีขึ้นมา


    มันขึ้นสายและยิงลูกธนูออกไปไวราวกลับสายฟ้าแล่บ ลูกศรส่งเสียงแหวกอากาศดังสนั่นตลอดเส้นทางเบื้องหลังมัน ทิ้งระลอกคลื่นอาการที่ระเบิดไว้ด้านหลังอย่างน่ากลัว เพราะมันสามารถเห็นอากาศระเบิดเป็นเปลวเพลิงได้ลางๆเลยทีเดียว


    ไม่ถึงวินาทีลูกศรก็ปักเข้าที่หัวของอสูรพิษเหินฟ้า ก่อนที่ทุกคนจะได้ประหลาดใจกับความแม่นยำและความเร็วของลูกศร ลูกธนูนั้นราวกับมีจิตวิญญาณของตัวเอง มันวกกลับมาหาเจ้าของก่อนจะกลับไปอยู่ในซองลูกศรที่ด้านหลังเหมือนเดิม ทิ้งไว้แต่ซากอสรพิษเหินฟ้าขนาดหกเมตรเอาไว้แทบเท้าเจ้าชุดเกราะ ซึ่งมันก็ยัดลงไปในหีบเหล็กอย่างสบายๆ


    หลังจากยิงลูกศรออกไปแล้ว คันธนูก็กลับกลายเป็นดาบและฝักดาบขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มันกลับเข้าไปประจำอยู่ที่เอวอย่างเงียบเชียบ ทั้งกระบวนการตั้งแต่แปลงเป็นธนู ยิงลูกศรออกไปและกลับเป็นฝักดาบเช่นเดิมใช้เวลาไม่ถึงสองวินาทีด้วยซ้ำไป


    "มันทำได้ยังไง!" เสียงกระซิบของทหารคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่คนอื่นๆจะกระซิบกันอย่างวุ่นวาย


    "อาวุธระดับสูง! มันต้องเป็นอาวุธระดับสูงอย่างแน่นอน การเปลี่ยนรูปร่างได้มีแต่อาวุธขั้นสูงที่ทำพันธะแล้วเท่านั้น" เสียงของนักผจญภัยคนหนึ่งดังขึ้นซึ่งมันก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคพวกอีกหลายคน พวกมันมองชุดเกราะสีดำอย่างเกรงกลัวแต่ก็มีความละโมบเล็กๆน้อย


    ในขณะที่เหล่าทหารรับจ้างต่างมองเจ้าชุดเกราะตาเป็นมัน ด้วยสิ่งของที่ล่อตาล่อใจขนาดนี้คงไม่พ้นโดยพวกมันปล้นอย่างแน่นอน แต่มันก็เกรงกลัวพลังการต่อสู้ของเจ้าชุดเกราะนี้อยู่ไม่น้อย


    "บัดซบ! ทำไมไม่เป็นข้าที่มีอาวุธและชุดเกราะเช่นนี้บ้างนะ" เสียงก่นด่าและสาปแช่งดังออกมาเป็นระยะ แต่ไม่ได้ทำให้ชายในชุดเกราะรู้สีกอันใดไม่


    ในขณะที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจกับชุดเกราะสีดำอยู่นั้น ตัวมันเองกลับจับจ้องไปยังนอกกำแพงเมืองอย่างเงียบ แต่ทว่าถ้าใครได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้หน้ากากก็จะรู้ได้เลยว่ามันไม่ได้จ้องไปนอกเมืองแต่อย่างใด


    ทัศนวิสัยใต้หมวกเหล็กรูปร่างเหมือนกะโหลกสีดำนั้น มันเป็นภาพมุมมองรอบทิศทางซึ่งสามารถเลยมุมมองและองศาในการมองได้ทุกองศาเลยทีเดียว ผู้ที่อยู่ใต้ชุดเกราะกำลังจับตามองกลุ่มคนที่แจ่งตัวด้วยชุดทหารสีแดง ใส่เกราะเหล็กเหมือนพวกทหารประจำเมืองนี้ต่างกันตรงสัญลักษณ์เพียงเท่านั้น


    พวกมันเป็นกลุ่มที่มาจากเมืองใกล้ๆเมืองหลวงแห่งนี้ พวกมันต่อสู้กับสัตว์เวทอย่างฉาบฉวยเป็นอย่างมาก เน้นการป้องกันและเอาชีวิตรอดมากกว่าทหารรับจ้างกลุ่มอื่นที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พวกมันเก็บซากสัตว์เวทและชิ้นส่วนที่มีค่ามากๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือกลับทิ้งไว้โดยไม่สนใจมันแม้แต่น้อย ซึ่งผิดวิสัยของเหล่าทหารรับจ้างที่หารายรับทุกอย่างเท่าที่จะหาได้เป็นอย่างยิ่ง


    เวลาในวันที่สามล่วงเลยไปถึงหกโมงเย็น สัตว์เวทระดับสี่ตัวสุดท้ายถึงได้ถูกสังหารลงไป ในวันนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าห้าสิบคนด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักธนูที่อยู่ในป้อมปราการบนกำแพงกับผู้คนในเมืองอีกเล็กน้อยที่โดนลูกหลงของการต่อสู้


    ไม่มีเวลาให้พวกเขาเก็บกวาดซากสัตว์เวทเสียด้วยซ้ำไป สัตว์เวทระลอกใหม่ก็จัดทัพห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรเสียแล้ว มันจัดทัพแบบเต็มอัตราศึกเลยทีเดียวราวกับการออกศึกของมนุษย์


    ทัพหน้าของพวกมันเป็นสัตว์เวทระดับสามที่มีเกราะหนาตามธรรมชาติและมีขนาดใหญ่โต เช่นพวกแรดยักษ์ เม่นกระดูกและสัตว์จำพวกแมลงอีกหลายแสนตัว ถัดจากพวกเกราะหนากลับเป็นสัตว์เวทที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วและมีคละกันไประหว่างระดับสามและสี่ พวกมันมีอยู่ราวสองแสนตัวได้


    ทัพที่มาด้านหลังสุดมีสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นสัตว์เวทที่ใช้เวทโจมตีระยะไกลได้ทั้งนั้น พวกมันต่างเป็นพวกสัตว์เวทระดับสี่นับพันตัว ระดับห้าอีกร้อยกว่าตัวด้วยกัน ส่วนที่สองเป็นสัตว์เวทขนาดยักษ์ที่ใหญ่โตราวกับขุนเขาลูกย่อมๆ มันคือสัตว์เวทที่ชื่อว่าวังศิลา มันเป็นเต่าขนาดใหญ่ที่มักจะนอนอยู่นิ่งๆตลอดชั่วชีวิตของมัน กระดองของมันมักจะมีลักษณ์เป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหินมีค่าและพืชเวทย์หลายชนิดที่ขึ้นเฉพาะที่ตัวมันเท่านั้น


    ด้านบนของมันมีแมงมุมขนาดใหญ่ที่มีส่วนด้านหน้าเป็นมนุษย์เพศหญิง มันคืออารัคเนสัตวเวทระดับเจ็ดที่หาตัวพบได้ยากในอาณาจักรอเคเซียแห่งนี้ มันขนาดตัวใหญ่กว่ามนุษย์ถึงหกเท่าตัว ทำให้มันดูน่ากลัวมากกว่าแมงมุมยักษ์ที่มีขนาดเท่ากันก็ตรงที่มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ซึ่งทำให้มันฉลาดมากกว่าแมงมุมยักษ์ทั่วไปนั้นเอง


    นอกจากเจ้าสัตว์ยักษ์ที่อารัคเนขี่มันมาแล้ว ยังมีเสือสีดำสามตัวที่แผ่อำนาจของสัตว์เวทระดับหกออกมาอีกด้วย มันเคลื่อนที่อยู่ด้านหน้าเจ้าเต่ายักษ์ราวกับระวังภัยให้วังศิลาอยู่อย่างงั้น ซึ่งเจ้าสัตว์ยักษ์หรือวังศิลาตัวนี้มีระดับเพียงแค่ระดับหกเท่านั้น ถ้าเป็นระดับเจ็ดอย่างน้อยตัวของมันก็ใหญ่โตราวกับเกาะเล็กๆเกาะหนึ่งเลยทีเดียว


    บนกำแพงชั้นใน จอมเวทย์ทวิธาตุสองคนได้มองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่ทหารในชุดเกราะสีทองที่มีระดับการฝึกฝนไม่น้อยกว่าจอมเวทย์ทวิธาตุทั้งสองคนจะเดินเข้ามา


    "โวรา เจ้าสามารถสังหารอารัคเนที่มากับกองทัพสัตว์เวทได้หรือไม่" เสียงที่ฟังดูเข้มแข็งดังขึ้นจากชายวัยชราในชุดเกราะสีทองดูหรูหราเป็นอย่างยิ่ง


    "แม้ว่าข้าจะเป็นดาวข่มของอารัคเนก็ตาม โอกาศที่จะชนะมันก็ไม่เกินเจ็ดในสิบส่วนอยู่ดี เจ้าอย่าลืมว่าวังศิลาสามารถสร้างม่านป้องกันที่แข็งแกร่งได้ด้วย ต้องล่อมันออกมาจากวังศิลาเสียก่อน ไม่งั้นเราก็ไม่มีโอกาศจะฆ่ามันได้เลยแม้แต่น้อย ท่านเฮอเมอร์ ท่านสามารถล่อมันได้หรือไม่" มันถามกลับไปยังชายชราในชุดเกราะ ซึ่งมันก็เงียบเป็นการตอบคำถามของจอมเวทย์ที่มีอายุไม่ต่างกันมากนัก


    "ข้าจะลองดู" เสียงที่คมเข้มดังออกจากชายชรานามว่าเฮอเมอร์ แต่เสียงของมันมีความหวั่นไหวแทรกอยู่ในน้ำเสียงขณะกล่าวออกมาด้วย


    "ก็ดี ถ้าอย่างงั้นเราคงต้องฝากความหวังสำหรับวันพรุ่งนี้ให้เจ้าสินะวิโอล่า" โวราหันไปยิ้มกับวิโอล่าที่อยู่ในชุดคลุมแม่มดสีดำสนิท วึ่งเธอก็เปิดฮู้ดออกมามองโวราก่อนจะยิ้มรับหนึ่งที่ แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้ยิ้มไปด้วย


    "ได้อยู่แล้ว ขอแค่มันไม่แข็งแกร่งเท่าวันนี้ก็เพียงพอ" เธอหันกายไปยังราชวัง ทิ้งให้บนกำแพงเมืองมีทหารในชุดเกราะทองนับสิบคนและเกราะสีดำอีกหนึ่งคนยืนอยู้ด้านหลังของจอมเวทย์ทวิธาตุที่อยู่ในชุดคลุมสีแดงเพลิงอยู่อย่างนั้น


    "พวกท่านควรเร่งจัดการ ข้าจะไปช่วยพวกทหารที่กำแพงเมืองชั้นนอกเสียหน่อย ถึงแม้พวกมันสมควรตายแต่ก็นับว่าเป็นลูกหลานของเราอยู่ดี" ทหารในชุดเกราะดำพูดขึ้น ก่อนที่มันจะกลายเป็นเงาพร่าเลือนแล้วหลายไปในพริบตาเดียว


    กองอัศวินในชุดเกราะทองมองหน้ากัน ก่อนที่ทุกคนจะเดินตามโวราและเฮอเมอร์ที่เดินนำไปยังกำแพงเมืองชั้นนอก พวกเขาแบกรับเอาเมืองทั้งเมืองเอาไว้บนบ่า ในระหว่างทางที่เดินไปยังกำแพงชั้นนอก พวกเขาต่างเรียกนายกองในสังกัดของตัวเองออกมารับคำสั่ง ก่อนที่พวกมันจะมุ่งหน้าไปรอปะทะที่นอกกำแพงเมือง


    บนกำแพงเมืองชั้นนอก เหล่าทหารในชุดเกราะอัศวินสีเงินหลายหมื่นคนยินประจันหน้าบนกำแพงอย่างขยันขันแข็ง มีอัศวินในชุดเกราะสีทองปะปนอยู่บ้างประปราย นอกจากทหารเหล่านี้แล้วยังมีนักผจญภัยอีกหลายแสนคนยืนอยู่ด้านหลังของเหล่าทหาร เพื่อเป็นกำลังเสริมในยามจำเป็นให้กับทหาร ส่วนทหารรับจ้างพวกนี้กับประจำอยู่กับหน่วยโจมตีระยะไกลเป็นส่วนมาก


    เมื่อเปรียบเทียบกำลังกันระหว่างทหาร นักผจญภัยและทหารรับจ้าง ทหารนั้นมีเพียงห้าหมื่นถึงแสนนายเท่านั้น ในขณะที่นักผจญภัยมีถึงสองแสนคนเป็นอย่างต่ำ และทหารรับจ้างก็มีกำลังพอๆกับเหล่าทหาร แต่กองทัพทหารเต็มไปด้วยผู้ใช้ศาสตราวุธขั้นสูงเป็นครึ่งหนึ่งของกองทัพ และสามส่วนเป็นขั้นกลางในขั้นต้นมีเพียงสองส่วนเท่านั้น


    สำหรับนักผจญภัยและทหารรับจ้างกลับคละกันไปไม่มีสัดส่วนที่แน่นอน เพราะพวกนี้มีฝีมือในการเอาตัวรอดสูงกว่าระดับการฝึกฝนของตัวเอง แต่การสู้กับสัตว์เวทจำนวนมากกลับสู้กับกองทัพไม่ได้แม้แต่น้อย


    แม้จะแตกต่างกันแต่พวกเขาก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อป้องกันเมืองของพวกเขาจากสัตว์เวทนับแสนตัวที่กำลังยาตราทัพเข้ามาใกล้กำแพงเมืองเข้าไปทุกที่


    'เวลาแห่งการนองเลือดได้เริ่มต้นอีกครั้ง และในครั้งนี้การอยู่รอดของเมืองหลวงและประชาชนในกำแพงชั้นนอกจะเป็นอย่างไร ในเมื่อฝ่ายสัตว์เวทเป็นถึงสัตว์เวทระดับเจ็ดที่มีสติปัญญาระดับเดียวกับมนุษย์ และนำกองทัพที่เท่าเทียมกับมนุษย์มาด้วยตัวเองในครั้งนี้' เสียงที่แผ่วดังขึ้นจากที่ใดที่หนึ่งในสนามรบที่กำลังจะเกิดขึ้น



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1937 นักอ่านเงาในตำนาน (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 12:28
    ขึ้นชื่อว่าราชันย์เงา จะออกไปบู๊เองทำมะเขือเผาอะไร สร้างลูกน้องมาบู๊แทนอ่ะถูกแล้ว ตัวเองนั่งชมนิ่งๆพอ
    #1,937
    0
  2. #1900 Gnuh (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 13:27
    ขอบคุณครับ
    #1,900
    0
  3. #1888 over_lord2 (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 21:19
    สนุกมากกกกก ครับ
    #1,888
    0
  4. #1887 oThe Nighto (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 19:07
    ... ครรชิน มาเองหรออออ
    #1,887
    0
  5. #1886 phairatw (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 18:58
    ขอบคุณครับ
    #1,886
    0
  6. #1885 Hanseik Yulong (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 18:51
    ได้เวลาโชว์เทพ..หรือ คนอื่นหว่า...55
    #1,885
    0
  7. #1883 destiny_Dragon (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 17:00
    เห็นด้วยเลยไรท์ชักจะออกทะเลไปไกลละนะจะไปจับปลาวาฬหรา
    #1,883
    0
  8. #1880 พิกัด (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:39
    รู้สึกเรื่องนี้พระเอกคือตัวประกอบ !! ไร้สาระไปวันๆ นี่ตกลงจะสร้างฮาเร็มหรือสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากัน? แค่เมย์คนเดียวยังเข้าใจ แต่ผ่านๆไปเริ่มรู้สึกถึงความน่าเบื่อย่างแรง บทเหล่าภรรยาหายหมดเลย กลายเป็นบทของตัวประกอบไปซะงั้น ตอนสู้เห็นเทพนักเทพหนาแต่กลับไม่ได้สู้ แบบนี้จะเทพเพื่อ?? บอกตรงๆนะ จูเนี่ยคนก่อนยังดีกว่าเยอะ!! ได้ร่างใหม่ไม่นานเมียบานเลย แถมยังรุกหน้าไปไกลแล้ว เพียงแค่อายุ12ปี น้องไก่ครรชิตนีีอายุเท่าไหร่แล้ว20-30แล้ว ยังไม่ได้แตะสักคน โคตรขายหน้าเลย สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มันค่อนจ้างออกทะเลมากเกินไปแล้ว มาแบบตอนแรกๆที่ไม่มีลูกศิษย์มีแค่เมย์คนเดียวยังรู้สึกสนุกกว่าเยอะ !! สาวๆเก่าๆบทก็ไม่มี สาวใหม่ก็ไม่มี ....
    #1,880
    0
  9. #1879 เบื่อหน่าย (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:36
    พักหลังๆน้ำมาเยอะนะเริ่มน่าเบื่อ
    #1,879
    0
  10. #1878 cutehell (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 13:44
    สงคราม3วัน บรรยายว่าหนักหนาสาหัส แต่ยอดคนตายนี้มันกลับกันเลยนะ คนหลายแสน ตาย3วันไม่ถึง100ด้วยซ้ำ ยังไม่ถึง 0.1%เลย ไม่น่าจะเรียกว่าเสียหายได้นะ ตอนฆ่ากันเองคนตายเยอะกว่านี้ตั้งกี่เท่า
    #1,878
    0
  11. #1877 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 12:33
    พระเอกเราจะออกมั้ยรู้สึกเก่งแล้วค่าตัวแพง 555
    #1,877
    2
    • #1877-1 zxc0803249138(จากตอนที่ 158)
      11 มกราคม 2560 / 14:01
      ใช่ครับค่าตัวมันแพงแล้วมันเล่นตัวด้วย
      #1877-1
  12. #1876 AllGa (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 12:33
    555555555
    #1,876
    0