ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 157 : รุ่งอรุณสีเลือด (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    9 ม.ค. 60

บทที่ 4 : รุ่งอรุณสีเลือด (2)




    ภายในเมืองหลวง เหตุการณ์ที่วุ่นวายยังคงพบเห็นได้เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ทั้งพ่อค้าที่กำลังลดแลกแจกแถมสินค้าให้กับเหล่าทหารรับจ้าง นักผจญภัย รวมทั้งเหล่าผู้คนที่สามารถต่อสู้กับสัตว์เวทได้อย่างบ้าคลั่ง เพราะปีนี้ประชากรในเมืองหลวงมีมากเกินกว่าที่คาดการไว้ถึงสี่ส่วนด้วยกัน


    จากการตรวจสอบจำนวนผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน ยอดของผู้คนเกินห้าล้านคนเข้าไปแล้ว ด้วยการอพยพเข้าสู่เมืองหลวงของเหล่าผู้คนที่เผชิญกับภัยแล้งและการอาละวาดของสัตว์เวท ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นมาเกินเท่าตัวเลยทีเดียว


    นั้นหมายถึงสัตว์เวทจำนวนมากกว่าเดิมและแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยเช่นกัน


    แม้ความอันตรายจะมากขึ้น แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็มากมายเกินกว่าที่จะคาดเดาได้ ถึงแม้สัตว์เวทระดับหกจะเพิ่มมาหนึ่งหรือสองตัว ถ้ายังมีจอมเวทย์ทวิธาตุอยู่ในเมืองเช่นนี้ควา่มเสียหายคงแทบไม่เกิดขึ้นอยู่ดี ยกเว้นแต่สัตว์เวทระดับเจ็ดจะโผล่มาด้วย นั้นจะสร้างความเสียหายให้เมืองอย่างมาก


    อีกเพียงแค่วันเดียวภัยพิบัติสิ้นปีจะคืบคลานเข้ามาแล้ว แม้จะเป็นภัยพิบัติสิ้นปีที่อ่อนแอที่สุดก็ตามที่ ด้วยการที่สัตว์เวทบุกมาตายสัดส่วนของประชากรต่อเมือง ไม่ใช่แบบที่เมืองของครรชิตกำลังจะพบเจออีกครั้ง ด้วยยสัตว์เวทที่แปรเปลี่ยนไปตามความแข็งแกร่งของผู้คนในเมืองหรือหมู่บ้าน


    เมืองหลวงอเคเซียที่เคยมีเพียงกำแพงเมืองเพียงชั้นเดียว ตอนนี้มันกลายเป็นเมืองสองชั้นไปเสียแล้ว กำแพงเมืองใหม่ทอดยาวมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ด้วยความที่แนวเทือกเขาด้านหลังมันขนานไปกับการขยายตัวของเมืองนั้นเอง


    ในเมืองชั้นนอกเป็นที่อยู่ของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยทั้งหลาย ทำให้มันแทบจะไม่แตกต่างจากสลัมที่แออัด ที่นั้นมีทหารตรวจตาอยู่มากมายและมีผู้คนที่กำลังเตรียมตัวรับกับศึกบนกำแพงไม้เสริมหินและดินโคลนอยู่ในตอนนี้


    แม้จะมีเวลาเตรียมตัวถึงแปดเดือนกว่าๆ แต่กำแพงเมืองส่วนมากยังไม่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งแม้แต่น้อย ด้วยจำนวนประชากรที่มากขึ้นแต่ส่วนใหญ่กลับมีพลังไม่ถึงผู้ฝึกฝนขั้นสองเสียด้วยซ้ำไป ทำให้มีแต่งานใช้แรงงานเท่านั้นที่พวกมันทำได้


    ด้วยแรงงานหลายหมื่นคน ทำให้วันหนึ่งามารถสร้างกำแพงไม้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม้สามารถหาตัดได้ไม่ไกลจากส่วนที่สร้างกำแพงมากนัก ภายในสี่เดือนกำแพงไม้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ต่อไปก็เป็นการเสริมความแข็งแรงให้กำแพงด้วยดินเพื่อสร้างเป็นโครงกำแพงหินอีกชั้นหนึ่ง


    ชั้นที่สองของกำแพงนี้เองที่แรงงานแทบจะไม่มีส่วนรวม นอกจากการขนวัสดุมาส่งและนำวัสดุไปยังส่วนต่างๆของกำแพง เพราะอาศัยเพียงนักเวทย์ธาตุดินและน้ำในการสร้างพวกมันออกมา และใช้เวทย์ธาตุไม้เร่งต้นหญ้าเพื่อสร้างดินโคนที่แข็งแกร่งขึ้นมา ถึงแม้จะขนพวกมันจากแหล่งอื่นๆก็ได้ แต่ก็ไม่เร็วเท่าสร้างแล้วทำในตรงนั้นเลย


    เมื่อกำแพงชั้นที่สองคืบหน้าไปได้มากหน่อย แรงงานที่ว่างงานก็ได้รับการว่าจ้างให้ขนหินและหินปูนมาจากเหมืองใกล้ๆ ด้วยการขนส่งที่ล่าช้าในแต่ละครั้ง ทำให้ความก้าวหน้าของกำแพงมันช้าลงเรื่อยๆ


    แปดเดือนจึงทำให้ได้กำแพงไม้ครอบคลุมเมืองชั้นนอกเสร็จสิ้น กำแพงดินโคลนสำหรับกันไฟและแรงปะทะในครั้งแรกก็คืบหน้าไปหกส่วน ส่วนกำแพงหินที่สร้างเป็นชั้นนอกเพื่อความแข็งแกร่งและใช้สำหรับลงวงเวทย์ป้องกัน กลับสร้างไปได้เพียงสองส่วนเท่านั้น ทำให้เมืองแทบจะไม่พร้อมสำหรับการปะทะในวันสุดท้าย


    ถึงแม้กำแพงจะไม่สมบูรณ์สักเท่าใด แต่ขวัญกำลังใจของชาวเมืองก็ไม่ได้ถอดถอยลงไปสักเท่าใด เพราะในช่วงเวลาที่เกิดภัยแล้งนี้เอง ก็ได้มีบุคคลที่มีพรสวรรค์เพื่อขึ้นมากในช่วงวิกฤตนี้


    ด้วยความสัตว์เวทมีให้ล่ามากขึ้นและพวกมันก็อ่อนแอลงไปมากจากภัยแล้งเช่นกัน ทำให้พวกเขาได้ประโยชน์ครั้งใหญ่จากพวกมัน ด้วยการที่ราคาของศิลาจิตอสูรระดับสองและสามลดลงเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ที่ติดอยู่ในขั้นผู้ฝึกฝนขั้นสูงสามารถทะลวงระดับไปยังผู้ใช้เวทย์ธาตุได้จำนวนมาก


    ด้วยกองกำลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย ทำให้อาณาจักรแข็งแกร่งขึ้นชั่วคราวในระดับหนึ่ง แต่ไม่แน่หลังจากผ่านปีนี้ไปแล้วผู้คนเหล่านั้นจะสามารถพัฒนาไปต่อได้หรือไม่


    "อัลซา! เจ้าพวกเด็กบ้าอย่างเพิ่งมาวุ่นวายตอนนี้!" เสียงตะโกนของพ่อค้าคนหนึ่งดังขึ้น เช่นเดียวกับพ่อค้าแม่ค้าอีกหลายคนที่ตะโกนดังขึ้นไล่หลังกลุ่มเด็กไป


    กลุ่มเด็กหลายสิบคนวิ่งไปทั่วลานกลางเทืองอย่างสนุกสนามโดยไม่คิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้แม้แต่น้อย


    คืนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบ้างอย่างและเรื่องราวอีกหลายเรื่องราวจะถูกกล่าวขานขึ้นนับจากคืนนี้ไป


    เมฆบนท้องฟ้าในยามเช้าเช่นนี้กลับเต็มไปด้วยสีโทนทึบ เหมือนกับสายฝนกำลังจะตกลงมาในไม่ช้านี้ เสียงฟ้าร้องและเคลื่อนคำรามของสัตว์เวทดังขึ้นไกล จนแม้แต่ผู้ที่อยู่สถานที่ปิดก็ยังได้ยินเสียงของมันได้


    นับว่าสภาพอากาศช่างไม่เป็นใจสำหรับการสู้ศึกในคืนนี้เสียเหลือเกิน


    "หลายปีแล้วสินะที่สภาพอากาศก่อนศึกกับสัตว์เวทไม่ได้น่าหดหู่เช่นนี้" แม่ค้าที่ดูสูงวัยคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมกับเพื่อพ่อค้าและแม่ค้าใกล้ต่างพยักหน้าในเบาๆกับคำพูดนั้น ทำมห้แต่ละคนมีสีหน้าเหม่อลอยและจ้องมองไปยังท้องฟ้าอย่างเงียบๆ


    "เราคงต้องไปหลบภัยกันแล้ว โดยเฉพาะสำหรับพวกเราที่ไม่เคยต่อสู้หรือมีพลังมามานอะไรนัก" คำพูดของหนึ่งในกลุ่มแม่ค้าพ่อค้าได้เรียกสติของทุกคนกลับมา


    พวกเขาหลบเข้าไปในตึกหรืออาคารของกลุ่มการค้าของตัวเอง หรือไม่ก็กลับไปยังบ้านพักและเข้าไปซ่อนในห้องลับหรือปราการของตัวเองทั้งสิ้น ทุกที่ในเมือต่างเต็มไปด้วยนักรบและทหารรับจ้างที่ถูกจ้างมาเฝ้าร้านค้าเหล่านี้


    จากการคาดการดูแลปีนี้โจรคงไม่กล้าออกอาละวาดปล้นชิงในช่วงภัยพิบัติแน่นอน เพราะจำนวนของสัตว์เวทที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทำให้ความเสี่ยงที่พวกมันจะบุกเข้ามาในเมืองมีความเป็นไปได้สูงมาก


    "อัลซา! เจ้าพวกนี้ไปไหนกันหมดนะ" เหล่าชิสเตอร์กำลังออกตามหาเด็กชายและเด็กหญิงที่วิ่งเล่นอยู่ในเมืองหลวงอย่างยากลำบาก


    "มีใครเห็นกลุ่มเด็กอัลซาบ้างไหมค่ะ" เสียงของหนึ่งในซิสเตอร์ถามกับแม่ค้าคนหนึ่งที่กำลังจะกลับไปยังอาคารกิลด์การค้าของพวกเขา


    "อัลซาหรอ เห็นวิ่งไปที่เขตกำแพงเมืองใหม่นะ" แม่ค้าคนนั้นพูดเสร็จก็วิ่งไปด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะหายไปจากสายตาของเหล่าซิสเตอร์


    พวกซิสเตอร์วิ่งไปยังพื้นที่กำแพงเมืองใหม่ที่แม่ค้าคนนั้นบอกทิศทางในทันที พวกเธอวิ่งด้วยความเร็วที่คนธรรมดาไม่อาจจะมีได้ ด้วยความที่พวกเธอแต่ละคนไม่มีใครมีระดับพลังต่ำกว่าผู้ใช้เวทย์ธาตุระดับต้นเลยสักคนเดียว ดังนั้นการใช้เวทย์เสริมการเคลื่อนที่จึงเป็นเรื่องง่ายๆของพวกเธอ


    หลังจากลัดเลาะไปได้เกือบสามนาที พวกเธอก็พบกับกลุ่มเด็กในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พวกเธอดูแลอยู่ ตรงนั้นมีคนในชุดเกราะเหล็กสีดำจำนวนเจ็ดคนยืนอยู่ พวกเขากำลังนั่งอยู่บนลังเหล็กขนาดใหญ่โดยมีเด็กล้อมรอบพวกเขาเอาไว้


    คนในชุดเกราะเหล่านั้นกำลังแจกอาหารเล็กๆน้อยๆให้กลุ่มเด็กอยู่ และเหล่าเด้กๆก็ดูคุ้นชินกับชุดเกราะของพวกเขาอยู่ไม่น้อย


    "อ่า พวกท่านกลับมาแล้วอย่างงั้นรึ ภายในเมืองเป็นอย่างไรบ้างค่ะ" ซิสเตอร์คนหนึ่งพูดออกมาหลังจากเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนในชุดเกราะสีดำ


    "ใกล้พร้อมที่จะย้ายเด็กๆไปแล้วขอรับ แต่ต้องรอการเติมพลังเวทย์ธาตุมิติอีกเล็กน้อยเท่านั้น ว่าแต่พวกท่านออกมาเช่นนี้ เด็กๆในบ้านเด็กกำพร้าจะไม่เป็นอะไรหรือขอรับ" เสียงชายหนุ่มดังออกมาจากชุดเกราะสีดำชุดหนึ่ง


    "ไม่ต้องหวังหรอกค่ะ เราแบ่งคนค่อยเฝ้าสังเกตบ้านเด็กกำพร้าของเราไว้อยู่แล้ว เด็กๆพวกนี้มาตามเสียงเตือนของพวกท่านสินะ"


    "ใช่ขอรับ"


    ทั้งสองกลุ่มคุยกันอย่างสนิทสนม ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะหน่วยที่หนึ่งหรือที่ชาวบ้านชอบเรียกกันว่ากลุ่มเจ็ดยมทูต ได้รับเด็กกำพร้าที่อายุสิบหกถึงสิบเจ็ดปีไปเลี้ยงดูจำนวนมาก ซึ่งทุกคนต่างก็ทำงานอยู่ในสมาคมการค้าแห่งหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นนักผจญภัยและทหารรับจ้างมากฝีมือภายในเวลาไม่ถึงปี


    ด้วยความแข็งแกร่งของเด็กกำพร้าเหล่านั้น ทำให้บ้านเด็กกำพร้าที่เหล่าซิสเตอร์เป็นผู้ดูแลก็มีสถานการณ์ดีขึ้น ที่ดินที่เช่าจากพ่อค้าคนหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นของพวกเธอแล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงเป็นอย่างมากและเด็กๆก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างดี ไม่ต้องออกไปหางานทำเล็กๆน้อยๆเช่นในอดีตอีกต่อไป


    และมีเด็กกำพร้าบ้างส่วนที่มีพรสวรรค์ตั้งแต่เด็ก ก็ถูกรับเลี้ยงไปอีกหลายสิบคน เด็กพวกนั้นพวกเธอไม่ค่อยได้พบเจอแต่มีจดหมายมาส่งให้ทุกเดือน ซึ่งส่วนมากก็เป็นเรื่องราวของการอยู่ในเมืองที่สวยงามราวกับสวรรค์เลยทีเดียว และอีกไม่นานพวกเธอก็จะถูกร้องขอให้ย้ายไปประจำที่นั้น เราะเหมาะสมกับการเลี้ยงดูเด็กๆมากกว่า


    ในขณะที่พวกเขาทั้งสองกลุ่มกำลังคุยกันอยู่นั้น เวลามันได้เลยผ่านไปจนถึงเที่ยงเสียแล้ว เหล่าซิสเตอร์เลยพาเด็กๆกลุ่มอัลซากลับไปยังบ้านของพวกเขา ก่อนจะลงไปหลบซ่อนในชัน้ใต้ดินของบ้านหลังนั้น


    "พวกเราไปกันเถอะ กำแพงทิศเหนือสี่ร้อยคนพวกเจ้าสองคนไปจัดการ ทิศใต้หกร้อยคนเจ้าและเจ้าไป ทิศตะวันออกแปดร้อยคนให้เจ้าสองคนจัดการ ด้านตะวันตกข้าจัดการกับที่เหลือเอง ไปได้!" พวกเขาแยกกันไปโดยเอาหีบเหล็กที่แต่ละคนแบกมาด้วยไปด้วย


    คนในชุดเกราะคือหน่วยหนึ่งที่ครรชิตส่งมายังที่แห่งนี้นั้นเอง เพื่อทำการสังหารพวกขุนนางหัวเก่าและทำลายแผนของพวกมันหลังจากสร้างความเสียหายจนลากพวกเงาและราชาเงาออกจากที่ซ่อนทั้งหมด ไม่ใช่แค่พวกหน่วยที่หนึ่งเท่านั้นที่ส่งมา ยังมีหน่วยรอบสังหารอีกจำนวนหนึ่งที่แฝงตัวไปทั่วทั้งอาณาจักรที่จะออกทำตามคำสั่งทันทีที่พวกมันโผล่หัวออกมา


    ในเวลาค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ค่อยสาดส่องไปบนพื้นแผ่นดิน จุดแสงสีแดงเรื่อหลายหมื่นคู่ส่องสว่างอยู่นอกกำแพงเมืองอย่างหนาแน่น มันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กำแพงเมืองมาขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็อยู่นอกระยะโจมตีของลูกธนูและเวทมนตร์เป็นอย่างมาก


    สงครามระหว่างมนุษย์กับสัตว์เวทกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้จะมีสงครามระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองแอบซ่อนอยู่ภายในอีกด้วย ผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นกลับไม่มีใครรู้ได้เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่สงครามกับสัตว์เวทพวกเขาก็ย่ำแย่พอดูแล้ว แต่นี้กลับมีคลื่นใต้น้ำที่ขุนกำลังใหญ่สุดกลับไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ


    "พี่น้องทหารหาญทุกท่าน! พวกมันกำลังเคลื่อนทัพเข้ามาใกล้แล้วเตรียมอาวุธของพวกเจ้าให้พร้อม" เสียงของนายทหารชั้นนายกองดังขึ้นบนกำแพงเมืองใหม่อย่างต่อเนื่อง คำสั่งถูกส่งกระจายไปตามความยาวของกำแพงอย่างรวดเร็ว


    กองทหารที่อยู่ตามแนวกำแพงต่างโน้มคันศรและเล็งหน้าไม้ไปยังจุดปะทะแรกอย่างพร้อมเพียง เช่นเดียวกับนักผจญภัยและทหารรับจ้างที่มากฝีมือทั้งหลายต่างใช้อาวูธระยะไกลเป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันกำแพงเมือง ส่วนผู้ใช้เวทย์ทั้งหลายต่างหน่วงเวทย์ต่อเนื่องของตัวเองอย่างมากมาย


    ไม่มีใครสังเกตเลยว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยรอบข้างของพวกเขาที่ส่งแววตาแปลกประหลาดออกมา พวกมันคือกลุ่มคนที่ถูกส่งมาเพื่อกอบโกยทรัพยากรจากเมืองหลวงแห่งนี้ แต่ทว่าตอนนี้พวกมันเองก็ไม่รู้ว่าพวกมันก็เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งของเจ้าเมืองที่พวกมันเคารพรักก็เท่านั้น


    ห่างจากเมืองไปสองกิโลเมตรฝูงสัตว์เวทระดับหนึ่งจำนวนหลายแสนตัวรวมกับสัตว์เวทระดับสองอีกพันกว่าตัว พวกมันพุ่งตรงมายังเมืองโดยไม่เกรงกลัวต่ออันตรายแม้แต่น้อย ด้วยสภาวะคลั่งที่พวกมันถูกกระตุ้นออกมา ทำให้ความกลัวตายของพวกมันถูกลบหายไป มีเพียงสิ่งที่เดียวที่อยู่ในใจของพวกมันคือการทำลายเมืองที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น


    ในขณะที่ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายกำลังใกล้เข้ามานั้น ปรากฏสิ่งที่เหมือนวงเวทย์ขึ้นในพื้นที่ส่วนหนึ่งของกองทัพสัตว์เวท ก่อนที่พวกมันหลายสิบตัวจะหายไปจากที่นั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้กองทัพสัตว์เวทหยุดชะงักแม้แต่น้อย มันยังคงบุกเข้าไปอย่างกราดเกรี้ยวและรุนแรงเช่นเดิม


    ไม่ใช่เพียงที่เมืองหลวงเท่านั้น แม้แต่เมืองขนาดใหญ่และกลางหลายแห่งก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเช่นกัน แต่มันก็ไม่มีใครสังเกตเห็นถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย


    "โจมตี!" เมื่อพวกมันเข้ามาในระยะหนึ่งกิโลเมตรรอบเมืองหลวง คำสั่งโจมตีก็ถูกถ่ายทอดออกไป ฝูงลูกธนู ลูกดอก หอกซัดและเวทมนตร์ก็พุ่งตรงไปยังกองทัพสัตว์เวทในทันที พวกมันล้มตายไปเป็นจำนวนมากแต่ไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการรุกคืบของพวกมันได้


    เมื่อตัวไหนตายลงตัวที่อยู่ถัดไปก็หลั่งไหลเข้ามาแทนที่ หากเป็นแต่ก่อนนี้ด้วยการโจมตีชุดแรกสมควรลดจำนวนพวกมันไปได้หนึ่งในสาม แต่ทว่าในครั้งนี้กลับลดมันได้เพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น แม้จะมีคนเพิ่มขึ้นมาแต่ประสิทธิภาพสำหรับการโจมตีในระยะหนึ่งกิโลเมตรนับว่าย่ำแย่ยิ่งนัก จนกว่าจะถึงห้าร้อยเมตรการโจมตีถึงจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้


    การโจมตีระลอกแล้วละลอกเล่าจากกำแพงเมืองผ่านไป จนในที่สุดก็ไม่มีสัตว์เวทเหลืออยู่นอกกำแพงเมืองอีกต่อไป แต่มันก็ใช่เวลาไปเกือบจะถึงเช้ากว่าจะกำจัดสัตว์เวทระดับหนึ่งได้ทั้งหมด และใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการโจมตีสัตว์เวทระดับสองที่รวดเร็วและแข็งแกร่งกว่าที่ลูกธนูจะโจมตีมันเข้า


    วันแรกของการโจมตีก็จบลงในเวลาใกล้เคียงกับทุกปี แต่การบาดเจ็บกับเพิ่มขึ้นมากไปอีกหลายเท่าตัว เพราะสัตว์เวทระดับสองในการโจมตีครั้งแรกมีเกือบครึ่งเป็นสัตว์เวทที่บินได้ ทำให้มีผู้คนบาดเจ็บและล้มตายไปหลายคนในทุกจุดปะทะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1884 Hanseik Yulong (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 18:37
    สงสัยพระเอกจะเก็บไปปล่อยลงในพวกคิดร้าย55
    #1,884
    0
  2. #1872 m-cloud (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:01
    มีแอบขโมยด้วย
    #1,872
    0
  3. #1871 phairatw (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 18:32
    ขอบคุณครับ
    #1,871
    0
  4. #1847 cattycall (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 21:30
    #1,847
    0
  5. #1844 JomMuD (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 16:26
    ขอบคุณครับ ลุยๆครร
    #1,844
    0
  6. #1843 Gardena (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 16:14
    ขอบคุณค่ะ
    #1,843
    0
  7. #1842 Gnuh (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:42
    ขอบคุณครับ
    #1,842
    0
  8. #1841 oThe Nighto (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:30
    เริ่มการฆ่าแร้ววว
    #1,841
    0