ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 156 : รุ่งอรุณสีเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    7 ม.ค. 60

บทที่ 4 : รุ่งอรุณสีเลือด




    ไม่มีใครในตระกูลแอสลาสทราบข่าวคราวของเด็กหนุ่มที่ชื่อบิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาสอีกเลย แม้แต่ญาติที่สนิทกับพวเขาก็ไม่ทราบข่าวการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มเลยสักนิดเดียว


    ข่าวล่าสุดที่มีคนพบเห็นและรู้ถึงการเคลื่อนไหวคือการที่เด็กชายเดินทางไปตระกูลหลักนั้นเอง หลังจากนั้นสิ่งที่ทุกคนรู้ก็คือเด็กหนุ่มหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว


    เวลาได้ผ่านมาอีกหลายเดือน แผนที่ของอาณาจักรอเคเซียมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย เช่นเมืองขนาดเล็กที่เพิ่มขึ้นมาหลายแห่ง หมู่บ้านที่พุดขึ้นเป็นจำนวนมากจากการอพยพของผู้ลี้ภัยสงครามจากทางใต้และอาณาจักรพฤษาพันปี


    ทำให้หมู่บ้านของชนพื้นเมืองในอาณาจักรทางใต้อพยพเข้ามาในดินแดนของอาณาจักรอเคเซีย ซึ่งทำให้ทางการวุ่นวายอยู่กับการทำข้อตกลงและการรับรองเป็นประชาชนในอาณาจักรชั่วคราว จนกว่าจะถึงเทศกาลอเคเซียถึงจะทำการลงทะเบียบรับรองได้


    แม้ว่าอาณาจักรอเคเซียจะไม่ได้พยายามก่อสงครามเพราะความอ่อนแอในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เตรียมการป้องกันตัวเองเอาไว้เสียหน่อย


    เมืองที่ติดกับชายแดนทุกด้านต่างประกาศสภาวะสงครามในทันทีที่เริ่มมีการอพยพเข้ามา ทุกคนที่ผ่านเข้าออกเมืองจะถูกสัญญาของอาณาจักรอเคเซียผูกมัดในทันที ทำให้การลอบโจมตีจากข้างในเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง


    เมื่อมีการพยายามจะโจมตีจากข้างในด้วยเหล่าผู้ลี้ภัย พวกมันจะถูกพันธะสัญญาหยุดการเคลื่อนไหวของร่างกายรวมทั้งพลังมานา ทำให้อ่อนแอเสียยิ่งกว่ามดเสียอีก และจะมีสัญลักของผู้ทรยศขึ้นที่กลางหน้าผาก ซึ่งมีค่าหัวหลายสิบเหรียญจิตมารเลยทีเดียว


    เมืองขนาดเล็กพบได้มากรอบเมืองหลวง มันเคยเป็นหมู่บ้านขนาดกลางที่พัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะหัวหน้าหมู่บ้านเป็นถึงลูกหลานของขุนนางชั้นสูงทั้งหลาย ถึงแม้จะไม่ค่อยประสีประสาในการบริหารมากนัก แต่การหล่อหลอมของตระกูลก็ชดเชยในส่วนประสบการณ์ได้บ้าง


    พวกมันใช้เวลาไม่ถึงสองปีก็จัดตั้งเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรประมาณหกพันคนได้แล้ว และยังขยายฐานอำนาจออกไปเงียบๆอีกด้วย ด้วยการรับสมัครทหารรับจ้าง นักผจญภัยหรือแม้แต่ชาวบ้านในระแวกใกล้เคียง นำมาฝึกฝนเล็กน้อยก่อนบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในทหารของเมือง


    พวกมันแม้จะไม่แข็งแกร่งมากนักแต่ก็นับว่ามีฝีมืออยู่พอสมควร สามารถใช้เป็นเบี้ยแล้วทิ้งได้อย่างมากมาย ซึ่งเหมาะกับการก่อกบฎของมันมากยิ่งนัก


    ทหารใหม่ถูกล่อลวงด้วยเงินตราและอำนาจเล็กๆน้อยๆ ทำให้มีแต่คนต้องการเป็นหทารของเมืองเหล่านี้ เงินทองที่ได้มาก็มาจากการแรงงานทาสหลายพันคนที่ทำงานในเหมือง ป่าและดันเจี้ยนทั้งหลาย โดยมีผู้คุ้มเป็นคนที่มีความสามารถในด้านนั้นเล็กน้อย


    เมื่อรวมทั้งสี่เมืองที่มาจากกลุ่มขุนนางอำนาจเก่าทั้งหลาย กองกำลังของพวกมันรวมแล้วมีถึงหนึ่งพันห้าร้อยคน และยังไม่รวมกับกลุ่มที่ยังเป็นแค่หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีประชากรไม่ต่ำกว่าพันคนอีกหลายหมู่บ้าน ทำให้รวมๆแล้วมีทหารไม่ต่ำกว่าสองพันแน่นอน


    แต่เมื่อเทียบกับเมืองหลวงที่มีประชากรหลายล้านคน ทหารคิดเป็นสองในส่วนสิบแล้วละก่อ อย่างน้อยทหารก็มีถึงสองแสนนายเลยทีเดียว ต่างจากพวกมันที่มีเพียงสองพันนายเป็นอย่างมาก


    "การเตรียมยาจำแลงอสูรไปถึงไหนแล้ว" เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นในห้องลับแห่งหนึ่ง


    "ปรุงออกมาได้แปดร้อยเม็ดแล้ว สำหรับตัวสมุนไพรชุดใหม่ที่ได้มาน่าจะได้อีกหกร้อยเม็ด มากพอจะทำลายเมืองเล็กๆได้เลย" หญิงสาวคนหนึ่งทำหน้าตาเคร่งเครียด ก่อนที่มันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย


    "มั่นใจแค่ไหนว่าพันธะสัญญาไร้เสียงของเจ้าจะได้ผล" ชายหนุ่มอีกคนถามหญิงสาวนางนั้น


    "ไม่ต้องห่วงมันเป็นถึงสัญญาระดับกลาง ต้องเป็นจอมเวทย์ขึ้นไปถึงจะต่อต้านได้ พวกทหารโง่ๆพวกนั้นไม่มีทางต่อต้านได้หรอก" มันพูดขึ้นด้วยร้อยยิ้มยินดี


    "ก็ดี ข้าจะได้ร่ายสัญญาจิตคลุ้มคลั่งใส่พวกที่จะแฝงตัวชุดที่สองเสียที" ชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นพูดขึ้น ก่อนจะออกจากห้องไปในทันที


    "เฮอะ! มันก็ยังอารมณ์รุนแรงอยู่เหมือนเดิม ไม่ต้องพึงสัญญาระดับต่ำของตัวเองด้วยซ้ำ" ชายหนุ่มอีกคนพูดขึ้น


    ทั้งห้องประชุมมีคนเข้าร่วมประชุมเพียงแค่สี่คนเท่านั้น ในเริ่มแรกพวกเขามีกันถึงสิบเอ็ดคน แต่ทว่าด้วยเหตุใดไม่ทราบกองทหารได้สืบเรื่องราวของพวกมันได้หกคน ทำให้พวกมันหกคนตกตายไปอย่างโง่งม


    ผู้ที่ตายไปทั้งเจ็ดคนนับว่าเป็นผู้นำของพวกเขาเกือบทั้งหมดเลยด้วยซ้ำไป เพราะพวกมันมีพันธะสัญญาระดับกลางถึงสองคน และระดับต่ำอีกหนึ่งคน ส่วนที่เหลือไม่มีพันธะสัญญา


    ทั้งกลุ่มมีผู้มีพันธะสัญญาทั้งหมดห้าคนแต่ตกตายไปสามคนแล้ว ทำให้ที่เหลืออีกสองคนขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่มไปโดยปริยาย แต่สำหรับผู้มีพันธะสัญญาคนหนึ่งกลับเป็นเพียงคนเลือดร้อนที่มีสัญญาจิตคลุ้มคลั่ง ซึ่งสามารถเรียกพลังแฝงของคนอื่นออกมาได้สิบนาทีต่อวัน แลกกับการเสียความคิดและเหตุผลไปแทน นับว่าแทบจะไร้ประโยชน์สำหรับพวกมันเลยทีเดียว


    แต่ทว่าในไม่ช้าพวกมันก็ตระหนกได้ว่าแผนการของพวกมันสำเร็จเร็วกว่าที่คิด ใช้เวลาสองปีเท่านั้นด้วยการใช้จิตคลุ้มคลั่งล่าสัตว์ระดับสองถึงสามจำนวนมาก ทำให้พวกมันสามารถพัฒนาหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่าการปล้น


    ส่วนสัญญาอีกอย่างที่พวกมันครอบครองอยู่กลับเป็นประโยชน์เบื้องหลังเสียมากกว่า มันสามารถปกปิดข้อมูลไม่ให้รั่วไหลไปได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมันคือการผูกวิญญาณด้วยสัญญาไร้เสียง ทำให้ผู้ที่รับสัญญาไม่สามารถเปิดเผยสิ่งที่รู้ได้เลยแม้แต่น้อย การพยายามเปิดเผยจะทำให้เสียงหายไป เช่นเดียวกับเสียงหัวใจที่หายไปเช่นกัน


    "เจ้าส่งพวกมันแฝงตัวเข้าไปในกำแพงเมืองหลวงหรือยัง นี้ใกล้จะถึงวันที่สัตว์เวทจะบุกโจมตีในไม่ช้าแล้ว" ชายหนุ่มที่เปิดประเด็นพูดขึ้น ก่อนจะโน้มตัวออกมาจากเงามืดแสดงให้เห็นถึงใบหน้าที่ดูหล่อเหลาราวกับรูปสลัก


    "กระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้ว พวกมันแฝงตัวไปเป็นทหารรับจ้างประจำกำแพงทิศเหนือหมดแล้ว รับรองว่างานนี้เจ้าพวกในเมืองหลวงบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน ถึงแม้จะล้างแค้นได้ไม่มากนักแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี" ชายหนุ่มปรึกษากันเงียบๆอีกสักพัก ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกจากห้องไป เหลือเพียงหญิงสาวคนเดียวทียังนั่งมองแผนที่เมืองหลวงกลางโต๊ะอย่างเคร่งเครียด


    "เจ้าพวกนี้มันไม่กังวลถึงพวกจอมเวทย์ทวิธาตุเลยหรือยังไง ถึงแม้จะใช้ทั้งจิตคลุ้มคลั่งรวมกับยาจำแลงอสูรช่วยก็ตาม อย่างมากพวกมันก็ยกระดับไปสองถึงสาระดับในเวลาสั้นๆเท่านั้น ยังไงก็ตามแผนเริ่มไปแล้วข้าคงเปลี่ยนอะไรมากไม่ได้" หญิงสาวพูดออกมาคนเดียว ก่อนที่จะโบกมือครั้งหนึ่งตัวเธอก็หายไปพร้อมกับห้องที่ตกอยู่ในเงามืดอีกครั้ง


    ในขณะที่ขุนนางเก่าวางแผนทำลายเมืองหลวง ขุนนางกลุ่มใหม่ก็กำลังเคร่งเครียดกับจำนวนทหารรับจ้างที่เข้าเมืองมากมายในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของทหารรับจ้างต่างถิ่นถือว่าเป็นเรื่องปรกติของอาณาจักรนี้ แต่ทว่ามันกลับเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่มาจากพื้นที่เดียวกันมันน่าสงสัยมากเกินไป


    แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วยกับความวิตกกังวลนี้ เพราะทุกปีมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว พวกทหารรับจ้างกับนักผจญภัยมักจะมาเมืองหลวงเพื่อเก็บเกี่ยวหลังสงครามกับสัตว์เวทกันทุกปี เพราะที่เมืองหลวงมีจอมเวทย์ทวิธาตุถึงสองคนคุ้มครองอยู่ ทำให้พวกมันฆ่าสัตว์เวทได้มากมายและไม่เคยพ่ายแพ้มาหลายร้อยปีแล้ว


    แม้แต่กำแพงก็ไม่เคยมีการถูกเจาะเข้ามาได้เลยสักครั้งเดียว ทำให้พวกมันเก็บทรัพยากรได้อย่างมากมายในแต่ละปี ถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับการออกล่าทั้งปีก็ตามที แต่รายได้เป็นก้อนๆคงไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกจริงไหม


    พวกมันได้ส่งเรื่องไปยังราชวงศ์ ก่อนที่คำสั่งจะลงมาให้จับตาดูพวกคนเข้าเมืองให้ดี เพราะพวกเขาก็พอทราบข่าวอยู่บ้างว่าพื้นที่แถบนั้นถูกคนของอดีตขุนนางยุคเก่ายึดครองอยู่เหมือนกัน แม้จะถูกปราบปรามไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่แน่อาจจะมีอีกหลายคนที่หนีรอดไปได้


    ทำให้ปีนี้มีกองทหารเพิ่มขึ้นจากปรกติถึงสองส่วน ทหารที่เป็นองครักษ์และทหารภายในจวนขุนนางหลายพันคนได้ออกมาปกป้องกำแพงเมืองอย่างขันแข็ง ทว่าคำสั่งลับของพวกมันคือการจับตาดูเหล่าทหารรับจ้างที่ทำตัวผิดแปลกไปจากทหารรับจ้างทั่วไป


    ในทางด้านสองขั้วอำนาจที่กำลังจะเปิดศึกสงครามกันอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีใครทราบเลยว่าเบื้องหลังของแต่ละฝ่ายจะตกอยู่ในการควบคุมของเหล่าเงา ทั้งเรื่องที่ฝ่ายขุนนางเก่าที่ถูกจับกุมและประหารก็มาจากพวกเงาที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันได้


    การกระตุ้นให้เกิดการโจมตีเมืองหลวงในช่วงภัยพิบัติสิ้นปีก็ถูกวางแผนโดยกลุ่มเงาสามกลุ่มด้วยกัน มันใช้เหตุการณ์นี้ในการกำจัดเงากลุ่มที่เหลือให้หมดไป และเป็นการหาราชาเงาที่หลบอยู่ในเงาอีกด้วย เมื่อเมืองที่มันกำลังควบคุมเกิดเหตุการณ์ที่จะทำลายรากฐานทั้งหมด มันจะต้องออกมาตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน


    เงากลุ่มที่เหลือไม่ใช่ว่าจะไม่ทราบเรื่องที่กลุ่มเงาทั้งสามกลุ่มกำลังทำ แต่ทว่าพวกเขากลับไม่ห้ามพวกมันเสียนี้ แต่เลือกที่จะป้องกันตัวเองแทน เพราะอย่างไรเสียเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีจุดประสงค์ที่พวกมันต้้องการเช่นกัน


    "ท่านอาจารย์ ท่านส่งพวกพี่ๆหน่วยที่หนึ่งไปเมืองหลวงทำไงหรอครับ" เด็กชายที่สวมชุดสีฟ้าอ่อนเอ่ยถามกับผู้เป็นอาจารย์


    "ข้าได้ข่าวที่น่าสนใจมานะ ว่าแต่พี่ชายของเจ้าไปไหนเสียล่ะ ปรกติเห็นอยู่กับเจ้าแทบตลอดเวลา" ชายหนุ่มถามลูกศิษย์ตัวน้อยของตัวเอง ในขณะที่มือก็วาดวงเวทย์อันซับซ้อนบนกระดาษไปด้วย


    "ท่านพี่ไปกับพี่เมย์ขอรับ เห็นว่าที่ดินแดนราชาเทพพวกเขาเจอกับสัตว์เวทระดับแปดตัวใหม่นะครับ" เด็กชายพูดไปก็ทำสีหน้าบึ้งตึงไปด้วย


    "หืม? ใครไปบ้างละนั้น คงไม่ใช่หน่วยเกราะเวทย์ของเหล่าหรอกนะ" ครรชิตถามอย่างสงสัย เพราะเขาสัมผัสถึงพลังเวทย์จากชุดเกราะที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งสิบสี่ตัวเลยแม้แต่น้อย


    "ใช่เลยครับ หน่วยเกราะเวทย์ทั้งสิบสี่คนเลยด้วย ว่าแต่ท่านอาจารย์จะทำอะไรหรอครับ ข้าเห็นท่านสร้างมันสามวันแล้วนะแต่มันยังเสร็จเลย" เด็กชายมองไปยังสิ่งที่เหมือนกันโล่หนังขนาดใหญ่ที่มีกระดาษหลายสิบแผ่นแปะไปรอบๆ ซึ่งมันมีวงเวทย์วาดไว้ทุกแผ่น


    "ชุดเกราะของหน่วยต่อต้านนักเวทย์นะ ข้ากำลังจะลองสร้างรูปแบบวงเวทย์อยู่ เจ้าจะมาช่วยข้าหรือไม่ล่ะ" ครรชิตยิ้มให้เด็กชาย แต่ทว่าเด็กชายกลับส่ายหัวอย่างรุนแรง ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ


    "ข้าไม่ชอบวงเวทย์เลยท่านอาจารย์ มันยากเกินกว่าที่ข้าจะเข้าใจอ่า" เด็กชายมีสีหน้าอายๆเมื่อพูดจบประโยค ซึ่งครรชิตก็เพียงแค่ลูบหัวเด็กชายเบาๆ


    "ถ้างั้นเจ้าไปเล่นกับพี่โรส พี่ลิลลี่และพี่ลูน่าเถอะ พวกนางน่าจะรอเจ้าอยู่ที่ศาลาในหุบเขาเมฆใกล้ๆนี้เอง" ชายหนุ่มโบกมือเบาๆ ม่านพลังที่กั้นอาณาเขตศาลาหลังนี้ไว้ก็หายไป ซึ่งมันปรากฏเป็นเมฆหนาทึบปกคลุมไปทั่วทั้งศลานับสิบหลังที่ตั้งอยู่แถวนี้


    เด็กชายเหินร่างขึ้นไปบนอากาศทิ้งไว้แต่คลื่นลมร้อนไว้ด้านหลัง ก่อนที่เจ้าตัวจะหายเข้าไปในกลุ่มเมฆที่ปกคลุมอยู่ด้านนอก ครรชิตเห็นดังนั้นก็ส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนที่ม่านพลังจะปรากฏขึ้นอีกครั้งซึ่งกันละอองน้ำและเมฆเอาไว้ ทำให้ภายในศาลาไม่ชื้นมากเกินไปนัก


    ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ทำงานต่อ กระดาษหลายสิบแผ่นปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า พร้อมกับข้อมูลหลายอย่างที่ระบุลงไปในนั้น มันมีทั้งรูปภาพของบุคคลต่างๆและข้อมูลอีกเล็กน้อย เขามองมันอย่างสนใจและละจากงานที่กำลังจะทำไปจนสิ้น


    "ทหารรับจ้างจากเมืองพวกนั้นสินะ ไม่คิดเลยว่าจะมีเยอะขนาดนี้ที่แฝงตัวอยู่ในเมืองหลวง ดีที่พวกกลุ่มการค้า'Orebal'ย้ายมาที่นี้หมดแล้ว อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ได้รับผลกระทบจากพวกมันสักเท่าไร แถวจะได้กำไรจากการค้าขายเสียด้วยซ้ำไป" ครรชิตพึมพำออกมา


   ชายหนุ่มหยิบตราไม้ขึ้นมา ก่อนจะประทับตรารูปหัวกะโหลกที่มีดาบปักเอียงพร้อมกับเงาจางๆของมงกุฎบนหัวกะโหลกลงไปบนแผ่นกระดาษ ซึ่งแผ่นกระดาษกลายเป็นละอองแสงหลายไปในพริบตา มันไม่ได้สลายหายไปไหนเพียงแค่ถูกส่งไปยังปลอกแขนของเขาเพียงเท่านั้น


    หลังจากที่พวกเขาสร้างเมืองขนาดเล็กขึ้นมา เขาได้เชิญและคัดเลือกคนในกลุ่มการค้า'Orebal'ที่ตอนนี้กลายเป็นสมาคมการค้าไปแล้วมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของกลุ่มคนในสมาคมการค้า คนที่ถูกทิ้งไว้เป็นพวกสายลับและคนที่คิดไม่ซื่อกับสมาคมทั้งสิ้น


    เมืองขนาดเล็กนี้ทำการค้ากับองค์รัชทายาทโดยตรง ซึ่งพวกเขาสามารถหาสิ่งของได้แทบทุกสิ่งในอาณาจักรนี้ โดยมีข้ารับใช้และทหารที่ครรชิตชุบเลี้ยงเป็นผู้ไปหามาให้ ส่วนการปั่นราคาหรือการต่อรองจะให้สมาคมการค้าเป็นผู้จัดการ


    ไม่เพียงการค้าขายสิ่งของอละวัตถุดิบ การแปรรูปพวกมันก็มีผู้จัดการพวกมันเฉพาะด้านอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาสามารถส่งออกสินค้าที่มีคุณภาพสูงได้มากกว่าเดิมและได้กำไรมากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียค่าขนส่งอีกต่อไป


    ด้วยการบริการวงเวทย์เคลื่อนย้ายที่ครรชิตสร้างเอาไว้ มันจะส่งพวกเขาไปยังป่าไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก ซึ่งมันเลื่องชื่อเรื่องอาถรรพ์ของป่าแห่งนี้ ที่บ้างครั้งจะปรากฎหมกที่ทำให้หลงทิศและหาทางออกไปเจอ จนผ่านไปหนึ่งวันก็จะกลับมายังทางเข้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    แน่นอนว่าข่าวลือและกลไกการทำงานเกิดจากฝีมือของครรชิตที่ใช้ทั้งค่ายกลเวทย์และค่ายกลธรรมดาผสมกันไป จนไม่มีทางที่จะแยกแยะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในได้อย่างแน่นอน


    "อีกสามวันสินะ หวังว่าหน่วยที่หนึ่งทั้งเจ็ดคนน่าจะพอแล้วมั้ง" เขาบ่นออกมาเล็กน้อย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1881 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 16:04
    กลุ่มขุนนางเก่าสิบเอ็ดคน
    ย่อหน้าแรก บอกว่าถูกจับได้และฆ่าหกคน
    ย่อหน้าถัดมา บอกว่าคนที่ตายทั้งเจ็ดคน

    ตรงนี้ อีกคนที่ตายคือใครอ่ะครับ เคยมีบอกไปยัง หรือว่าพิมพ์จำนวนช่วงย่อหน้าแรกผิด เพราะเห็นบอกว่าเหลือสี่คน (ขออภัยหากมีบอกไปแล้ว ข้าพเจ้าจำบ่ได้ หลายฝ่ายเกิน --")
    #1,881
    0
  2. #1839 phairatw (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:13
    ขอบคุณครับ
    #1,839
    0
  3. #1838 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:17
    เข้มข้นได้อีก เผลอแปบเดียวโผล่มาอีกปีละ เร็วมากแต่ก็ยังสนุกอยู่ดี
    #1,838
    0
  4. #1837 Gnuh (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:04
    ขอบคุณครับ
    #1,837
    0
  5. #1836 JomMuD (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 13:53
    ขอบคุณครับ อัพไวๆครับ
    #1,836
    0
  6. #1835 oThe Nighto (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 13:19
    หึๆๆๆ จะเริ่มอีกแร้วสินะ
    #1,835
    0
  7. #1834 NessZero (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 13:01
    ดีงาม ผมว่าไรเตอร์ต้องชอบเล่นเกมส์ พวก วางแผ่นแน่ๆ และต้องเป็นพวก ที่ชอบสร้างฐานให้ดีพร้อม และตีบ้านชาวบ้านเค้าทีเดียวเอาสะใจแน่ๆ เลย ดูจาก การแต่นิยายอ่ะนะ
    #1,834
    0
  8. #1833 Miku02 (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 12:53
    รอๆๆๆๆๆ ทำไมเดียวนี้ไม่อัพ ทุกวันเหมือนแต่ก่อนอะ
    #1,833
    0
  9. #1832 kamol1122 (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 12:33
    สนุกดีครับ
    #1,832
    0
  10. #1831 บีเลตต้า นุ (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 12:27
    เตรียมสงคราม!!
    #1,831
    0
  11. #1830 ยูนิคอร์นสีเลือด (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 12:25
    สนุกๆๆๆ อัพอีก55
    #1,830
    0