ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 155 : ออกจากตระกูล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    5 ม.ค. 60

บทที่ 4 : ออกจากตระกูล




    การทดสอบที่เริ่มขึ้นกลับไม่ได้ทำให้ครรชิตรู้สึกสนใจมันเลยแม้แต่น้อย ลูกแก้วพิสูจน์โลหิตนอกจากใช้ในการตรวจสอบความเข้มข้นของสายเลือดแล้ว มันยังประทับตราตระกูลหลักลงไปในเม็ดพลังมานาอีกด้วย ซึ่งนั้นจะเป็นพันธะสัญญาแบบหนึ่งของอาณาจักรอเคเซียแห่งนี้


    ถ้าจะให้ใกล้เคียงที่สุดก็พันธะสัญญาทาสแบบสองฝ่ายนั้นแหละ ต่างกันตรงที่ผู้ที่พันธะสัญญานี้มีอิสระและใช้ชีวิตอย่างไร้ก็ได้ ไม่มีกฎของนาย-ทาสมาบังคับใช้ แต่กลับต้องทำตามกฎของตระกูลที่ยืดยุ่นเท่านั้น


    และด้วยสิ่งนี้ทำให้การทรยศตระกูลจึงไม่มีทางเกิดขึ้น ซึ่งทุกตระกูลที่เป็นตระกูลที่ครองเมืองหรือเป็นตระกูลขนาดกลางต่างทำแบบนี้กับลูกหลานทั้งสิ้น รวมทั้งพวกข้ารับใช้ทั้งหมดอีกด้วย เพื่อป้องกันการหักหลังต่อตระกูลนั้นเอง


    นอกจากจะใช้ทำพันธะสัญญาแล้ว ยังสามารถใช้ในการทำลายพันธะสัญญาได้อีกด้วย ซึ่งมันจะทำตามเงื่อนไขของตระกูลนั้นๆ เช่นของตระกูลแอสลาสเป็นการลบความทรงจำเกี่ยวทักษะของตระกูลและลงคำสาปสำหรับข้อมูลของตระกูลทุกอย่าง


    ใครที่พยายามจะขายหรือเปิดเผยข้อมูลจะถูกทรมานด้วยคำสาป ซึ่งมันจะไม่ทำให้ตายแต่จะทำให้ทรมานแทน และนี้เป็นแค่มาตราการป้องกันพื้นฐานของทุกตระกูล บางตระกูลมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้มาก


    สำหรับครรชิตที่เติบโตมานอกตระกูลย่อมไม่เคยทำพันธะสัญญาชั่วคราวเอาไว้ก่อน ทำให้เขาสามารถทำอะไรกับข้อมูลของตระกูลที่มีอยู่ก็ได้ แต่ถ้ารับการทดสอบนี้ไปแล้ว ถึงแม้จะไม่ผ่านแต่ก็ถูกประทับตราอยู่ดี


    ด้วยอำนาจของลูกแก้วพิสูจน์โลหิตเช่นนี้ ทั้งอาณาจักรจึงแทบจะไม่เคยเกิดการทรยศต่อตระกูลหรือราชวงศ์สำเร็จเลยสักครั้งเดียว เพราะเพียงแค่ต้องการวางแผนล้มล้างก็เกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว


    พลังของลูกแก้วพิสูจน์โลหิตนั้นจะมีพลังเท่ากับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ของตระกูลแอสลาสคือระดับจอมเวทย์ทวิธาตุคนหนึ่งของตระกูลเมื่อนานมาแล้ว เลือดที่ใช้เปรียบเทียบเป็นมาตราฐานก็มาจากนักเวทย์คนนี้ที่เป็นถึงผู้มีสายเลือดเข้มข้นสิบส่วนด้วยกัน แต่กลับมีพลังเวทย์มากมายต่างจากคนในตระกูลที่มีพลังทางด้านร่างกายมากกว่า


    คนแล้วคนเล่าที่ขึ้นไปบนพื้นที่ยกสูงตรงกลางห้องโถง พวกเขานั่งลงที่ตรงข้ามกับเหล่าผู้อาวุโสรุ่นใหม่ทั้งหลาย ก่อนที่จะวางมือแล้วเตรียมรับการประเมิณจากลูกแก้วพิสูจน์โลหิต


    บางคนมีสายเลือดที่เข้มข้นมากกว่าเจ็ดส่วนก็โชคดีไปกลายเป็นคนในตระกูลหลักในทันที แม้ว่าจะมาจากตระกูลรองก็ตามก็จะได้กลายเป็นคนตระกูลหลัก แต่ที่พวกมันต้องเสียไปคืออิสระในการเคลื่อนไหวภายนอกตระกูลหลัก


    เงื่อนไขแรกของการกลายเป็นสมาชิกตระกูลหลักคือการทกสอบพรสวรรค์ในการใช้พลังของสายเลือด มันกินเวลาหลายเดือนกว่าจะทำการทดสอบของแต่ละคนเสร็จ โดยการสอบพื้นฐานของเทคนิคการฝึกฝนลับของตระกูล หลังจากนั้นก็ดูความคืบหน้าในทุกเดือน อย่างน้อยก็สามเดือนถึงจะสามารถกลับไปหาบิดามารดาได้


    สำหรับคนที่ความเข้มข้นน้อยกว่าเจ็ดส่วนก็มักจะเลือกเป็นข้ารับใช้ตระกูลหลัก ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นนักรบหรือนักเวทย์ แม้กระทั่งทำอาชีพรับใช้ตระกูลในทางอื่นตามความสามารถของตนได้ ซึ่งพวกมันจะต้องไปเลือกผู้อาวุโสที่ประจำสายงานนั้นๆ


    ใช่แล้วผู้อาวุโสที่กระจายอยู่รอบๆโต๊ะตัวนั้นคือผู้ที่มารับลูกศิษย์หรือข้ารับใช้ชุดใหม่นั้นเอง ลูกศิษย์ก็พวกที่มีพลังมากกว่าเจ็ดในสิบส่วน ส่วนข้ารับใช้ก็พวกที่ได้ต่ำกว่าเจ็ดนั้นเอง สำหรับพวกที่มีความเข้มข้นเจ็ดส่วนจะถูกส่งไปยังโรงฝึกของตระกูลต่อไป ที่นั้นสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกตำแหน่งวางในตระกูลได้


    การทดสอบผ่านไปแล้วสิบแปดคนจากทั้งหมดเกือบร้อยคน มีเพียงหกคนที่สามารถเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลหลักได้ และในจำนวนหกคนไม่มีใครมีความเข้มข้นมากกว่าแปดในสิบส่วนสักคนเดียว ที่เหลือสิบคนมีพลังมากกว่าห้าในสิบส่วนก็เป็นข้ารับใช้ของตระกูลหลักทั้งสิ้น มีเพียงสองคนที่มีความเข้มข้นอยู่ที่ห้าในสิบส่วนจึงถูกส่งไปยังตระกูลรองของตนเอง


    "คนต่อไป บิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาส!" เสียงของผู้อาวุโสที่อยู่ตรงกลางดังขึ้น


    ครรชิตลุกขึ้นไปตามเสียงเรียกชื่อของเขา ก่อนที่เขาจะสามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาของทุกคนที่อยู่บนโต๊ะได้ถนัดเสียที ถึงแม้จะมองจากข้างล่างอย่างชัดเจนมาแล้วก็ตาม แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องเห็นใกล้ๆถึงจะสังเกตได้


    ทุกคนที่อยู่บนโต๊ะมีอายุไม่เกินห้าสิบปีสักคนเดียว พลังของพวกมันต่ำสุดก็อยู่ในขั้นจอมศาสตราขั้นต้นแทบทุกคน และคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คนที่เป็นผู้พูดเพียงคนเดียวบนโต๊ะตัวนี้ มันมีระดับถึงจอมเวทย์ขั้นกลางที่กำลังจะก้าวไปเป็นจอมศาตราขั้นสูงในอีกไม่นาน จากการคาดเดาของครรชิตอย่างน้อยอีกยี่สิบปีเท่านั้น


    เมื่ออยู่บนนี้เขาจึงตรวจสอบพลังของผู้อาวุโสรอบโต๊ะอีกสิบกว่าคนที่เหลือ พวกมันไม่มีใครมีระดับพลังต่ำกว่าจอมศาสตราขั้นกลางแม้แต่คนเดียว แต่ในขณะเดัยวกันก็ไม่มีใครมีระดับมากกว่าจอมศาสตราขั้นกลางเลยสักคนเช่นเดียวกัน ทุกคนอยู่ในขั้นครึ่งก้าวจะเป็นจอมศาสตราขั้นสูงได้อยู่แล้ว แต่ไม่มีใครก้าวข้ามมันไปได้เลยแม้แต่น้อย


    "ประทับฝ่ามือลงไปเลย พวกเราคาดหวังในตัวเจ้าไว้มากพอสมควรเลยล่ะ" หัวหน้าของผู้อาวุโสรุ่นใหม่ได้พูดขึ้น ก่อนจะพยักหน้าให้เด็กหนุ่มตรงหน้าของเขา


    เขาไม่ได้พูดอะไรเพราะยังรวจสอบพลังของทุกคนอยู่ เมื่อวางฝ่ามือลงบนลูกแก้ว สิ่งที่เขารับรู้ได้คือพลังกดดันมานาจำนวนมหาศาลกำลังบุกเข้ามาในร่างกายของเขา แต่มันกลับทำได้เพียงสะกิดบาดแผลเล็กๆบนปลายนิ้วมือของเขาเท่านั้น


    มันไม่แม้แต่จะผลักดันพลังเข้ามาประทับตราตระกูลบนเม็ดพลังของเขาได้ด้วยซ้ำไป การที่ให้มันเจาะปลายนิ้วเขาคือการยอมสูงสุดของเขาแล้ว


    "อย่ามายุ่งกับข้า เจ้าจิตวิญญาณที่อ่อนแอ!" เสียงตวาดของเขาดังขึ้นเบาๆ ซึ่งไม่รอดพ้นจากผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ในที่แห่งนี้ ทุกคนหันมาจ้องเด็กหนุ่มอย่างสงสัยและใคร่รู้


    สิ้นเสียงตวาดของเด็กหนุ่ม พลังของลูกแก้วที่กำลังพยายามบุกทะลวงเข้ามาในร่างกายของเขาพลันหยุดชะงักลงไป ก่อนที่จะแตกสลายและเคลื่อนกลับไปยังลูกแก้วจนหมดสิ้น


    ลูกแก้วส่องแสงสีแดงออกมา ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนหมอกควันและแสงสีแดงที่กระพริบอยู่เป็นตัวอักษรและตัวเลขมากมาย ในส่วนแรกเป็นชื่อของชายหนุ่มพร้อมข้อมูลส่วนตัวอีกเล็กน้อย ซึ่งข้อมูลมันตรงกับส่วนใหญ่ในม้วนตำราที่วางอยู่ใกล้ๆกัน


    ในตอนนี้ม้วนตำรานั้นกำลังเปลี่ยนบันทึกของตัวอักษรไปทีละเล็กทีละน้อย เริ่มจากอายุและสิ่งที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่มอีกหลายอย่าง แต่ในเรื่องของระดับการฝึกฝนกลับเป็นแถบดำและไม่มีสิ่งใดเขียนเอาไว้ มันกำลังเปลี่ยนไปเป็นข้อมูลล่าสุดจากลูกแก้ว


    ในส่วนที่สองเป็นความเข้มข้นของสายเลือดซึ่งแสดงตัวเลขที่น่าตกใจเอาไว้อยู่


    ความเข้มข้นของสายเลือด(9/10) อัตราการผสมสายเลือด: สายเลือดหนึ่งส่วนแข็งแกร่งกว่าเก้าส่วน(พบความผิดปรกติของสายเลือด)

    ตราประทับ(ไม่สำเร็จ) สถานะ: ออกจากตระกูล(กำลังดำเนินการตรวจสอบ)


    ข้อความในส่วนท้ายสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้อาวุโสทั้งหมด เพียงแค่มีความเข้มข้นถึงเก้าในสิบส่วนก็แข็งแกร่งกว่าพวกเขาที่นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งหมดแล้ว แต่ทว่าส่วนที่สองของมันกลับทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่า


    สายเลือดเพียงส่วนเดียวแต่กลับแข็งแกร่งกว่าสายเลือดของพวกเขาที่สืบทอดมาจากสัตว์เวทระดับสูง! มันช่างเป็นสายเลือดที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ ด้วยสายเลือดที่สองนี้สามารถพาตระกูลของพวกเขาในรุ่นต่อไปยิ่งแข็งแกร่งได้อย่างง่ายดาย


    แต่ทว่าในบรรทัดสุดท้ายกลับทำให้พวกเขาหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าอะไร อะไรคือการประตราไม่สำเร็จ? มีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้ ผู้ที่กำลังถูกประทับตราต้องแข็งแกร่งกว่าผู้สร้างลูกแก้วพิสูจน์โลหิต!


    ผู้ที่แข็งงแกร่งกว่าระดับจอมเวทย์ทวิธาตุขั้นต้น? ผู้ที่แข็งแกร่งรองจากท่านอเคเซียที่เป็นจอมเวทย์ทวิธาตุขั้นสูงในประวัติศาสตร์นับพันปีของอาณาจักรผู้นั้นนะหรือ มีเพียงผู้ที่อยู่ในระดับจอมเวทย์ทวิธาตุกลางหรือจอมศาสตราขั้นสูงขึ้นไปเท่านั้น


    สำหรับเด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขา พลังมานาที่พวกเขาสัมผัสได้กลับอยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นสูงเท่านั้น เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไร


    "เยี่ยม! ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอย่างที่บอกไว้ในหนังสือสิ่งนะ" ครรชิตพึมพำด้วยสีหน้าพึงพอใจ


    "เป็นไปไม่ได้" ในเวลาเดียวกันเสียงอันแผ่วเบาของผู้อาวุโสหลายคนก็ดังขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะจ้องไปยังเด็กหนุ่มอย่างหวาดกลัวและสงสัย


    ช่องว่างของลูกแก้วพิสูตน์โลหิตคือการที่มันสามารถยกเลิกการเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลได้ถ้ามีความตั้งใจที่แน่วแน่นั้นเอง สำหรับครรชิตการสั่งการให้มันทำตามที่เขาต้องการนั้นง่ายดายด้วยพลังมานาที่เหนือชั้นกว่า


    "อะแฮ่ม!" ครรชิตกระแอมเบาๆ


    "อย่างที่ข้าได้แสดงเจตจำนงออกไปแล้ว ข้าต้องการที่จะออกจากตระกูลอย่างที่พวกท่านเห็น ข้าหวังว่าคงไม่มีใครคัดคานเรื่องนี้ใช่ไหม" เขาถามผู้อาวุโสทั้งหลายด้วยรอยยิ้มซื่อ ก่อนจะแสยะยิ้มในท้ายที่สุด


    "แน่นอนว่าพวกท่านคัดคานไม่ได้เพราะมันกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ข้ารอแค่เจ้าลูกแก้วงี่เง่านั้นจะยืนยันถานะของข้าเสียที" ครรชิตยังคงพูดต่อไป โดยไม่สนใจหน้าตาที่เหวอของผู้อาวุโสและผู้เยาว์ทั้งหลาย


    เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่จะเดินออกจากพื้นที่ยกสูงเล็กน้อย แล้วหาที่โล่งๆไร้ซึ่งโจ๊ะน้ำชาหรือของประดับตกแต่งห้องโถงทั้งหลาย


    โดยไม่รอให้ใครได้ชักถามหรือพูดออกอะไรออกมา เด็กหนุ่มโบกมือไปมาบนอากาศ ก่อให้เกิดวงเวทย์ที่สลับซับซ้อนขึ้นมาตรงหน้าของเขามันก่อตัวเป็นวงเวทย์ที่พวกเขารู้จักกันดี วงเวทย์เคลื่อนย้ายเฉพาะ


    "ข้ารู้ว่าพวกท่านมีปัญหาหลายเรื่องที่คิดไม่ตก ข้าจะช่วยพวกท่านแก้ปัญหาสักเรื่องก่อนที่ข้าจะไป มันมีประโยชน์สำหรับข้าและพวกท่านด้วยเช่นกัน" ครรชิตยิ้มให้พวกผู้อาวุโสเล็กน้อย ซึ่งเขามองหาปู่ของเขาอีกครั้งแต่ก็ไม่พบ แม้จะสำรวจไปรอบๆแล้วก็ตาม จึงทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยที่ผู้ที่น่าจะยินดีที่สุดกลับไม่อยู่ที่นี้


    "ปลดปล่อย!" สิ้นเสียงวงเวทย์ก็เริ่มเรืองแสงก่อนที่มันจะเปิดประตูเคลื่อนย้ายขึ้นมา


    ตรงกลางวงเวทย์ปรากฏร่างของชายสองคน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนในสภาพน่าอดสูเหมือนกับถูกทรมานมาอย่างหนัก มันผอมแห้งราวกับหนังหุ้มกระดูกแต่ทว่ายังคงมีลมหายใจที่แข็งแรง มันอยู่ในท่าทางประหลาดเช่นเดียวกับชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาคล้ายกันแต่ดูอ่อนวัยกว่า


    ทว่าชายหนุ่มคนที่สองนี้สภาพที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าคนแรกยิ่งนัก มันมีบาดแผลถูกทรมานอย่างเห็นได้ชัดแต่บนใบหน้ากลับเป็นไปด้วยรอยยิ้มเสียอย่างงั้น เสียงหัวเราะปะปนมากับเสียงครวญครางของมันอยู่ตลอดเวลา


    "อาร์ดและโซการ์" เสียงของผู้อาวุโสคนหนึ่ง มันมีสีหน้าที่เหยเกและเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ ซึ่งเกือบทุกคนต่างจ้องมองดูชายทั้งสองคนที่ยืนในท่าทางประหลาดอย่างเขม็ง เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ดูพวกมันผิดไป


    พวกมันทั้งสองคนหนีออกจากตระกูลโดยไม่ได้ทำผิดกฎของตระกูล แต่ทว่าพวกมันกลับนำเอาหนึ่งในเทคนิดลับของตระกูลไปด้วย มันใช้ช่องว่างของกฎได้อย่างเจ็บแสบยิ่งนัก มันไม่ได้ทรยศหรือหักหลังตระกูลแต่อย่างใด แต่พวกมันกลับทำร้ายและโจมตีคนในตระกูลไปหลายสิบคน โดยไม่ถูกลงโทษแถมยังหนีไปจากอาณาจักรได้อย่างง่ายดายอีกด้วย


    แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลใดพวกมันกับถูกจับตัวได้โดยเด็กหนุ่มคนนี้ แถมจากท่าทางของพวกมันแล้วคงจะถูกอะไรบางอย่างบังคับให้ใช้เทคนิคลับอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้พวกมันคงไม่ตายแม้จะถูกทรมานอย่างรุนแรงเช่นนี้


    "หวังว่าค่าชดเชยสำหรับการออกจากตระกูลของข้าคงมากพอ ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องตอบแทนที่พวกท่านดูแลบิดาข้าเป็นอย่างดี!" ครรชิตกระแทกเสียงเล็กน้อย ก่อนจะหายไปจากสายตาของพวกมัน ด้วยการก้าวเข้าไปในวงเวทย์แทนที่สองพ่อลูก ทิ้งไว้แต่ละเวทย์ที่กำลังกระจายหายไปในธรรมชาติ


    เหล่าผู้เยาว์ต่างตกตะลึงเสียงจนลืมเสียงของตัวเอง แต่กลับผู้อาวุโสต่างรีบสั่งการให้คุ้มตัวสองพ่อลูกแล้วไปตรวจดูที่พักของเด็กหนุ่มในทันที


    ที่เรือนพักกลับไรซึ่งวี่แววของข้ารับใช้ของชายหนุ่มสักคนเดียว มีเพียงห้องที่เหมือนตอนแรกที่พวเขาจัดให้เหล่าเด็กหนุ่มเด็กสาวพักผ่อนเพียงเท่านั้น เหมือนกันว่าห้องนี้ไม่เคยมีใครอยู่มาก่อนเลยแม้แต่น้อย


    มีเพียงร่องรอยเวทมนตร์เจืองจางในอากาศที่พอจะตรวจพบอยู่บ้าง แต่สิ่งที่พวกเขาสงสัยเป็นอย่างมากก็คือการที่เด็กหนุ่มสามารถใช้เวทย์เคลื่อนย้ายในค่ายกลของตระกูลได้มากกว่า เพราะทั่วทั้งหุบเขาาต่างปกคลุมไปด้วยบาเรียและค่ายกลป้องกันการเคลื่อนย้ายทางไกลทั้งหมด แต่เด็กหนุ่มก็กลับทำมันได้ต่อหน้าต่อตาพวกเขา


    เมื่อไม่ได้อะไรเพิ่มเติมพวกมันก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม สำหรับครรชิตการออกจากตระกูลสามารถทำให้เขาสามารถยกระดับเมืองอิสระขึ้นมาได้ ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นทรัพย์สินของตระกูลไปเสียก่อนที่เขาจะได้ครองมัน เพราะเขายังอยู่ภายใต้อิทธิพลของชื่อตระกูล


    หลังจากนี้การเคลื่อนไหวของเขาจะเป็นไปอย่างอิสระและไม่มีผลต่อตระกูลอีกต่อไป เช่นเดียวกับที่ตระกกูลไม่อาจจะหาผลประโยชน์จากเขาได้อีกต่อไปแล้วเช่นกัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1821 m-cloud (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 20:35
    นั้น นั้นสั้นจัง.
    #1,821
    0
  2. #1818 phairatw (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 18:33
    ขอบคุณครับ สนุกมาก
    #1,818
    0
  3. #1816 patiphanpinkham (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 17:30
    แหมๆๆ โชว์เมพได้สะใจดีแท้ (แม้จะไม่ได้บู๊ก็เหอะ)
    #1,816
    0
  4. #1815 kunasin46 (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 16:39
    ขอบคุณครับ
    #1,815
    0
  5. #1814 wit000 (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 16:32
    ขอบใจจ้า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 มกราคม 2560 / 16:33
    #1,814
    0
  6. #1813 oThe Nighto (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 14:18
    หุๆๆๆ ตะกูล ล้มแน่งานนี้
    #1,813
    1
    • #1813-1 บีเลตต้า นุ(จากตอนที่ 155)
      5 มกราคม 2560 / 14:58
      แน่นอน ก็พระเอกเรารวยกว่าทั้งตระกลูซะอีก ^_^
      #1813-1
  7. #1810 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 13:42
    ในที่สุดก็ออกมาจนได้สินะเนี่ย555
    #1,810
    0
  8. #1807 pipawat (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 13:03
    อ้าว แล้วบรรบุรุษต้นตระกูลที่ปลุกขึ้นมาล่ะ
    #1,807
    0
  9. #1806 kamol1122 (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 12:28
    สนุกดีครับ
    #1,806
    0
  10. #1805 Gnuh (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 12:23
    ขอบคุณครับ
    #1,805
    0
  11. #1803 ปกเงิน& (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:35
    ขอบคุณคับ
    #1,803
    0
  12. #1802 Dark in Heart (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:32
    จะใช้ชื่อตระกูลอะไรต่อออออ   
    #1,802
    0
  13. #1801 chaidet076 (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:22
    สนุกครับ รอทุกวันเลย
    #1,801
    0
  14. #1800 JomMuD (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:07
    ค้างงงๆครับ แถมอีกตอนได้ไหม
    #1,800
    0
  15. #1799 Freedom Pen (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 11:05
    อยากอ่านยาวๆ ขอดองแปป
    #1,799
    0
  16. #1798 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 10:54
    ตั้งตระกูลใหม่ได้เลย...
    #1,798
    0