ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 154 : ตราประทับตระกูลหลัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    3 ม.ค. 60

บทที่ 4 : ตราประทับตระกูลหลัก




    ครรชิตได้เดินไปเลือกของออกมาสามชิ้น ก่อนที่จะตามไมนอสไปยังชั้นวางของชั้นอื่นต่อไป ต่ำสุดที่เขาหยิบได้ในแต่ละชั้นคือสามชิ้นและสูงสุดคือหกชิ้นสำหรับแถวในสุด ซึ่งแต่ละชั้นจะมีของเพียงสิบสองชิ้นต่อชั้นเท่านั้น และก่อนหน้านี้บางชั้นไม่มีการแตะต้องมันด้วยซ้ำไป


    เมื่อดูรวมๆแล้วเขาได้ของมาเกือบสี่สิบชิ้นจากชั้นวางของสิบชั้นในแถวในสุด จากการคาดการเขาคงเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรอเคเซียไปแล้วอย่างแน่นอน เพียงแค่ของสามชิ้นแรกมันก็ประเมิณค่าไม่ได้แล้ว และนี้เขามีถึงสี่สิบชิ้นเลยทีเดียว


    ของที่เขาเอามาส่วนใหญ่เป็นตำราและอุปกรณ์เวทย์ระดับวิเศษทั้งสิ้น ตำราส่วนมากเป็นการสร้างอุปกรณ์เวทย์ ยาและจารึกเวทย์ระดับของวิเศษทั้งหมด ส่วนอุปกรณืระดับของวิเศษส่วนมากไม่ใช่อาวุธแต่เป็นสิ่งที่ช่วยเหลือเขาเสียมากกว่า


    เขาได้แหวนมิติระดับตำนานมาหนึ่งวง ซึ่งมีปริมาณจัดเก็บไม่จำกัดและสามารถสร้างพื้นที่เล็กขึ้นได้มากมาย เพียงเพื่อเก็บของไว้ในนั้นเพื่อง่ายต่อการจัดเก็บ และด้วยแหวนวงนี้ทำให้เขาเสียเวลาไปนานโขในการย้ายของเข้าไปในแหวนวงนี้ แต่เขาก็ยังคงใช้กำไลแห่งแมกมัสระดับสูงต่อไป ซึ่งมันมักจะใส่เอาไว้ด้วยของระดับสูงเท่านั้น ของที่เหนือว่าย้ายไปหมดแล้วรวมทั้งกองทัพโกเลมด้วย


    "แถวต่อไปเจ้าสามารถเลือกได้ตามใจชอบเลย ของระดับกึ่งวิเศษไม่เพียงพอต่อเจ้าสักเท่าใดนักหรอก" ไมนอสพูดขึ้น ก่อนจะโบกมือไปด้านหน้า ม่านพลังที่กั้นชั้นในแถวต่อไปต่างหายไปจนหมด


    "อย่ายิดติดกับของระดับนั้นให้มาก แม้คุณสมบัติมันจะเหมาะสมกับเจ้าในตอนนี้ แต่เมื่อเจ้าบรรลุถึงครึ่งหนึ่งของวิชาแล้ว มันก็เป็นได้เพียงของเล่นสำหรับเจ้าเท่านั้น เหมือนกับข้าที่เก็บมันเป็นของสะสมก็เท่านั้น" มันพูดจบก็เดินกลับไปยังห้องตรงกลางเช่นเดิม ทิ้งให้ครรชิตยืนดูอยู่อย่างงั้น


    "ข้ารู้อยู่แล้วละ แต่สำหรับกองกำลังของข้าแล้วมันคงมากเกินพออยู่ดี" ครรชิตยกมือขวาวางไว้ที่อกก่อนโค้งตัวลงเล็กน้อยไปยังห้องตรงกลาง ก่อนจะเดินไปเลือกของที่ต้องการออกมา


    การอยู่ในห้องโถงนี้คนเดียวทำให้ครรชิตมีสีหน้าแปลกๆออกมา เพราะยิ่งเขาอยู่นานเท่าใดก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดทับที่หนักหน่วงของทุกนาที แม้มันจะเพิ่มที่ละเล็กละน้อย แต่มันก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด


    ชั้นใดที่เขาเลือกของจนพอใจแล้วมันจะมีม่านพลังขึ้นมากั้นอีกครั้ง ซึ่งชั้นเกือบทั้งหมดมีม่านพลังกั้นไว้แล้ว เหลือเพียงชั้นนอกสุดไม่ได้ชั้นเท่านั้นที่ยังไร้ซึ่ง่มานพลัง


    สมบัติเหล่านี้มีบางอย่างที่มันดีจนไม่คิดว่าจะอยู่แค่ระดับกึ่งวิเศษด้วยซ้ำไป เช่นเข็มทิศปรารถนาที่สามารถนำทางไปยังสมบัติที่มีคุณลักษณะตามที่ต้องการได้ แต่ทว่ามันกลับมีข้อเสียที่ทำให้มันเป็นกึ่งวิเศษ คือการที่มันกินพลังมานาและพลังกายมากมายมหาศาล ซึ่งน้อยกว่าการถือมหาจักรพรรดิเมฆาเพียงนิดเดียวเท่านั้น และความสามารถของมันก็มีเพียงแค่ชี้ทิศทางเท่านั้น ไม่ได้บอกถึงกับดักหรืออันตรายที่ต้องเผชิญ


    แม้จะดูเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่สำหรับคนในยุคหมื่นปีที่แล้วมันกลับเป็นของที่กันเกือบทุกคน! ด้วยสิ่งนี้มันใช้พลังเพียงเล็กน้อยสำหรับพวกเขาเท่านั้น


    สำหรับการที่พลังนั้นแตกต่างกันขนาดนี้ เพราะว่าในยุคนั้นการฝึกฝนมิได้แบ่งระดับออกเป็นเช่นนี้ ในยุคแรกมีการแบ่งระดับเป็นผู้ฝึกฝน ผู้วิเศษและนักปราชญ์เท่านั้น


    ผู้ฝึกฝนคือระดับต่ำสุดแต่กลับมีความแข่งแกร่งกว่าราชาเวทย์ในยุคนี้เสียอีก พวกมันสามารถใช้ธาตุทั้งสี่ได้ตามใจนึก ในระดับผู้วิเศษพวกมันสามารถใช้ธาตุทั้งสี่สร้างสิ่งมีชีวิตออกมาได้อย่างง่ายดาย และสำหรับนักปราชญ์พวกมันเป็นผู้ที่แทบจะไม่มีวันตาย เพราะสามารถสร้างร่างกายของตัวเองจากพลังธาตุทั้งสี่ได้ตลอดเวลา


    ซึ่งไมนอสอยู่ในระดับสูงสุดของนักปราชญ์ในยุคโบราณนั้นเอง เขาถึงได้แนะนำตัวว่าร่างกายถูกสร้างขึ้นจากธาตุทั้งสี่ แต่ทว่าพวกมันได้ล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งระดับผู้ฝึกฝนหรือระดับผู้วิเศษ รวมทั้งนักปราชญ์ซึ่งไมนอสเป็นคนสุดท้ายของระดับนี้ที่อยู่ดูจุดจบของระดับพลังเช่นนั้น


    แม้จะย้ายร่างและสร้างร่างใหม่ได้ตลอดเวลา แต่ทว่าอายุขัยของจิตวิญญาณกลับไม่ได้ยืดยาวนัก ทุกคนมีอายุจิตวิญญาณที่แน่นอน ทำให้ไม่มีใครหนีความตายหรือการแตกดับได้ ยกเว้นก็แต่ไมนอสที่กลายเป็นเทพเจ้าไปแล้วนั้นเอง


    อายุขัยของจิตวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่สามารถเพิ่มมันได้ มีแต่หมดไปเพียงเท่านั้น


    "เฮ้อ!" เขาถอนหายใจออกมา มันทั้งโล่งใจและหนักใจในเวลาเดียวกัน


    "เจ้าคิดถึงระดับการฝึกฝนอีกแล้วรึ ไม่ต้องคิดมากเมื่อเจ้าอยู่ในระดับสูงของราชาเวทย์ เมื่อนั้นเจ้าจะก้าวข้ามไปสู่ระดับผู้ฝึกฝนได้ในทันที เพราะจิตวิญญาณของเจ้าพร้อมจะรับพลังของธรรมชาติได้อยู่แล้ว" เสียงของไมนอสดังออกมา แต่กลับไม่เห็นตัวของชายหนุ่มแม้แต่น้อย


    "ข้าไม่ได้กังวลถึงเรื่องนั้น แต่ข้ากำลังคิดว่าการที่ข้าเข้าสู่ระดับไตรเวทย์ในตอนนี้จะดีหรือไม่ ด้วยของวิเศษยมากมายเพียงนี้มากพอจะบรรลุขั้นต่อไปได้เลย หรือว่าข้าจะเพิ่มพลังลมปราณของข้าก่อนดี" เขามองไปยังวัตถุวิเศษหลายสิบชิ้นที่เลือกออกมาจากชั้นต่างๆ มันสามารถบีบอัดเป็นพลังมานาได้มหาศาลเช่นเดียวกับการกลั่นมันเป็นลมปราณซึ่งสามารถสร้างเม็ดพลังที่แปดได้ในทันที


    "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอย่างไง แต่ในยุคที่ข้าเติบโตขึ้นมาผู้แข็งแกร่งสูงกว่าเป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง ไม่ว่าเจ้าจะมีพลังรูปแบบใดถ้ามันทำให้เจ้าแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ข้าขอแนะนำสิ่งนั้น" เสียงไมนอสเต็มไปด้วยความขมขื่นเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเงียบหายไป


    "นั้นสินะ แต่ในยุคนี้ใครมีพลังระดับการฝึกฝนดีกว่าจะได้รับความเคารพมากกว่า และการที่ข้าเข้าใกล้การตัดผ่านไปสู่เส้นทางเซียนอมตะ ข้าต้องเลือกระหว่างตัวข้าและคนรอบข้างอย่างนั้นสิ รอให้ข้าใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ก่อนเสียดีกว่า" ครรชิตพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะดูดซับพลังมานาจากวัตถุวิเศษทั้งหลาย


    ในขณะที่เวลาในห้องโถงหลังประตูหินสีดำผ่านไปหลายวัน แต่ที่ด้านนอกเวลามันเพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง


    ครรชิตที่เดินออกมาจากห้องด้านหลังประตูสีดำร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังมานาที่ไหลเวียนอยู่อย่างบ้าคลั่ง แม้จะชำระเส้นชีพจรจนได้เส้นลมปราณมาแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้เส้นชีพจรวางเปล่าเสียทีเดียว


    ด้านในเส้นชีพจรยังมีการไหลเวียนของมานาอยู่อย่างเบาบาง แต่ทว่าตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยพลังมานาที่แทบจะล้นทะลักออกมา แรกเริ่มมันถูกใช้ในการตบตาพวกระดับจอมเวทย์ทวิธาตุ แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นอีกต่อไปเพราะเขาอยู่ในระดับจอมเวทย์ไตรธาตุเป็นที่เรียบร้อย แม้ระดับต่ำกว่าอยยากตรวจสอบเขาก็ทำไม่ได้อีกต่อไป การที่มานามันไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งนี้เหมือนการะประกาศว่าเขาบรรลุขั้นนักรบราชาเวทย์ไปเสียแล้ว


    เขากลายเป็นผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของอาณาจักรนี้! แต่สำหรับผู้ที่รู้เรื่องนี้คงมีแต่จิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของอเคเซียเท่านั้นที่รู้


    เมื่อเขาเข้าสู่ระดับสู่กว่าจิตวิญญาณของอเคเซีย เขาก็ไม่ได้ถูกผูกมัดไว้ด้วยวงเวทย์สัญญาเงาของมันอีกต่อไป ถึงแม้เขาจะหนีออกจากอาณาจักรหรือไม่รวมการต่อสู้อีก เขาก็ไม่มีทางตายจากวงเวทย์สัญญานี้อีกต่อไป


    ในระหว่างคิดเรื่องต่างๆไปด้วย เขาก็ควบคุมความพลุ่งพล่านของมานาในตัวเองไปด้วย จนกระทั้งมันเงียบสงบเพราะพลังมานาเริ่มถูกเปลี่ยนไปเป็นลมปราณบางส่วนและถูกเม็ดพลังมานาดูดซับไปจนเกือบหมด


    เมื่อเขาปรากฏขึ้นที่เรือนพักของเขาอีกครั้ง ที่นั้นก็ได้มีข้ารับใช้ของเขาและของคนอื่นที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่อย่างน่ากลัว ทั้งสองฝ่ายประชันหน้ากันและปล่อยแรงกดดันมานาใส่กันเบาๆ


    "นายน้อย พวกนี้ต้องการยึดห้องที่พวกเราตกแต่ง เพราะมันไม่มีปัญญาทำเองขอรับ" พ่อบ้านโฮโอรายงานกับเขา


    ครรชิตหันไปมองพวกคนในตระกูลรองคนอื่นเล็กน้อย ก่อนจะไม่สนใจพวกมันอีกเพราะระดับพลังของพวกมันทุกคนไม่มีใครเทียบกับข้ารับใช้ที่อ่อนแอที่สุดของเขาได้สักคนเดียว


    "กลับไปที่ห้องกันเถอะ" เสียงของครรชิตไม่เบาหรือดังเกินไป แต่พอดีจะทำให้ทุกคนในโถงทางเดินนี้ได้ยินกันถ้วนหน้า


    สีหน้าของฝั่งลูกคุณหนูกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่พวกมันจะตวาดลั่นและสั่งให้คนของพวกมันบุกเขาไปโจมตีกลุ่มของครรชิตทั้งสี่คน


    "สั่งสอนพวกมัน!" คนนับสิบที่พุ่งเข้ามาตามคำสั่งของนายน้อยคนหนึ่ง


    คนนับสิบรุมคนเพียงแค่สี่คน เป็นใครก็ต้องคิดว่าสี่คนจะต้องแพ้แน่นอน แต่ความคิดของพวกมันกลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง


    "หึ!" เสียงเดียวของครรชิตที่ถูกส่งออกมา แต่ทว่าผลที่ตามมากลับน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง


    ครึก! เปรี๊ยะ! เสียงของหนักไถลไปกับพื้นครั้งหนึ่ง ก่อนจะตามด้วยเสียงบดขยี้ดังขึ้นมาอย่างกึกก้องอีกครั้งหนึ่ง


    ร่างกายของพวกข้ารับใช้โง่ๆที่วิ่งเข้าใส่ครรชิตถูกดึงลงไปติดกับพื้นในทันทีที่เสียงของครรชิตดังขึ้น ก่อนที่พวกมันจะถูกพลังกดดันทับจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหักหลายสิบชิ้น พื้นไม้แตกเป็นรูปร่างของพวกมันจนร่างกายของพวกมันฝั่งแน่นอยู่ในเนื้อไม้


    ทั้งครรชิตและข้ารับใช้ไม่ได้สนใจกับพวกมันอีก แต่กลับเดินเข้าไปห้องไปก่อนที่พวกมันจะรู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำไป


    หลังจากเหตุการณ์นั้น ห้องพักริมโถงทางเดินสองห้องสุดท้ายก็กลายเป็นสถานที่ต้องห้ามไปเสียอย่างงั้น ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้เลยแม้แต่น้อย จะมีเพียงข้ารับใช้ตระกูลหลักที่ค่อยส่งข้าวและสิ่งของที่ถูกสั่งจากครรชิตที่เข้าไปได้อย่างง่ายดาย


    ในเช้าวันหนึ่ง พวกเขาก็ถูกเชิญไปยังห้องโถงของตระกูลหลัก ด้านในห้องโถงมีชายวัยกลางคนนับสิบคนนั่งรอพวกเขาอยู่บนโต๊ะสูง มีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัวด้านหน้าของพวกมัน ซึ่งตรงกลางของโต๊ะมีลูกแก้วสีแดงกำลังกระพริบอยู่อย่างช้าๆ


    นอกจากเหล่าผู้อาวุโสทั้งสิบคนนั้นแล้ว ยังมีผู้อาวุโสที่ดูแก่กว่าอีกหลายสิบคนกระจายอยู่รอบๆโต๊ะตรงกลาง และยังมีเหล่ามือดีอีกนับร้อยที่แอบซ่อนอยู่ทั่วทั้งอาคารหลังนี้ ซึ่งมีทั้งที่แอบซ่อนบนมุมมืดและพวกที่เป็นทหารอารักขาอีกจำนวนไม่น้อย


    ที่ด้านข้างทั้งสองฝั่งก่อนจะไปถึงโต๊ะที่ตรงอยู่กลางห้องโถง มีโต๊ะน้ำชาวางไว้จำนวนหนึ่ง พวกมันมีไว้สำหรับพวกลูกหานของตระกูลที่มารอการทดสอบสายเลือดนี้


    "เชิญนั่ง" พ่อบ้านที่น้ำทางพวกเขามาได้ผายมือไปยังโต๊ะน้ำชาเหล่านั้น


    แป๊ะๆๆๆ


    เสียงตบมือเรียกความสนใจจากทุกคนดังขึ้นจากชายที่นั่งอยู่กลางโต๊ะสูงตัวนั้น มันลุกขึ้นยืนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วน่าเคารพเป็นอย่างยิ่ง


    "ยินดีต้อนรับเหล่าลูกหลานของตระกูลแอสลาส วันนี้พวกเราได้ฤกษ์งามยามดีสำหรับการทดสอบสายเลือดของพวกเจ้า ใครที่มีความแข็งแกร่งทางสายเลือดที่ดีจะได้รับการเลือกเข้าสู่ตระกูลหลัก ส่วนใครที่มีสายเลือดไม่แข็งแกร่งพอสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าเป็นข้ารับใช้ของตระกูล หรือจะออกไปแสวงโชคกับตระกูลรองต่างๆก็ได้" มันพูดจบก็หันมายิ้มให้กับเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่อยู่ด้านล่าง


    "การทดสอบไม่ยากเลยแม้แต่น้อย พวกเจ้าเห็นสิ่งนี้ไหม" มันหยุดพูดเพื่อดูสีหน้าของเหล่าเด็กๆด้านล่าง ก่อนจะผายมือไปยังลูกแก้วขนาเท่าหัวมนุษย์ที่กำลังกระพริบแสงสีแดงอย่างช้าๆ


    "มันคือลูกแก้วพิสูจน์โลหิต ซึ่งถูกส่งต่อมาจากบรรพบุรุษของเราหลายพันปีมาแล้ว เพียงแค่ประทับฝามือมันลงไป มันจะตรวจสอบสายเลือดและจะประทับตราของตระกูลหลักลงไปในเม็ดพลังมานาของพวกเจ้า ในกรณีที่เจ้ามีสายเลือดเข้มข้นมากกว่าเจ็ดในสิบส่วน เมื่อนั้นเจ้าจะได้รับทรัพยากรที่จำเป็นจากตระกูลได้อย่างมากมาย" มันมองดูใบหน้าที่ตื่นเต้นของเหล่าเด็กๆ ก่อนจะพูดต่อไป


    "สำหรับคนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสายเลือดมากกว่าเจ็ดในสิบส่วนจะได้รับการดูแลจากผู้อาวุโสทั้งหลาย และถ้ามากกว่าแปดในสิบส่วนพวกเจ้าจะได้รับตำแหน่งผู้อาวุโสในทันที!"


    "ทว่าสำหรับใครก็ตามที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าเจ็ดในสิบส่วน เจ้าอาจจะไม่ได้รับตราประทับตระกูลหลัก แต่ก็ยังได้รับทรัพยากรและการดูแลอยู่บ้างสำหรับความเข้มข้นห้าในสิบส่วนถึงหกในสิบส่วน แต่ถ้าต่ำกว่าห้าในสิบส่วนเมื่อใด พวกเจ้าเป็นได้เพียงข้ารับใช้หรือไม่ก็ต้องไปอยู่กำตระกูลรองเท่านั้น" เสียงของมันเปลี่ยนไปเป็นเหยีดยามในทันทีที่เริ่มพูดสองประโยคสุดท้าย


    "เอาล่ะ พวกเจ้าเข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่ มาๆเรามาเริ่มกันเลย คนแรก..." และแล้วการทดสอบสายโลหิตของตระกูลหลักก็เริ่มต้นขึ้น



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1875 Hanseik Yulong (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 07:30
    เดี่ยวมีตะลึง55
    #1,875
    0
  2. #1828 ยาจกเดินดิน (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 21:12
    แล้วเมียของพระเอกไปไหนแล้วละหายไปเลยเเฮะ
    #1,828
    0
  3. #1797 phairatw (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 08:13
    ขอบคุณครับ
    #1,797
    0
  4. #1790 ถถถ (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:32
    ออกจากตระกูลเลยครับ เอาแบบปลดพันธะทุกสิ่งทุกอย่าง และสร้สงชื่อเสียงจนเป็นที่หวั่นเกรง และตนะกูลแอสรัสมาขอรับกลับเข้าตระกูล แลัก๋ปฎิเสธมัน พอมันหาเรื่องก็จัดการมันซะ แบบนี้สะใจมากๆ



    ปล.ขอฮาเร็มคนใหม่บ้างเถอะ สู้ไอเด็กเวรนั่นไม่ได้เลย โคตรเสียหมๅจริงๆ ไม่ได้แอ่มสักคน
    #1,790
    0
  5. #1788 Gnuh (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 13:57
    ขอบคุณครับ
    #1,788
    0
  6. #1787 JomMuD (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 02:02
    ขอบคุณครับ ค้างงงงฝึดๆๆ
    #1,787
    0
  7. #1786 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 21:34
    เครื่องตรวจดีเอ็นเอยุคนั้นทำไมสะดวกดีจัง??555
    #1,786
    0
  8. #1785 Ggggib (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 20:57
    ขอบคุณค่ะ
    #1,785
    0
  9. #1784 แพมแพม (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 18:59
    สนุกมากเลยค่ะไรท์มากต่อไวๆนะค่ะขอบคุณค่ะ
    #1,784
    0
  10. #1783 phatcharaa (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 18:26
    สนุกดีค่ะ
    #1,783
    0
  11. #1782 ธรรศ ฮาย คงศิริวัฒนา (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 16:55
    ผมว่าพระเอกมีไม่ถึงครึ่ง
    #1,782
    0
  12. #1780 oThe Nighto (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 16:11
    พระเอกต้องไม่ใช่ พวกนี้แน่ 555
    #1,780
    0
  13. #1779 ออกไข่ (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 15:42
    ใจนะ เนือยๆเฉยๆแปบนี้ขอสักหลายตอนนะครับ
    #1,779
    0
  14. #1778 wit000 (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 15:13
    ขอบใจจ้า

    #1,778
    0
  15. วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:38
    อีกตอนนะ บอกตามตรงค้างมากกกก
    #1,777
    0
  16. #1776 Gardena (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:33
    ขอบคุณค่ะ
    #1,776
    0
  17. #1775 kamol1122 (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:33
    สนุกดีครับ
    #1,775
    0
  18. #1774 LimousinX9 (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:12
    อ้าวหมดแล้วหรอ 555 กำลังอ่านเพลินๆ
    #1,774
    0
  19. #1773 ยูนิคอร์นสีเลือด (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:06
    ไรท์อัพอีกตอนเถอะ555
    #1,773
    0
  20. #1772 pipawat (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:02
    อ้าว แล้วท่านปู่ทวดล่ะ สงสัยเพิ่งตื่นเลยไม่ออกงาน
    #1,772
    0
  21. #1771 cattycall (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 13:56
    #1,771
    0