ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 153 : มนุษย์ ธรรมชาติ และสัจธรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    1 ม.ค. 60

บทที่ 4 : มนุษย์ ธรรมชาติ และสัจธรรม




    "ฮ่าๆ ดุเหมือนว่าเจ้าจะมีความคิดที่ไม่เลวเลย แต่อย่างที่ข้าได้บอกเจ้าไปแล้ว วิถีทางที่เจ้ากำลังเดินไป มันจะนำเจ้าไปยังจุดสูงสุดของธรรมชาติ เช่นเดียวกับที่ข้าเคยทำเมื่ออดีต แม้จะแตกต่างกันเล็กน้อยในช่วงเวลาที่เราจากมา แต่ข้ากับเจ้านับว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันได้ตามที่เจ้าเรียก" ชายหนุ่มที่หน้าตาดีจนราวกับถูกแกะสลักจากฝีมือพระเจ้าพูดขึ้นมา


    มันยืนจอกเหล้าที่มีสุราสีฟ้าและมีไอลอยอยู่เหนือสุราราวกับปุยเมฆมาชนกับครรชิต ก่อนที่ทั้งคู่จะดื่มมันหมดจอก แม้ครรชิตจะชอบเหล้าแต่เขาก็ไม่ได้ติดมันหรือดื่มมันอย่างหนักเสียหน่อย เขาชอบลิ้มรสชาติและความรู้สึกที่มันนำพามาต่างหาก


    ย้อนกลับไปตอนที่ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันครั้งแรก ฝ่ายครรชิตที่ถูกอ่านความทรงจำบางส่วนกลายแข็งค้าง เพราะผลข้างเคียงของการที่ถูกบุกรุกเข้ามาในสมองของเขา กว่าที่จะกลับมาเป็นปรกติได้ต้องใช้เวลาหลายนาที หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ถูกซักถามอย่างมากมาย


    คำถามที่เขาถูกถามมักจะเป็นเรื่องราวของการฝึกฝนและภาพรวมของอาณาจักรต่างๆ ซึ่งดูเหมือนว่าการอ่านความทรงจำจะไม่ได้ดีอย่างที่เขาคิด เพราะมันมองเห็นเพียงบางส่วนเท่านั้นและไม่ปะติดปะต่อกันสักเท่าใด


    หลังจากเล่นตอบคำถามไปสักพัก ครรชิตก็ได้โอกาศถามคืนไปบ้าง


    "เจ้าเป็นใครกัน" เขาถามอย่างไม่แน่ใจหนัก เพราะในหนังสือประวัติศาสตร์เท่าที่อ่านมาไม่เคยได้ยินสมญานาม'ผู้พิชิตไมนอสแห่งฟิวรัว'เลยสักครั้ง


    "อย่างที่ข้าแนะนำไปก่อนหน้านี้ ข้าชื่อไมนอสแห่งฟิวรัว ข้ากำเนิดที่เมืองฟิวรัว เป็นลูกชายของนายทหารคนหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นข้าก็เข้าร่วมกองทัพและกลายเป็นนายพลในไม่นาน ก่อนจะกลายเป็นจอมพลในเวลาต่อมา หลังจากนำพากองทัพปราบเหล่าเมืองน้อยใหญ่มากมาย ข้าก็ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงและขึ้นเป็นราชา หลังจากนั้นยี่สิบปีข้าก็ครอบครองเมืองนับพันไว้ใต้เท้า ก่อนที่ข้าจะก่อตั้งอาณาจักรและหายไปจากประวัติศาสตร์ในไม่นาน"


    "นั้นเป็นเรื่องราวคราวๆของข้า อย่างที่เจ้าได้ฟังจากคำของข้า เรื่องราวนั้นผ่านมาแล้วหลายหมื่นปี แต่ครั้งล่าสุดที่ข้าตื่นขึ้นมายังคงมีตำนานของข้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ในสมัยของเจ้าเรื่องราวของข้าหายไปอย่างสมบูรณ์เสียแล้ว" วีรบุรุษหนุ่มไมนอสถอนหายใจออกมา ก่อนจะเสกเก้าอี้และคนโทพร้อมจอกเหล้าอย่างดีขึ้นมา


    "ดื่มแด่เทพเทอร์รา ผู้มอบโอกาศที่สองให้แก่ข้า" เสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเคารพ ก่อนจะยกดื่มเหล้าที่มีสีฟ้าในจอกหยกสีขาวสวยหมดในอึกเดียว ก่อนจะวางจอกลงแล้วเติมเครื่องดื่มมึนเมาสีฟ้าลงไปอีก


    "ว่าแต่เรื่องราวของเจ้ามันช่างแปลกประหลาดคล้ายของข้าเสียเหลือเกิน" ไมนอสพูดขึ้นพร้อมกับรินเหล้าลงในจอกใบที่สอง ก่อนจะยื่นส่งมาให้ครรชิต


    "เหมือนกันอย่างไร" ครรชิตได้แต่ถามอย่างสงสัยกลับไป


    "เจ้าจะลองฟังนิทานของข้าดูหรือไม่" มันพูดด้วยร้อยยิ้มที่เศร้าและคิดคำนึงถึงอดีตเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เรื่องราวจะไหลออกมาจากปากของไมนอส


    ในอดีตเมื่อหมื่นสองพันปีของโลกใบนี้ ไมนอสเป็นเพียงแค่ลูกของนายทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทว่าชายหนุ่มกับเป็นไข้พิษมานาจนสลบไสลไม่ได้สตินานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน


    ในเวลานั้นเองไมนอสจากอีกโลกซึ่งเป็นถึงทหารชั้นสูงของสาธารณรัฐโรมันอันเกรียงไกร ได้ทำศึกสงครามป้องกันเมืองแห่งหนึ่งอยู่อย่างดุเดือด เขาและนายทหารอีกหลายพันคนต้านข้าศึกนานนับเดือนโดยไม่มีการสนับสนุน


    แม้จะต้านข้าศึกได้อีกหลายเดือนแล้วก็ตามแต่กองกำลังสนับสนุนก็ยังคงมาไม่ถึงอยู่ดี ด้วยความที่เมืองที่ปกป้องแทบจะอยู่แนวหลังของข้าศึก ทำให้เหลือเพียงความพ่ายแพ้ของพวกเขาเท่านั้นที่จะมาถึง


    ในทุกครั้งที่เสร็จสิ้นวัน พวกเขาได้สวดมนตร์ขอพรจากเทพพระเจ้าแห่งสงครามและเทพองค์อื่นๆทุกวัน จนในที่สุดก็เหมือนกับมีเทพองค์หนึ่งตอบรับคำสวดภาวนาของทหารนับพันนาย ดลบรรดาลให้เกิดแผ่นดินไหวและป้องกันเมืองไว้ได้อีกหลายเดือน จนในที่สุดกองทัพหลักก็ได้เคลื่อนพลมาถึงเมืองแห่งนี้


    แต่ทว่าเขาผู้ที่เป็นผู้บัญชากองทัพนี้กลับไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่แลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยของกองทหารก็คือตัวเขานั้นเอง


    เขาได้ถูกสูบลงพื้นดินไปอย่างเงียบๆโดยไม่มีใครสังเกตเห็น รู้สึกตัวอีกทีเขาก็อยู่ในสถานที่ที่สวยงามและเกินจิตนาการของเขาไปไกล ที่นั้นมีชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูหล่อและสวยงามกว่าหญิงใดหรือชายใดในสาธารณรัฐโรมันจะเทียบได้


    ทั้งคู่ได้ยื่นข้อเสนอที่เขาปฏิเสธไม่ได้ ก่อนที่จะถูกส่งลงมาจากสถานที่นั้นลงไปบนร่างที่แทบจะไร้ชีวิตของไมนอส สิ่งที่เขาได้รับมาคือเทคนิคการฝึกฝนพลังเพื่อเป็นหนึ่งในเทพเจ้าเช่นชายหญิงคู่นั้น เพราะวิญญาณของเขาเหมาะสมสำหรับก่อกำเนิดเป็นเทพเจ้าองค์ใหม่


    ด้วยสิ่งนั้นเขาใช้ทั้งพลังมานาในโลกนี้และฝึกฝนพลังเทพเจ้าไปพร้อมกัน จนเวลาผ่านไปไม่ถึงปีเขาก็มีความแข็งแกร่งกว่าใครในกองทัพไปเสียแล้ว เขาเป็นแนวหน้าและหน่วยทะลวงฟันเพียงแค่สามเดือน แต่กลับได้รับตำแหน่งนายร้อยคุมทหารร้อยคนเสียแล้ว และในปีนั้นเขาเลื่อนเป็นนายพลคุมทหารนับพันนายในเวลาไม่นาน


    ทั้งแผนการรบที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในโลกนี้ พลังและการฝึกฝนที่แปลกประหลาดซึ่งทำให้กองพลของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร เทคนิคการใช้ดาบและอาวุธทุกชนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปจนถึงความเป็นผู้นำของเขา ทำให้ใช้ทหารแค่กองพลเดียวก็บุกยึดเมืองหลายสิบเมืองได้ในเวลาไม่กี่ปี


    ปีที่สิบของการเป็นทหารเขาก็กลายเป็นจอมพลหรือแม่ทัพคุมทหารนับแสน เขาบุกยึดเมืองโดยรอบนับร้อยเมือง จนกระทั่งในวัยสี่สิบปีเขาได้รับสมรสพระราชทานกับเจ้าหญิงพระองค์หนึ่ง และกลายเป็นพระราชาองค์ต่อไปได้ไม่ช้า ก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมาเพื่อคานอำนาจกับอาณาจักรทลายฟ้าได้อย่างสูสี


    แต่ทว่าด้วยการฝึกฝนเทคนิคพลังเทพเจ้า ทำให้เขามีอายุขัยที่แทบจะยาวนานไม่จำกัด แม้จะอายุสี่สิบปรหรือหกสิบปีก็ไม่ต่างกัน รูปลักษณ์ของเขายังคงหนุ่มแน่นในวัยสามสิบต้นๆอยู่เหมือนเดิม แม้จะต้องการให้ชายาเป็นเช่นเดียวกัน แต่ทว่าเส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งมากพอเท่านั้น


    เมื่อเขาอายุได้ร้อยสิบปี ราชนีและบุตรของเขาหลายคนก็ได้จากไป เขามีแต่ความโศรกเศร้าแต่ก็ไม่อาจจะปิดชีพตนได้เสียแล้ว เพราะจิตวิญญาณของเขากลายเป็นเทพเจ้าไปก่อนหน้านั้นนับสิบปี แม้จะตกตายแต่จะฟื้นกลับมาได้ในไม่ช้าและไม่มีทางจบสิ้นจนกว่าจะไม่มีเวลาอยู่ในมิตินี้อีกต่อไป


    เขาได้แต่หลบลี้หนีหายไปจากอาณาจักร ปล่อยให้เรื่องราวของอาณาจักรเป็นไปตามที่ลูกชาายและเชื้อสายของเขาต้องการให้มันเป็น เขาขังตัวเองอยู่ที่นี้มาแล้วนับหมื่นปี แต่ก็ไม่ได้ปิดกันการมาเยือนของบุคคลต่างๆ ใครที่พบกับเขาก็มักจะได้เป็นผู้สืบทอดทั้งวิชาและวัตถุดิบที่เขาสะสมไว้


    นี้เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องทำก่อนจะกลับไปยังที่ที่เหล่าเทพเจ้าสถิติอยู่ แม้เขาจะไม่เข้าใจถึงความต้องการของตัวเองในส่วนนี้ก็ตาม แต่เขาก็ทำมันอย่างเลี่ยงไม่ได้จนถึงทุกวันนี้


    "เอาล่ะเรื่องราวของข้าก็เป็นเช่นนี้ ตอนนี้เจ้าคงรู้แล้วว่าข้ากับเจ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่าช่วงเวลาที่เรามานั้นต่างกันมากเกินไปเสียนี้ ข้าไม่รู้จะนับเจ้าว่าเป็นหลานเหลนหรือว่าโหลนดี หรือว่าไม่อาจจะนับได้ได้ด้วยซ้ำไป เจ้าพอจะมีคำเรียกขานดีๆหรือไม่" มันถามอย่างนิ่งๆ


    "เรียกรุ่นพี่เป็นไง คำนี้หมายถึงผู้มากก่อน ส่วนข้ามาที่หลังก็เรียกว่ารุ่นน้อง" ครรชิตพูดออกมาหลังจากคิดอยู่นาน


    "เรียกอย่างงั้นก็ได้ เจ้ารุ่นน้องหมายเลขหนึ่ง ฮ่าๆ" หลังจากนั้นเขาก็พูดคุยถึงเรื่องราวและเรื่องราวของทั้งสองโลกอย่างไม่รู้จักเบื่อ


    ไม่มีใครทราบเลยว่าเวลาด้านนอกนั้นผ่านไปนานเท่าใด แต่ทว่าทั้งคู่ยังคงคุยกันอย่างออกรสออกชาติ เหมือนกับว่าทั้งคู่มีเรื่องราวที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดได้ไม่รู้จบ


    จนกระทั่งถึงเวลาปัจจุบันที่พวกเขากำลังดื่มเหล้าเมฆากันอยู่ในตอนนี้


    "มีหลายสิ่งที่เจ้าต้องรู้ก่อนจะเดินตามเส้นทางนี้ อย่างแรกเจ้าคงรู้แล้วว่าวิถีทางที่เจ้าเลือกเดินจะทำให้เจ้าไม่มีวันตายอย่างแน่นอน เจ้าต้องอยู่ดูเหล่าคนรักและคนอื่นๆตายไปอย่างเจ็บช้ำเพราะช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้ สองแม้พวกเราจะกลายเป็นผู้อมตะไปแล้ว แต่ทว่าเราไม่ได้อยู่บนจุดสูงสุดหรอกนะ" มันพูดออกมาหลังจากที่ยกจอกดื่มเหล้าสีฟ้าจนหมดแก้ว


    "พวกเราถูกเรียกขานในโลกแห่งนั้นว่าพวก'ชั้นธรรมชาติ'หรือ'พวกกฎเกณฑ์' เราเป็นผู้ที่กฎของธรรมชาติทำอะไรไม่ได้และเราก็ทำอะไรกับกฎธรรมชาติไม่ได้เช่นกัน เราคือกฎของเราเอง มีพวกที่ต่ำกว่าเราซึ่งถูกเรียกว่า'ชั้นมนุษย์'หรือ'พวกใต้กฎเกณฑ์' พวกนี้เป็นมนุษย์หรือสิ่งใดก็ตามที่ต้องทำตามกฎของธรรมชาติโดยไม่มีข้อยกเว้น และพวกระดับสูงสุดเท่าที่ข้ารู้ พวกมันถูกเรัยกว่า'ชั้นสัจธรรม'หรือ'พวกผู้ใช้กฎเกณฑ์' พวกมันควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีกฎเป็นของตัวเอง แม้แต่เราหรือธรรมชาติก็ไม่มีข้อยกเว้น" มันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง


    "จากการที่ข้าเคยไปยังที่แห่งนั้นมาก่อน ที่นั้นพวกเราสามารถสร้างโลกขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้ามันไปขัดกับกฎเกณฑ์บางอย่างที่ผู้ใช้กฏตั้งขึ้น โลกใบนั้นก็จะถูกทำลายลงไปในพริบตาเดียว"


    "เรื่องอื่นที่ต้องรู้ก็แทบจะไม่มีอะไรสำคัญมากนัก เช่นพวกธรรมชาติฝ่ายต่างๆ..." และการร่ายยาวถึงสิ่งต่างๆในโลกชั้นที่สูงกว่าก็ถูกร่ายยาวออกมาจากไมนอส


    พวกเราร่ำสุราและพูดคุยกันอีกหลายร้อยหลายล้านคำพูด จนลืมเลือนเวลาไปเสียสนิท จนกระทั่งเสียงที่แปลกประหลาดดังขึ้นที่ลูกแก้วกลางห้อง


    มันเปลี่ยนให้ผนังและเพดานกลายเป็นสีฟ้าสว่าง พื้นดินกลายเป็นสีขาวราวกับน้ำนม รูปภาพหายไปกลายเป็นโคมไฟที่ทำจากบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดขึ้นมาแทน ทั้งดาบ หอก โล่หรือแม้กระทั้งชุดเกราะก็มี


    "ได้เวลาที่เจ้าจะต้องประทับตราการเป็นผู้สืบทอดลำดับที่สิบเก้าแล้วสิ เราเตรียมตัวออกจากที่นี้กันเถอะ" ไมนอสพูดขึ้น ก่อนที่ตรงกลางห้องจะมีมือกระดูกสีดำพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน


    มันประคองบางอย่างขึ้นมาด้วย มันคล้ายกับหัวกระโลกของมนุษย์แต่ทว่ามันกลับมีเขี้ยวที่ยาวเกินไป และมีรูปทรงของหัวกะโหลกที่ยืดยาวกว่ากะโหลกมนุษย์เกือบเท่าตัว และมันมีขนาดใหญ่กว่ากะโหลมนุษย์หลายเท่าตัว


    "เอาของอะไรก็ได้ยื่นไปในปากของกะโหลก มันจะทำการประทับตราให้เจ้าเอง" ไมนอสพูดนิ้มๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะมองที่ครรชิตอย่างตื่นเต้น


    ครรชิตที่สังเกตถึงบรรยาการที่แปลกประหลาดของไมนอส เขาเริ่มระมักระวังตัวสักเล็กน้อย ก่อนจะเรียกเอาโกเลมรูปร่างมนุษย์ที่ยังไม่ได้ลงวงจรเวทย์ออกมา แล้วโยนเข้าไปในปากของกะโหลกยักษ์นั้น มันดูดกลืนโกเลมลงไปและดวงตาที่กลวงโบ๋ของมันก็มีประกายแสงีแดงปรากฏขึ้น


    กั๊กๆๆๆๆ


    ปากของมันกระทบกันก่อนที่ภาษาที่เขาไม่เข้าใจจะดังออกมาจากกะโหลกยักนั้น มีเพียงไมนอสที่อมยิ้มก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นกั้นหัวเราะ ก่อนที่จะทนไม่ไหวหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่นจนทำให้ครรชิตถึงขั้นปวดหูเลยทีเดียว


    "ไม่เลวๆเจ้ารุ่นน้องหมายเลขหนึ่ง เจ้าทำให้ฟิวรัวบ่นออกมาได้ยาวขนาดนี้ นับว่าเจ้ามีคุณสมบัติมากเกินพอจะรับของทั้งคลังของข้าไปได้เลยนะนี้" มันพูดไปอมยิ้มป่นขำไปตอลดเวลา แม้ครรชิตจะหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจคำพูดของเจ้ากะโหลกยักษ์นี้เลยสักนิด


    "เอาล่ะการประทับตราเรียบร้อย ต่อไปก็เลือกของติดไม้ติดมือกลับไป" ไมนอสเปิดประตูด้านนอกให้เขา ก่อนที่ห้องโถงด้านนอกจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย


    พระอาทิตย์ที่อยู่ด้านบนของโดมกลายเป็นพระจันทร์แทนเสียนี้ ทำให้บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูลึกลับและน่าเกรงขามขึ้นอีกเป็นกองและแฝงไปด้วยความน่ากลัวอีกเล็กน้อย


    "ตามข้ามา นี้จะเป็นชั้นแรกที่เจ้าสามารถเลือกหยิบไปได้ จากที่ฟิวรัวบอกกับข้า ชั้นนี้เจ้ารับได้ได้สามชิ้น" ไมนอสพาครรชิตมายังชั้นวางของที่ทำจากหินสีดำที่ดูดีกว่าชั้นอื่นในแถวนี้ ก่อนจะวาดมือไปที่ม่านพลังซึ่งมันก็หายไปในทันที


    "ข้าเลือกอะไรก้ได้อย่างงั้นหรอ" ครรชิตถามอย่างไม่แน่ใจนัก


    "ใช่ตามแต่เจ้าต้องการเลย" ไมนอสยิ้มให้เขาก่อนที่จะเสกเก้าอี้ขึ้นมานั่งรอครรชิตที่กำลังอยู่ในภวังค์ของตัวเอง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1769 JomMuD (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:15
    ขอบคุณ ดีปีใหม่ครับ
    #1,769
    0
  2. #1768 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:34
    ขอบคุณครับ
    #1,768
    0
  3. #1766 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 15:36
    คนที่สิบเก้า
    แสดงว่าก็ต้องมีคนระดับเดียวกับครรชิตอีก10+ จะได้สู้กันมั้ย
    #1,766
    0
  4. #1765 แพมแพม (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 11:34
    ขอบคุณค่ะไรท์และสวัสดีปีใหม่ด้วยค่ะ
    #1,765
    0
  5. #1764 0848496616 (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 23:43
    ขอบคุณคับ
    #1,764
    0
  6. #1763 cattycall (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 23:39
    #1,763
    0
  7. #1761 over_lord2 (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 21:44
    ปล้นแม่งง
    #1,761
    0
  8. #1760 Gnuh (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 19:41
    ขอบคุณครับ
    #1,760
    0
  9. #1757 oThe Nighto (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 15:30
    ตบมันนน
    #1,757
    0
  10. #1756 Gardena (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 14:56
    ขอบคุณค่ะ
    #1,756
    0
  11. #1755 phairatw (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 14:24
    ขอบคุณครับ
    #1,755
    0
  12. #1754 พราว (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:44
    สวัสดีปีใหม่จ้า
    #1,754
    0
  13. #1753 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:26
    ดีจังมีคนเติมทรูให้อีก
    #1,753
    0
  14. #1752 kunasin46 (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:22
    ขอบคุณครับ
    #1,752
    0
  15. #1751 ปกเงิน& (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:19
    ขอบคุณคับ
    #1,751
    0
  16. #1750 kamol1122 (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 13:15
    สนุกดีครับ
    #1,750
    0