ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 150 : ความสงบก่อนพายุจะก่อตัว (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    27 ธ.ค. 59

บทที่ 4 : ความสงบก่อนพายุจะก่อตัว (2)




    ในสถานที่ตั้งอันสงบสุขในหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยป่าที่เขียวขจี มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย พวกมันรวมตัวกันเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่สายหนึ่งไหลจากพื้นหุบเขา ไปรวมเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่จนเต็มพื้นที่หุบเขา มีเพียงพื้นที่ไม่กี่หมื่นไร่เท่านั้นจากพื้นที่หุบเขานับได้หลายแสนไร่


    บนหุบเขามีบ้านเรือนหลายสิบหลังตั้งอยู่รอบๆหุบเขาแห่งนี้ พวกมันทำหน้าที่เหมือนเป็นป้อมสังเกตการณ์ของกำแพงที่ทำจากหุบเขานี้ ที่สุดทางของทะเลสาบมีทางน้ำไหลออกจากถ้ำของหุบเขา กลายเป็นแม่น้ำที่หฃ่อเลี้ยงคนในพื้นที่ด้านล่างของหุบเขาอีกที


    ที่กลางทะเลสาบซึ่งเป็นเนินเขาลูกเตี้ยๆลูกหนึ่ง ที่นั้นมีบ้านเรือนหนึ่งชั้นและสองชั้นอยู่หลายสิบหลังคาเรือน มีทั้งทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ธรรมดาและฟาร์มเลี้ยงสัตว์เวท และยังมีพื้นที่อีกจำนวนมากที่เป็นไร่นาและไร่สวน นอกจากบ้านเรือนแล้วยังมีหอสูงอีกสองแห่ง พร้อมกับโกดังอีกหลายสิบหลังตั้งอยู่ที่บ้านแต่ละหลัง


    ในตอนนี้ยังคงเก็นชาวบ้านหลายสิบคนช่วยกันดูแลสัตว์เลี้ยงและสัตว์เวททั้งหลายอยู่ มีบางที่กำลังจัดการกับสวนผลไม้และไร่นาของตัวเอง ชีวิตของพวกเขาเรียบง่ายและสงบสุขจนแทบจะอยู่คนละมิติกับโลกภายนอกเลยทีเดียว


    ชาวบ้านต่างสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาทอผ้าจากตัวไหมหิมะและตัวไหมอัคคี ซึ่งถือว่าเป็นผ้าชั้นดีที่แข็งแรงราวกับเสื้อเกราะ แม้จะไม่สามารถกันพวกอาวุธระดับกลางได้หรือทนการโจมตีของสัตว์เวทระดับสี่ได้ก็ตาม แต่ที่ต่ำกว่าไม่สามารถทำอันตรายพวกเขาได้


    ด้วยการที่มันสร้างจากตัวไหมสิองชนิดข้างคน ทำให้มันมีความสามารถในการทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกอุ่นสบายไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไปตลอดเวลาอีกด้วย นี้นับว่าเป็นเสื้อผ้าของเหล่าขุนนางชั้นต้นด้วยซ้ำไป แต่ชาวบ้านธรรมดากลับใส่มันเหมือนเสื้อผ้าปานเสียอย่างงั้น


    ถึงแม้ว่าจะดูภายนอกชาวบ้านจะเหมือนชาวบ้านทั่วไป แต่เมื่อมองไปยังการทำงานของพวกเขา ทุกคนได้แต่ตลึงอย่างแน่แท้ พวกเขาสามารถยกหินขนาดใหญ่หรือแม้แต่ต้นไม้ทั้งต้นได้อย่างง่ายดาย และจัดการนำมันไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เวทย์เลยด้วยซ้ำไป


    ทุกคนต่างมีความว่องไวราวกับเสือชีตาห์ คล่องแคล่วราวกับลิงและมีพละกำลังราวกับกระทิงหนุ่ม ทุกคนอย่างน้อยต้องมีการฝึกฝนไม่ต่ำกว่าขั้นผู้ใช้เวทย์อย่างแน่นอน


    ในยามบ่ายเช่นนี้ พวกเขากลับทำงานของตัวเองไปอย่างเรื่อยๆสบายๆ แม้งานบ้างอย่างไม่น่าจะทำได้ในไม่กี่ชั่วโมง แต่สำหรับพวกเขามันใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำไป อย่างการให้อาหารสัตว์เวทนับร้อยตัวในตอนนี้ พวกเขาหาสัตว์เวทมาป้อนและดูแลพวมันได้ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น


    สัตว์เวทของพวกเขามีทั้งที่ใช้สำหรับสร้างปัจจัยสีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เวทที่มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมากพอที่จะใช้เป็นอาหารได้อย่างไม่ขาดแแคลน สัตวเวทที่เลี้ยงเพื่อใช้ขนและชิ้นส่วนจากมันในการทำเครื่องนุ่งห่ม หรือว่าจะเป็นสัตว์เวทและพืชเวทย์ที่ใช้สำหรับทำยาก็มีอยู่มากมาย แม้กระทั่งัตว์เวทที่ให้วัสดุสำหรับสร้างบ้านหรือที่พักพวกเขาก็มี


    นอกจากนี้ยังมีสัตว์เวทที่ใช้สำหรับเดินทางในอากาศและพื้นดิน รวมถึงการเดินทางทางน้ำอีกด้วย ส่วนที่มีมากที่สุดคงเป็นสัตว์ที่ใช้สำหรับการต่อสู้และใช้แรงงาน พวกมันมีมากถึงครึ่งหนึ่งของสัตวเวทที่กล่าวมาทั้งหมด


    ด้วยการจัดการกับสัตว์เวทจำนวนมากขนาดนี้ พวกเขาต้องใช้นักฝึกสัตว์หลายสิบคนในการทำสัญญาโลหิต แต่ใครจะรู้เล่าว่ามันถูกสร้างโดยชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งทำสัญญาออกมามากเกินกว่าจะใช้หมดได้ในวันเดียวเช่นนี้


    ทำให้พวกเขาเริ่มต้นตั้งหมู่บ้านและจัดระเบียบสิ่งเหล่านี้ได้ในเวลาไม่นาน พืชสมุนไพรทั้งที่เป็นพืชธรรมดาที่สะสมพลังมานาเอาไว้ หรือจะเป็นพืชเวทย์ที่มีเจตจำนงของตัวเอง ก็ถูกชายหนุ่มเตรียมไว้ให้จำนวนมาก มีทั้งที่หายากและหาง่ายผสมกันไป


    ด้วยเวลาไม่ถึงเดือนหมู่บ้านนี้ก็อยู่ตัว ผู้อยู่อาศัยจากที่เป็นเพียงข้ารับใช้ของชายหนุ่ม ก็เริ่มมีครอบครัวของพวกนั้นเขามาอยู่ด้วย เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ถูกครรเลือกให้เขามาอยู่ที่นี้อย่างดี ทำให้ที่นี้ไร้ซึ่งความวุ่นวาย เพราะไม่มีทั้งสายลับและบุคคลที่จะสร้างปัญหาร้ายแรงขึ้นมาได้


    พื้นดินทั้งหมดของหุบเขานี้ถูกตีตราสัญญาสืบทอดโลหิตเอาไว้ทั้งหมด โดยชาวบ้านจะได้รับสัญญาสืบทอดโลหิตย่อยเป็นของตัวเองหนึ่งเล่ม ซึ่งจะระบุขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมกับครอบครัวเอาไว้ให้ ทำให้ทุกอย่างเป็นธรรมเป็นอย่างมาก


    "ดูเหมือนว่าหมู่บ้านของเราจะเป็นหมู่บ้านระสูงที่พร้อมจะกลายเป็นเมืองแล้วสินะ ท่านพ่อ" ชายหนุ่มที่ยืนมองจากที่พักแห่งหนึ่งในหุบเขา เขามองไปยังหมู่บ้านที่อยู่ตรงกลาง โดยมีพ่อบ้านยืนรออยู่ที่หน้าประตูและผู้เป็นพ่อยืนอยู่ข้างกาย


    "เช่นนั้นจูเนียร์ ว่าแต่เจ้าต้องการให้ข้ายืนยันกลับคริสตัลเมืองเลยหรือ แต่จากความเห็นของข้า เรายังไม่พร้อมในเรื่องจำนวนคนสักเท่าไร และยังเป็นการทำให้พวกนั้นรู้ตัวว่ามีเมืองเกิดใหม่ภายใต้ชื่อเจ้าอีกด้วย" บิชอบพูดออกมาพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ


    "ท่านทำอย่างที่ท่านคิดเถอะ ข้ายังมีอีกหลายเรื่องที่จัดการ ใช่ไหม ท่านพ่อบ้าน" ครรชิตยิ้มให้บาดาตนบางๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วออกจากห้องว่าการออกไป


    เรือนพักหลังนี้มีขนาดใหญ่โตราวกับจวนของเชื้อพระวงศ์ การตกแต่งของมันไม่หรูหราเท่าแต่ก็ดูขลังมากกว่ากันมาก พวกมันถูกประดับไปด้วยดอกไม้หายากที่ถูกเปลี่ยนแทบทุกอาทิตย์ มีรูปั้นที่ดูคล้ายกับมีชีวิต รูปภาพของคนสำคัญในจวนที่แขนประดับเอาไว้ รวมทั้งรูปที่ดูสวยงามราวกับถูกสร้างสรรค์จากสวรงสวรรค์ก็ไม่ปาน


    รูปพวกนี้เขาใช้หนึ่งในฟังก์ชั่นของแปลอกแขนสีเงินที่เขาปรับปรุงมันใหม่ มันสามารถขยับแขนของเขาให้เกิดรูปภาพตามรูปที่เขาเคยเห็น หรือจะเป็นรูปภาพในจิตนาการของเขาก็ได้ ซึ่งเขาก็ได้วาดออกมาไม่กี่รูป ก่อนจะให้โกเลมเป็นคนวาดเองโดยใช้ภาพจากหินบันทึกภาพเป็นต้นแบบ


    ชายหนุ่มเดินออกจากตัวจวนขนาดใหญ่นี้ไป ก่อนจะมุ่งสู่เรือนพักขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้กันนั้น แม้จะบอกว่ามันมีขนาดเล็ก แต่มันก็ใหญ่ว่าบ้านในเมืองหลวงของชายหนุ่มเสียอีก


    การครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่เท่ากับหุบเขาได้เช่นนี้ ต้องใช้พลังมานาไปจำนวนมากในการจ่ายให้สัญญาสืบทอดโฉนดที่ดินเปล่า ขนาดชองที่ดินที่จะได้รับขึ้นอยู่กับจำนวนพลังมานาของผู้ถือครองในตอนเปิดใช้ แน่นอนว่าครรชิตใช้พลังไปถึงแปดส่วนเพื่อครอบครองพื้นที่ทั้งหมดของหุบเขานี้


    เขาเปลี่ยนทางน้ำและลำธารหลายสายให้ไหลลงมาที่หุบเขา โดยไม่ให้มันส่งผลกระทบกับคนที่อยู่ปลายน้ำด้านล่าง ซึ่งมีทั้งการแยกสายน้ำออกมาเป็นสายเล็กๆจากสายหลักที่ไหลลงไปจากหุบเขา และการใช้น้ำจากทะเลสาบที่มีอยู่แล้วให้เป็นสายน้ำใหม่อีกแห่งหนึ่ง


    ด้วยลมปราณและโกเลมจำนวนมากมาย ทำให้การเปลี่ยนพื้นดินที่แห้งแล้งของหุบเขาให้เป็นทะเลสาบใช้เวลาสร้างไม่ถึงอาทิตย์ แต่การจะทำให้มันยังยืนต้องใช้หลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งมันกินทรัพยากรที่เขามีไปมากมาย ทั้งยาและวัสดุเกือบหมดจากแหวนมิติระดับสูงไปหนึ่งวงเลยทีเดียว


    จากหุบเขาที่มีแต่ต้นไม้แคระแกนที่ขึ้นอยู่ริมลำธารเล็กๆ พืชหญ้าที่ไม่มีค่าขึ้นเต็มพื้นที่ไปหมด เขาได้ใช้ทั้งเวทย์ธาตุดินและไม้ปรับปรุงพื้นที่ใหม่เกือบทั้งหมด โดยไม่เปลี่ยนภูมิประเทศมากมายเท่าใดนัก ก่อนจะนำต้นไม้ที่จำเป็นมาปลูก ซึ่งมีทั้งการซื้อต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งการถอนต้นไม้ขนาดใหญ่มาจากป่าแห่งอื่นก็มี


    สัตว์ป่าและสัตว์เวทที่ถูกคัดเลือกเป็นอย่างดี พวกมันถูกจับมาปล่อยรอบๆนี้จนเต็มพื้นที่ป่ารอบนอกหุบจนหมด เพื่อให้มันเป็นตัวระวังภัยชั้นแรกของหมู่บ้านในหุบเขาที่รกร้างแห่งนี้


    หุบเขาแห่งนี้เป็นชัยภูมิที่ดีในการสร้างเมืองขึ้นมา แต่คนที่เคยคิดจะสร้างเมืองหรือหมู่บ้านต่างถอดใจไปตามๆกัน เพราะหุบเขานี้มีลำธารสายเล็กๆไม่กี่สายเป็นแหล่งน้ำเท่านั้น ซึ่งไม่มากพอจะเลี้ยงดูคนจำนวนมากได้ พื้นที่ส่วนมากก็เป็นหินกรวดและหินแกรนิต ไม่เหมาะสำหรับปลูกพืชและสัตว์ป่าและสัตว์เวทก็แทบจะมีอยู่เลย ด้วยเหตุนี้จึงถูกปล่อยทิ้งร้างกันทุกกลุ่ม


    "พ่อบ้านโฮโอ วงเวทย์สร้างฝนและวงเวทย์สร้างลมยังคงเป็นปรกติหรือไม่" เขาถามกับพ่อบ้านคนสนิทของเขาที่ตอนนี้รอรับเขาอยู่ที่หน้าเรือนพักหลังนี้


    "ยังคงเป็นปรกติขอรับ อีกสามถึงสี่เดือนสภาพแวดล้อมจะไม่ต้องพึ่งพาวงเวทย์ทั้งสองแล้วเช่นเดียวกับวงเวทย์สร้างน้ำและวงเวทย์กระตุ้นแผ่นดิน" พ่อบ้านหนุ่มพูดขึ้น ก่อนจะส่งซองจดหมายมาให้เขาอย่างนอบน้อม


    "มันคืออะไร" ครรชิตมองไปสัญลักษณ์ของตระกูลแอสลาสบนจดหมาย ซึ่งเขาไม่ได้รับการติดต่อจากตระกูลมานานหลายเดือนแล้ว หลังจากที่มีคนนำเจ็ดวิญญาณอสูรมาส่งให้เขา


    "จดหมายแจ้งข่าวจากมาเร็วของตระกูลแอสลาสขอรับ เพิ่งส่งมาถึงบ้านท่านในเมืองหลวงเมื่อเช้านี้เองขอรับ" เขาพยักหน้าให้ ก่อนที่พ่อบ้านหนุ่มจะออกจากห้องไป


    "ดูเหมือนจะมีเรื่องยุ่งๆเข้ามาอีกแล้วสินะ เฮ้อ~" เขาถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะเริ่มแกะซองขดหมายออกมา


    'เรียน ผู้มีรายนามในตระกูลรองของผู้อาวุโสยูโซต่อไปนี้ ...บิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาส... ทางเราขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ตระกูลรองนี้ได้ถูกลงมติให้ยุบตระกูลลงไปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่5 เดือนหก ปีเวทย์ที่23,017 เรียนผู้ที่อยู่ในตระกูลรองดังรายนามที่แนบมาข้างต้น ให้เข้ารับการทดสอบสายเลือดตระกูลแอสลาสภายในวันที่5 เดือนเจ็ดถึงวันที่5 เดือนสิบ ปีเวทย์ที่23,017 เราใคร่ขอความร่วมมืออย่างได้ละเลยการจัดลำดับสายเลือด จึงเรียนมาเพื่อทราบ"


    "ดูท่าจะล่มสลายเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้สะอีก นึกว่าอาร์คจะประคองไปได้ถึงรุ่นลูกของมัน แต่ดูเหมือนว่าลูกชายมันจะไปหาเรื่องกับตระกูลรองอื่นๆสินะ" เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะโยนสารนั้นไปยังข้ารับใช้ที่นำชาและของว่างมาให้เขา


    "ส่งจดหมายนี้ไปให้ท่านพ่อของข้าด้วย ข้าจะเตรียมตัวเดินทางในไม่กี่วัน" เมื่อสั่งการเรียบร้อย เขาก็ปิดห้องเงียบไม่รับแขกอีกต่อไป ก่อนจะเปิดจอโฮโลแกรมขึ้นมาที่โต๊ะทำงาน


    "ขอดูความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาหน่อยสิ" หน้าจอสามมิติที่ลอยอยู่บนอากาศได้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหวรอบๆพื้นที่ตระกูลรองของปู่ยูโซขึ้นมา


    ชายหนุ่มย้อนภาพไปเรื่อยๆ โดยเน้นไปที่จุดที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากภายในเรือนหลัก และจุดที่มีการอยู่ตามลำพังของสองพ่อลูก หลังจากย้อนภาพไปนานหลายชั่วโมง เขาก็พบกับสิ่งที่ต้องการจะรู้ได้ในที่สุด


    ภายในภาพวีดีโอเป็นเวลาที่โซการ์เดินเข้ามาภายในห้องอย่างเหนื่อล้า ตามเนื้อตามตัวเต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำดำเขียวไปหมด แต่กลับไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งแปลกมากสำหรับเขาตั้งแต่การประลองของตระกูลแล้ว


    "ท่านพ่อ ข้าไม่อาจจะชนะการประลองระหว่างตระกูลเรากับตระกูลวิหคเพลิงอีกครั้งแล้ว ครั้งนี้เราคงไม่อาจจะรักษาที่ดินผืนสุดท้ายได้แล้วท่านพ่อ" เสียงคร่ำครวญของโซการ์ดังขึ้น ก่อนที่มันจะมีสีหน้าเศร้าเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีร่องรอยของน้ำตาแม้แต่น้อย


    "ช่างมัน ยังไงเราก็จะออกจากตระกูลนี้อยู่แล้ว ทั้งเจ้าและข้าได้รับเทคนิคการฝึกฝนกายอมตะมาแล้วจากพวกมัน เราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี้อีกต่อไป ไปเก็บของแล้วเตรียมตัวหลบหนีออกจากที่นี้ได้แล้ว เราจะไปอยู่กับคนรู้จักของข้าที่อาณาจักรเมฆาสีคราม ไป!" สิ้นเสียงโซการ์ก็เดินออกไป ทิ้งไว้แต่อาร์คที่กำลังขมวดคิ้วแน่น


    "ดูเหมือนว่าวิชานี้จะมีจุดอ่อนอยู่เยอะมากในขั้นแรก รอข้าลูกชายข้าฝึกถึงขั้นสองเสียก่อนเถอะ ตระกูลนี้ก็เป็นได้เพียงมดตัวหนึ่งสำหรับข้าเท่านั้น" มันมองไปยังหนังสือเล่มบางๆที่มีกระดาษไม่กี่แผ่นเท่านั้น


    มันทำการอ่านทบทวนรายละเอียดของหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง ก่อนจะเก็บมันเข้าแหวนมิติไปแล้วเริ่มฝึกฝนามเคล็ดวิชานี้อีกครั้งหนึ่ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าวิธีการฝึกฝนและเทคนิคต่างๆถูกแมลงตัวเล็กๆคัดลอกมันเอาไว้ทั้งหมด


    "ข้าพอจะรู้แล้วว่าทำไมมันถึงได้แต่ยืนเบ่งพลังอยู่แบบนั้น มันคือท่าพื้นฐานของกายอมตะนี้เอง แต่สำหรับพวกมันที่ไม่รู้จักเส้นชีพจรหรือเส้นลมปราณแม้แต่น้อย ฝึกสำเร็จขั้นแรกของกายอมตะได้อย่างไง เพราะมันแทบจะเป็นเคล็ดวิชาของลมปราณเลยด้วยซ้ำไป หรือจะเป็นของที่ผู้ก่อตั้งตระกูลคิดค้นขึ้นกันนะ เพราะท่านเองก็ใช้เทคนิคการเคลื่อนมานาคล้ายๆกับลมปราณเช่นกัน" ครรชิตพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่ภาพจะเลื่อนไปข้างหน้า จนกระทั้งถึงตอนที่พวกมันสองพ่อลูกออกจากตระกูลไป


    ก่อนที่พวกมันทั้งสองจะหนีออกจากตระกูลไป ยูโซก็เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสอย่างเป็นทางการพอดี เมื่อพวกมันสองพ่อลูกหลบหนีออกไป เสาหลักของตระกูลรองก็พังทลายลง ข้ารับใช้ที่เหลือก็มีแค่ของสองพ่อลูกเท่านั้น เพราะข้ารับใช้ของคนอื่นๆตามกลับไปยังบ้านของพวกเขาทั้งหมด ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่แนะนำพวกเขาเอง


    "ถ้ำใต้ภูเขาก็ยังไม่มีใครไปตรวจสอบ พื้นที่ตรงนั้นเป็นของตระกูลวิหคเพลิงหมดแล้วสินะ พวกมันไม่ได้ออกสำรวจที่นั้นสักเท่าไร ก็ดีข้าจะได้กลับไปแก้ผลึกนั้นเสียเลยในครั้งนี้" เขายิ้มออกมา ก่อนที่จะปิดหน้าจอลงไป พร้อมกับเอาของที่จำเป็นเก็บลงแหวนมิติและเดินออกจากห้องไป


    ที่หน้าบ้านพักของเขา มีรถม้าและคนอีกหลายคนรอรับเขาอยู่แล้ว ถึงแม้เขาจะบอกว่าจะไปในอีกหลายวัน แต่ดูเหมือนว่าบิดาของเขาจะรู้ทันความคิดของเขาเสียนี้


    "ท่านพ่อสั่งให้พวกเจ้ามาสินะ" เขาถามหนึ่งพ่อบ้านที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูรถม้า


    "ใช่แล้วขอรับ นายน้อย นายท่านสั่งให้พวกข้าพาท่านไปยังตระกูลขอรับ ด้วยรถม้าที่ลากด้วยม้าทมิฬสามารถไปถึงในเวลาครึ่งเดือนขอรับ" พ่อบ้านคนสนิทของเขาตอบ ก่อนจะเปิดประตูรถม้าให้เขา


    "งั้นก็ไปกันเถอะ ถ้าจะบังคับข้าเสียขนาดนี้" เสียงบ่นอุบอิบของครรชิตดังพอจะให้ทุกคนได้ยิน ก่อนที่เจ้าตัวจะขึ้นรถม้าไปพร้อมกับรอยยิ้มของข้ารับใช้ทุกคน


    รถม้าเคลื่อนตัวออกจากหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งซ่อนหมู่บ้านที่ทีแต่ความสงบไว้ด้านใน เข้าสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้งอีกหลายกิโมตรรอบภูเขา แล้วถึงจะเห็นแนวป่าที่อยู่ไม่ไกลนัก พร้อมกับแม่น้ำอีกหลายสายที่ไหลลงมาจากหุบเขาที่ดูแห้งแล้งเมื่อมองจากภายนอก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1727 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 08:41
    ขอบคุณครับ
    #1,727
    0
  2. #1722 ปกเงิน& (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 23:29
    ขอบคุณคับ
    #1,722
    0
  3. #1721 บีเลตต้า นุ (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 23:38
    รอต่อ สนุกมากกกกกกก
    #1,721
    0
  4. #1720 oThe Nighto (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 21:38
    ยังงัยต่อน่าาาา
    #1,720
    0
  5. #1719 phairatw (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 19:09
    ขอบคุณครับ
    #1,719
    0
  6. #1718 Gnuh (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 15:01
    ขอบคุณครับ
    #1,718
    0
  7. #1717 pipawat (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 14:37
    ทำซะเกือบเหมือนโลกยุคปัจจุบันเลยแฮะ ถ้ามีคอมกับเอไอด้วยจะขนาดไหน
    #1,717
    0
  8. #1716 cutehell (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 14:37
    นึกว่าตระกูลมันตระกูลใหญ่ซะอีก อยู่ๆก็ล่มซะละ
    #1,716
    2
    • #1716-1 บีเลตต้า นุ(จากตอนที่ 150)
      27 ธันวาคม 2559 / 23:38
      เขาหมายถึงตระกลูรองนะครับ ตระกลูที่พระเอกอยู่เป็นตระกลูรอง และจะมีการร่วมต่อสู้ชิงที่ดินระหว่างตระกลูรองกะบตระกลูหลักด้วย ที่ล่มก็คือ สายตระกลูรองทร่พระเอกอยู่ เพราะสองพ่อลูกที่อยากได้ตั้งแต่แรกหนีไป
      #1716-1
    • #1716-2 บีเลตต้า นุ(จากตอนที่ 150)
      27 ธันวาคม 2559 / 23:38
      ได้อ่านตอนก่อนๆป่ะเนี่ย มาบ่นๆๆฟ
      #1716-2
  9. #1715 wit000 (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 13:39
    ขอบใจจ้า
    #1,715
    0
  10. #1714 kamol1122 (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 13:33
    สนุกดีครับ
    #1,714
    0
  11. #1713 cattycall (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 12:49
    ขอบคุณมาก
    #1,713
    0