ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 15 : จารึกเวทย์เป็นเหตุ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    11 ส.ค. 59

บทที่ 1 : จารึกเวทย์เป็นเหตุ (2)



     เขามองไปยังหญิงชราหรือท่านมาเรียเล็กน้อยก่อนจะหยิบหนึ่งในแผ่นจารึกบอลเวทย์ไร้ธาตุต่อเนื่องไปให้เธอหนึ่งแผ่นพร้อมลอบสักเกตสีหน้าของเธอหลังจากรับมันไปแล้วอย่างเงียบๆ เพื่อประเมิณสถานการณ์ตอนนี้

     หลังจากรับแผ่นจารึกไปหญิงชราก็กวาดตามองมันก่อนจะส่งเสียงในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะมองมายังเด็กชายตรงหน้าเธอ เธอมีอายุปูนนี้เพิ่งเคยเห็นเด็กที่มีความสามารถในด้านการจารึกมากถึงเพียงนี้ทั้งที่อายุเพิ่งได้สิบขวบเท่านั้น หลานสาวของเธอที่อายุสิบสามปีแล้วเพิ่งจะมีความสามารถเท่ากับหรืออาจจะมากกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเด็กชายตรงหน้าเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าหลานสาวของเธอก็เป็นอัจฉริยะในด้านจารึกเวทย์เหมือนกันเพราะใช้เวลาเพียงสามปีก็สามารถเขียนจารึกสำหรับขายได้แล้ว แต่เด็กชายตรงหน้าเธอนี้น่าจะเปรียบได้กับสัตว์ประหลาดมันใช้เวลาแค่สองวันหลังจากเรียนรู้ก็ทำได้ถึงขนาดนี้

     หลังจากที่เธอได้ฟังคำพูดของหลานสาวที่ได้ฟังมาจากลูกสาวของเซเรน่าผู้เป็นหุ้นส่วนของเธอว่าเพื่อนของเธอสามารถเขียนจารึกได้ด้วยพร้อมเล่าวีรกรรมให้นานาหลานสาวเธอฟังในตอนเย็นเมื่อวาน จนหลานสาวเธอบอกว่าพวกเธอขี้โม้จนพวกเธองอลแล้วกลับบ้านไป แต่หลานสาวเธอก็นำเรื่องที่ได้ยินจาสองสาวมาเล่าให้เธอฟังในตอนอาหารเย็นตอนแรกเธอก็คิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นแต่เมื่อนึกถึงนิสัยของลิลลี่ที่เป็นเด็กซื่อตรงจึงคิดจะมาพิสูจน์ดู ตอนนี้เธอทราบแล้วว่าเด็กชายตรงหน้ามีความสามารถจริงๆแม้จะเป็นจารึกระดับต่ำสุดก็ตาม

     จากรึกเวทย์ที่ยิงลูกบอลไร้ธาตุมีหลากหลายบนท้องตลาดส่วนใหญ่มักนำไปใช้ในการหลอกล่อและดึงดูดความสนใจของสัตว์เวท พลังโจมตีก็ไม่สูงต่อให้คนธรรมดาโดนไปก็แค่ช้ำในนิดหน่อยเท่านั้น แต่กลับพวกผู้ฝึกฝนศาสตร์ขั้นต้นก็แทบจะไม่ระคายผิว เมื่อดูดีๆก้พบว่าการวาดวงเวทย์ ตัวอักษรและวงจรเวทย์ยังลงมานาไม่เสถียรมากพอทำให้ประสิทธิภาพลดลงเป็นอย่างมาก

     "เด็กน้อย เจ้ามีความสามารถพอดูน่ะ" ข้าเอ่ยชมเด็กชายตรงหน้าเล็กน้อย

     "แต่จารึกแผ่นนี้คงมีราคาสักหนึ่งถึงสองเหรียญจิตอสูรเท่านั้น เพราะแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย" เธอพูดออกไปตรงๆ แต่จากสีหน้าของเด็กชายเหมือนทราบอยู่แล้วว่ามันไม่มีค้ามากนักเพราะเมื่อข้าพูดถึงราคาของมันเจ้าหนูนั้นไม่สะทกสะท้านหรือเปลี่นสีหน้าเลยแม้แต่น้อย

     "ข้าทราบอยู่แล้วล่ะ" เขาตอบกลับไปนิ่งๆ เพราะจารึกแผ่นนั้นเป็นแผ่นที่แย่ที่สุดของจารึกชุดสองนี้

     "ข้าแค่อยากลองทำขึ้นมาดูเล่นๆ" ครรชิตตอบอย่างไม่ใส่ใจจากอดีตที่ผ่านมาชายหนุ่มเคยล้มเหลวและโดนข่มมากกว่านี้เสียอีก

     "อย่างงั้นรึ เช่นนั้นก็ดีขอให้เจ้าฝึกฝนให้มากๆเส้นทางนักจารึกมันไม่ได้ง่ายนักหรอก" เธอข่มเด็กชายเล็กน้อยเพื่อกดดันให้มันพัฒนาต่อไป

     "ขอบคุณครับ" เด็กชายยิ้มออกมาเล้กน้อยก่อนจะรับประทานอาหารต่อ

     "ข้าขอตัวก่อน" เด็กชายลุกออกจากโต๊ะกินข้าวโดยมีสองสาวตามออกไปจนในห้องเหลือเพียงหญิงสาววัยกลางคนกับหญิงชราเท่านั้น

     "เด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริงๆ ด้วยอายุแค่นี้ก็เขียนจารึกเวทย์ได้แล้วทั้งๆที่ยังไม่เคยฝึกควบคุมพลังมานา"

     "ตอนแรกข้าตกใจเหมือนกัน แต่ก็นึกว่าเขาไปซื้อมาเล่นซ่ะอีกตอนแรกข้าไม่ค่อยสักเท่าใดว่าเขาเป็นคนเขียนมันขึ้นมาหรอกท่านน้า"

     "ตอนแรกที่ข้าเห็นจารึกที่เขาส่งมาข้าก็คิดว่าเขาไม่ได้เขียนเองแต่พลังมานาของเขาและบนแผ่นจารึกเป็นชนิดเดียวกันข้าจึงเชื่อว่าเด็กคนนี้เขียนขึ้นมาเอง"

     "ว่าแต่เจ้าเถอะไม่คิดจะกลับไปเยี่ยมหลุมศพแม่เจ้าที่สุสานตระกูลกอร์ดอนกับข้ารึ"

     "ไม่ล่ะท่านน้าข้าไม่อยากยุ่งกับตระกูลกอร์ดอนอีกต่อไปแล้ว"

     "แล้วแต่เจ้า แต่ว่าเด็กคนนั้นอยู่ตระกูลแอสลาสจริงๆสินะ" สีหน้าของหญิงชราดูเศร้าๆหลังจากที่เอ่ยออกมา

     "ค่ะท่านน้า" หญิงสาวเองก็มีสีหน้าเดียวกัน

     "อีกสองปีเด็กคนนี้จะรอดจากการถูกทำลายล้างเหมือนบิดาหรือไม่น่ะ"

     "เฮ้อ!" ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาเป็นการจบการสนทนาของทั้งคู่ลง

     หลังจากออกจากห้องทานข้าวทั้งสามคนก็อยู่ที่ลานกว้าง เด็กชายกำลังถูกเด็กสาวง้ออยู่ส่วนผู้เป็นพี่ได้แต่ยิ้มแห้งๆให้เด็กชาย

     "นี้ๆ ดีกันๆ" ลิลลี่ชูนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าเด็กชายก่อนจะจับมืออีกฝ่ายมาเกี้ยวก้อยกัน

     "ไม่!" เด็กชายหันหน้าหนีเด็กสาวไม่ละความพยายาม

     "น่าน่ะดีกันเถอะนะๆๆ" เด็กสาวจับหน้าที่หันไปของเด็กชายให้กลับมามองหน้าเธอก่อนจะยิ้มแล้วออดอ้อนเด็กชายด้วยการเกี้ยวก้อยแล้วจ้องหน้าเด็กชายด้วยใบหน้าแดงๆ

     "ก็ได้" ครรชิตใจอ่อนเมื่อเจอกับท่าทางนี้เข้าไป

     "แต่ต้องสัญญานะว่าจะไม่เอาเรื่องของข้าไปบอกคนอื่นๆ พี่โรสด้วย!" เด็กชายหันไปมองค้อนให้หญิงสาวที่หัวเราะคิกๆอยู่ข้าง

     "จ้าๆ" เด็กสาวทั้งสองคนพยักหน้าก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเจ้าเด้กชายตัวตัวแสบอย่างมองอย่างเคืองแต่ด้วยหน้าตาที่ค่อยข้างจะหน้ารักเลยทำให้ไม่น่ากลัวแต่เป็นหน้ารักต่างหาก

     "วันนี้เราจะทำอะไรดี" ลิลลี่กล่าวขึ้นหลังจากทั้งสามปรับความเข้าใจกันแล้ว

     "ข้าอยากลองฝึกเวทย์ดูบ้างนะ" ครรชิตบอกสองสาวเพราะตนอยากลองฝึกดูเพราะในหนังสือบอกยิ่งควบคุมพลังมานาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งสร้างจารึกได้ดียิ่งขึ้น

     "ได้สิเดี๋ยวข้าแนะนำเจ้าเอง" พี่โรสแมรี่เสนอตัวจะช่วยเนื่องจากเธอฝึกมาตั้งหกปีแล้วพอจะแนะนำขั้นพื้นฐานได้อยู่

     การฝึกขั้นผู้ฝึกฝนเวทย์ทุกๆวิธีการฝึกมักจะเริ่มคล้ายๆกันไม่ว่าจะเป็นวิธีฝึกแบบเบี้องต้นหรือในหนังสือหายาก็แทบจะไม่ต่างกัน ส่วนที่ต่างกันมักจะเป็นที่ขั้นผู้ฝึกฝนเวทย์ขั้นสูงที่จะเน้นไปในทางเฉพาะเพื่อดึงพลังเวทย์ออกมาในขั้นผู้ใช้เวทย์ธาตุเท่านั้นเอง

     "เอาล่ะเจ้าก็มาฝึกด้วยกันเลยลิลลี่" พี่โรสแมรี่หันไปจับไหล่ของลิลลี่ที่กำลังออกตัวหนีไปเล่นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนจะฝึกเวทย์กัน

     "บู๊ๆๆ ท่านพี่อ่ะ" ลิลลี่ทำแก้มป๋องก่อนจะนั่งลงที่โคนต้นไม้อย่างเสียมิได้

     เด็กชายเองก็นั่งขัดสมาสลงบนโคนต้นไม้เช่นกัน พร้อมกับหันไปมองพี่โรสแมรี่ทั้งนั่งแล้วเช่นกัน

     "เอาล่ะทั้งคู่เพ่งสมาธิไปที่ท้องน้อย เมื่อเพ่งสมาธิมากๆก็จะเห็นเม็ดพลังได้เอง" 

     เขาทำตามคำแนะนำของพี่โรสทันทีในห้วงสมาธิเขามองเห็นลูกกลมสีใสลอยอยู่ในความมืดมิดมันเรืองแสงสีขาวจางๆออกมาตลอดเวลา ในขณะที่ครรชิตกำลังสำรวจเม็ดพลังอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงแว่วๆของพี่โรสแมรี่

     "ค่อยๆถอนสมาธิอย่างช้าๆ พยายามอย่าให้เม็ดพลังหายไป ถ้ามันหายไปให้เริ่มต้นใหม่"

     ครรชิตยังทำมันได้อย่างง่ายได้เมื่อออกจากสามาธิโดยยังมีความรู้สึกถึงเม็ดพลัง มันอยู่ที่บริเวณท้องน้อยของเขานั้นเอง 

     เมื่อโรสแมรี่เห็นเด็กชายจ้องมองไปที่หน้าท้องของตนเองเธอยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยการที่ทำครั้งแรกได้แบบนี้แสดงว่าจูเนียร์ต้องมีระดับขั้นมานาที่หนึ่งระดับเจ็ดถึงขั้นสองระดับหนึ่งแน่นอน เธอบอกขั้นตอนต่อไปเมื่อเห็นว่าน้องสาวเธอก็ลืมตาขึ้นมาเช่นเดียวกันโดยที่รอบๆทั้งคู่แผ่คลื่นมานาออกมาจางๆ

     "ขั้นต่อไปดึงพลังมานาจากเม็ดพลังให้คลุมทั่วร่างกาย แล้วเริ่มต้นดูดมานาในธรรมชาติเข้ามาในม่านมานาของพวกเธอ"

     หลังจากสิ้นคำของโรสแมรี่ลิลลี่ที่ฝึกมาก่อนก็เริ่มดึงดูดมานารอบข้างเข้าสู่ม่านมานาของตนอย่างช้าๆ ชายหนุ่มที่ยังไม่คุ้นเคยกับพลังแปลกปลอมนี้ในตอนสร้างแผ่นจารึกเวทย์มันถูกดึงโดยมีหมึกเป็นตัวนำแต่ในตอนนี้ต้องใช้ความรู้สึกของตนในการควบคุมมานาจึงเป็นเรื่องยากสำหรับชายหนุ่ม

     "ให้คิดว่ามันเหมือนกับสายน้ำที่ค่อยๆไหลออกมาจากตาน้ำโดยตาน้ำก็คือเม็ดพลังของเธอเองจูเนียร์" โรสแมรี่แนะนำเด็กชายเมื่อเห็นว่าเขายังไม่หลับตาเพื่อดูดซับมานาพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นปมอยู่บนใบหน้า

     เธอเองก็เคยเป็นเช่นนี้ในตอนฝึกครั้งแรกเพราะถึงแม้เราจะเคยใช้มานากระตุ้นอุปกรณ์เวทย์ต่างๆมาก่อนแต่ที่แตกต่างกันคือพวกอุปกรณืต่างก็มีตัวนำที่จะค่อยดูดมานาออกมาโดยตัวมันเอง แต่การฝึกเวทย์จำเป็นต้องใช้ความรู้สึกและความเข้าใจในมานาของตนในการใช้พวกมัน

     เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีในที่สุดเขาก็นำมานาออกมาคลุมร่างกายได้ แต่สิ่งที่เขาทำกลับไม่ใช้การแผ่มันออกมาจากเม็ดพลังแต่เป็นการโคจรมันไปตามจุดชีพจรบนร่างกายจากตำราฝึกลมปราณต่างหากมันสร้างความรู้สึกคันๆต่างร่างกายในจุดต่างๆโดยการโคจรนี้ชายหนุ่มให้มันโคจรผ่านเฉพาะจุดบนกล้ามเนื้อและผิวหนังเท่านั้นเพราะมันสามารถรองรับมานาได้แล้วแม้จะยังไม่เต็มร้อยก็ตาม

     ในแผ่นดินนี้ผู้คนมักจะแผ่มานาออกมาเป็นชั้นๆโดยให้คิดว่ามันเป็นผิวหนังอีกชั้นจริงแทบจะไม่ผ่านจุดชีพจรเลยแม้แต่นิดเดียวทำให้ยังไม่มีคนค้นพบการใช้ประโยชน์ของพลังมานาในแผ่นดินนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกเว้นไว้คนหนึ่งคือครรชิตคนนี้!

     โรสแมรี่สักเกิดดูปฎิกิริยาของชายหนุ่มก็พบว่ามีคลื่นมานาบางเบาเริ่มก่อตัวเป็นม่านมานาอย่างช้าๆรอบๆเด็กชายก่อนที่มันจะคงรูปได้แล้วเริ่มดูดมานาในธรรมชาติเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย เธอแปลกใจในการดูดมานาของเด็กชายเพราะมันไม่ได้ดูดแบบปกติที่จะดูดมานาเข้ามาแล้วม่านมานาจะเข้มขึ้นก่อนจะจางลงเมื่อทำการเปลี่ยนเป็นมานาของตนโดยจะมีมานาส่วนหนึ่งไหลกลับสู่ธรรมชาติ แต่ของชายหนุ่มม่านมานากลับไม่เปลี่ยนสีไปแถมมานาที่ถูกดูดเข้าไปก็ไม่มีส่วนที่ปล่อยคืนแม้แต่น้อยถึงแม้มันจะดูดซับช้ากว่าปรกติมากก็ตาม

     ตอนนี้ชายหนุ่มได้ข้ามการฝึกฝนไปยังขั้นจิตแห่งเจตจำนงในขั้นตอนที่สองที่เป็นการสร้างทะเลลมปราณของการฝึกฝนลมปราณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในเม็ดพลังปรากฎหยดน้ำใสๆขึ้นที่ละหยดๆมันค่อยๆสะสมจนมีปริมาณเกือบหนึ่งฝ่ามือในตอนนี้ ชายหนุ่มยิ้มอยู่ในใจถึงความสำเร็จครั้งนี้ถึงแม้ร่างกายของตนจะยังไม่แข็งแกร่งพอจะใช้เจ้าหยดน้ำขนาดกำปั้นเด็กทารกนี้ได้ก็ตาม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1589 CrAzy_Se@L (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 21:48
    ตามต่อๆ
    #1,589
    0
  2. #549 phairatw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:52
    ขอบคุณครับ
    #549
    0
  3. #395 Gnuh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 23:18
    ขอบคุณครับ
    #395
    0
  4. #287 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:40
    มีความรู้มาก... ย่อมได้เปรียบจริงๆ
    #287
    0
  5. #89 xzerox2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 09:35
    เบื่อผู้หญิง(แต่ก็ชอบผู้หญิง)555 แค่เวลาอ่านนิยายแล้วมักเจอพวกผู้หญิงน่าเบื่อเกินไปน่ะมันเลยเบื่อ 555
    #89
    1
    • #89-1 ดาวลูกไก่.(จากตอนที่ 15)
      10 กันยายน 2559 / 16:45
      พูดอีกก็ถูกอีก555
      #89-1
  6. #24 arm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 02:32
    ขอบคุณคับ
    #24
    0