ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 14 : จารึกเวทย์เป็นเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    17 ส.ค. 59

บทที่ 1 : จารึกเวทย์เป็นเหตุ



     หลังจากหน้าแตกเพราะจารึกเวทย์ไปแล้วเด็กชายก็โดนสองสาวและทุกคนที่เด็กสาวเล่าให้ฟังยิ้มและกลั้นหัวเราะทุกครั้งที่เดินผ่านหลังจากเดินผ่านไปสักพักมักจะมีเสียงหัวเราะจากบรรดาลุงๆป้าๆที่ทำงานอยู่ในบ้านพักดังออกมาเป็นระยะๆ ทุกคนหัวเราะด้วยความเอ็นดูทั้งที่อายุแค่นี้แต่พยายามอวดสาวๆด้วยการวาดจารึกโชว์

     จารึกเวทย์เป็นศาสตร์ที่ทุกคนรู้จักแต่ไม่ค่อยมีคนที่สามารถใช้มันได้อย่างชำนาญนักเพราะต้องควบคุมพลังมานาทุกขณะวาดจารึกและต้องไม่เสียสมาธิสักแวบเดียว ส่วนใหญ่คนที่ใช้จารึกเวทย์มักจะเขียนจารึกเวทย์ด้วยตัวอักษรเพียงหนึ่งตัวก็พอใช้ในชีวิตประจำวันและขายได้แล้ว เช่นเตาไฟก็มีจารึกเวทย์ที่ใช้วงเวทย์บอลไฟและอักษรth,þ เพื่อใช้ในการกำหนดขอบเขตให้เล็กๆและความแรงไฟก็ตามมานาที่จ่ายลงไป

     ตั้งแต่กลับมาจากหอสมุดหลวงตนไม่เจอบิดาและลุงดีเลยไม่รู้ว่าทั้งคู่หายไปไหนถามใครก็ไม่มีใครรู้แม้แต่สองสาวก็ไม่ทราบว่าบิดาตนไปที่ไหนเช่นกัน

     "ท่านป้าเซเรน่า ท่านพ่อกับท่านลุงดีลไปไหนกันหรอ" ครรชิตถามท่านป้าเซเรน่าที่ห้องอาหารในเย็นวันนั้น หลังจากอยู่ในบ้านลุงดีมาหลายวันเด็กชายก็ถูกป้าเซเรน่าบังคับให้เรียกแบบนี้ไม่ก็ท่านแม่ยาย ซึ่งเด็กชายรีบเรียกด้วยชื่อท่านด้วยท่านป้าทันทีเพราะเห็นแววว่าจะมีสรรพนามแปลกออกมาอีก

     "ข้าก็ไม่แน่ใจเห็นว่าทั้งคู่จะออกไปหาของขวัญให้เจ้าหรืออะไรนี้แหละข้าก็ไม่ทราบรายละเอียดนักหรอก" ท่านป้าเซเรน่าคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบเขา

     "เห็นว่าอีกสองสามวันถึงจะกลับนะ"

     "อีกสามวันเลยหรอ" เขาเริ่มกังวลเพราะพ่อค้าที่จะเดินทางผ่านหมู่บ้านกรีนพีชจะออกเดินทางในวันที่เจ็ดของงานเทศการอเคเซีย

     เทศกาลอเคเซียหรือประเพณีอเคเซียจัดขึ้นเจ็ดวัน วันแรกทดสอบเด็กๆกับหินอเคเซีย วันที่สองถึงสี่เป็นการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนหลวงแล้วอีกสามวันที่เหลือเป็นงานฉลองการก่อตั้งอาณาจักร

     "ใช่น่าจะยังงั้นแหละ ไม่ต้องกังวลพวกเขาไปกับทหารรับจ้างหลายสิบคนเลยทีเดียว" เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็เบาใจ

     "ครับ"

     "ท่านแม่ๆ ท่านทราบไหมว่าวันนี้จูเนียร์เขาทำอะไร!" ลิลลี่ยิ้มไปพูดไปแต่ชายหนุ่มเริ่มหน้าบูดบึ้งขนเรื่อยๆ

     และแล้วการนินทาระยะเผาขนก็เริ่มต้นขึ้นทั้งสองสาวต่างเล่าแทบจะทุกรายละเอียดแถมมีการตีไข่ใส่สีเพิ่มขึ้นอีดเยอะแยะจนเขาแทบจะแทรกแผ่นดินซะให้ได้

     "... รู้หรือเปล่าท่านแม่ตอนมันทำงานนะมันยิ้งลูกไปออกมาปิ้วๆตั้งสี่ลูกแหนะ แถมมันยังค่อยๆตกลงมาเหมือนหมดแรงอีกด้วยนะ ..."

     ชายหนุ่มพยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวให้หมดไวๆเพื่อจะหนีไปจากสถานการณ์นี้เร็วๆ

     "คิกๆ" เสียงหัวเราะของสามแม่ลูกยังดังขึ้นเป็นระยะๆกระทบจิตใจของเขายิ่งนัก

     หลังจากรับประทานข้าวเย็นเรียบร้อยเด็กชายทำหน้างอลๆและสะบัดก้นไปยังห้องพักของตน ด้วยความที่ต้องการปรับปรุงให้จารึกเวทย์ทำงานได้ดีกว่าเดิมชายหนุ่มเริ่มทำการฝึกวาดจารึกและทดลองตลอดเย็น โดยใช้วงเวทย์บอลไร้ธาตุในการฝึกสร้างจารึกเวทย์

     การจารึกเวทย์คล้ายๆกับการสร้างวงเวทย์เพียงแต่เป็นขั้นพัฒนาของวงเวทย์เท่านั้นเองเพราะส่วนใหญ่การสร้างวงเวทย์ใหม่ๆมักจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิตหนึ่งเพื่อสร้างมันขึ้นมา แต่กับการจารึกเวทย์เพียงใช้วงเวทย์เดิมเพียงเพิ่มวงจรเวทย์ลงไปเป็นพอก็จะได้การโจมตีแบบใหม่แล้ว 

     ถ้าจะให้อธิบายแบบเจาะลึกก็คือวงเวทย์เป็นการขีดเขียนสัญลักษณ์ของพลังธาตุในธรรมชาติด้วยพลังมานาแล้วกำกับมันด้วยวงจรเวทย์ที่สร้างจากมานาอีกเช่นกัน การจะได้มาซึ่งสัญลักษณ์ของธาตุธรรมชาติคนๆนั้นต้องฝึกฝนจิตใจจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับธาตุธรรมชาติแล้วเริ่มสังเกตการเกิดวงจรพลังของธาตุนั้นๆแล้วรวบรวมมันเข้ากับสัญลักษณ์ที่ได้จากการหลอมรวมก็จะได้วงเวทย์ออกมาหนึ่งอัน

     หลังจากฝึกวาดไปสักพักชายหนุ่มก็วางมือแล้วทำการฝึกฝนผลัดกายวชิระขั้นเจ็ดต่อไปจนดึกดื่นก็เข้านอนไป เมื่อเวลาผ่านไปสี่ชั่วโมงตะเกียงเวทมนตร์ในห้องของครรชิตก็ติดอีกครั้งด้วยฝีมือของเขาเองเพื่อฝึกฝนจารึกเวทย์ต่อไป แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนไปเป็นจารึกเวทย์ที่แปลกตาเพราะมันไม่มีวงเวทย์หรืออาจจะกล่าวได้ว่าชายหนุ่มกำลังจะสร้างวงเวทย์ใหม่นั้นเอง!

     สิ่งที่ชายหนุ่มทำคือการใช้จารึกเวทย์เป็นระบบประมวลผลของคอมพิวเตอร์แล้วสิ่งที่เขียนลงไปคือคำสั่งต่างๆ แม้จะล้มเหลวทุกครั้งก็ตามชายหนุ่มก็พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับวงจรเวทย์ในจารึกเวทย์เพื่อปรับปรุงการทดลองไปเรื่อยๆ

     แสงแรกยามเช้าปลุกให้ครรชิตตื่นจากความสงสัยในการทำงานของวงจรเวทย์แม้จะมีหนังสือเกี่ยวกับวงจรเวทย์ หลังจากที่ลองทำในการจารึกแล้วไม่ได้ผลชายหนุ่มก็เลยตัดจารึกเวทย์ออกไปเป็นการเขียนระบบประมวลผลแล้วด้วยวงจรเวทย์จากส่วนหนึ่งของหนังสือเทพแห่งการช่างในส่วนของการสร้างสิ่งมีชีวิตเทียมในขั้นตอนการสร้างวิญญาเทียมด้วยศิลาจิตอสูรแต่เพราะมันขาดหายไปเยอะมากจึงไม่คืบหน้าในการทำเท่าไรนัก

     นอกจากมีส่วนหนึ่งกล่าวถึงการเขียนวงจรเวทย์หลายๆอันลงบนศิลาจิตอสูรจะสามารถสร้างความนึกคิดหยาบๆได้ กว่าชายหนุ่มจะรู้ก็ต้องอ่านหนังสือที่เกี่ยวของกับส่วนนี้ไปสองเล่มจากยี่สิบเล่มที่มีความเกี่ยวข้องกับหนังสือเทพแห่งการช่าง ช่ายหนุ่มประยุกต์ด้วยการเขียนคำสั่งแบบเขียนโปรแกรมเอไอในโลกเก่าใส่ในวงจรเวทย์หนึ่งอันแต่ก็ไม่ได้เพราะการดาษเวทย์พวกนี้ไม่ทนการใส่มานามากๆได้

     เมื่อแสงแดดส่องหน้าชายหนุ่มก็เก็บทุกอย่างลงบนแหวนมิติเหลือไว้แต่จารึกเวทย์บอลไร้ธาตุที่ตนตั้งชื่อว่าปืนกลเวทย์หมายเลขหนึ่ง(ลูกบอลไร้ธาตุต่อเนื่องที่ใช้เรียกต่อหน้าคนอื่นๆ) โดยใช้ตัวอักษร j ที่หมายถึงจบสิ้นและเกิดใหม่เพื่อใช้ในการกำหนดจำนวนลูกบอลไร้ธาตุที่วนลูป และ a ที่หมายถึงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อกำหนดความต่อเนื่องของลูกบอลไร้ธาตุ ตอนแรกเขาตั้งใจจะใช้ลูกศรเวทย์ไร้ธาตุแต่มันก็ติดปัญหาตรงที่วงเวทย์หนึ่งอันสามารถเรียกลูกศรได้หลายร้อยอันตามจำนวนพลังเวทย์ที่จ่ายไปอยู่แล้วชายหนุ่มเลยไม่ใช่แถมมันยังมีพลังทำลายต่ำ แต่ก็มีจารึกอยู่สองถึงสามแผ่นที่ใช้ลูกศรไร้ธาตุแล้วใช้อักษร u แทน j เพื่อเพิ่มพลังทำลายแต่ก็กินพลังมานาในการเขียนพอดู

     "นายน้อยขอรับ ได้เวลาอาหารเช้าแล้วขอรับ" เด็กรับใช้ที่ชื่อดูลันที่ค่อยดูแลรับใช้เขากับบิดาตั้งแต่มาถึงบ้านหลังนี้ตามคำสั่งลุงดีล ซึ่งบิดาตนก็เหมือนจะไม่ตะขิดตะขวงใจเพราะครั้งหนึ่งตนก็เคยเป็นลูกขุนนางมาก่อนการจะมีข้ารับใช้คงไม่แปลก แต่กลับชายหนุ่มมีบ้างครั้งที่ไม่สะดวกใจอย่างตอนอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มักจะมีเด็กรับใช้คนนี้ค่อยช่วยอยู่ตลอด

     ดูลันเป็นเด็กชายอายุสิบสองปีเป็นลูกของข้ารับใช้คนหนึ่งของท่านหญิงเซเรน่า ข้าน่าจะลืมบอกไปท่านหญิงเซเรน่าเป็นลูกสาวของอนุของขุนนางคนหนึ่งในเมืองแบล็คร็อคแต่เธอได้ออกจากเมืองมาอาศัยอยู่กับญาติฝ่ายมารดาที่หมู่บ้านกรีนพีชก่อนจะมีแม่ข้าเป็นคนค่อยช่วยเหลือในตอนแรกๆจนทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทก่อนจะแต่งงานกับลุงดีลและพ่อข้าก็มาที่หมู่บ้านพร้อมกับตกหลุมรักกับแม่ข้าจนได้แต่งงานกันในเวลาต่อมา ในตอนเธอออกมาก็มีข้ารับใช้และเงินทองบ้างส่วนที่ขุนนางนั้นมอบให้เป็นของขวัญคนรับหนึ่งในนั้นก็เป็นบิดาของดูลันนี้เอง

     "รู้แล้วๆ เดี๋ยวข้าออกไป" ครรชิตยัดจารึกใส่กระเป๋าขาดเอวเพราะจารึกเวทยืไม่สามารถนำไปใส่ในแหวนมิติได้ไม่งั้นวงจรเวทย์ในจารึกจะหายไปเพราะในแหวนมิติจะไม่มีมานาไหวเวียนอยู่

     หลังจากออกมาจากห้องก็เจอเด็กชายหน้าตาสามัญสามารถเห็นได้ทั่วไปแต่แววตาฉายแววฉลาดเล็กน้อยยืนรออยู่หน้าห้องก่อนจะเดินนำเขาไปยังห้องทานอาหารที่ตอนนี้มีสามแม่ลูกนั่งอยู่และหญิงชราอีกคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั่งอยู่ด้วย

     เขาชะงักนิดนึงก่อนจะมองไปยังท่านป้าเซเรน่าซึ่งท่านก็พยักหน้าว่าไม่เป็นอะไรให้ทำตัวตามสบายได้ เขาจึงไปนั่งข้างลิลลี่ก่อนที่ข้ารับใช้จะเริ่มเซิร์ฟอาหารให้เด็กชาย เมื่อเริ่มกินอาหารเช้าอย่างเงียบๆไปได้สักพักเสียงแก้วชากระทบกับที่รองแกว้ที่หญิงชราจิบอยู่ก็เรียกสายตาของเขาให้มองไปยังเธอจนได้

     "ไม่คิดจะแนะนำพ่อหนุ่มน้อยที่นั่งอยู่ตรงนั้นให้ฉันรู้จักสักหน่อยหรอ เซเรน่า" หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ไม่มีความกดดันออกมา แต่เขาสัมผัสได้ถึงความกังวลเล็กๆของท่านป้าเซเรน่า

     "ค่ะ ท่านมาเรีย นี้ลูกชายของเพื่อนสนิทดิฉันเอง บิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาส ส่วนท่านนี้คือเจ้าของกิจการจารึกเวทย์ 'มาเรีย อินสไครบ์' ที่เป็นคู่สัญญาการค้าของเราเอง" ท่านป้าเซเรน่าพูดออกมาก่อนจะผายมือไปทางท่านมาเรีย ชายหนุ่มเลยก้มหน้าแสดงความเคารพเล็กน้อย

     "ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ข้าทักทายพอเป็นพิธีหญิงชราเองก็ไม่ว่าอะไรแค่พยักหน้าให้เขาเท่านั้น

     ตอนนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าความกังวลของท่านป้าเซเรน่ามาจากอะไรคงเป็นเพราะท่านมาเรียคงได้ยินเรื่องที่เมื่อวานผมวาดจารึกเวทย์แล้วทำสำเร็จสินะถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพก็ตาม และคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากสองสาวที่พูดออกมาละมั้ง เขาหันไปมองลิลลี่ที่นั่งอยู่ข้างเธอหลบสายตาของเขาเล่นเดียวกับพี่โรสแมรี่ เขาไม่คิดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงสักวันก็ต้องมีคนรู้อยู่แล้ว

     "นี้เจ้าหนู เจ้าน่าจะรู้แล้วสินะว่าข้ามาทำอะไร"

     "ครับ" หลังจากที่หญิงชราสักเกตเขาที่หันไปมองสองสาวจอมแสบได้สักพักก็พูดขึ้นมา

     "ในฐานะที่ศึกษาการสร้างจารึกเหมือนกันของชมผลงานเธอหน่อยได้ไหม" มันไม่ใช้เรื่องแปลกเพราะเธอเป็นเจ้าของกิจการจารึกเวทย์ก้ต้องมีความรู้เรื่องนี้เป็นธรรมดา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1781 Masayumi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 16:13
    น้ำเยอะไปหน่อย คำผิดก็มีบ้างประมาณสองสามตัวต่อตอน คำที่ซ้ำก็ยังมียุ รวมๆก้พอได้คะ สุดท้ายก้ขอบคุณนะคะที่แต่งนะคะ
    #1,781
    0
  2. #1023 ไรเดอร์เเมน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 12:49
    อ่านมามีเเต่น้ำ น่าเบื่อมาก
    #1,023
    0
  3. #800 kintamago (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 19:42
    นิยายมีแต่เกาเหลาหาเส้นไม่เจอ
    #800
    0
  4. #799 ADSAASA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 14:59
    นิยายเรื่องนี้น้ำเยอะพอๆกับหนังสือในห้องสมุดที่ครรชิตโยนทิ้งเลยครับ
    #799
    0
  5. #781 tastopikchu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 15:46
    เออ แบบน้ำเยอะอะ เนื้อเรื่องไม่ไปถึงไหนเลย
    #781
    0
  6. #572 ตามนั้น (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 22:21
    เอ่อ แบบว่า เล่าแบบมุมมองบุคคลที่ 1 รึ บุคคลที่ 3 ก็ได้ ขอสักแบบ คือมัน งง
    #572
    0
  7. #566 cutehell (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 16:19
    อ่านละแบบ...น่าเบื่อแฮะ 14ตอน ยังไม่เจออะไรน่าสนใจเลย
    #566
    0
  8. #548 phairatw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 12:44
    ขอบคุณครับ
    #548
    0
  9. #393 Gnuh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 23:07
    ขอบคุณครับ
    #393
    0
  10. #286 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:35
    ใช้ความรู้สมัยใหม่ร่วมด้วย... น่าจะมีผลมากขึ้น
    #286
    0
  11. #195 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 10:20
    พระเอกเป็นประเภทขี้อวดหรอคะ? ชอบโม้?
    #195
    0
  12. #23 arm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 02:28
    ขอบคุณคับ
    #23
    0