ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 139 : บทพิเศษ : บุกฝ่าดินแดนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    21 ธ.ค. 59

บทพิเศษ : บุกฝ่าดินแดนใหม่




    ในทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยซากมอนสเตอร์หลายร้อยตัว ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตที่แห้งกรังไปทั่วทั้งชุดเกราะ เขากำลังจ้องมองไปยังซากมอนสเตอร์นับร้อยตัวตรงหน้าของเขา


    ร่างของเขาไหววูบราวกับภาพมายา ก่อนที่เขาจะปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของกองมอนสเตอร์ และเริ่มจัดการแยกชิ้นส่วนพวกมันด้วยความรวดเร็ว


    เจ้าของชุดเกราะที่ยอมไปด้วยโลหิตที่แห้งกรัง มันเป็นเพียงเด็กหนุ่มหน้าตาออกไปทางน่ารักเหมือนเด็กสาว แต่ทว่ายังคงมีความคมเข้มแบบบุรษแฝงอยู่หลายส่วน รูปร่างที่ถูกทับด้วยเกราะให้ความรู้สึกเหมือนกับคุณหนูที่หัดเล่นเป็นอัศวินเสียมากกว่านักรบ


    มอนสเตอร์ที่เด็กหนุ่มกำลังแยกชิ้นส่วนมีรูปร่างคล้ายนกกระจอกเทศขนาดใหญ่ มันมีความสูงตอนยืนไม่นอนกว่าสองเมตร ขาของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง พร้อมด้วยเดือยแหลมที่เข่าและตามส่วนขาอีกหลายแห่ง มันมีปีกขนาดไม่ใหญ่นักเหมือนกับปีกนกกระจอกเทศทั่วไป เพียงแต่ขนของมันคมราวกับใบมีดโกน


    มันใช้ทั้งปีกและขาในการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง เพียงครั้งเดียวอาจจะถึงตายได้เลยทีเดียว ยิ่งรวมกับจะงอยปากสีน้ำตาลเข้มที่แข็งแกร่งราวกับเล็กกล้า มันสามารถเจาะทะลุกระดูกอย่างง่ายดาย แม่กระทั้งก้อนหินขนาดใหญ่ยังถูกมันเจาะแตกเป็นเศษซากมาแล้ว


    ตามข้อมูลในรายละเอียดภารกิจ มันคือ'คร๊อกโก้นอยด์'หรือที่ผู้คนในเกมเรียกมันว่า'นักฆ่ารุ๊กกี้' เพราะมันเป็นมอนสเตอร์ระดับสองเลเวลยี่สิบตัวแรกที่ผู้เล่นใหม่ต้องเจอ ซึ่งมันเป็นทางผ่านไปยังพื้นที่ระดับสามหรือพื้นที่ที่มอนเตอร์มีเลเวลมากกว่ายี่สิบนั้นเอง


    ด้วยความที่หมู่บ้านทุกหลังเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด กล่าวคือรอบหมู่บ้านจะเป็นทุ่งหญ้าสิบกิโลเมตร ก่อนที่จะเป็นแนวป่าอยู่ถัดไปอีกที ทุ่งหญ้าแบ่งเป็นสองระดับด้วยกัน คือทุ่งหญ้าที่หญ้าสูงเพียงข้อเท้าจะเป็นพื้นที่ระดับหนึ่งจะมีแต่พวกมอนสเตอร์ระดับหนึ่งเลเวลไม่เกินสิบทั้งสิ้น


    ส่วนที่สองคือทุ่งหญ้าที่สูงถึงหัวเข่า มันเป็นพื้นที่ระดับสองจะมีมอนสเตอร์ระดับสองตั้งแต่เลเวลสิบเอ็ดถึงยี่สิบ แต่ทว่าพวกมันไม่แข็งแกร่งมากมายสักเท่าใด ยกเว้นเพียงแค่คร๊อกโก้ที่เป็นมอนสเตอร์ระดับสองเลเวลยี่สิบเพียงชนิดเดียวที่เป็นข้อยกเว้น


    เพราะมันมีความแข็งแกร่งพอๆกับบอสเลเวลยี่เลยทีเดียว และมันมักอยู่กันเป็นผู้เป็นส่วนมาก อาหารของมันคือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ตัวเล็กกว่าและมีเลเวลน้อยกว่ามัน มันจึงเป็นผู้อยู่สูงสุดบนห่วงโซ่อาหารในทุ่งหญ้าแห่งนี้


    แม้แต่บอสเสือหางดาบที่เขาเพิ่งจัดการไปเมื่อเดือนที่แล้วเป็นเพียงอาหารอันโอชะของมันเพียงเท่านั้น


    "จูเนียร์ เจ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง พรุ่งนี้เป็นวันที่พวกเราจะผ่านไปยังพื้นที่ระดับสาม เจ้าสามารถไปพร้อมกับพวกเราได้ เพราะหลังจากนี้เราจะพักยาวเป็นเดือน ไม่งั้นเจ้าต้องรออีกเกือบฃเดือนเลยทีเดียว" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นที่ข้างหูของเด็กหนุ่ม ซึ่งเขาวางมือจากการล่าก่อนจะตอบกลับไป


    "เรียบร้อยแล้ว คาออส พรุ่งนี้เจอกัน ข้าไม่อยากเสียเวลารออีกเดือนเหมือนกัน" เขาตอบกลับไปเหมือนเป็นเรื่องปรกติ ก่อนจะกลับไปชำแหละซากคร๊อกโก้นอยด์ต่อ


    เด็กหนุ่มผู้สวมเกราะที่เต็มไปด้วยคราบเลือดก็คือไอเคะหรือจูเนียร์นั้นเอง ตอนนี้เป็นเวลาผ่านมาแล้วเดือนกว่าๆหลังจากที่เขาฆ่าบอสเสือหางดาบ หลังจากวันนั้นเขาก็ล่ามอนสเตอร์อีกหลายต่อหลายชนิด


    จนสะสมเลเวลจนถึงเลเวลยี่สิบเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการมาถึงเลเวลยี่สิบในสองเดือนครึ่งเช่นนี้เขาได้รับฉายาอีกหลายอย่าง และด้วยความที่มีพลังเวทย์มากมาย จึงทำให้การล่าเป็นไปได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ ทำให้เขาพัฒนาเลเวลและสิ่งของไปอย่างรวดเร็ว


    นอกจากฝีมือและอุปกรณ์ที่ดีขึ้นอย่างมากแล้ว เขายังได้เพื่อนกลุ่มใหม่อีกสามคนด้วยกัน ซึ่งทุกคนเป็นชายหนุ่มและหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆทั้งนั้น ด้วยเครื่องจำลองฝันที่พวกเขาซื้อมา ทำให้ทั้งสามคนมีเวลาออนไลน์เพียงครั้งละแปดชั่วโมงในโลกภายนอกเท่านั้น นั้นเท่ากับว่าเขาอยู่ในนี้ได้ประมาณแปดวันต่อครั้ง และเมื่อครึ่งเดือนก่อนพวกเขาก็เพิ่งกลับเข้ามาเล่น


    อีกสามวันจะหมดเวลาออนไลน์ของพวกเขาพอดี จึงชวนจูเนียร์ไปพื้นที่ระดับสามหรือป่าที่อยู่ถัดจากทุ่งหญ้าไปนั้นเอง


    พวกเคออสทั้งสามคนประกอบไปด้วย เคออสที่เป็นนักดาบสายโจมตี เอเรบัสที่เป็นนักธนูสายก่อกวนและสุดท้ายนิกซ์เป็นผู้ใช้เวทย์สายผสมระหว่างซัพพอร์ตและโจมตี ทำให้ปาร์ตี้ของพวกเขาแข็งแกร่งพอจะตะลุยได้หลายพื้นที่


    ด้วยความที่แต่ละคนก็มีเลเวลมากถึงสามสิบสองแล้วทั้งสามคน พวกเขาสามารถตะลุยในพื้นที่ระดับสามได้เกือบทั้งหมด แต่การจะไปยังพื้นที่ระดับสี่เพื่อหาเส้นทางไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุดยังยากเกินไปสำหรับพวกเขา และด้วยเวลาเล่นที่จำกัดอย่างมาก ทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มเลเวลได้เพียงครั้งละหนึ่งถึงสองเลเวลเท่านั้น


    สำหรับจูเนีบร์ที่มีเวลาเล่นอีกหลายเดือนในเกม ทำให้การพัฒนาเลเวลของเขาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และไม่จำเป็นต้องหยุดพักยาวนานสักเท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับคนอื่นๆที่เริ่มเล่นพร้อมกัน ซึ่งบ้างคนเพิ่งจะระดับสิบด้วยซ้ำโดยใช้เวลาสองเดือนเท่ากัน


    เครื่องจำลองฝันที่บริษัทเกมวางจำหน่ายมีสี่ระดับด้วยกัน คือระดับแรกราคาถูกสุดและมีหลายรุ่นหลายขนาดให้เลือกใช้มากที่สุดอีกด้วย มันเป็นเครื่องที่มีเวลาออนไลน์เพียงแปดชั่วโมงต่อครั้ง และต้องพักเครื่องอีกแปดชั่วโมงถึงจะกลับมาออนไลน์ได้อีกครั้งหนึ่ง


    เครื่องจำลองฝันระดับสองเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับวัยรุ่น มันมีระบบพิเศษหลายระบบและมีระยะเวลาออนไลน์สูงสุดถึงสิบหกชั่วโมงออนไลน์ต่อครั้งเลยทีเดียว แต่ก็ต้องพักเครื่องแปดชั่วโมงเช่นกันสำหรับการออนไลน์ครั้งต่อไป


    ด้วยระบบการศึกษาที่ใช้เวลาเรียนในโลกเสมือนจริงเพียงวันละหนึ่งชั่วโมง ก็เท่ากับการเรียนแปดชั่วโมงในอดีต ทำให้นักเรียนมีเวลาว่างมากมายให้เลือกใช้ บางคนใช้ไปกับการเรียนในคาบวิชาอื่นๆก็มี แต่ที่นิยมเป็นอย่างมากก็คือการเล่นเกมออนไลน์และท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริง


    ส่วนระดับที่สามคือระดับสำหรับลูกค้าที่เป็นนักเล่นเกมอาชีพ เพราะมันออนไลน์ได้สูงสุดยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อครั้ง และใช้เวลาพักเครื่องแปดชั่วโมงเช่นกัน และมันยังคงมีราคารับได้สำหรับผู้ที่มีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือในแต่ละเดือน และในระดับนี้มีระบบพยุงชีพขนาดเล็กติดตั้งเอาไว้ด้วย ทำให้ไม่จำเป็นต้องกินหรือขับถ่ายแต่อย่างใด


    สำหรับระดับสุดท้ายเป็นระดับวีไอพี เป็นระดับที่ต้องรวยจริงถึงจะซื้อได้เท่านั้น และผู้ที่ซื้อมักจะเป็นลูกคุณหนูที่ร่ำรวยไม่ก็คนที่ร่ำรวยมหาศาล เพราะมันมีราคามากกว่าเครื่องจำลองฝันระดับสามถึงหกเท่าตัวด้วยกัน


    ความพิเศษของมันอยู่ที่ออนไลน์ได้สามสิบหกชั่วโมงต่อครั้ง และใช้เวลาสำหรับพักเครื่องเพียงสี่ชั่วโมงเพียงเท่านั้น ทำให้มันเป็นที่นิยมสำหรับลูกคุณหนูที่ติดเกมเป็นอย่างมาก


    สำหรับเครื่องของจูเนียร์เป็นรุ่นพิเศษที่มีเพียงเครื่องเดียวในตอนนี้ เพราะมันมีเทคโนโลยีจำศีลสำหรับเดินทางในอวกาศ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนทำการวิจัยอีกเพียงเล็กน้อยก็สามารถนำไปใช้ได้จริง และด้วยเครื่องนี้ทำให้เด้กหนุ่มพัฒนาไปไกลกว่าที่ใครจะคาดคิด


    "หืม? พวกมันมาอีกแล้ว?" จูเนียร์ส่งเสียงออกมา เมื่อได้ยินเสียงพื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย ในขณะที่เขากำลังเดินกลับไปยังหมู่บ้านไม่ไกล


    เขาหันไปประจันหน้ากับพวกมัน ก่อนจะชักดาบออกมาฟันด้วยความรวดเร็ว เจ้าสิ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขามันหยุดอย่างกระทันหันจนส่งเสียงร้องออกมา


    ฮี้!


    ม้าประหลาดที่มีหกขาร้องเสียงดังอย่างตื่นกลัว ก่อนที่จะสะบัดตัวจนผู้ที่ขี่มันอยู่ตกลงมา ก่อนที่มันจะวิ่งไปยังด้านหลังของกลุ่มคนที่กำลังควบม้าชนิดเดียวกันเข้ามาใกล้


    "ฆ่า!" สิ้นเสียงผู้นำของฝั่งผู้ขี่ม้า กลุ่มคนนั้นสิบก็ควบม้าด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมนับสิบเท่า พุ่งทะยานมาหาเด็กหนุ่มอย่างไม่หวาดหวั่น


    "ทำไมพวกนี้มันเยอะจังน่ะ ฆ่าไปสิบกว่ากลุ่มพวกมันก็ยังคงออกมาเรื่อยๆ" จูเนียร์ส่ายหัวช้าๆ ก่อนที่ดาบในมือจะมีแสงสีฟ้าครอบคลุมดาบเอาไว้ เช่นเดียวกับร่างกายและชุดเกราะที่อาบไล้ไปด้วยแสงสีฟ้าเช่นกัน


    ทั้งสองกลุ่มพุ่งปะทะกันเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ผลการต่อสู้ก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อย กลุ่มคนที่ขี่ม้ามาในตอนแรกหนีไปได้สองคน ส่วนคนที่เหลือทอดกายเป็นซากศพอยู่บนพื้นนับสิบ ก่อนที่พวกมันจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงหายไปบนฟากฟ้า ทิ้งไว้เพียงอาวุธ อุปกรณ์ที่มันสวมใส่และถุงเงินที่มีเงินอีกเล็กน้อย


    "ทำหน้าแบบนั้น เจอพวกกลุ่มโจรมายาอีกแล้วล่ะสิ" ชายหนุ่มในชุดหนักดาบที่ดูคล่องแคล่วถามขึ้น หลังจากที่จูเนียร์เดินเข้าไปในอาคารรับภารกิจ


    "ใช่ เคออส พวกนายเจอพวกมันบ้างไหมวันนี้" จูเนียร์พูดออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะยื่นใบภารกิจและรับของรางวัลมา


    "พวกเราไม่เจอนะ ว่าแต่วันนี้ทำภารกิจอะไรละ พวกเราเพิ่งล่าแมวหินมา" ชายหนุ่มผู้ที่แบกธนูไว้กลางหลังเป็นผู้ตอบ ก่อนจะเข้ามากอดคอพาเด็กหนุ่มไปนั่งลงที่โต๊ะของพวกเขา


    "คร๊อกโก้นะ ว่าจะเอามาทำเป็นเสบียงเดินทาง" เขาตอบกลับไปก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มและอาหารมากิน


    "ก็ดีเหมือนกัน เราเบื่อฝีมือของยัยไฟนรกนี้แล้วเหมือนกัน" เอเรบัสพูดอย่างอารมณ์ดีและแซ่วหญิงสาวในกลุ่มไปในตัว


    "อย่าให้เห็นว่าแกมาแอบกินอาหารของฉันนะ แม่จะเผาให้เลยแต่กระดูกเลย" หญิงสาวไว้ผมเปียสีแดงพูดขึ้น ก่อนจะจ้องไปยังเอเรบัสอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ


    ชายหนุ่มและเด็กหนุ่มที่เหลือทั้งสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะส่ายหัวให้กันอย่างช้าๆ และปล่อยให้ทั้งคู่กัดกันต่อไปอีกสักพัก จนทุกคนอิ่มหน่ำสำราญถึงได้เริ่มทวนแผนการเดินทางพรุ่งนี้เช้าอีกที


    "พรุ่งนี้เราจะล่า'แม๊กอาย' มันอาศัยอยู่ริมป่าระดับสาม หาได้ไม่ยากในแถวริมป่าระดับสาม เลเวลเริ่มต้นคือยี่สิบสาม อาศัยอยู่ตัวเดียวแต่ใกล้กันจะมีอย่างน้อยสองตัวอยู่ไม่ห่างกันมากนัก เราจะฆ่ามันให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว" เคออสพูดขึ้น พร้อมกับกางใบภารกิจออกมา


    แม๊กอายที่อยู่ในภารกิจเป็นสัตว์ที่คล้ายกระต่ายที่มีขนาดเท่าลูกวัว มันเป็นกระต่ายสีน้ำตาลที่มีหูยาวเป็นอย่างมาก ดวงตาของมันมีถึงสามคู่ด้วยกัน ทำให้มันแทบจะไม่มีจุดบอดในการมองเห็น เมื่อรวมกับหูของมันและทำให้มันเป็นมอนสเตอร์ที่ล่ายากพอสมควร ต้องเข้าไปอย่างรวดเร็วและฆ่าในครั้งเดียว มิเช่นนั้นได้ถูกพวกมันลุมกินโต๊ะแน่นอน


    อาวุธของพวกมันคือฟันหน้าที่คมและแข็งแรงพอๆกับเหล็ก และลูกเตะที่รุนแรงมากกว่าคร๊อกโก้นอยด์หลายเท่าตัว เสริมด้วยความเร็วที่สูงมากในการกระโดด และมีคล่องตัวสูงในการเคลื่อนไหวหลบหลีกอีกด้วย


    "สำหรับการจะฝ่าไปถึงพื้นที่ระดับสาม เราจะต้องเจอบอสคร๊อกโก้นอยด์เสียก่อน เพราะจูเนียร์ยังไม่ได้เปิดแผ่นดินต่อไปใช่ไหม" จูเนียร์พงกหัวตอบรับคำพูดของเคออส


    ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามฝ่าบอสคร๊อกโก้นอยด์ไปด้วยตัวคนเดียว แต่เขากลับไม่สามารถเข้าถึงตัวมันได้เลยมากกว่า เพราะรอบข้างเต็มไปด้วยฝูงคร๊อกโก้นอยด์หลายสิบกลุ่ม และแต่ละกลุ่มมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัว


    เมื่อบุกไปตรงๆไม่ได้ เขาก็จัดการไล่ฆ่าไปทีละกลุ่มทีละกลุ่ม จนเหลือเพียงสองกลุ่มกับตัวบอสที่อยู่ริมขอบพื้นที่ระดับสอง แต่เมื่อเริ่มการต่อสู้ไปได้เพียงหนึ่งชั่วโมง ไข่ของพวกมันก็ฟักเป็นตัวและใช้ซากร่างของบรรดาเพือนร่วมเผ่าพันธุ์เป็นอาหาร จนมันเติบโตเป็นตัวเต็มวัยในไม่กี่ชั่วโมง


    จนสุดท้ายก็ไม่ต่างจากการบุกครั้งแรกๆ ที่เขาถูกล้อมไปด้วยคร๊อกโก้นอยด์หลายร้อยตัว จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับหมู่บ้านไปในสภาพมอมแมม


    "ข้ากับจูเนียร์จะต้านพวกคร๊อกโก้นอยด์ตัวเต็มวัยกับบอสเอาไว้ ส่วนเอเรบัสไล่เก็บพวกตัวที่เพิ่งฟักและไข่ให้หมด และนิกซ์คอยสนับสนุนและโจมตีเมื่อพวกมันตายหมดแล้ว เราจะใช้แผนเดิมนะทั้งสองคน" เคออสพูดขึ้น ซึ่งแผนนี้ถูกใช้แพร่หลายในตัวเกมทั่วแผ่นที่ และเป็นแผนมาตราฐานสำหรับการบุกเบิกแผนที่ใหม่


    แม้มันจะแพร่หลายแต่จูเนียร์ก็แทบจะไม่รู้ เพราะแผนแบบนี้มักถูกดันตกกระทู้ไปเสียหมด จนมีแต่กระทู้การผ่านแผนที่ใหม่ๆทั้งสิ้น


    หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว จูเนียร์ที่กลับไปยังบ้านพักของตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านที่ดูดีที่สุดในหมู่บ้านเสียแล้ว เพราะเขาพัฒนาและปรับปรุงมันอย่างจริงจัง ต่างจากคนอื่นๆที่เอาเวลาไปล่ามอนสเตอร์ที่ให้เงิน ค่าประสบการณ์และอุปกรณ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ให้สู้ขึ้นไป


    แต่ทว่าจูเนียร์กลับพัฒนาทั้งการต่อสู้และชีวิตความเป็นอยู่ทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะเสียเวลาและทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่สำหรับจูเนียร์ เวลาของเขามีเยอะกว่าคนอื่นและการหาทรัพยากรก็ทำได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาพัฒนาทั้งสองสิ่งโดยใช้เวลาเท่ากันคนอื่นๆที่พัฒนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น


    เมื่อกลับไปถึงบ้านเขาจัดการอาบน้ำชำระคราบโลหิตออกไป ก่อนจะทำอาหารสำหรับเดินทางและการค้างแรมหนึ่งคืน แล้วถึงจะพักผ่อนในช่วงเวลาต่อมา จนกระทั้งเวลาเจ็ดโมงเช้าเขาถึงได้อาบน้ำ ก่อนจะไปทำความสะอาดชุดเกราะด้วยเครื่องมือบำรุงรักษา เสร็จสิ้นก็แปดโมงเช้าซึ่งอีกครึ่งชั่วโมงเป็นเวลารวมตัวพอดี


    เมื่อทั้งสี่คนมากพร้อมกันแล้ว การบุกฝ่าดินแดนใหม่ของจูเนีร์ก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีเพื่อนรวมทีมถึงสามคนด้วยกัน การเผชิญหน้ากับบอสคร๊อกโก้นอยด์จะเป็นอย่างไรต้องรอชมในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1725 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 08:24
    ขอบคุณครับ
    #1,725
    0
  2. #1558 Gnuh (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 12:47
    ขอบคุณครับ
    #1,558
    0
  3. #1556 qwasan00 (จากตอนที่ 139)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:44
    หัวหน้ากลุ่มชื่อคา่ออสหรือเคออส  แก้ได้ก็แก้ซะนะเพราะลูกชั่งติ  แบบครั้งก่อนเจอมาที 3ชุดจำได้ปะ555
    จะรออ่านต่อแล้วกันนะคับ3...บาย
    #1,556
    0