ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 134 : จดหมายจากตระกูลแอสลาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59

บทที่ 3 : จดหมายจากตระกูลแอสลาส




    'ดินแดนราชาเทพ' เป็นดินแดนในบันทึกเก่าแก่ของแผ่นดินทลายฟ้า เรื่องราวของมันย้อยกลับไปเมื่อประมาณสองหมื่นสี่พันปีที่แล้ว


    ในขณะนั้นดินแดนแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง แต่ในบันทึกกลับไม่ปรากฏชื่อของแผ่นดินแห่งนี้หลงเหลือเอาไว้ เหมือนกับว่าบันทึกทุกเล่มถูกลบชื่อของแผ่นดินออกไปจนหมดสิ้น มีเพียงรายชื่อของดินแดนจำหนึ่งที่กลางแผ่นดินเท่านั้น ที่มันคงหลงเหลือชื่อให้เรียกขานอยู่บ้าง


    ณ พื้นที่บริเวณกลางแผ่นดินนี้ มันมีชื่อเรียกเมืองหรือสถานที่ที่หลงเหลืออยู่ มันเหลืออยู่ด้วยกันทั้งสิ้นห้ารายชื่อเท่านั้น


    หนึ่งคือ'ดินแดนแห่งราชาเทพ' มันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของพื้นที่กลางแผ่นดิน มันมีขนาดใหญ่มากใหญ่กว่าอาณาจักรขนาดใหญ่ถึงสิบเท่า พื้นดินส่วนใหญ่เต็มไปด้วยสิ่งของวิเศษสำหรับสิ่งจำเป็นในการอยู่อาศัยของมนุษย์ทุกพื้นที่


    ทั้งต้นไม้ที่ให้อาหารและเครื่องดื่ม ทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิตที่ใช้เวทย์ได้ สัตว์เหล่านี้จะให้เนื้อและหนังของมันได้โดยไม่ต้องฆ่า เพียงแค่หยิบยื่นพลังมานาให้มันสักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ตัวบันทึกได้ลบเลือนหายไป


    ดินแดนราชาเทพนั้นแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกัน คือส่วนที่เหล่าเทพเจ้าใช้เวทย์ธาตุแสงและอีกส่วนคือเหล่าเทพเจ้าที่ใช้เวทย์ธาตุมืด พวกมันทั้งสองกลุ่มต่างอยู่รวมกันอย่างปรกติสุข ที่อยู่ของเทพเจ้าแห่งแสงจะเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยแสงสว่างตลอดทั้งปี ส่วนเทพเจ้าแห่งความมืดก็อยู่ภายใต้เมฆทมิฬตลอดทั้งปีเช่นกัน


    ดินแดนแห่งที่สองถูกเรียกว่า'เทือกเขาแห่งยักษ์' มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาหลายแสนลูกเรียงต่อกันรอบๆกลางแผ่นดิน เป็นเสมือนเส้นแบ่งระหว่างกลางแผ่นดินกับพื้นที่โดยรอบ


    ดินแดนนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ป่าที่มีขนาดใหญ่โตผิดปรกติทั้งสิ้น และพวกมันก็มีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นเทือกเขาสูงชันแต่ทุกพื้นที่กลับเต็มไปด้วยอาหารที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้ครอบคลุมที่พื้นที่


    ผู้ที่เป็นเจ้าของแผ่นดินคือเหล่ายักษ์สองเผ่าพันธุ์ด้วยกัน เผ่าแรกคือยักษ์อัสนีผู้คอยปกปักษ์เทือกเขาทางด้านเขตเหนือ ส่วนอีกเผ่าพันธุ์คือยักษ์อัคนีผู้ดูแลเทือกเขาเขตใต้


    พวกมันได้รับหน้าที่เป็นผู้เฝ้ากลางทวีปเป็นด่านแรก แต่ไม่เคยมีสัตว์อสูรตนใดเคยก้าวผ่านเทือกเขาที่มันปกป้องมาได้เลยแม้แต่น้อย


    ดินแดนที่มีชื่ออันที่สามคือ'นครใต้บาดาล' ถึงแม้จะมีชื่อเรียกเช่นนั้น แต่มันก็เป็นแค่บึงน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบกลางทวีปเป็นชั้นที่สองเท่านั้น


    พื้นที่ส่วนมากเป็นพื้นน้ำขนาดใหญ่และมีทะเลสาบอีกหลายพันแห่งกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทั้งสองพื้นที่ถูกเชื่อมต่อกันด้วยแม่น้ำและคลองขนาดใหญ่หลายพันสาย จนมันคล้ายกันเครื่อข่ายใยแมงมุมอันซับซ้อน


    น้ำทุกหยดผสมไปด้วยมานาที่เข้นข้มพอที่จะดื่มกิน และสามารถใช้มันในการเพิ่มพลังมานาได้อย่างมากมาย สำหรับทรัพยากรเช่นน้ำเหล่านี้ พวกมันไม่เคยเหือดแห้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว


    เผ่าพันธุ์ที่ครอบครองพื้นน้ำคือเหล่าเผ่าวารี พวกมันแบ่งเป็นสองเผ่าพันธุ์ที่ไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย หนึ่งคือวารีเยือกแข็ง อีกหนึ่งคือวารีพิสุทธิ์ ทั้งสองเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ด้วยกันในพื้นน้ำอันกล้าวใหญ่ไพศาลนี้


    ดินแดนต่อมามีชื่อเรียกว่า'ถ้ำอนธการ' มันไม่ได้มือมิดเช่นเดียวกับชื่อของมันเสียทีเดียว


    มันเป็นดินแดนที่อยู่ใต้ดิน มันถูกสร้างโดยเหล่าดวอร์ฟสองสายเลือดด้วยกัน เป็นเมืองขนาดใหญ่ใต้พื้นดินรอบจุดศูนย์กลางของแผ่นดิน มันเป็นเมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่โตและซับเสียยิ่งกว่านครใต้บาดาลเสียอีก


    หนึ่งห้องโถงใหญ่จะประกอบไปด้วยสิบถึงร้อยห้องโถงเล็ก โดยห้องโถงใหญ่คือเมืองหลักและห้องโถงเล็กคือหมู่บ้านและสถานที่สำหรับหลอมแร่ มันมีเกือบพันห้องโถงหลักเลยทีเดียว จึงทำให้มันเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแผ่นได้เลย


    ผู้ดูแลไม่ให้เมืองพังทลายคือดวอร์ฟธรณี พวกนี้มีความสามารถในการตรวจสอบสภาพพื้นดินและหินได้อย่างแม่นยำ จนสามารถป้องกันการถล่มของเมืองใต้ดินได้ ส่วนผู้ที่ค่อยซ่อมแซมและต่อเติมเมืองใต้ดินให้มันคงคือดวอร์ฟเมทัล ซึ่งมีความสามารถเปลี่ยนหินและดินให้เป็นโลหะที่แข็งแรงได้


    และที่ด้านบนพื้นดินใต้ถ้ำอนธการก็คือดินแดนแห่งที่ห้า'ป่าดึกดำบรรพ์' มันเป็นพื้นป่าที่กว้างใหญ่เสียจนไม่ไม่รู้ถึงจุดสิ้นสุดของมัน


    มันเป็นป่าที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของกลางทวีป โดยมีเพียงหนึ่งหนึ่งที่เป็นดินแดนราชาเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น มันเป็นพื้นป่าเป็นส่วนใหญ่และมีภูเขาสูงเสียดฟ้านับร้อยแห่ง มีทะเลสาบและแหล่งน้ำกระจายอยู่ทุกพื้นที่


    มันเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มากเสียจนเกินพอดีด้วยซ้ำไป ทำให้สัตว์ป่าและพื้นป่าขยายตัวอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็มีผู้ที่คอยหยุดการขยายและใช้ทรัพยากรในป่า เพื่อไม่ให้ป่ามันล้มไปเสียก่อน


    พวกนี้ถูกเรียกว่าเอลฟ์หรือผู้พิทักษ์ป่า เอลฟ์มีสองสายพันธุ์ด้วยกัน เผ่าพันธุ์หนึ่งเป็นเอลฟ์ต้นไม้ซึ่งเป็นเอลฟ์ที่มีสองร่างด้วยกัน หนึ่งคือร่างแท้จริงเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นป่า และอีกร่างเป็นมนุษย์ที่สวยงามและหล่อเหล่าเป็นอย่างยิ่ง พวกมันจะค่อยควบคุมจำนวนต้นไม้ที่มากเกินไป รวมทั้งล้มไม้ใหญ่ให้ไม้เล็กได้เติบโตขึ้นมา


    อีกเผ่าหนึ่งคือเอลฟ์สายลม พวกนี้เป็นเอลฟ์ที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น พวกมันคอยล่าสัตว์ป่าที่มีจำนวนมากเกินไป รวมทั้งเก็บเกี่ยวพืชพักและผลไม้ป่า ซึ่งจะทำให้พวกมันเจริญเติบโตในพื้นที่เดิมได้ต่อไป จะได้ไม่ขยายพื้นที่ไปยังพื้นที่อื่นจนล้นออกไปนอกป่า


    ทั้งห้าดินแดนอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันเป็นอย่างดี อุปกรณ์ถูกพวกดวอร์ฟผลิตออกมาให้ใช้อย่างไม่ขาดสาย ต้นไม้และผลไม้ป่ารวมทั้งพืชสมุนไพรก็ได้เหล่าเอลฟ์ค่อยกระจายไปทั่วพื้นที่กลางแผ่นดิน มีเหล่าเผ่าวารีค่อยส่งน้ำทิพย์และสัตว์น้ำให้ทุกเผ่าพันธุ์ มีเหล่ายักษ์ค่อยต้านทานสัตว์อสูรจากพื้นแผ่นดิน และเหล่าเทพคอยปกปักษ์ท้องฟ้าให้พ้นจากเงาของสัตว์อสูรบินได้


    แต่ดินแดนอันสงบสุขนี้ได้หายไปในชั่วข้ามคืน เมื่อสองหมื่นสี่พันปีที่แล้ว ณ กลางแผ่นดินหรือที่ที่ดินแดนเหล่านี้เคยอยู่ ได้เกิดปรากฏการณ์อันน่าหวาดหวั่นขึ้นในตอนเช้าของวันนั้น


    ท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงเรื่อทั่วทั้งท้องฟ้า มันปกคลุมที่ที่ทั้งหมดตรงกลางแผ่นจนหมดสิ้น ชั้นเมฆถูกพัดกระจายเป็นวงกว้างมีรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตร


    ณ จุดศูนย์กลางของเมฆที่ถูกพัดกระจายหายไป ปรากฏรูปร่างของแผ่นดินที่กำลังตกลงมาด้วยความเร็วสูง มันเป็นแผ่นดินที่ตรงราวกับแท่งหินขนาดยักษ์ มันพุ่งลงมาด้วยความเร็วคงที่ จนตกกระทบในช่วงตอนเย็นของวันนั้น


    แผ่นดินทั้งหลายต่างก็กระแทกจนลอยขึ้นจากพื้นดิน ถ้ำอนธการถูกทำลายภายในครั้งเดียว พื้นป่าดึกดำบรรพ์ได้ปลิวกระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน นครใต้บาดาลเหือดแ้งลงไป น้ำทั้งหมดไหลเข้าท่วมถ้ำอนธการจนหมดสิ้น แผ่นดินที่เหลือได้ลอยออกนอกกลางแผ่นดินไป


    หลังจากที่ถ้ำอนธการถูกบดขยี้จนกลายเป็นพื้นดินที่ทรุดตัวลงไป พื้นดินบางส่วนของป่าดึกดำบรรพ์ก็ตกลงมาทับถ้ำอนธการอีกครั้ง แต่มีบ้างส่วนที่ลอยหายไปตามแรงกระแทก ไม่เว้นแม้แต่เทือกเขาของยักษ์ทั้งหลาย ก็ถูกแรงกระแทกปลิวไปตกตามพื้นดินรอบพื้นที่กลางแผ่นดิน


    แต่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้บันทึกกลับบอกว่าไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว พวกมันถูกเคลื่อนย้ายไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่พื้นพิภพนี้อีกครั้ง ก่อนจะจากไปในเวลาต่อมาด้วยการหายตัวไปเช่นครั้งก่อน หลงเหลือเพียงบันทึกและอารยธรรมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


    ในปัจจุบันผู้คนเรียกภูเขาที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแห่งยักษ์ว่า'ภูเขามานา' เรียกพื้นป่าดึกดำบรรพ์ที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ว่า'ปามนตรา' ส่วนนครใต้บาดาลที่จายอยู่ตามบึงน้ำขนาดใหญ่ต่างถูกเรียกว่า'นครใต้บาดาล'เช่นเดิม


    อีกหนึ่งสถานที่ที่บพได้มากมายคือถ้ำอนธการ ซึ่งในยุคปัจจุบันต่างเรียกมันว่า'ดันเจี้ยน' เพราะในอดีตมันก็เป็นเช่นในปัจจุบัน คือพื้นที่ที่ดึงดูดพลังมานามารวมกันมากมายและแก่นกลางดันเจี้ยนคือเครื่องกำเนิดพลังงานของดวอร์ฟ เป้าหมายของแก่นกลางคือการปกป้องพื้นที่รอบๆมัน ถึงแม้จุดประสงค์จะไม่เปลี่ยน แต่วิธีการกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก


    ส่วนพื้นที่สุดท้ายกลับไม่เคยมีใครค้นพบมันมาก่อน ดินแดนราชาเทพที่หาสาบสูญไปสองหมื่นกว่าปี แต่ทว่าครรชิตกลับอยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้ว และไม่ใช้แค่เขาเพียงผู้เดียวที่อยู่ที่นี้ แต่กลับมีผู้คนอาศัยอยู่ที่นี้แล้วก่อนหน้าเขาหลายสิบปีด้วยกัน


    จากการสังเกตสิ่งก่อสร้างและอารยธรรมที่เห็นได้โดยรอบ พอจะคาดคะเนถึงการตั้งถิ่นฐานใหม่ได้เพียงไม่กี่ปี เพราะมันยังใช้สถานที่เดิมของดินแดนราชาเทพอยู่เลย มีเพียงบางส่วนที่สร้างขึ้นมาใหม่ เช่นกระโจมและหมู่บ้านเล็กๆบนที่ราบขนาดใหญ่เท่านั้น


    "ดินแดนแห่งนี้สมกับคำเล่าลือในบันทึกจริงๆ พลังมานาเข้มข้นกว่าพื้นที่ทั่วไปร้อยเท่า ทรัพยากรสำหรับบ่มเพาะก็มากมาย ของวิเศษก็มีอย่างไม่จำกัด ช่างเป็นสวรรค์ของผู้ฝึกฝนเสียจริง" เขาพูดออกมาหลังจากเที่ยวชมสถานที่ไปหลายร้อยกิโลเมตร


    ทุกๆหนึ่งกิโลเมตรเขาจะพบผลไม้และพืชสมุนไพรหายากหลายร้อยอย่าง น้ำหนักอย่างน้อยก็หลายหมื่นกิโลกรัมเป็นอย่างน้อย ยังไม่รวมพืชสมุนไพรที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกภายนอก หรือแม้กระทั่งสมุนไพรในตำนานก็เป็นเพียงสมุนไพรทั่วไปในที่แห่งนี้


    "เก็บจนเต็มแหวนมิติขนาดกลางไปหลายสิบวงแล้ว ก็ยังเหลืออีกตั้งมากมาย ข้าน่าจะเอากล่องรอบรวมวัตถุดิบมาด้วย ส่วนเจ้าพวกนั้นจะตามข้าไปถึงไหนกัน!" เขาหันไปมองด้านหลัง เมื่อเขาตรวจพบสัญญาณของมนุษย์ที่เข้ามาในเขตลมปราณตรวจสอบของเขา


    หลังจากเก็บสมุนไพรและผลไม้อีกเล็กน้อย เขาก็พุ่งทะยานหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่ฝุ่นที่กำลังฝุ่งกระจายไปทั่ว


    เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ก็มีชายหนุ่มพุ่งตัวมาหยุดอยู่ตรงที่ครรชิตเพิ่งหายตัวไป ก่อนจะยืนนิ่งอยู่บริเวณนั้นประมาณสองสามนาที และแล้วก็มีชายหนุ่มและหญิงสาวอีกหลายคนปรากฏกายขึ้น


    "ท่านพี่!" เด็กหนุ่มสาวทั้งหกต่างทำความเคารพชายหนุ่มผู้มาถึงก่อนเล็กน้อย


    "พบเจอเส้นทางที่มันไปหรือยัง" เขาถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง


    "ทางด้านภูเขาทมิฬค่ะ ท่านพี่" เด็กสาวคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับอีกหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย


    "พวกเจ้าไปดักมันที่รอบภูเขาทมิฬ ข้าและน้องเจ็ดจะไปล่ามัน ถ้าไม่ใช้ข้าหรือน้องเจ็ดฆ่าให้หมด!" มันตะโกนเสียงดัง ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไป


    "บัดซบ! ข้าไล่ล่ามันมาสองวัน! สองวันเต็มๆ! แต่กลับไม่พบแม้เพียงเงา มีเพียงร่องรอยของการเดินทางเท่านั้นที่ตรวจพบ มันเป็นใครกันแน่!" เสียงสบถดังออกมาจากปากของชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าน้องเจ็ด


    ในขณะที่การไล่ล่าบนดินแดนราชาเทพกำลังเป็นไปอย่างดุเดือด สถานการ์ภายในบ้านของชายผู้ถูกไล่ล่าก็ดุเดือดไม่แพ้กัน


    หลังจากชายหนุ่มออกจากบ้านไปหากลุ่มคนที่ป่วนตำหนักองค์ชายและคฤหาสน์ขุนนางชั้นสูงได้ไม่นาน ที่หน้าบ้านของชายหนุ่มก็มีรถม้าหลายคันมาจอด ทุกคันต่างมีสัญลักษณ์ของตระกูลแอสลาสเด่นเป็นสง่า


    ผู้คนในรถม้าต่างเป็นพ่อบ้านและข้ารับใช้ของตระกูลหลักทั้งสิ้น พวกมันเดินลงมาจากรถม้าสองคัน คันแรกเป็นพ่อบ้านชราและวัยกลางคน ส่วนคันที่สองเป็นข้ารับใช้ที่มีร่างกายดูบึกบึนและเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้รวมทั้งสิ้นหกคน ทั้งหกคนได้เดินไปยังรถม้าอีกคันที่อยู่ท้ายขบวน ก่อนจะยกหีบโดยข้ารับใช้ทั้งหกคนเป็นผู้ยกมันลงมา


    การก้าวเดินของทั้งหกคนแสดงความเจ็บปวดออกมาทางสีหน้าทุกก้าวเดิน และทุกก้าวยังได้ยินเสียงน้ำหนักที่มากมายบดลงไปบนพื้นหิน พวกมันก้าวเดินตามพ่อบ้านชราเข้าไปยังบ้านของครรชิต ซึ่งมีพ่อบ้านโฮซาเอลเป็นผู้รอต้อนรับ


    "สายันสวัสดิ์พ่อบ้านมิลาแกน ไม่ทราบท่านขนสิ่งใดมายังบ้านของนายน้อยจูเนียร์กัน" พ่อบ้านโฮซาเอลถามอย่างสงสัย เพราะการที่จะมอบของสิ่งใดจากตระกูลหลักให้แก่ตระกูลรองนับว่าหายากยิ่ง


    "ข้ามิได้มีธุระอันใดกับเจ้า ข้ามีธุระกับนายน้อยจูเนียร์เพียงเท่านั้น!" พ่อบ้านวัยกลางคนพูดอย่างถือดี แต่กลับได้รับสายตาสมเพชจากพ่อบ้านโฮซาเอล


    "เจ้าไม่เคยได้รับการอบรบจากพ่อบ้านอาวุธโสเลยสินะ ว่าอย่างพูดแทรกขณะที่พ่อบ้านชั้นสูงเขาคุยธุระกัน" พ่อบ้านโฮซาเอลตอบกลับไปนิ่งๆ แต่มันกลับสร้างความไม่พอใจแก่พ่อบ้านมิลาแกน ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในพ่อบ้านอาวุธโสที่ว่าด้วยเช่นกัน ส่วนพ่อบ้านวัยกลางคนกลับมีสีหน้าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เคยมีพ่อบ้านคนไหนในตระกูลรองกล้าปฏิบัติกันมันเช่นนี้ในเขตตระกูล


    "หยุบปากของเจ้าซ่ะ! เควิน! ข้าต้องขออภัยในความผิดของลูกน้องข้าด้วย แต่อย่างที่พ่อบ้านเควินพูดไปเมื่อสักครู่ ข้ามีธุระกับนายน้อยจูเนียร์เพียงเท่านั้น" น้ำเสียงที่ใช้พูดถึงจูเนียร์กลับเต็มไปด้วความเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด


    "นายน้อยของข้าไม่อยู่ เชิญกลับไปเสีย" พ่อบ้านโฮซาเอลที่รับรู้ถึงน้ำเสียงเช่นนั้นได้ ก็พูดกลับไปด้วยน้ำเสียงสมเพชพ่อบ้านทั้งสองเช่นกัน


    "เด็กๆส่งแขก" พ่อบ้านโฮซาเอลตะโกนเสียงดังพอประมาณ สิ้นเสียงประตูเหล็กหน้าบ้านก็ถูกชายหนุ่มสองคนปิดประตูใส่หน้าพ่อบ้านสองคนและข้ารับใช้อีกหกคน ราวกลับว่าพวกมันทั้งแปดคนถูกตบหน้าฉาดใหญ่เสียแล้ว


    พ่อบ้านทั้งสองคนกลับตกตะลึงเสียยิ่งกว่าถูกประติปิดใส่หน้าเสียอีก เพราะชายหนุ่มเพียงสองคนสามารถปิดประตูเหล็กที่อย่างน้อยหลักหลายิบตันได้อย่างง่ายดาย แต่ข้ารับใช้ของเขาทั้งหกคนยังไม่สามารถแบกของที่หลักเพียงหนึ่งตันได้นานนักเลย ซึ่งตอนนี้พวกมันก็ว่าลงกับพื้นไปตั้งนานแล้ว


    พวกมันทั้งแปดคนถูกความกลัวเล็กๆเขาครอบงำจิตใจเล็กน้อย เพราะข้ารับใช้คนเดียวก็แข็งแรงกว่าพวกเขาทั้งแปดคนรวมกันเสียอีก ทั้งที่ระดับการฝึกฝนของทั้งสองฝ่ายก็เท่ากันไม่มีใครสูงกว่าหรือต่ำกว่าแม้แต่น้อย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1541 jasweem (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 14:13
    ขอบคุณครับ
    #1,541
    0
  2. #1532 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:43
    ใครช่วยอธิบายช่วงนครใต้บาดาลให้ชั้นเข้าใจที เป็นแค่บึงขนาดใหญ่ แต่มีทะเลสาบเป็นพัน? แล้วเชื่อมทั้งสองส่วนนี่คือส่วนไหน?

    แล้วแผ่นดินทรงเหลี่ยมที่ตกลงมามันตกตรงส่วนไหนของแผ่นดิน
    ภูเขายักษ์มันล้อมรอบกลางแผ่นดินอยู่ใช่มะ ถ้าไอแท่งเหลี่ยมมันตกลงตรงกลาง ภูเขายักษ์มันน่าจะปลิวออกรอบนอกนะ ไม่น่าปลิวมาตกรอบๆกลางแผ่นดิน
    อยากเห็นลักษณะพื้นที่อ่ะ

    อ้อ แล้วตกลงดินแดนเทพอะไรเนี่ย เมื่อก่อนมันชื่อนี้หรือไม่ได้ชื่อนี้

    ตอนหลังๆ อ่านบางช่วงแล้วรู้สึกงง หรือว่าข้าจะพักผ่อนน้อยไป?
    #1,532
    1
    • #1532-1 จันทร์สีโลหิต(จากตอนที่ 134)
      22 ธันวาคม 2559 / 18:44
      การอ่านเรื่องนี้ต้องใช้ จิ้น ตนาการ 8/10ส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบนที่เกือบจะเรียกว่าบินอยู่แล้ว หรือรูปแบบอักขระอันแปลกตา การเรียบเรียงถ้อยคำที่เป็นเอกลักษณ์ ไม้เอกไม้โทที่หายไปหรือสลับตำแหน่งไม้เอกกับไม้โท ดังเช่น
      นั้นแหละ(พยายามออกเสียงเหน่อๆเวลาอ่านจะได้บรรยากาศมากนะ) บนด้วยปีก หยุบปากของเจ้าซะ รอบรวมวัตถุดิบ ดินแดนจำหนึ่ง ฝุ่นที่กำลังฝุ่ง หรือแม่แต่พื้นที่ป่าที่เรียกว่า "ปามาตรา" คาดว่าเป็นป่าที่มีการโยนเวทย์เป็นว่าเล่นทำให้มันอันตรายมาก
      #1532-1
  3. #1504 Gnuh (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 13:36
    ขอบคุณครับ
    #1,504
    0
  4. #1499 phairatw (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 11:54
    ขอบคุณครับ
    #1,499
    0
  5. #1498 พาชอน (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 03:48
    เออ ชื่อตอนน่าจะเปลี่ยนเป็น 'ส่งแขก!" มากกว่าน่ะ
    #1,498
    0
  6. #1497 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 16:47
    เด็กๆลงแขก ???
    อ่านผิดๆ 555
    #1,497
    0
  7. #1496 patiphanpinkham (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 16:08
    จดหมายอยู่ไหนหว่า....
    #1,496
    0
  8. #1495 บีเลตต้า นุ (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 15:58
    อ้ากกก เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นเลย ของอีกๆๆๆๆ 555 รอคนเขียนครับ เที่ยงคืนก็รออออออ
    #1,495
    0
  9. #1493 MojRiSad (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 15:46
    หาจดหมายมะเจอเหมือนกันแหะ555+
    สงสัยจะอ่านข้าม
    #1,493
    0
  10. #1492 ม่านมุก (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 15:22
    ขอบคุณน้าาค้าาแล้วมาอัพอีกไว ๆ ๆ น้าาค้าาสู้ ๆ ๆ ค้าา
    #1,492
    0
  11. #1491 pipawat (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 14:57
    ก็ครรชิตมันมาจากต่างโลกอยู่แล้ว
    #1,491
    0
  12. #1489 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 14:16
    ลูกน้องน่าจะเอาอยู่...
    #1,489
    0
  13. #1488 kamol1122 (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 14:03
    สนุกดีครับ
    #1,488
    0
  14. #1485 cutehell (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 13:33
    จดหมายมันอยู่ตรงหนายยยย เข้ามาก็โดนไล่ละ หรืออ่านข้ามไป 555555
    #1,485
    0