ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 132 : ขั้วอำนาจมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    5 ธ.ค. 59

บทที่ 3 : ขั้วอำนาจมืด




    ในขณะที่ทางด้านหมู่บ้านแถบชายแดนกำลังระอุไปกับสงครามแย่งชิงสัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาเทียมกันอยู่ ในเมืองหลวงก็กำลังเกิดสครามอยู่เช่นกัน แต่เป็นสงครามในเงามืดที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด


    สายลับหลายสิบถึงหลายร้อยคนถูกตรวจพบและถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก ทำให้แต่ละกลุ่มเริ่มระส่ำระสายและหวาดหวั่นถึงสายลับที่แฝงตัวอยู่


    ในกลุ่มขั้วอำนาจระดับสูง สายลับเริ่มถูกกวาดล้างอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีบ้างส่วนที่เล็ดรอดไปได้อย่างมากมาย พวกมันรอดไปพร้อมกับข้อมูลสำหรับหลายอย่าง ทำให้เกิดการตามฆ่าปิดปากกันอย่างวุ่นวาย


    แม้จะต้องรีบเร่งในการสืบหาที่ซ่อนและฆ่าพวกสายลับ แต่การทำงานแบบนี้กลับเงียบเฉียบเสียนี้กระไร จนไม่มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบถึงสงครามที่กำลังเกิดขึ้นแม้แต่น้อย


    ในตอนนี้ข่าวสารที่มีความสำคัญที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นข่าวสารการนำกองกำลังไปยังเมืองชายแดน เพื่อสังหารสัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาของกลุ่มอำนาจต่างๆ


    ด้วยความสามารถของสายลับ การจะตามล่าพวกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่พวกมันได้ข้อมูลไปก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว มันไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีสักเท่าไร


    "พวกเจ้าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้อย่างไร!" เสียงตะโกนดังก้องมาจากโซฟาสีแดงเลือดที่หันหลังให้ประตูทางเข้าในห้องเก่าโทรมแห่งหนึ่ง


    เสียงที่ตะโกนออกมานั้นไม่อาจจะแยกได้ว่าเป็นชายหรือหญิงกันแน่ เสียงของมันผสมปนเปไปด้วยเสียงของชายชรา เด็กสาววัยแรกรุ่น เสียงของเด็กหนุ่มที่กำลังแตกเนื้อหนุ่ม เสืองของเด็กอายุเพียงไม่กี่สิบปี


    หลังจากเสียงนั้นตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดอย่างยิ่ง จนกระทั่งทำให้ห้องที่เก่าโทรมนี้เต็มไปด้วยเสียงแตกหัก จนเหมือนกับมันจะพังทลายได้ทุกเมื่อ


    เปลวไฟบนถ่านสีแดงมอดดับลงในฉับพลัน แสงสว่างเพียงแห่งเดียวได้ดับวูบลงไป ทำให้ห้องนี้ดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีกนับสิบเท่า และเสียงร้าวของฝาผนังและเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของพื้นไม้ ทำให้ห้องนี้ดูหน้าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง


    "ทาสของข้า! เจ้าทำงานให้ข้ามากี่ปี" เสียงนั้นถามไปยังร่างเงาสีดำที่แอบอยู่มุมหนึ่งของห้องนี้


    "สิบสองปีพะยะค่ะ" เสียงแหบแห้งตอบกลับ ในน้ำเสียงไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย


    "ดี!" มันพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด


    สิ้นเสียงของร่างบนโชฟาสีเลือด มันสบัดมือเพียงหนึ่งครั้ง ร่างเงานั้นก็ลอยออกมาจากมุมมืด มาปรากฏตรงหน้าเตาไฟในพริบตาเดียว


    มันถูกยกลอยด้วยพลังมานาที่เปล่งประกายสีแดงเลือดอย่างนน่ากลัว กลิ่นสนิมลอยออกมาจากมือยักษ์ที่มองไม่เห็นนั้น มันทำให้บรรยากาศในห้องนี้อึดอัดขึ้นไปอีกหลายเท่า จนแทบจะไม่มีคนธรรมดาทนอยู่ในสภาวะนี้ได้


    หลังจากนั้นไม่นาน เสียงที่ปนเปก็เริ่มร่ายเวทย์ออกมา ด้วยภาษาที่ไม่มีใครเคยได้ยิน จนกระทั่งร่างกายของบุรุษที่ลอยอยู่บนอากาศก็เริ่มหดเล็กลง


    มันเริ่มกลายเป็นของเหลวทรงกลมทีละเล็กทีละน้อย เมื่อมันกลายเป็นทรงกลมที่สมบูรณ์ขนาดเท่าตัวคน มันลดขนาดลงอย่างต่อเนื่อง มันลดขนาดลงจนมีขนาดเท่ากับศิลาจิตอสูร เพียงแต่สีของมันกลับเป็นสีแดงกล่ำราวกับเลือด ไม่ใช่สีของธาตุใดธาตุหนึ่งหรือใสของไร้ธาตุเลยสักนิดเดียว


    "เจ้าสองคน ไปรวบรวมนักฆ่ามาเพิ่ม ให้พวกมันตามล่าคนที่ขโมยข้อมูลไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นพวกมันตายทั้งหมด!" มันพูดขึ้นหลังจากเก็บศิลาจิตอสูรสีเลือดเข้าแหวนมิติไป


    "พะยะค่ะ" เสียงชายแก่และหญิงสาวดังขึ้น ก่อนที่เงาร่างทั้งสองจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย


    'อีกครั้งที่ข้าผิดพลาด ทำไมกัน!' เสียงที่แผ่วเบาดังออกมาจากปากของคนในชุดคลุมดำ มันกำมือเน่นจนได้ยินเสียงกระดูกดังลั่นสั่นประสาทเป็นอย่างยิ่ง


    เสียงของมันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และยังเต็มไปด้วยความแค้นที่ล้ำลึกอีกด้วย มันมองไปยังถ่านไฟที่กำลังจะมอดดับลงไป


    มันยกมือขึ้นมา แล้วโบกไปยังเตาผิงคราหนึ่ง ร่างของสัตว์เวทตัวหนึ่งก็ลอยออกมา มันพุ่งตรงไปยังเตาผิงแล้วไฟก็ลุกสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง เปลวไฟที่ลุกขึ้นมานั้นมีสองสีด้วยกัน สีแดงบนถ่านและร่างของสัตว์เวท อีกสีเป็นสีน้ำเงินแผ่ขยายออกมาจากเตาผิง


    เปลวเพลิงที่มาพร้อมกับเปลวไฟที่รุนแรง คือเปลวเพลิงมานาสีน้ำเงินมันลามเลียไปทั่วทั้งห้อง มันถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายภายใต้ชุดคลุมอย่างรวดเร็ว


    ผิวหนังและชุดคลุมที่เก่าแก่ตามกาลเวลา ได้เริ่มคืนความเยาวัยขึ้นอย่างช้าๆ ผิวหนังของมันเต่งตึงและดูมีกล้ามเนื้อสมกลับเป็นชายชาตรีเป็นอย่างยิ่ง ชุดคลุมสีดำกลายเป็นชุดคลุมสีทองปักลวดลายเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์


    มันสะบัดชายเสื้ออย่างถือดี แล้วก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นของเนื้อไหม้และกลิ่นควันไฟ ก่อนที่ห้องนั้นจะตกอยู่ภายใต้แสงสีแดงอ่อนของเปลวเพลิงในเตาผิงที่กำลังมอดดับลงอย่างช้าๆ


    นอกจากบุคคลในห้องเก่าโทรมนี้แล้ว ในมุมหนึ่งของเมืองหลวงอเคเซีย ในเขตที่อยู่อาศัยของขุนนางชั้นสูงหลายร้อยคน


    "บัดซบ! ใครเป็นคนขโมยข้อมูลของข้า!" เสียงสบถดังออกมาจากห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลายสิบคน


    "ข้าไม่ทราบขอรับ เราไม่อาจจะจับตัวคนผู้นั้นมาได้ มันใช้วงเวทย์เคลื่อนย้ายที่ไม่อาจจะยกเลิกหนีไปได้ แม้แต่บาเรียป้องกันก็ไม่อาจจะใช้ได้เช่นกันนายท่าน" เสียงของชายในชุดดำกล่าวอย่างสั่นเครือเล็กน้อย


    "ตรวจสอบทุกคนที่คุยกับมันผู้นั้น ตรวจดูว่าข้อมูลอะไรที่เราเสียไปบ้าง!" มันตะโกนอย่างมีโทสะ ก่อนจะก้าวยาวๆออกจากห้องโถงนั้นไป


    ความวุ่นวายเริ่มต้นทันทีที่ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านกลับไปยังบ้านพักของตน ผู้คนหลายร้อยคนในอาณาเขตบ้านขนาดใหญ่หลังนี้ถูกเรียกออกมา มันมารวมกันที่ลานกว้างของคฤหาสน์หลังนี้ แล้วเริ่มถูกสอบสวนอย่างรวดเร็วและรุนแรง


    ในทำนองเดียวกัน ในคฤหาสน์อีกหลายหลังรอบที่อยู่อาศัยในเขตของขุนนาง มีการตรวจสอบเช่นเดียวกับคฤหาสน์หลังนี้ บ้างหลังเป็นการสอบสวนที่รุนแรงจนมีคนตายหรือมีการไล่ล่าผู้คนหลายพันคนในเวลาสั้นๆ


    ความโกลาหลนี้แผ่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง แม้แต่ในเขตราชวงศ์ก็มีการสอบสวนเช่นนี้เช่นกัน องค์ชายและองค์หญิงหลายคนได้เริ่มทำการสอบสวนอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดเป็นผู้โจรกรรมข้อมูลพวกนั้นไป มีเพียงข้อมูลเพียงเล็กน้อยของคนคนนั้น


    มันเป็นชายหนุ่มและหญิงสาวเพียงไม่กี่สิบคน พวกมันเข้าออกพื้นที่ทั้งหลายได้อย่างง่ายดาย ผู้คนไม่มีใครสงสัยถึงตัวตนของพวกมันแม้แต่น้อย ทุกคนที่เจอหน้าหรือพบกับพวกนั้นต่างพูดคุยราวกับเพื่อนสนิท


    ข้อมูลที่พวกนั้นต้องการทุกคนก็ต่างเสนอให้พวกมันทั้งสิ้น ไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นความลับหรือสิ่งที่ไม่มีค่าก็ตาม ทุกข้อมูลถูกรวบรวมไปด้วยกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างหมดสิ้น


    พวกมันตระเวนไปตามคฤหาสน์ต่างๆภายในวันเดียวเท่านั้น ข้อมูลสำคัญและไม่สำคัญถูกรวบรวมไปหมดสิ้น แล้วหายตัวไปก่อนที่ใครจะเริ่มตระหนักกับปรากฏการณ์เช่นนี้ กว่าที่พวกเขาจะรู้ตัวก็สายเกินไป ข้อมูลถูกรวบรวมและหายไปกับสายลมเสียแล้ว


    สิ่งที่พวกเขาเหลือไว้แต่ผู้คนที่เพิ่งตระหนักถึงปัญหาที่พวกเขาสร้างขึ้น บางส่วนหนีไปและบ้างส่วนเตรียมตัวสำหรับการสอบสวนที่จะเกิดขึ้น


    ในขณะที่พื้นที่ต่างๆเริ่มกระส่ำกระสายจากการถูกล้วงข้อมูล ในเขตอยู่อาศัยยังอยู่กันอย่างเงียบสงบ ไม่มีการถูกโจกรรมข้อมูลเช่นที่เขตขุนนางและรางวงศ์ พวกเขายังคงใช้ชีวิตอย่างปรกติสุข


    "นายน้อย นายท่านต้องการพบขอรับ" พ่อบ้านโฮซาเอลพูดขึ้น พร้อมกับยืนรอครรชิตที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในสวน


    "รอข้าสักครู่ ใกล้จะครบรอบการฝึกแล้ว" ครรชิตตอบกลับ เขากลับไปร่ายรำดาบคู่อยู่หลายนาที แล้วเปลี่ยนไปเป็นดาบขนาดใหญ่กว่าตัวของเขาสองเท่า แล้วเริ่มร่ายรำมันอย่างรวดเร็วและดุดัน โดยการควงดาบใหญ่ราวกับว่ามันเป็นดาบมือเดี่ยวขนาดเล็ก


    เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที เขาก็เก็บดาบและชำระร่างกายในห้องอาบน้ำ ก่อนจะเดินตามพอบ้านชราไปยังบ้านหลังใหญ่ในเขตบ้านพักของเขา


    ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


    "นายท่าน นายน้อยมาแล้วขอรับ เชิญ" พ่อบ้านโฮซาเอลเคาะประตูไม้ขนาดใหญ่ที่กั้นห้องทำงานเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูเขาไปด้านใน


    ด้านในห้องเป็นห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารและหนังสือหลายสิบกอง ชายวัยกลางคนกำลังทำการตรวจเอกสารฉบับหนึ่งอยู่


    เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาคล้ายกับร่างของจูเนียร์ที่มีวิญญาณครรชิตอยู่ด้านในเป็นอย่างมาก เพียงแค่เขาดูแก่กว่าและมีกล้ามเนื้อมากกว่า และมีร่องรอยของการเวลาแห่งการต่อสู้มาอย่างยาวนาน


    กองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะมีเพียงแค่ไม่กี่ฉบับที่ยังไม่เรียบร้อย ส่วนกองเอกสารอื่นๆนั้นดูเหมือนจะถูกตรวจสอบไปหมดแล้ว


    "ท่านพ่อ" ครรชิตพูดขึ้นมา หลังจากที่ชายวัยกลางคนยังคงง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะ


    "รอข้าสักครู่ อีกไม่กี่สิบบรรทัดเท่านั้น" เขาพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา


    เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที พวกเขาทั้งสองคนก็เริ่มการสนทนากันเสียที


    "จูเนียร์ เจ้าทราบถึงเหตุการณ์วุ่นวายทางชายแดนทางภารชคเหนือหรือไม่" บิชอบถามเสียงเรียบ นี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่เขากำลังจัดการอยู่ในตอนนี้


    "ข้าทราบดีท่านพ่อ แต่ข้าไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องนั้นหรอก พวกนั้นเป็นเพียงเหยื่อล่อปลาของข้าก็เท่านั้น" เขาพูดถึงสาเหตุของความวุ่นวายอย่างง่ายดาย


    แม้เขาจะไม่บอกบิดาของตน ยังไงบิดาของเขาก็ทราบถึงความไม่ชอบมาพากลได้อย่างแน่นอน เพราะเอกสารและสายสืบของบิดาเขามีอยู่มากมายกระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง ไม่นานเขาก็คงทราบถึงการเดินทางของเขาเมื่อสองเดือนที่แล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้อย่างแน่นอน


    "แล้วเจ้าจะตามไปเก็บงานของเจ้าหรือไม่ หรือจะปล่อยให้พวกนั้นจัดการกับมันไปจริงๆ" บิชอบถามอย่างไม่คิดมาก แม้ในตอนนี้เขาจะไม่มีพลังมานาอยู่ แต่พลังลมปราณที่ลูกชายเขามอบให้ มันมีความน่ากลัวและการพัฒนาที่รวดเร็ว แตกต่างจากมานาที่่ต้องใช้เวลานามากกว่าจะเลื่อนได้แต่ละขั้นในระดับสูง


    ลมปราณแค่ระดับสร้างเม็ดลมปราณสองเม็ดเท่านั้น มันก็มีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางเสียอีก เขาในตอนนี้ใช้เวลาแค่สามปีก็มาถึงขั้นนี้ได้แล้ว ในตอนนี้เขาแข็งแกร่งกว่าในอดีตมากกว่าหลายเท่า


    การโจมตีของลมปราณจะไม่อลังการและรุนแรงเช่นในอดีต แต่การผสานทักษะการใช้ลมปราณกับวิชาดาบของเขา มันก็มากพอจะให้เขาฆ่าสัตว์เวทระดับห้าได้เลยด้วยซ้ำไป เพราะมันเสริมสร้างทั้งร่างกายและประสาทสัมผัส รวมทั้งการเสริมอาวุธและชุดเกราะอีกด้วย


    "ไม่หรอกครับ ท่านพ่อ ปล่อยให้พวกนั้นเล่นละครสนุกๆให้พวกเราดูดีกว่า" ครรชิตยักไหล่อย่างสบายๆ แล้วเริ่มถามกลับไปบ้าง


    "ท่านพ่อ ท่านสนใจไปหาประสบการณ์ใหม่ๆไหมขอรับ ข้ามีบ้างสถานที่ที่อยากจะแนะนำอยู่"


    "ที่ที่พวกเจ้าหายกันไปเกือบเดือนใช่หรือเปล่า" บิชอบเอ่ยถามอย่างสงสัยไม่ได้ เพราะแม้เขาจะมีสายสืบทั่วทั้งอาณาจักร แต่กลับไม่มีใครรู้ถึงที่อยู่ของลูกชายของเขาเลยในเดือนที่แล้วหลังจากเกิดข่าวลือ และเมื่อสามอาทิตย์ก่อนพวกเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ก็โผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้


    "ใช่ครับ แต่สำหรับท่านพ่อคงพาไปยังที่ที่เดียวกันไม่ได้ เกรงว่าท่านจะยังปรับตัวไม่ทัน ต้องเริ่มต้นเหมือนกับลิลลี่เสียก่อน" เขาคิดอยู่สักพีกถึงจะตอบกลับไป


    "หืม? มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ" บิชอบถามอย่างตื่นเต้น ถ้าจะมีนิสัยอะไรของบิดาเขาที่ไม่เคยจางหายไปกับกาลเวลา ก็คงเป็นการชื่นชอบความท้าทายนี้แหละที่ไม่เคยจางหายไป


    "ก็ฝูงสัตว์เวทระดับสามที่ได้รับพลังจากภูเขามานาจนมีระดับเกือบเท่ากับระดับสี่เป็นอย่างน้อย สำหรับท่านพ่อคงสู้ได้สักครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นคงแพ้หมดรูปอย่างแน่นอน" ครรชิตพูดกระตุ้นบิดาตนเล็กน้อยและมันก็ได้ผลเสียด้วย


    "งั้นมาเจอกันหน่อย! ใครบอกว่าข้าสู้กับพวกมันเกินครึ่งชั่วโมงไม่ได้!" บิชอบพูดเสียงขึ้นในทันที พร้อมกับประกายเพลิงในดวงตาลุกโชนราวกับเปลวเพลิง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1539 jasweem (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 13:42
    พ่อก็ไม่เว้นนนน
    #1,539
    0
  2. #1487 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 14:02
    ขอบคุณครับ
    #1,487
    0
  3. #1482 Gnuh (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 13:25
    ขอบคุณครับ
    #1,482
    0
  4. #1462 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 16:09
    เชียร์ท่านพ่อ 555
    #1,462
    0
  5. #1461 เจี๊ยบ (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 13:59
    ภาษาดีขึ้นเรื่อยๆ
    #1,461
    0
  6. #1460 ฉันคือ GUNDAM (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 10:08
    ไม่ยอมแก่จริง 5555
    #1,460
    0
  7. #1459 Fuxker (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 08:47
    บ้าพลังทั้งตระกูล
    #1,459
    1
    • #1459-1 เอกภพไร้ขอบเขต(จากตอนที่ 132)
      6 ธันวาคม 2559 / 08:54
      ก็สมกับที่เป็น
      ตระกูล"คนยักษ์"ล่ะนะ!!!
      555+
      #1459-1
  8. #1458 phairatw (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 06:53
    ขอบคุณครับ
    #1,458
    0
  9. #1455 พาชอน (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 00:31
    ขอบคุนคับ อ่านรวดเดียวเลย รู้สึกได้ถึงพัฒนาการในการใช้ภาษาที่ดีขึ้น เรื่อยๆ สู้ๆเป็นกำลังใจให้คับ
    #1,455
    0
  10. #1454 wit000 (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 00:19
    ขอบใจจ้า
    #1,454
    0
  11. #1453 kamol1122 (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:54
    สนุกดีครับ
    #1,453
    0
  12. #1452 NessZero (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:22
    นี่ว่างจัดถึงกับพาพ่อไปฟามเลยหรือ จัดตี้ ลงดัน ส่งพ่อเป็นจอมยุทธ หรือไงเนีย
    #1,452
    0
  13. #1451 ExonBlade (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 22:42
    ทำพ่อของขึ้นสินะ
    #1,451
    0