ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 129 : เหตุวุ่นวายในเมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59

บทที่ 3 : เหตุวุ่นวายในเมืองหลวง




    ในเมืองหลวงของอาณาจักรเช่นเมืองหลวงอเคเซีย มีสถานที่บางแห่งที่เป็นของผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน นั้นคือ'หอวีรชนทลายฟ้า' ที่ซึ่งรวบรวมคำภีร์เวทมนตร์หายากทั้งหลายในฉบับคัดลอก


    การจะเข้าสู่หอวีรชนทลายฟ้า คนผู้นั้นต้องมีทรัพย์สินที่มากพอจะซื้อเมืองได้ทั้งเมืองเป็นอย่างน้อย นั้นเป็นเพียงชนชั้นล่างของหอวีรชนทลายฟ้าเท่านั้น


    ในขั้นต่ำสุดพวกเขาสามารถเดินชมและเลือกซื้อคำภีร์และของล้ำค่าได้แค่ชั้นที่หนึ่งเท่านั้น ไม่แม้แต่จะมีสิทธิ์เดินผ่านทางขึ้นสู่ชั้นสองเสียด้วยซ้ำไป เพราะที่ชั้นสองอย่างน้อยต้องสามารถซื้อเมืองขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายเท่านั้น


    แล้วใครที่มีคุณสมบัติมากพอจะเข้าไปในหอวีรชนแห่งนี้ ถ้าไม่ใช้บรรดาขุนนางชั้นสูงหรือบรรดาเชื้อพระวงค์ทั้งหลาย พวกมันต่างเข้าหอวีรชนกันเป็นประจำ เพื่อหาซื้อวิชาและสิ่งล้ำค่าสำหรับลูกหลายและตัวพวกมันเองทั้งสิ้น


    นอกจากจะขายสิ่งล้ำค่าและวิชาระดับมหาเวทย์ขั้นกลางขึ้นไปแล้ว พวกมันยังรับชื้อสิ่งของแทนจะทุกอย่าง แต่สิ่งที่พวกมันรับซื้ออย่างน้อยต้องมีมูลค่าหลายพันเหรียญปีศาจขึ้นไป!


    ด้วยราคาประเมิณเริ่มต้นที่สูงขนาดนั้น สิ่งของบ้างอย่างก็ไม่อาจจะนำมาเฉียดผ่านชั้นที่หนึ่งได้ เพราะความมีคุณค่าของมันจะถูกประเมิณจนดำดิ่งสู่ความไร้ค่าในทันที


    ในขณะนี้มีกลุ่มคนในชุดผ้้าไหมที่ตัดอย่างดีและดูหรูหราเกินกว่าจะหาซื้อได้ตามราคาทั่วไป พวกทั้งห้าคนได้เดินตรงไปยังหอวีรชนอย่างองอางและเต็มไปด้วยความยโสโอหังเป็นอย่างยิ่ง


    "ยินดีต้อนรับ คูณชายเมลเวิล คุณชายอาร์คเซล คุณชายแมคเคน คุณชายเฟริลและคุณชายอาซิน" พนังงานต้อนรับโค้งตัวต้อนรับอย่างดี


    "ไม่ทราบว่าวันนี้ลมอะไรหอบพวกท่านมายังหอวีรชนทลายฟ้าแห่งนี้ขอรับ" พนังงานชายถามขณะเดินนำทั้งห้าคนเข้าไปยังชั้นหนึ่งของหอวีรชนทลายฟ้า โดยมีผู้ดูแลอีกคนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนในชุดเหมือนพ่อบ้าน แต่กลับดูดีกว่าหลายเท่านักเดินคู่ไปด้วย


    พวกเขาทั้งห้าคนที่แต่งตัวด้วยชุดที่ดูหรูหราและมีราศีเป็นอย่างยิ่ง ชุดพวกนี้มีการตัดเย็บและการตกแต่งชุดที่ประณีตมากเกินไป มากเกินกว่าที่คนธรรมดาและพ่อค้าจะหาซื้อมาได้ ไม่เว้นแม้แต่พวกขุนนางขั้งกลางก็แทบจะเป็นไปไม่ได้


    ชุดพวกเขามีการประดับชุดด้วยไหมทองและไหมเงิน ตามชุดลงอักขระและวงเวทย์ไว้แทบทุกส่วน พวกมันถูกซ่อนไว้ใต้ลายปกอย่างแนบเนียน ถ้าไม่ใช้ผู้ที่มีทักษะประเมิณระดับสูงหรือเป็นผู้ตรวจสอบเวทย์ระดับกลางขึ้นไป พวกเขาจะไม่พบกับของพวกนี้สักนิดเดียว


    การที่จะลงวงเวทย์ได้มากมายบนเสื้อผ้าพวกนี้ ต้องใช้ทั้งทรัพยากรและแรงงานที่มากเกินกว่าจะว่าจ้างได้ ส่วนมากมักจะเป็นพวกผู้เชี่ยวชาญในด้านการเขียนวงจรเวทย์และนักจารึกเวทย์ระดับอาวุธโส ซึ่งถือว่าเหนือกว่าระดับสูงเป็นอย่างมาก


    สถานะของทั้งห้าคนอย่างน้อยพวกเขาต้องอยู่ในระดับขุนนางขั้นสูง ไม่งั้นก็เป็นหนึ่งในลูกหลานขององค์ราชาเป็นอย่างน้อย หรือพวกเขาเป็นองค์ชายของอาณาจักรก็ว่าได้


    ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นถึงคนใหญ่คนโตของอาณาจักร แต่ผู้ดูแลกับพนักงานชายที่ต้อนรับพวกเขา ไม่ได้มีท่าทีว่าจะให้ความเคารพเขามากอย่างที่ควรจะเป็น และพวกคุณชายเหล่านี้ก็ไม่มีความคิดที่จะโวยวายเลยแม้แต่น้อย นี้นับว่าหอวีรชนทลายฟ้ามีความแข็งแกร่งจนไม่อาจจะประเมิณได้


    "ไม่มีอะไรมากนัก เพียงแค่น้องหญิงของพวกเราสนใจอยากได้เครื่องประดับแบบใหม่ ที่พวกท่านนำมาขายเมื่อสัปดาห์ก่อนก็เท่านั้น" หนึ่งในชายหนุ่มที่ดูมีอายุมากกว่าคนอื่นเป็นผู้พูดขึ้นมา เขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และมีเสน่ห์แบบปิดไม่มิดหรืออาจจะไม่ได้ต้องการปกปิดมันด้วยซ้ำ


    "ใช่แล้วผู้ดูแล อย่างที่ท่านพี่เมิลเวิลพูดไป ท่านได้นำพวกมันออกมาขายอีกหรือไม่" เด็กหนุ่มที่ดูเด็กที่สุดในกลุ่มพูดออกมา ก่อนที่เขาจะหันไปขยับตาให้แก่หญิงสาวที่เดินผ่านหน้าพวกเขาไป


    "เจ้านี้ยังเหล่สาวไม่ดูเวล่ำเวลาอีก เจ้าอาซิน" คนที่พูดก็มีอายุพอๆกัน แถมยังหน้าตาแทบจะเหมือนอีกด้วย


    "เรื่องของข้าเฟริล" อาซินพูดออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวอีกคนไปเสียแล้ว


    ทั้งอาซินและเฟริล ทั้งคู่ดูเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง มีเพียงทรงผม แววตาและเครื่องแต่งกายที่แตกต่างกันจนเห็นได้ชัด อาซินนั้นเป็นชายหนุ่มที่ไว้ผมยาว มีใบหน้ารูปเรียวดูหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่มากล้น และการแต่งกายเหมาะกับคุณชายเจ้าสำราญเป็นอย่างยิ่ง


    ในขณะที่เฟริลไว้ผมสั้นและแววตาเต็มไปด้วยความซื้อตรง เครื่องแต่งกายออกไปทางแนวนักรบมากกว่าคุณชาย และลักษณะท่าทางก็ออกไปทางทหารเสียนี้กระไร


    เมื่อพวกเขาเดินไปยังส่วนที่จัดแสดงเครื่องประดับ ทั้งบริเวณนั้นเต็มไปด้วยแสงที่ส่องประกายออกมาจากอัญมณีที่ดูสวยงามละลานตาไปหมด มันมีทั้งอัญมณีสวยงามและมีค่าทั้งหลาย รวมไปถึงอัญมณีเวทย์ที่มีราคาจนเทียบไม่ติดกับอัญมณีธรรมดา


    "ผู้ดูแล ข้ามีเรื่องต้องการขอร้องเป็นการส่วนตัว" น้ำเสียงอันเย็นชาดังออกมาจากชายหนุ่มในชุดสีขวา ซึ่งมันเป็นชุดที่ดูเรียบงามและแทบจะไร้การตกแต่ง แตกต่างจากชุดของคนอื่นๆในกลุ่ม


    "ได้ขอรับ คุณชายอาร์คเซล" ผู้ดูแลวัยกลางคนพยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานชายที่อยู่ข้างๆ


    "ดูแลคุณชายทั้งสี่เป็นอย่างดีด้วยล่ะ เชิญทางนี้ขอรับ"


    ทั้งคู่เดินหายไปยังห้องแห่งนี้ใกล้กับส่วนจัดแสดงเครื่องประดับ ทิ้งให้พี่น้องทั้งสี่คนที่เหลือเลือกเครื่องประดับกันเอง ซึ่งทั้งสี่คนก็พยักหน้าอย่างรู้ความหมายให้แก่กัน หลังจากที่ชายหนุ่มผู้เย็นชาแยกตัวออกไปจัดการธุระของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว


    ภายในห้องทั้งสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน โดยมีพนักงานหญิงกำลังเสิร์ฟชาให้ทุกคู่อยู่ เมื่อพนักงานหญิงคนนั้นออกไปทั้งคู่ถึงเริ่มการสนทนากัน


    "คุณชายอาร์คเซลมีอะไรต้องการคุยกับข้ารึขอรับ" คำถามแบบตรงไปตรงมาถูกเอ่บออกมาจากปากผู้ดูแล


    "บอกตามตรงได้เลยก็ได้ พวกข้าได้ยินข่าวลือมาจากสายสืบของข้า ในป่าทางเหนือของอาณาจักรที่นั้นพวกนักผจญภัยพบกันสัตว์เวทระดับเจ็ดขั้นสูง มันเป็นชนชั้นราชาที่ผลัดถิ่นและบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่อาจจะฆ่ามันได้จนถึงตอนนี้ ข้าอยากรู้ว่าข้อมูลนี้เท็จจริงสักเพียงใด"


    การถามของชายหนุ่มผู้เย็นชา ทำให้สีหน้าของผู้ดูแลถูกกระตุ้นเสั้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนที่เขาจะนิ่งเงียบไปหลายอึดใจในทีเดียว


    เจ้าของคำถามยิ้มอย่างเฉื่อยชาออกมา เพราะเพียงแค่ปฏิกิริยาที่ผู้ดูแลแสดงออกมา ก็เพียงพอจะบอกให้รู้แล้วว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริงเกินครึ่งแน่นอน


    ผู้ดูแลได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าและรอยยิ้มของคุณชายตรงหน้าเขา ก่อนจะเปิดปากพูดเสียงเบาๆราวกับต้องการเก็บมันเป็นความลับสูงสุดต่อไป


    "ตามที่ท่านได้ยินนั้นแหละคุณชาย เพียงแต่ข้อมูลที่ข้าจะบอกต่อไปนี้ราคาของมันหลายสิบเหรียญปีศาจ ท่านต้องการรับรู้มันหรือไม่" เขายิ้มอย่างมืออาชีพ ก่อนจะบอกราคาเป็นนัยๆให้แก่อาร์คเซล


    "ตกลง" สิ้นเสียงเหรียญสีทองขนาดใหญ่ก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะหลายสิบเหรียญ ผู้ดูแลกวาดเอาเหรียญไปราวสิบสามเหรียญก่อนจะพูดออกมา


    "ข้อมูลที่พวกเราได้มา มีหลายสิบอย่างที่ไม่น่าเชื่อถือสักเท่าใด แต่เรื่องต่อไปนี้พวกเราได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญของเราแล้ว"


    "เรื่องแรก มันเป็นสัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาจริง แต่มันเป็นเพียงราชาเทียมเท่านั้น และมันถูกคนผู้หนึ่งลากมันออกมา ไม่ใช่ว่ามันผลัดถิ่นอย่างที่ท่านได้รู้มา"


    ชนชั้นราชาของสัตว์เวทตามบันทึกในยุคโบราณ สัตว์เวทถูกแบ่งออกเป็นสิบระดับตามระดับพลังเวทย์ของมัน และมีอีกสองระดับที่แปลกแยกออกไป หนึ่งคือบอสในดันเจี้ยน ซึ่งมันเป็นสัตว์เวทที่แข็งแกร่งที่สุดในดันเจี้ยน เพราะการได้รับพลังจากแก่นกลางของดันเจี้ยนในการกำเนิด


    อีกระดับที่แยกออกไปเรียกชนชั้นราชา พวกมันมีสองประเภทที่ถูกค้นพบและบันทึกเอาไว้ หนึ่งคือราชาเทียมเป็นสัตว์เวทที่ไม่ได้อยู่ในระดับสิบ แต่มีความสามารถและพลังเทียบเท่ากับระดับสิบ ด้วยการใช้พลังมานาในอาณาเขตของมันช่วยเหลือสำหรับการยกระดับของพวกมัน


    ส่วนระดับราชาอีกชั้นหนึ่งเรียกว่าราชาที่แท้จริง พวกมันเป็นสัตว์เวทระดับสิบที่มีพลังอำนาจมากพอจะบดขยี้อาณาจักรขนาดกลางได้ในหนึ่งวัน พวกมันไม่ต้องอาศัยอาณาเขตถึงจะมีพลังทำลายล้างขนาดนั้น มันใช้เพียงพลังของตัวมันเองก็เพียงพอแล้ว


    ส่วนมากราชาที่แท้จริงจะมีที่อยู่เป็นปริศนาและลึกลับ จนไม่มีทางรับรู้ถึงการคงอยู่ของพวกมันได้ง่ายดายนัก ส่วนราชาเทียมนั้นสามารถหาเจอได้ตามแหล่งที่มีพลังมานาเข้มข้น นอกเหนือจากบริเวณป่าดึกดำบรรพ์หรือป่ามนตรา ภูเขามานาและนครใต้บาดาล นอกเขตพื้นที่พิเศษเหล่านี้มักจะพบกับพวกมันได้ทั่วไป


    พวกชนชั้นราชาไม่ว่าจะเป็นของแท้หรือว่าของเทียม ต่างก็ให้ศิลาจิตอสูรชั้นสิบเช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ถ้าฆ่าราชาเทียมนอกเขตจะได้ศิลาจิตอสูรตามระดับตั่งเดิมของมัน แต่ก็มีพลังมากกว่าศิลาจิตอสูรระดับเดียวกันอยู่มากโข และสำหรับราชาที่แท้จริงฆ่าที่ใดก็ได้ศิลาจิตอสูรระดับสิบเช่นเดิม


    นอกจากนี้ชิ้นส่วนของพวกมันทุกชิ้นต่างมีคุณค่าทั้งสิ้น สามารถนำไปทำอาวุธและชุดเกราะ รวมทั้งการปรุงยาก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม จนราคาของมันมากมายเกินจินตนาการไปไกล


    "เรื่องที่สอง มันถูกคนผู้หนึ่งโจมตีเข้าจุดตายของมันในครั้งเดียว เพียงครั้งเดียวมันก็บาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้อย่างปรกติ จนมันต้องหาที่หลบภัยซึ่งอยู่ในภูเขาของป่าทางเหนือ"


    "เรื่องสุดท้าย มันคือ'เบเฮมอธศิลาเพลิง' ที่อยู่ในเขตภูเขาไฟแวนการ์ด ที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาไฟนับพันลูกทอดตัวไปตามป่าทางเหนือสุดของอาณาจักรอเคเซีย"


    สีหน้าของคุณชายผู้เย็นชากลายเป็นซีดลงเล็กน้อย เพราะเขาเพิ่งทราบถึงตัวตนของสัตว์เวทระดับเจ็ดตัวนี้


    สัตว์เวทตระกูลเบเฮบอธ ถือเป็นสัตว์เวทจากยุคดึกดำบรรพ์ของจริง มันสืบทอดสายเลือดมาจากสัตว์เวทยุคโบราณที่ทรงหลัง พวกเขามักเรียกสัตว์เวทที่ทรงพลังเหล่านี้ว่า'สัตว์อสูร' เพราะมันแข่งแกร่งและรูปร่างน่าเกลียดราวกับอสูรกาย


    ปัจจุบันพวกมันมีที่อยู่ในเขตกลางแผ่นดินไกล้กับอาณาจักรทลายฟ้าและเสาหินทลายฟ้าเท่านั้น ส่วนลูกหลานและสายเลือดพวกมันก็กระจายอยู่ทั่วทั้งทวีป แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับบรรพบุรุษของพวกมัน


    "ขอบคุณสำหรับข้อมูล เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน" เขาเดินออกจากห้องตรงไปยังพี่น้องของเขา แล้วจ่ายเงินค่าเครื่องประดับแล้วหายออกไปจากหอคอวีรชนทลายฟ้าในทันที


    ข่าวลือถึงสัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาที่พวกเขาได้รับรู้มา มันถูกกระจายออกมาจากปากของนักผจญภัยที่ออกล่าอยู่ป่าทางเหนือของอาณาจักร มันถูกกล่าวขานมานานนับเดือนแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนหกจนถึงตอนนี้เข้าสู่ปลายเดือนที่แปด ก็ยังไม่มีใครปราบและฆ่ามันได้เลยสักคนเดียว จนข่าวลือนั้นดังหนาหูขึ้นทุกวัน


    เพียงแค่ข่าวลือของการปรากฏตัวของสัตวืเวทระดับนี้ ก็ทำให้ทั้งอาณาจักรสั่นสะทานไปแล้ว ทุกกลุ่มที่มีอำนาจมากพอจะล่าสัตว์เวทระดับหกขั้นสูงได้ ต่างเริ่มรวบรวมสิ่งของจำเป็นสำหรับการล่า ถึงแม้จะมีโอกาศชนะเพียงนิดเดียวพวกมันก็ขอเสี่ยง


    เพราะเพียงแค่เลือดของสัตว์เวทระดับเจ็ดหนึ่งหยด ก็มีราคาหลายสิบเหรียญจิตมารแล้ว ขอแค่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยก็คุ้มค่า เพราะผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยก็มีค่ามากพอจะอยู่สุขสบายไปหลายร้อยปี


    "พวกเราจะทำไงกับข้อมูลที่ได้มาดี ท่านพี่" เฟริลถามพี่ชายของเขาทั้งสาม กลุ่มของพวกเขาห้าคนรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มหนึ่งในบรรดาหลายสิบกลุ่มขององค์ชายทั้งหมดเกือบเจ็ดสิบคน


    พวกเขาเป็นเพียงองค์ชายชั้นปลายแถวขององค์ชายทั้งหมด เพราะแม่ของพวกเขาเป็นเพียงนางสนมที่ไม่ได้มีอำนาจมากมาย และพวกเขาก็ไม่ได้มีพรสวรรค์เหนือกว่าพี่ๆทั้งหลาย พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่ออยู่รอดในการแย่งชิงบัลลังก์ที่กำลังจะเกิดขึ้น


    ตามจริงแล้วพวกเขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับเรื่องราวภายในเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่หาหนทางป้องกันตัวพวกเขาคงได้จบสิ้นแน่เมื่อสงครามนี้สิ้นสุดลง ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือมีกำลังมากพอจะป้องกันตัวเองได้ และศิลาจิตอสูรของสัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาเทียมนี้ก็เป็นทางรอดหนึ่งเช่นกัน


    เมื่อได้มันมา อย่างน้อยพวกเขาหนึ่งก็มีพลังทัดเทียมกับองค์ชายลำดับสูงๆ อย่างพวกองค์ชายเจ็ด องค์ชายแปด และองค์ชายระดับลองลงมาถึงองค์ชายสิบเอ็ด ถึงแม้จะไม่อาจจะปลอดภัยเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ถูกกำจัดทิ้งได้ง่ายๆอย่างแน่นอน


    ไม่เพียงแค่กลุ่มองค์ชายลำดับท้ายๆเช่นพวกเขาที่สนใจสัตว์เวทระดับเจ็ดตัวนี้ ยังมีองค์ชายลำดับสูงอีกหลายคนที่สนใจพวกมันเช่นกัน การที่พวกเขาได้ข้อมูลมาก่อนก็มีโอกาศแย่งชิงมันก่อนคนอื่น


    "เรียกกองกำลังกลับมาให้หมด เราจะบุกเข้าไปในอีกสามวัน ไม่เน้นฆ่าเน้นเก็บทรัพยากรจากมันให้มากที่สุด อย่างน้อยก็มีของไว้พัฒนาตัวเองอยู่บ้าง" ผู้เป็นพี่ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าและส่งเสียงไปตามวงเวทย์สื่อสารของตน


    ในเขตที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่ง บ้านขนาดน้องคฤหาส์หลังหนึ่งได้มีการพูดคุยกันสบายๆ ถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้รับมาในช่วงเดือนที่ผ่านมา


    "สัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาถือว่าแข็งแกร่งน่าดู พวกเจ้าฆ่ากี่ตัวแล้วละ" ชายหนุ่มในชุดผ้าไหมเรียบๆถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส


    "สามตัวแล้วค่ะ พี่จูเนียร์" เด็กสาวตอบก่อนจะหันไปเล่นกับสุนัขจิ้งจอกตัวเท่าลูกหมาอย่างสนุกสนานต่อไป


    "อืมถือว่าดีพอสมควร อีกหนึ่งตัวพี่โรสอยากได้ตัวไหน ระหว่างธาตุลมหรือธาตุน้ำแข็ง" ครรชิตถามหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไม่ได้รับศิลาจิตอสูรอันสุดท้ายของตัวเอง


    "เอาเป็นธาตุลมดีกว่า ข้าจะได้เน้นไปทางเวทย์ลมไปเลย" หยิงสาวตอบอย่างจริงจัง ก่อนจะทำสีหน้าอ่อนลงเมื่อเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยมาคลอเคลีย


    "เหมือนลิลลี่สินะครับ ก้ได้ขอข้าหาที่อยู่ของมันสักวันสองวัน" พวกเขาก็พุดคุยถึงเรื่องราวและแผนการล้มสัตว์เวทระดับเจ็ดกันต่อไปอย่างสบายๆ ราวกับว่ามันเป็นเพียงการกินข้าวเย็นอะไร


    โดยไม่ต้องมีการคาดเดาอะไรทั้งสิ้น พ่อบ้านโฮซาเอลก็รับรู้ได้เลยว่าข่าวลือถึงการบาดเจ็บของสัตว์เวทระดับเจ็ดที่ดังอยู่อาณาจักรนั้น เป็นฝีมือของนายน้อยของมันอย่างแน่นอน หลังจากที่เขาทำท่าทางอารมณ์ดีราวกับมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน หลังจากออกไปล่าสัตว์เวทกับกลุ่มคุณหนูและเมดสาว


    "นายน้อย ท่านน่าจะทราบถึงข่าวลืออยู่แล้วอย่างแน่นอน แต่ทำไมท่านถึงไม่ตามเก็บผลงานของตัวเองนะ" พ่อบ้านชราได้แต่บ่นกับตัวเองเบาๆ แล้วทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1569 LuktanLinda (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 02:48
    แค่แนะนำไอพวกองชาย บอกถึงเสื้อผ้าปาไปครึ่งบท เห้อ
    #1,569
    0
  2. #1537 jasweem (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 13:12
    มีเเผนอะไรรึป่าว
    #1,537
    0
  3. #1479 Gnuh (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 12:55
    ขอบคุณครับ
    #1,479
    0
  4. #1436 kamol1122 (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 00:18
    สนุกดีครับ
    #1,436
    0
  5. #1435 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 22:05
    ขอบคุณครับ
    #1,435
    0
  6. #1433 เอกภพไร้ขอบเขต (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:47
    ก็สาๆอยู่ว่าต้องเป็นฝีมือของกรุ๊ปเอ็งแน่ๆ...
    แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาด
    ดวล 1-1 กันแบบนี้!
    แถมตบเล่นตบทิ้งขว้างขนาดนี้!!!
    นรกเถอะ!!!! 555+
    #1,433
    0
  7. #1432 Kenzama (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:35
    ความแตกต่างของบทสนทนานี่มัน.....
    #1,432
    0
  8. #1431 wit000 (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:00
    ขอบใจจ้า
    #1,431
    0
  9. #1430 phairatw (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 20:54
    ขอบคุณครับ
    #1,430
    0
  10. #1429 phenixdevill (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 20:40
    สนุกๆๆ ครับ ล่า สบายๆๆๆ
    #1,429
    0
  11. #1428 apiwat8766 (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 19:44
    ครรชิตนี่เอง555
    #1,428
    0
  12. #1427 kunasin46 (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 19:41
    ขอบคุณครับ
    #1,427
    0