ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 127 : เบื้องหลังการโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    30 พ.ย. 59

บทที่ 3 : เบื้องหลังการโจมตี




    ในระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวงอเคเซีย นอกจากการเผชิญห้นากับฝูงมรณะสี่กรแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้พบเจออุปสรรค์อื่นๆอีก จนกระทั่งพวกเขาเข้าสู่เขตเมืองหลวงอเคเซีย


    พวกเขาโผล่ออกมาจากถนนที่ตัดผ่านป่าแอสเข้าไป แต่สิ่งที่รอพวกเขาอยู่หน้าทางออกของถนนเส้นนี้ กลับเป็นกลุ่มคนในชุดดำนับร้อยคน พวกมันตั้งแนวโจมตีอยู่บนถนนรวมไปถึงบนต้นไม้อีกด้วย


    แต่ทว่าครรชิตรับรู้ตัวตนของพวกมันตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ด้วยการใช้สัมผัสพิเศษของลมปราณตรวจสอบ ทำการตรวจดูรอบๆตั้งแต่ที่พวกเขาพบกับฝูงสัตว์เวทลิงสี่แขนแล้ว ซึ่งตลอดทางนอกจากสัตว์เวทก็ไม่พบสัญญาณคุกคามจากสิ่งใด


    จนพวกเขาผ่านช่องเขาแห่งหนึ่งในป่าแอส ซึ่งมันมีสัญญาณมนุษย์แอบซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง และตั้งแต่ช่องเขานั้นมาพวกมันก็เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น ก่อนที่จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไปอยู่หน้ารถม้าของเขา มันอยู่ห่างจากพวกเขามากเสียจนปราณตรวจสอบไม่อาจจะตรวจพบ จนเขามาพบสัญญาณของพวกมันอีกครั้งที่ทางออกของป่าแอส


    "เรามีแขกไม่ได้รับเชิญอีกแล้ว" ครรชิตหันไปบอกกับสาวๆ ก่อนที่ตัวเองจะเคาะประตูรถม้าเป็นสัญญาณให้จอดรถ


    สี่สาวทำหน้าตาไม่พอใจปนง่วงงุนออกมา เพราะพวกเธอยังนอนไม่เต็มอิ่มเลยสักคน แต่กลับต้องถูกปลุกขึ้นมาจากการนอนหลับด้วยพวกโจรหรือนี้  แม้ครรชิตจะสามารถจัดการได้อย่างเงียบเฉียบ แต่มันก็ต้องเกิดเสียงดังภายในรถม้าอยู่ดี และตอนนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองสักเท่าไร ให้พวกเธอตื่นก่อนเวลาสักครึ่งชั่วโมงก็คงไม่เป็นปัญหา


    "พวกเจ้าล้างหน้าล้างตากันไปก่อนเลยก็ได้ ข้าขอไปจัดการกับปัญหาสักเล็กน้อย"


    "พ่อบ้านโฮซาเอล เตรียมกระโจมสำหรับชำระร่างกายด้วยนะ เดี๋ยวข้ากลับมา" เขาออกมาจากรถม้า ก่อนจะหันไปพูดกับพ่อบ้านโฮซาเอลที่เป็นผู้ขับรถม้าในตอนกลางคืน ส่วนสารถีตอนนี้กลับนั่งหลับอยู่ข้างๆตรงที่นั่งคนขับ


    "ได้ขอรับนายน้อย" พ่อบ้านโฮซาเอลเพียงยิ้มให้เด็กหนุ่ม ก่อนที่จะลงจากรถม้าแล้วเริ่มตั้งกระโจมที่ข้างทาง


    ครรชิตไม่ได้รอฟังคพพูดของพ่อบ้านแม่แต่น้อย เขาวิ่งด้วยความเร็วสูงและทะยายขึ้นยอดไม้แล้วหลายลับไปเสียอย่างนั้น


    พ่อบ้านโฮซาเอลได้แต่มองภาพนั้นอย่างจนใจ เมื่อเขาตั้งกระโจมเรียบร้อยแล้วเขาก็ปลุกสารถีขึ้นมา แล้วช่วยกันหาฟื้นสำหรับก่อไฟทำอาหารและต้มน้ำสำหรับอาบในตอนเช้า พร้อมกับหาหญ้าเวทย์ที่ขึ้นอยู่แถวนี้เป็นอาหารสำหรับม้าทมิฬไปด้วย


    หญ้าเวทย์นับว่าเป็นพืชที่หาได้ทั่วไป มันมีลักษณะไม่ต่างจากหญ้าปรกติสักเท่าใด มีเพียงแค่พลังมานาที่มันได้สะสมเอาไว้ในใบของพวกมัน เช่นเดียวกับสมุนไพรทั้งหลายที่มีการสะสมของมานาภายในต้น


    แต่ทว่าหญ้าเวทย์นั้นไม่มีสรรพคุณทางยาแม้แต่น้อยจึงไม่ใช้สมุนไพรที่ใช้ทำยา ทำให้มันแทบจะไม่มีค่าอันใดกับผู้ฝึกฝนเลยสักนิด มีเพียงแค่ใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เวทที่กินพืชเพียงเท่านั้น


    "พวกเรากลับกันเถอะ ได้ไม้กับหญ้ามาพอสมควรแล้ว" เสียงนุ่มลึกของพ่อบ้านชราดังขึ้น เรียกให้ชายวัยกลางคนผู้เป็นสารถีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะแบกถุงผ้าขนาดใหญ่ที่ใส่หญ้าไว้เต็มถุงขึ้นบ่าและเดินกลับไปที่กระโจม


    ทั้งสองคนแยกกันทำงานของตัวเองไป พ่อบ้านโฮซาเอลก่อไฟแล้วเริ่มต้มน้ำอุ่นสำหรับอาบ ก่อนที่จะปล่อยให้น้ำค่อยๆมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ในระหว่างนั้นเขาก็เริ่มทำอาหารงานๆเป็นอาหารเช้าของคุณหนูและนายน้อย และยังทำของเขาและคนขับรถม้าอีกด้วย


    ส่วนคนขับรถม้านั้นกำลังให้หญ้ากับม้าทมิฬทั้งสี่ตัว พร้อมกับทำความสะอาดม้าทมิฬไปด้วย


    ทางด้านครรชิตหลังจากเคลื่อนไหวบนต้นไม้ได้สักพัก เขาก็จับสัญญาณของกลุ่มโจรได้อีกครั้งหนึ่ง นั้นทำให้เขาหยุดการเคลื่อนไหวที่ส่งเสียงดัง แล้วใช้การเหินร่างบนยอดไม้อย่างแผ่วเบาด้วยลมปราณ ลอบเข้าไปประชิดกลุ่มโจรอย่างเงียบเฉียบ


    ด้านล่างของเขาเป็นกลุ่มโจรในชุดปกปิดร่างกายและใบหน้าอย่างมิดชิด พวกมันทั้งสามคนได้ซุ่มอยู่ในพุ้มไม้เหนือพื้นดินไม่กี่เมตร ถ้าไม่มีการสังเกตที่ดีก็แทบจะไม่พบร่องรอยของพวกมันเลยสักคน แต่สำหรับครรชิตที่มีพลังลมปราณคอยตรวจสอบโดยรอบให้ ไม่มีอะไรที่หลุดรอดการตรวจสอบของเขาไปได้


    เขาจ้องมองพวกมันเหมือนกับแมวจ้องตระคลุบหนูเลยทีเดียว และเขายังไม่เปิดเผยร่องรอยและพลังให้พวกมันจับได้ เพื่อรอโอกาศโจมตีที่ดีที่สุดอยู่


    "นี้หมายเลยเก้าสิบเอ็ด ทำไมพวกเราต้องมาเฝ้าโจรตีเจ้าเด็กหนุ่มตระกูลแอสลาสนี้ด้วยละ มันเป็นเพียงเด็กหนุ่มจากตระกูลรองเองนะ ไม่เห็นจะมีผลกับอำนาจของนายท่านเสียหน่อย" หนึ่งในคนชุดดำพูดขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับเสียงแมลงกระพือปีก


    "ข้าไม่รู้หรอก พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น อยากรู้เจ้าก็ไปถามหมายเลขหนึ่งสิ มาถ้าข้าทำไมหมายเลขเก้าสิบสาม" เสียงหญิงสาวที่แผ่วเบาเช่นกันได้ตอบกลับ พร้อมกับเลิกสนใจในหมายเลขเก้าสิบเอ็ดที่ตอนนี้กำลังหันไปยังคนชุดดำอีกคนหนึ่ง


    มันมองไปที่หมายเลขเก้าสิบสาม ก่อนจะส่งสัญญาณว่าให้เงียบ แล้วมันก็เลิกสนใจหมายเลขเก้าสิบสามไป แล้วอ่านหนังสือในมือต่อไปอย่างเงียบสงบ


    "ชิ! เจ้าหมายเลขแอดสิบเก้าไม่เห็นต้องทำท่าทางเช่นนั้นเลยนี้" มันสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มทำสีหน้าครุ่นคิดและกลับไปนิ่งเงียบตามเดิม


    ครรชิตที่แอบฟังพวกมันอยู่อย่างลับๆได้เคลื่อนตัวไปยังกิ่งไม้ของต้นข้างเคียง แล้วค่อยๆเข้าใกล้กลุ่มโจรอีกกลุ่มที่นั่งเฝ้ารถม้าของครรชิตที่ต้นไม้นี้ กลุ่มนี้มีความแข็งแกร่งโดยรวมมากกว่ากลุ่มก่อนหน้าเล็กน้อย


    กลุ่มนี้กลับไม่มีการพูดคุยและการเคลื่อนไหวอันใด มีเพียงการจ้องมองแน่วแน่ไปยังถนนภายในป่าเท่านั้น ทำให้ครรชิตรอสักพักแล้วเคลื่อนย้ายไปตามต้นไม้ต้นอื่นรอบๆนี้


    ทุกครั้งที่เขาจะไปยังต้นไม้ต้นอื่น เขาไม่ลืมที่จะใช้นิ้วแฝงพลังมานาลากวงเวทย์ไว้บนต้นไม้ พร้อมสำหรับการกระตุ้นเมื่อเขาต้องการในทันที


    ยิ่งเขาตรวจสอบจำนวนผู้ที่เฝ้าดูตามต้นไม้นานเท่าใด เขาก็พบว่าพวกมันมีตั้งแต่ผู้ฝึกฝนขั้นสูงไปจนถึงผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นสูงเลยทีเดียว โดยพวกมันแบ่งระดับขององค์กรด้วยหมายเลขประจำตัว ยิ่งตัวเลขน้อยยิ่งมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก


    คนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดคงเป็นหมายเลขหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันกำลังยืนรอรถม้าของเขาที่ชายป่า พร้อมด้วยกองกำลังพวกหมายเลขเดี่ยวและเลขหมายไม่เกินยี่สิบทั้งหมด ทุกคนต่างยืนรออย่างมีระเบียบและเป็นค่ายกลอย่างหนึ่ง


    องค์กรของพวกมันมีชื่อเรียกว่า'ร้อยทมิฬ' เป็นหนึ่งในกลุ่มกิลด์ทหารรับจ้างที่เรียกตัวเองว่า'สมาพันธ์เก้าทมิฬ' มันเป็นกลุ่มกิลด์ที่รวบรวมกิลโืที่ลงท้ายชื่อด้วยทมิฬทั้งเก้าไว้ด้วยกัน ทุกกิลด์ต่างมีอิสระในการรับงานใดๆก็ได้ โดยมีการประชุมกันทุกเดือนเพื่อดูแลความเป็นไปของแต่ละกิลด์


    ทั้งเก้ากิลประกอบไปด้วย ใจทมิฬ โลหิตทมิฬ วิชชุทมิฬ เงาทมิฬ ร้อยทมิฬ เพลิงทมิฬ เนตรทมิฬ กระดูกทมิฬและเงินทมิฬ พวกมันมีความโดดเด่นในแต่ละด้านไม่เหมือนกัน


    เช่น กิลด์เงาทมิฬที่ชายหนุ่มได้ถล่มหนึ่งในสาขาของพวกมันไปเมื่อนานมาแล้ว พวกมันเป็นกิลด์ที่เน้นการล่าค่าหัวและปล้นชิงเงินรางวัลต่างๆ หรือกิลด์ร้อยทมิฬที่เน้นทางด้านการปล้นขบวนสินค้าและดักฆ่ากลุ่มคนขนาดใหญ่ เป็นต้น


    มันมีขุนนางหลายคนที่ให้การสนับสนุนกลุ่มสมาหันธ์เก้าทมิฬ ทำให้กลุ่มกิลด์นี้แทบจะไม่เคยถูกทำลายลงไปได้สักกิลด์ และยังรอดพ้นการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเสมอมา


    แต่ทว่าเมื่อสามปีที่แล้ว ข้อมูลของกิลด์เงาทมิฬรั่วไหลออกไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ให้การสนับสนุนกิลด์นี้อย่างลับๆก็ถูกสอบสวนและตัดสินโทษอย่างหนัก จนทำให้กิลด์นั้นอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ถึงกับล้มสลายไปเสียหมดในคราวเดียว


    พวกมันใช้เวลาไม่นานก็ฟื้นตัวมาได้อีกครั้ง และการบริหารจัดการของกิลด์ก็ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก จนแทบจะไม่มีร่องรอยของพวกมันหลังจากเสร็จงานอีกต่อไปแล้ว


    กิลด์ร้อยทิมฬที่มาดักโจมตีเขาเป็นกิลด์ที่เล้กที่สุดในสมาพันธฺเก้าทมิฬ เพราะสมาชิกมีเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น แต่ทว่ากลับเป็นกลุ่มที่ทำงานประสานกันได้น่ากลัวที่สุด


    ทุกครั้งที่พวกมันลงมือจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและหมดจด จนไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับการปล้นในครั้งนั้น หลักฐานและสถานที่ถูกเคลียอย่างรวดเร็วกว่าที่เจ้าหน้าที่และทหารจะมาถึงทุกอย่างก็อันตรธานหายไปแล้ว


    "หมายเลขหนึ่ง ข้าว่ามันผิดปรกติแล้วนะ ตามที่พวกเราคาดการตอนนี้พวกมันควรจะมาถึงทางโค้งข้างหน้าได้แล้ว" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นที่ด้านล่างของต้นไม้ที่ครรชิตอยู่


    "รอก่อนอาจจะคลาดเคลื่อนก็ได้ใจเย็นๆหมายเลยสี่" เสียงทุ้มหนักแน่นของหมายเลขหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่มันจะโบกมือไปยังหญิงสาวในชุดคลุมสีดำ


    พวกมันทั้งคู่กระซิบกระซาบกันเบาๆ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งเหมือนเดิม โดยไม่มีหลุดรอดจากประสาทหูของครรชิตไปได้


    'ส่งหน่วยหมายเลขสี่สิบสามไป ตรวจดูความเคลื่อนไหวของรถม้าคันนั้นที่ด้านหน้า กลับมารายงานในห้านาที'


    'ได้ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป จะรออยู่ที่นี้หรือจะเคลื่อนกองกำลังตามไปเลย' เธอกระซิบตอบ ก่อนจะพยักหน้าเมื่อได้รับฟังคำพูดต่อไป


    'ไม่ต้อง รออยู่ที่นี้ก็พอ เราเลือกที่นี้ที่ไม่มีทางหนีได้อย่างยากลำบาก เราจะไม่เสี่ยงให้แผนผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว' สิ้นเสียงพูดคุยของทั้งสองคน ครรชิตได้ทะยานตัวออกจากบริเวณนั้นอย่างเงียบเฉียบ


    เขาพุ่งตัวด้วยความเร็วสูงไปดักหน้ากลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนที่ไปตามแนวป่า ขนานไปเส้นทางถนนขนส่งอย่างใกล้ชิด โดยไม่รู้ตัวว่ามัจจุราชได้ไปรอพวกมันอยู่ก่อนแล้ว


    "ระวัง!..." ยังไม่ทันสิ้นคำพูดดี พวกมันทั้งสามคนก็ถูกเถาวัลย์และต้นไม้ยึดร่างเอาไว้กับต้นไม้เสียแล้ว


    พวกมันถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลือกไม้และกิ่งไม้อย่างหนาแน่น ทำให้พวกมันไม่อาจจะดิ้นหลุดไปได้ เช่นเดียวกับปากที่ถูกปิดด้วยเถาวัลย์จนไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาสักแอ๊ะ


    "เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยล่ะ" ครรชิตที่ค่อยๆโผล่ออกมาจากเงามืดของต้นไม้ ยิ้มอย่างยินดีไปทางโจรทั้งสามคนที่ถูกจับอยู่ในขณะนี้


    เมื่อกลุ่มสำรวจกลุ่มแรกไม่กลับเป็นเกือบสิบนาที หัวหน้ากลุ่มร้อยทมิฬเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสถานการณ์ในครั้งนี้


    "เตรียมตัวให้พร้อม กลุ่มสี่สิบสามน่าจะตายไปหมดแล้ว เราจะออกเดินทางไปล้างแค้นให้พี่น้องเรา" สิ้นเสียงของหมายเลขหนึ่ง จิตสังหารจากผู้คนเกือบร้อยคนก็ทะลักออกมา จนสัตว์เวทและสัตว์ป่าวิ่งเผ่นหนีกันกระเจิง


    ด้วยความสามารถในการรับรู้ที่สุดยอด ครรชิตสัมผัสได้ถึงจิตสังหารตั้งแต่ไกลแล้ว และเขาก็ได้สั่งให้วงเวทย์ทั้งหมดทำงานพร้อมกันในครั้งเดียว


    "คลาย!" สิ้นเสียงที่แผ่วเบาของเขา พลังมานาที่กักเก็บเอาไว้ในวงเวทย์ก็ไหลเข้าสู่วงจรเวทย์ในทันที


    ต้นไม้นับสิบต้นที่พวกมันเคยอยู่กลับกลายเป็นปรฏักษ์ในเสี้ยววินาที ต้นไม้ทุกต้นในบริเวณนั้นพลันงอกกิ่งไม้และลำต้นออกมารัดพันพวกที่ซุ่มอยู่บนต้นไม้ ส่วนด้านล่างก็เต็มไปด้วยรากที่พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมา พวกมันมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มร้อยทมิฬทั้งสิ้น


    "ย๊าก!" เสียงตะโกนของชายคนหนึ่งในกลุ่มเลขเดี่ยว พื้นดินรอบข้างของเขาเกิดการยุบตัวและบดขยี้รากไม้รอบๆจนสิ้น


    ไม่ใช่เพียงชายคนนี้เท่านั้น พวกที่เป็นเลขเดี่ยวทั้งหมดต่างใช้พลังของตัวเองทำลายรากไม้และกิ่งไม้โดยรอบจนสิ้น แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจจะเข้าไปช่วยเหลือสมาชิกในกิลด์คนอื่นๆได้ เพราะยิ่งใกล้ต้นไม้มากเท่าใดการโจมตียิ่งมากขึ้นเท่านั้น


    ถึงแม้ต้นไม้พวกนี้จะไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่มันก็ชดเชยด้วยความรวดเร็วและจำนวนของกิ่งก้านและรากของพวกมัน ทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างไม่สิ้นสุดจนกว่าจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหมดพลังไปก่อน


    สำหรับต้นไม้พวกนี้แหล่งพลังมานาของพวกมันอยู่ที่วงเวทย์ ที่มีการบรรจุพลังเอาไว้มากพอจะคงสภาพวงจรเวทย์ได้นานนับวัน ส่วนทางด้านยอดฝีมือทั้งเก้าคนรวมกับผู้เก่งฉกาจอีกนับสิบ พวกมันมีพลังมานาจากร่างกายของพวกมันซึ่งคงอยู่ได้ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ ถ้าต้องโจมตีและป้องกันตัวเองอย่างนี้ต่อไป


    "ถอยกำลัง!" เสียงตะโกนดังออกมาจากปากหมายเลขหนึ่ง พวกเขาไม่อาจจะช่วยพวกพี่น้องที่เหลือได้ แต่การรักษาชีวิตของพวกเขาไว้ก็มีโอกาศกลับมาแก้แค้นได้ในอนาคต พวกเขาจึงเลือกเส้นทางนี้อย่างไม่ลังเลใจเลยสักนิด


    "จะรีบไปไหนกัน เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะ" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดังออกมาจากพื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ โดยที่พวกมันไม่ทันรู้ตัวบางสิ่งก็กักขังพวกมันอยู่ในโดมแก้วสีดำเสียแล้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1535 jasweem (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 12:44
    ขอบคุณครับ
    #1,535
    0
  2. #1477 Gnuh (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 12:34
    ขอบคุณครับ
    #1,477
    0
  3. #1426 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 01:57
    ขอบคุณครับ
    #1,426
    0
  4. #1420 MojRiSad (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 00:59
    กะลังจะเข้าบทสงคราม ผู้ถูกเลือกแล้วสิน้า น่าลุ้น
    #1,420
    0
  5. #1418 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 20:39
    ขอบคุณค่ะ กำลังสนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อยแล้ว ลุ้นๆๆต่อไปค่ะ
    #1,418
    0
  6. #1414 kamol1122 (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 19:59
    สนุกมากครับ
    #1,414
    0
  7. #1411 phairatw (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 18:42
    ขอบคุณครับ
    #1,411
    0