ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 126 : ฝูงมรณะสี่กร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    29 พ.ย. 59

บทที่ 3 : ฝูงมรณะสี่กร




    พวกเขาใช้เวลาเกือบทั้งวันในมิติส่วนตัวของครรชิต ทั้งการตกแต่งและออกแบบบ้านพักของสามสาว เพราะมิติส่วนตัวนั้นขยายไปจนมีพื้นที่เป็นสิบตารางกิโลเมตรแล้ว


    ด้วยคะแนนโคลอสเซียมที่มากมายจนใช้ไม่หมด เขาจึงแลกพวกมันส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร โดยใช้แต้มไปครั้งละหนึ่งพันซึ่งเป็นราคาครึ่งหนึ่งของราคามิติเลยทีเดียว


    หลังจากขยายนับสิบครั้ง ในที่สุดมิติแห่งนี้ก็มีขนาดเท่าเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งเสียแล้ว จุดศูนย์กลางก็ยังคงเป็นบ้านพักและสวนของเขา ที่มีมาพร้อมกับมิติในตอนแรกเริ่ม


    การขยายของมิติเป็นการขยายพื้นที่รอบข้างออกไปที่ละอัน โดยขยายออกไปเป็นวงกลมรอบพื้นที่บ้านหลังนี้ จนในตอนนี้มีพื้นที่อยู่รอบบ้านขยายไปทุกทิศทางในระยะหนึ่งกิโลเมตร


    พวกเขายังคงใช้พื้นที่ตรงกลางใการสร้างที่อยู่อาศัยของสามสาว โดยสร้างแยกออกจากบ้านหลังไม่กี่สิบเมตร ด้วยการสร้างให้กลมกลืนไปกับบ้านพักของครรชิตและสภาพแวดล้อมรอบข้าง


    การสร้างครรชิตใช้เวทย์ธาตุดินสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเสาบ้าน ทำพื้นที่ให้เรียบและแข็งแรง แม้กระทั้งการเตรียมดินสำหรับขยายพื้นที่ต้นไม้รอบบ้าน มีเมย์เป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุไม้เร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ พร้อมกับสร้างส่วนพื้นบ้าน ผนังและของตกแต่งภายในอย่างง่ายๆ


    สองสาวใช้เวทย์ธาตุลมในการขนย้ายพวกต้นไม้และดอกไม้ลงแปลงปลูก ก่อนที่จะย้ายไปขนพวกเครื่องเรือนให้เข้าที่เข้าทาง ส่วนลูน่าเริ่มใช้เวทย์ธาตุน้ำในการรดน้ำต้นไม้ระหว่างที่เมย์เร่งการเจริญเติบโตของพวกมัน


    ส่วนครรชิตที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานเสร็จแล้ว ก็รอจนตัวบ้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่างพออยู่อาศัยได้แล้ว เพื่อที่จะได้เข้าไปสร้างวงเวทย์และจารึกเวทย์ประจำวันต่างๆ โดยใช้ทั้งการจารึกเวทย์และใช้สัญญาเปล่ากับวงเวทย์ที่เฉพาะเจาะจง เช่น พวกเวทย์ปรับอากาศภายในบ้านให้เย็นสบาย เป็นต้น


    การใช้พันธะสัญญาของอาณาจักรอเคเซียที่นี้ได้ มันร้างความตกตะลึงแก่ครรชิตพอสมควรในครั้งแรกที่เขาสังเกตถึงมัน เพราะมันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะทำให้มันทำงาน ถ้าขาดสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของพันธะสัญญาหรือก็คือคริสตัลเมืองที่มีเจตจำนงของท่านอเคเซียอยู่


    แต่เขาก็หายสงสัยในเวลาไม่นาน เพราะที่แห่งนี้ก็คล้ายกับถูกสร้างมาจากเทคโทโลยีแบบเดียวกับการสร้างคริสัตลเมือง ซึ่งไม่มีใครรู้หลักการทำงานของมันหรือแม้แต่ประวัติความเป็นมาก็ไม่ทราบมีเพียงบันทึกเก่าแก่ว่าพวกมันถูกสร้างจากผู้ยิ่งใหญ่ในโบราณกาล


    และเมืองโคลอสเซียมเองก็ถูกสร้างขึ้นมาแบบเดียวกัน แต่ที่นี้คริสตัลเมืองกลับเป็นตัวเมืองเองเสียอย่างนั้น และมันยังมีสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออีกร้อยแปอดพันอย่าง


    อย่างเช่นการสร้างมิติส่วนตัวเช่นนี้ ระบบคะแนนที่ทำงานได้เอง ตั้งแต่เอาพวกของภารกิจไปทำอะไรบ้างอย่าง แล้วเอาของรางวัลมาให้เป็นการตอบแทน ซึ่งทั้งหมดถูกทำผ้าแผ่นกระดาษเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น และอีกหลายอย่างที่ครรชิตยังไม่ทราบ


    หลังจากพวกเขาจัดการสร้างบ้านและตกแต่งโดยรอบเรียบร้อยแล้ว มันก็เป็นเวลาเกือบจะค่ำมืดเสียแล้ว พวกเขาจึงออกจากมิติส่วนตัวไป


    เมื่ออยู่บนเมืองโคลอสเซียมทะเลทราย ครรชิตก็พาสามสาวไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกใหม่เช่นเดียวกับเมย์เมื่อครั้งอดีต


    สามสาวรู้ถึงการคงอยู่ของพวกครึ่งมนุษย์แล้ว เช่นเดียวกับที่รู้แล้วว่าเมย์เป็นครั่งมนุษย์เช่นกัน พวกเธอในตอนแรกก็ประหลาดใจกับเรื่องพวกนี้ ก่อนที่เปลี่ยนเป็นดีใจแทนเสียอย่างงั้น แล้วเริ่มถามคำถามกับเมย์มากขึ้นเสียจนไม่ได้ทำอะไรเลย


    "สวัสดีลุงเมส ท่านช่วยลงทะเบียนให้พวกเธอได้ไหม" เขาพูดด้วยเสียงดังมากพอจะกลบเสียงพายุทรายที่กำลังก่อตัวนี้ไป


    ในตอนที่พวกเขาออกมาจากมิติส่วนตัว มันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เมืองโคลอสเซียมทะเลทรายกำลังเผชิญกับการก่อตัวของพายุทะเลทรายพอดี ทำให้เขาต้องรีบเร่งสักเล็กน้อยสำหรับการลงทะเบียนนี้


    "ไม่พบกันเสียนาน พวกเราคุยด้วยภาษาเวทย์ดีกว่า ข้าไม่อยากกินทรายเสียก่อน" มนุษย์กิ้งก่าที่ดูสูงวัยหรือที่พวกเขาเรียกมันว่าลุงเมส ได้พูดด้วยเสียงที่ดังพอจะได้ยินกันสองคน แล้วเปลี่ยนไปเป็นเงียบสนิทแทน


    ด้วยคำพูดของเมสทำให้ครรชิตต้องสอนสามสาวถึงการใช้เวทย์ภาษาเวทย์ ก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเสียงของเมสในหัวอีกครั้ง


    'ลงทะเบียนให้แม่หนูทั้งสามคนนี้รึ ไม่เลวๆ พลังมากพอจะล่าที่ชั้นนี้ได้อย่างสบายๆ แต่ชั้นที่สูงกว่าคงเป็นไปไม่ได้' เสียงของเมสดังขึ้นในหัว เช่นเดียวกับที่ดวงตาของชายสูงอายุสอดส่องไปยังสามสาว ซึ่งตาของมันเรืองแสงเล็กน้อยซึ่งแสดงให้เห็นว่ากำลังใช้เวทย์ตรวจสอบของมันอยู่


    'รับไปแล้วถ่านพลังมานาลงไปเล็กน้อย แล้วส่งคืนมาให้ข้าด้วย' เมสยื่นแผ่นโลหะไปให้ทั้งสามคน ก่อนที่จะยืนรอเงียบๆ


    เมื่อสามสาวอัดพลังมานาลงไป แผ่นโลหะก็โชว์ข้อมูลคราวๆให้เจ้าตัวได้เห็น ซึ่งทุกคนก็อ่านมันอย่างสนใจก่อนจะส่งมันคืนให้เมสไป


    'เอาล่ะการลงทะเบียนเสร็จสิ้น ภารกิจต่างๆก้ฟังจากเจ้าครรชิตและแม่หนูเมย์ก็แล้วกัน ข้าคงต้องหาที่หลบพายุนี้ก่อนล่ะ พวกเจ้าก็ควรจะหาที่หลบเช่นกัน อ้อ แล้วอย่างนินทาใครในระหว่างใช้ภาษาเวทย์ด้วย เพราะถ้าไม่ระวังจะมีคนดักฟังได้นะแม่หนูทั้งหลาย' เมสขยิบตาให้สามสาวหลังจากยื่นส่งด็อกแท็กไปให้ ก่อนที่จะหลบหายเข้าไปในส่วนหนึ่งของโคลอสเซียมขนาดยักษ์


    "พวกเราก็ไปกันเถอะ" สิ้นเสียงครรชิตก็กางม้วนกระดาษขนาดใหญ่ออกมา มันเริ่มเรืองแสงกลายเป็นวงเวทย์เคลื่อนย้ายเฉพาะที่ขึ้นมา


    "ค่ะ/เจ้าค่ะ" สาวๆพูดพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะเดินไปอยู่บนวงเวทย์เช่นเดียวกับชายหนุ่ม แล้วพวกเขาก็หายตัวไปจากพื้นทรายแห่งนี้ เหลือไว้เพียงพายุทรายที่กำลังถล่มเมืองโคลอสเซียอย่างรุนแรง


    พวกเขามาโผล่ที่บ้านหลังเดิมในพื้นที่ห่างไกลของอาณาจักรอเคเซีย เมื่อพวกเขาออกมาจากห้องลับด้านนอกก็มืดมิดเสียแล้ว นั้นทำให้พวกเขารู้สึกหิวกันเล็กน้อย


    "พ่อบ้านโฮซาเอล พวกเราจะพักกันที่นี้สักคืนหนึ่ง พวกท่านก็ไปพักที่เรือนรับรองด้านหลังเถอะ" เป็นครรชิตที่เดินออกไปบอกกล่าวกับพ่อบ้านชรา ผู้ที่รอเขาอยู่ที่ชานบ้านตั้งแต่เช้า


    "ได้ขอรับนายน้อย ไม่ทราบว่าต้องให้ให้ทำอาหารให้หรือไม่ขอรับ" พ่อบ้านยิ้มอย่างไม่ใช่ใจ ถึงแม้เขาจะต้องรอนานทั้งวันก็ตาม แต่ในใจกลับมีแต่ความเป็นห่วงกลุ่มเด็กหมุ่นสาวตรงหน้าเท่านั้น


    "ไม่ต้องหรอก พวกเจ้าทำกินกันเองเถอะ มีลูน่าคอยจัดการเรื่องพวกนั้นให้กับพวกเราแล้ว ข้าขอตัวก่อนแล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้า" เขาเดินกลับเข้าบ้านไป โดยมีพ่อบ้านชราส่งอยู่ที่หน้าบ้าน


    เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาได้ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า เพื่อที่ว่าในตอนเช้าของวันถัดไปจะถึงเมืองหลวงอเคเซีย ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดิน โดยไม่ต้องเผชิญกับสัตว์เวทดุร้าย เพราะยิ่งใกล้เมืองใหญ่ยิ่งมีสัตว์เวทระดับกลางอยู่น้อยลงเท่านั้น


    ตลอดทั้งเช้าพวกเขาเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนอย่างสะดวกสบาย ไม่มีการพบเจอกับสัตว์เวทแม้แต่น้อย จะมีก็เพียงพวกสัตว์เวทระดับหนึ่งไม่กี่ตัวที่อยู่ตามข้างทาง พวกมันไม่มีพิษมีภัยอะไรเพราะส่วนมากเป็นสัตว์กินพืช


    "พวกเจ้าว่าข้าจะซื้อพวกเมล็ดพันธุ์สมุนไพรและพืชผล สำหรับลองไปปลูกในมิติส่วนตัวดีหรือไม่ ถึงแม้เราจะต้องใช้ศิลาจิตอสูรอีกมากสำหรับเตรียมดิน แต่มันก็น่าจะคุ้มค่ากับการทำอยู่นะ" ครรชิตเอ่ยถามความเห็นของทุกคนในรถม้า เพราะพื้นที่มากมายในมิติส่วนตัวทั้งหมดยังเป็นพื้นดินโล่งๆ


    "ก็ดีนะค่ะพี่จูเนียร์ ข้าจะได้เอาดอกไม้สวยๆไปปลูกด้วย" ลิลลี่พูดขึ้นเป็นคนแรกและเป็นเพียงคนเดียวที่พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนคนอื่นๆพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ เพราะยังไม่หายจากอาการงัวเงียหลังจากนอนไม่พอ เนื่องจากเกิดอาการนอนไม่หลับด้วยเรื่องราวตื่นเต้นที่หนักหนาเกินไป


    หลังจากนั้นสักพักก็มีเมย์ที่มาร่วมวงสนทนานี้อีกคนหนึ่ง ส่วนโรสแมรี่ก็มองดูอย่างมึนๆกับขำในบ้างความคิดเห็นของนางสาวเธอ และลูน่าที่ยังคงหลับอย่างสบายอยู่ในที่นอนบนรถม้า


    "ระวัง!" เสียงตะโกนของพ่อบ้ายโฮซาเอล ทำให้ครรชิตที่กำลังลอบจับสัมผัสสัตว์เวทรอบข้าง ทำให้เขาได้รับการยืนยันว่ามีสัตว์เวทซ่อนตัวอยู่รอบข้างจริงๆ เขาได้แตะที่ไปรถม้าก่อนที่รถม้าและม้าทมิฬจะถูกโดมกระจกสีน้ำตาลคลุมทับเอาไว้


    ตึบ! ตึบ! ตึบ!...


    เสียงของหนักกระแทกใส่โดมกระจกอย่างต่อเนื่อง และมีบางครั้งที่แฉลบลงพื้นจนเกิดเสียงระเบิดอย่างดัง และยังทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งไปทั่วทุกพื้นที่ จนรอบข้างไม่มีอะไรที่สามารถมองเห็นได้นอกจากเศษฝุ่นทั่วทุกสารทิศ


    เสียงรอบข้างพลันกลายเป็นเงียบสงัด มีเพียงเสียงใบไม้สั่นไหวและเสียงลมพักที่พอจะได้ยินอยู่บ้าง จนกระทั่งมีเสียงแปลกๆดังขึ้นรอบทิศทาง


    เจี๊ยก! เจี๊ยก! เจี๊ยก!


    ฝูงลิงสี่แขนหรือที่พวกนักผจญภัยมักเรียกพวกมันว่า'มรณะสี่กร' พวกมันกลุ่มใหญ่ราวหกสิบตัวเห็นจะได้ พวกมันได้เข้าล้อมรถม้าเอาไว้ทุกทิศทาง


    มรณะสี่กรเป็นลิงเหมือนลิงไร้หางที่มีร่างกายสูงใหญ่พอๆกับมนุษย์ พวกมันยังมีความคล่องแคล่วในการปีนป่ายต้นไม้ แม้จะไม่มีหางยาวสำหรับทรงตัวบนที่สูง แต่มันมีแขนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคู่สำหรับการยึดเกาะและห้อยโหนไปตามต้นไม้


    พวกมันมีการเรียนรู้ที่สูงมากพอสมควร มันสามารถใช้อาวุธอย่างง่ายๆเช่นพวกก้อนหินและท่อนไม้ มันใช้ทั้งการขว้างและทุบตีเป้าหมายเป็นกลุ่มอีกด้วย ทำให้พวกมันมีความอันตรายมากกว่าระดับของพวกมันเสียอีก


    ฝูงมรณะสี่กรที่ล้อมรถม้าอยู่เป็นสัตว์เวทระดับสองเป็นส่วนใหญ่ และมีระดับสามอีกหลายสิบตัวรวมทั้งระดับสี่ที่เป็นหัวหน้าฝูงอีกตัวหนึ่ง นั้นทำให้ความอันตรายของฝูงมรณะสี่กรกลุ่มนี้นับว่าเป็นสัตว์เวทระดับหกเลยทีเดียว


    "อย่าออกไปต่อสู้! ขับฝ่าพวกมันไปเลยพ่อบ้านโฮซาเอล เดี๋ยวข้าจัดการพวกมันเอง" ครรชิตตะโกนออกมาจากรถม้า ซึ่งพ่อบ้านชราและสารถีตอบรับคำสั่งในทันที


    รถม้าพุ่งเข้าใส่กำแพงลิงที่ข้างอยู่ด้านหน้าอย่างแรง พวกมันถูกโดมกระจกที่เคลื่อนที่ตามรถม้าไปด้วยกระแทกจนกระเด็นไปพ้นทาง เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้รถม้าเคลื่อนตัวผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา


    ทว่าฝูงลิงกลับไม่ยอมเลิกลา หลังจากฝ่าวงล้อมของพวกมันออกมาได้สักพัก พวกเขาก็ถูกโจมตีจากขนต้นไม้อีกครั้ง ด้วยท่อนซุงและก้อนหินที่ถูกเหวี่ยงกระแทกกับบาเรียจนรถม้าสั่นสะเทือนไปหมด


    "เจ้าพวกนี้!" ครรชิตพูดเสียงต่ำ ก่อนจะเริ่มร่ายเวทย์ออกมาอย่างรวดเร็ว


    ที่้ด้านนอกรถม้าเกิดเป็นก้อนพลังเวทย์สีน้ำตาลขนาดใหญ่ขึ้น มันเริ่มถักทอออกมาเป็นวงจรเวทย์ขนาดใหญ่ ครอบคุมพื้นที่เกือบห้าร้อยเมตรรอบๆรถม้า มันเกิดผลกระทบหลายอย่างตั้งแต่ที่มันปรากฏขึ้นเหนือรถม้า


    อย่างแรกที่เกิดคือฝูงมรณะสี่กรถูกกักเอาไว้ด้วยบ้านเรียสีน้ำตาล ซึ่งมันครอบคลุมถึงระยะที่วงจรเวทย์แผ่ขยายไปถึง สองคือบาเรียของรถม้ามันกลายเป็นกระจกทึบเสียทั้งหมด


    ในขณะที่วงเวทย์เริ่มขยับหมุนวนไปอย่างช้าๆ แรงโน้มถ่วงของพื้นดินก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเขาก็ได้ยินเสียงแตกหักของต้นไม้ รวมทั้งเสียงแผ่นดินยุบลงไปหลายสิบเซนติเมตร มันกินวงกว้างเกือบห้าร้อยเมตร


    แรงบดขยี้นี้ทำให้ต้นไม้และทุกสิ่งในระยะห้าร้อยเมตรนี้กลายเป็นเศษซากที่ถูกอัดติดกับพื้นดิน นั้นรวมไปถึงเศษซากของมรณะสี่กรนับร้อยตัวที่ตายไปในทันที หลงเหลือเพียงพวกระดับสามและสี่ที่สามารถทดแรงโน้มถ่วงเกือบสองเท่านี้ได้


    "ตายยากจริงนะไอ้พวกนี้" เขาบ่นออกมาเบาๆ การที่พวกมันไม่ตายก็เพราะมหาเวทย์บทนี้มีอาณาเขตกว้างเกินไป จนทำให้ความเสียหายมันกระจายเป็นวงกว้าง ไม่ใช้การสร้างความเสียหายในบริเวณเดียวซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า


    "ลองเจอนี้หน่อยเป็นไง ข้าเพิ่งเอามาใช้ครั้งแรกเลยนะ" ครรชิตที่ไม่รู้ว่าออกมาจากรถม้าเมื่อไร เขาได้ขึ้นไปยืนบนหลังคารถม้า พร้อมเล็งกระบอกไฟปะทุไปทางพวกมัน ก่อนที่เขาจะกระตุ้นการทำงานของมัน


    ลำแสงสีเหลืองสีปะทุออกจากปากกระบอกไฟปะทุ มันพุ่งตรงไปยังมรณะสี่กรตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อนเกือบสองเท่า ลำแสงได้พุ่งเข้ากระทบที่กลางลำตัวของมันก่อนจะเกิดการระเบิดของพลังมานาจำนวนมหาศาล จนทำให้เกิดกลุ่มควันรูปดอกเห็ดขึ้นสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตร


    หลังจากการระเบิดครั้งแรกไม่นาน กลุ่มควันรูปดอกเห็ดอีกนับสิบลูกก็ลอยขึ้นบนทองฟ้า จนเกิดเป็นภาพกลุ่มดอกเห็ดเบ่งบานบนท้องฟ้า พร้อมกับกลุ่มควันจากการเผาไหม้แผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่หลายสิบตารางกิโลเมตร


    บนพื้นดินความเสียหายแทบจะไม่ต่างจากที่เห็นได้เหมือนบนท้องฟ้า พื้นดินยุบลงไปเกือบเมตรในบริเวณที่เกิดการต่อสู้ ในพื้นดินที่ยุบลงไปมีเศษซากของสิ่งต่างๆทับถมกันอยู่อย่างหนาแน่น จนพื้นที่ยุบไปมีเพียงสิบกว่าเซนติเมตรรับรู้ได้ เพราะมันถูกถมด้วยเศษซากเหล่านี้จนเกือบหมด


    "เดินทางกันต่อเถอะครับ" ครรชิตพูดด้วยน้ำเสียงสดใสหลังจากเพิ่งล้างบ้างฝูงมรณะสี่กรกลุ่มใหญ่ไปเมื่อสักครู่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1534 jasweem (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 12:25
    ขอบคุณครับ
    #1,534
    0
  2. #1419 MojRiSad (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 00:55
    เอะ ไม่เก็บ ศิลาเวทหรอ
    #1,419
    0
  3. #1407 Gnuh (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 14:51
    ขอบคุณครับ
    #1,407
    0
  4. #1406 Kuuchamp149 (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 11:45
    ว้าว...อัพเกรด มีปืนครกละ
    #1,406
    0
  5. #1405 neschan (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 09:47
    จัดการได้ง่ายมาก
    เก่งจริงๆ
    #1,405
    0
  6. #1404 kamol1122 (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 08:54
    สนุกดีครับ
    #1,404
    0
  7. #1403 phairatw (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 08:19
    ขอบคุณครับ
    #1,403
    0
  8. #1401 Arkangelix (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 02:07
    สนุกมาก  ขอบคุณครับ
    #1,401
    0