ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 124 : พิธีจบการศึกษา (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    27 พ.ย. 59

บทที่ 3 : พิธีจบการศึกษา (3)




    การสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมทั่วสนามประลอง มันไม่ได้เรียกเพียงความสนใจจากบรรดาผู้ชมเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพวกขุนนางที่มาเฟ้นหากองกำลังสำหรับตนเองอีกด้วย


    แม้จะมีหลายกลุ่มที่ให้ความสนใจกับลิลลี่ แต่เมื่อทราบว่าเธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ทำให้การแต่งงานเพื่อผูกมัดก็ใช้ไม่ได้ แถมเจ้าหนุ่มคนนั้นก็เป็นถึงลูกขุนนางสายทหารอีกด้วย ทำให้พวกมันคิดที่จะทาบทามและหยั่งเชิงอย่างสันติเพียงเท่านั้น


    การหาเรื่องกับขุนนางที่คุมเมืองชายแดน ไม่ใช่สิ่งที่น่ารื่นรมย์สักเท่าใดนัก เพราะขุนนางสายทหารเช่นนั้นมักจะรักในศักดิ์ศรี และเป็นพวกเถรตรงและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ซึ่งเหมาะสำหรับการเป็นผู้เฝ้าชายแดน ที่ต้องรับมือกับการแทรกซึมของสายลับและการซื้อตัวขุนนางเป็นอย่างยิ่ง


    ในโรงเรียนแห่งนี้มีลูกขุนนางอยู่หลายร้อยคน พวกเขาได้รับภารกิจหลักคือการสร้างความมั่งคั่งของตระกูล ด้วยวิชาและความรู้ในการบริหารธุกิจประเภทต่างๆ ซึ่งส่วนมากลูกขุนนางที่เข้าเรียนที่นี้จะเป็นเพียงลูกคนรอง หรือเป็นลูกที่ไม่มีสิทธิ์ในการสืบทอดมรดกเป็นส่วนมาก


    ทำให้โรงเรียนนี้เต็มไปด้วยลูกขุนนางที่ไม่เก่งด้านใดเลย มีเพียงชื่อเสียงของสายเลือดขุนนางเท่านั้นที่พอจะนับเป็นหน้าตาของพวกมันได้ และพวกมันก็ถูกปฏิบัติในตระกูลไม่ต่างจากลูกพ่อค้า ซึ่งไม่ได้ดูแลมากเท่าลูกที่มีสิทธิ์สืบทอดตระกูล


    ภารกิจรองของพวกมันทั้งชายและหญิง คือการหาคนรักเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าที่มีอำนาจสักหน่อย เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลหรือสร้างเส้นสายสำหรับตระกูล เพื่อนำตระกูลไปสู่อำนาจที่มากขึ้น


    พวกมันสามารถนับได้ว่าเป็นแค่เบี้ยบนกระดานแย่งชิงอำนาจก็เท่านั้น สามารถตัดทิ้งเมื่อไรก็ได้ถ้าไม่มีผลประโยชน์ให้กับตระกูลแล้ว


    ในมุมมองของลูกพ่อค้าทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยความสงสารพวกลูกขุนนางเช่นนี้ เพราะพวกมันแทบจะไม่มีอนาคตเลยแม้แต่คนเดียว ถ้าไม่ถูกใช้เป็นหมากในการสร้างอำนาจ ก็ถูกใช้เป็นแพะรับบาปในเวลาเกิดเรื่องขึ้นในตระกูลเท่านั้น


    ถ้าถามว่าพวกลูกขุนนางในโรงเรียนนี้กับเขา มันก็แทบจะไม่ต่างกันสักเท่าใดนัก ถ้าเขาเป็นเพียงเด็กชายที่ชื่อบิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาสคนเดิม เขาคงมีอนาคตไม่ต่างจากพวกมันสักเท่าใด แต่คงจะดีกว่าเล็กน้อยตรงที่สามารถออกจากตระกูลได้ ถึงแม้มันจะไม่ใช้การตัดขาดความสัมพันธ์แบบถาวรก็ตาม


    สำหรับลูกขุนนางพวกนั้น พวกมันไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือเดินหนีจากคำสั่งเช่นนี้ได้ เพราะพวกมันมีตัวประกันเป็นคนที่รักยิ่งทั้งสิ้น หรือไม่ก็มีจุดอ่อนสักอย่างที่พวกตระกูลกุมมันเอาไว้


    "เจ้ามีคนเข้ามาทาบทามบ้างหรือไม่ ลิลลี่" ครรชิตถามเสียงเบา เพื่อป้องกันการสอดรู้สอดเห็นของพวกขุนนางรอบข้าง


    "เคยมีค่ะ พี่จูเนียร์ แต่ข้าไล่ไปหมดแล้ว มีแต่จะเอาผลประโยชน์จากตระกูลข้าทั้งนั้น" เด็กสาวไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงพวกมัน


    "ตั้งแต่พวกเรามีพลังฝีมือที่รุดหน้าอย่างมาก ก็มีหลายสิบตระกูลที่เข้ามาติดต่อกับท่านพ่อนะ ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่ามีตระกูลขุนนางใดบ้าง แต่ที่แน่ๆท่านพ่อไม่เคยให้ความช่วยเหลือตระกูลไหนเป็นพิเศษเลย" โรสแมรี่พูดขึ้น พร้อมกับจิบชาไปด้วย


    "ข้ามีเรื่องอยากจะให้พวกเจ้าช่วยสักเล็กน้อย" เขาพูดกระซิบกับเด็กสาวทั้งสองคน


    ทั้งคู่ต่างพยักหน้าตกลง รวมไปถึงเมดสาวอย่างลูน่าที่ตอบตกลงด้วยเช่นกัน เพราะครรชิตก็หันไปจ้องเธอเหมือนกับสองสาวพี่น้อง


    "ก็ดี รอสักครู่" พูดจบเขาก็สบัดมือออกไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาจารึกเวทย์หลายสิบแผ่นก็ล้อมรอบโต๊ะน้ำชาเอาไว้ มันปิดกันเสียงและการมองเห็นที่เกิดขึ้นภายในจนหมดสิ้น


    ทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างตกใจและสงสัยในคราวเดียวกัน เพราะเพียงกระพริบตา ตรงที่กลุ่มเด็กหนุ่มสาวห้าคนที่กำลังกระซิบกระซาบกัน ก็เกิดโดมสีดำที่ปิดมิดชิดทั้งด้านบนด้านล่างสามร้อยหกสิบองศาเลยทีเดียว


    จนทำให้พวกที่แอบฟังและเก็บข้อมูลอยู่ต่างรีบถอนตัวออกจากบริเวณนั้นทันที เพื่อกลับไปรายงานกับพวกนายจ้างของพวกมันหรือต้นตระกูล ส่วนคนที่มาพักผ่อนจริงๆก็แค่สงสัยมันสักพักก่อนจะไร้ซึ่งความสนใจกับโดมสีดำนั้นเอง เพราะพวกมันก็มีของคล้ายที่ไว้ใช้สำหรับพูดคุยส่วนตัวเช่นเดียวกันนี้


    ภายในโดมสีดำนั้น ภายในมันกลับไม่ได้มืดสนิทอย่างที่เห็นภายนอก ทุกคนยังมองเห็นรอบข้างเช่นเดิมทั้งท้องฟ้า พื้นดินและผู้คน รวมทั้งของทุกสิ่งที่ด้านนอก แต่สำหรับคนภายนอกกลับเห็นว่ามันเป็นโดมที่มืดทึบเท่านั้น


    "เอาล่ะ เรามาเริ่มคุยกันจริงๆจังๆดีกว่า ลิลลี่กับพี่โรส หลังจากกลับไปถึงบ้านแล้วข้าอยากให้พวกเจ้าทั้งสองคนหารายชื่อขุนนางที่ติดต่อเข้ามาให้ข้าหน่อย จะเอาไปทำอะไรเดี๋ยวข้าจะบอกพวกท่านอีกที


    ส่วนลูน่าข้าอยากให้เจ้าออกไปหาซื้อของเหล่านี้มาให้ข้าหน่อย จำเป็นต้องหาซื้อตามร้านค้าที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงที่ข้าเขียนไว้ การซื้อขายครั้งนี้ข้าอยากให้เจ้าแอบฟังและรวบรวมสภาพของร้านค้าเหล่านั้นมาให้ข้าด้วย เพราะข้าไม่อาจจะหาข้อมูลร้านพวกนั้นจากกิลด์ค้าข่าวได้"


    เรื่องพวกนี้ที่จริงไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ แต่เขาก็ทำเพื่อกระจายข่าวลือและสถานการณ์สำหรับก่อกวนพวกขุนนาง ทั้งพวกที่ต้องการผลประโยชน์และจากพวกที่ต้องการอำนาจทางการรบทั้งหลาย


    ด้วยความไม่แน่ชัดของข้อมูล มันสามารถถ่วงเวลาสำหรับการหาขั้วอำนาจในตอนนี้ได้มากขึ้น ถึงแม้จะได้เพียงแค่เวลาสักเล็กน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย


    ขุนนางที่ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน พวกมันก็เป็นเพียงหมากของพวกขุนนางตระกูลใหญ่ และเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆของราชวงค์เท่านั้น สิ่งนี้ทำให้การสืบหาของครรชิตได้ง่ายขึ้น เพราะพวกมันต้องส่งมือดีออกมาสืบเรื่องเล่านี้ สำหรับการหาพรรคพวกสำหรับงานใหญ่ของพวกมัน


    "แล้วข้าล่ะ ท่านอาจารย์" เมย์ถามออกมา เพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับงานให้ไปทำ


    "เจ้าก็มีงานของเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ฝึกพวกนั้นให้เก่งกว่านี้เสียก่อน ไม่งั้นแผนการต่อไปอาจจะไม่สำเร็จก็ได้" เขาลูบหัวเด็กสาวเบาๆ ก่อนจะเรียกจารึกเวทย์กลับมา


    ในเวลาเดียวกับที่โดมสีดำหายไป ทั้งห้าคนก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังสนามประลองเวทย์อีกครั้ง ในครั้งนี้พวกเขาเดินไปตามทางแยกซ้ายมือจากลานประลอง มุ่งสู่อาคารที่เหมือนกับโรงยิมขนาดใหญ่


    มันเป็นโรงยิมที่เต็มไปด้วยโต๊ะไม้สลักเสลาอย่างสวยงาม ด้านบนของโต๊ะมีชุดเกมกระดานพ่อค้าและเจ้าเมืองอยู่ พร้อมกับน้ำชาและขนมทานเล่นพร้อมเสิร์ฟในรถเข็นด้านข้าง


    ลิลลี่เดินตรงไปยังที่นั่งของเธอ โดยดูจากป้ายชื่อบนโต๊ะที่ตั้งไว้อยู่แล้ว เมื่อไปถึงเธอก้พบกับคู่ต่อสู้ที่เป็นเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง เมื่อทั้งคู่ทักทายกันได้เล้กน้อย ก็มีกรรมการการแข่งขันเดินมาที่โต๊ะพวกเธอ ก่อนจะเริ่มการแข่งขันในทันที


    พวกเขาทั้งสี่คนหามุมสงบเพื่อดูการแข่งขันของลิลลี่ ซึ่งการแข่งขันทุกโต๊ะจะถ่านทอดสดบนลูกแก้วกลางโรงยิม มันฉายให้เห็นถึงการแข่งขันนับสิบคู่ในตอนนี้


    ผ่านไปสามชั่วโมง ในที่สุดการแข่งขันเกมกระดานก็จบลง เด็กสาวเจอกับคู่ต่อสู่นับสิบรายแต่ละรายใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ เธอก็จัดการรุกคืบด้วยเศรษฐกิจจนกินพื้นที่ทั้งหมดของคู่ต่อสู้ไป และออกจากการแข่งขันอย่างรวดเร็ว นั้นทำให้พวกเขามีเวลาว่างตลอดบ่ายสำหรับเตรียมตัว เพื่อเข้าร่วมงานเต้นรำในคืนนี้


    สาวสามไม่ได้เปลี่ยนชุดหรือแต่งหน้าแต่ตาเพิ่ม พวกเธอก็แค่ส่งพลังมานาไปยังชุดราตรีและชุดเดรสของตน เมื่อวงจรเวทย์ที่ได้รับพลังมานาไป จะเป็นผู้ทำงานในส่วนของมันเอง เช่นในตอนนี้พวกมันกำลังทำความสะอาดชุดอยู่ พร้อมกับเปลี่ยนเฉดสีของเสื้อผ้าใหม่ตามที่พวกเธอต้องการ


    ส่วนเมย์ได้เปลี่ยนชุดเล็กน้อยจากชุดเกราะหนังสีเข้ม เป็นชุดเดรสสีเขียวอ่อนและใส่มงกุฏดอกไม้ที่ทำขึ้นเอง ซึ่งมันถูกสร้างมาให้เข้ากับชุดเดรสของเธอ ส่วนครรชิตก็เช่นเดียวกับสามสาว เขาเพียงทำความสะอาดชุดพร้อมกับจัดทรงผมให้ดูดีเพียงเท่านั้น ก็พร้อมสำหรับงานเลี้ยงเต้นรำในคืนนี้แล้ว


    เมื่อพวกเขาเตรียมตัวสำหรับการเข้างานเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็มุ่งตรงไปยังหอประชุมเพื่อรับระเบียบการ และการจัดพื้นที่สำหรับการเต้นรำและโต๊ะประจำของพวกเขา โดยมีชายหนุ่มที่มีสาวสวยล้อมหน้าล้อมหลังเข้าไปจับจ้องโต๊ะตัวนั้น


    งานเต้นรำไม่ได้มีอะไรที่พิเศษมากมายนัก นอกจากการที่ผู้อำนวยการขึ้นกล่าวอวยพรกับนักเรียนจบใหม่ และมอบรางวัลสำหรับผู้ที่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง พร้อมกับเปิดงานเต้นรำอย่างเป็นทางการ


    ในงานเต้นรำทุกคนสามารถดื่มและกินอาหารได้อย่างเต็มที่ มีอาหารหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งจากอาณาจักรข้างเคียง อาหารท้องถิ่นของเมืองต่างๆ รวมไปถึงอาหารสุดหรูจากในรั้ววังอีกด้วย


    เครื่องดื่มมีทั้งน้ำผลไม้ธรรมดาไปจนถึงเครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายแหล่ และยังมีของหวานอีกหลายร้อยชนิดให้เลือกสรรให้ถูกปาก


    กลุ่มของเขาได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ เพราะลิลลี่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งถึงสองสาขา นั้นคือสาขาการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์และการบริหาร ทำให้ทุกคนต่างสนใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก มากกว่าอันดับหนึ่งในสาขาอื่นๆเสียอีก


    แม้จะถูกจับตามองจากหลายกลุ่มหลายฝ่าย พวกเขาก็เริ่มคุ้นชินกับมันเสียแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกคือเมย์คุ้นชินกับการถูกจ้องมองเช่นนี้แล้ว เพราะทั้งสี่คนที่เหลือไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นสักเท่าใด


    พวกเขาได้เต้นรำกันไปรอบหนึ่งแล้ว ในตอนนี้ก็กำลังพักจากงานเลี้ยงที่วุ่นวายนี้อยู่ โดยหาที่เงียบสงบซึ่งมักจะอยู่ด้านนอกหอประชุม พวกเขาไปนั่งเล่นใต้ต้นไม้ใกล้ๆกับหอประชุม


    "น่าเบื่อจังเลยนะค่ะ ไม่เห็นจะสนุกอย่างที่เพื่อนๆบอกเลย" เสียงบ่นอุบอิบดังออกมาจากปากของผู้ชวนพวกเขามา


    "เราไม่ต้องมาบ่นเลย รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอว่างานเลี้ยงจัดเพื่ออะไรนะ" โรสแมรี่ทุบหัวน้องสาวเธออย่างเอ็นดู


    "ก็รู้แต่มันน่าจะสนุกกว่านี้หน่อยสิ ไม่ใช่ต้องไปคุยกับพวกตาแก่แบบนั้น เจอแค่ที่กลุ่มจอมเวทย์หลวงก็เอียนพอแล้ว" ลิลลี่ทำหน้าราวกับกินของขมมา ก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้าสงสัยขึ้นมาแทน


    "พี่จูเนียร์ พี่ไปทำอะไรมาหรือเปล่า ทำไมพวกขุนนางพวกนั้นถึงได้เกร็งขนาดนั้นตอนเจอกับพี่" เด็กสาวถามอย่างสงสัย เพราะขุนนางที่เข้ามาคุยกับพวกเขา พอเห็นว่าใครนั่งอยู่ด้วยต่างเผ่นหนีแทบจะทันที


    "ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน" เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอาขวดแก้วใสที่ด้านในมีของเหลวสีเหลืองอำพันออกมา และยังมีแก้วใบเล็กๆอีกห้าใบพร้อมกับโต๊ะเตี้ยๆอีกตัวหนึ่ง


    ตามจริงแล้วพวกนั้นคงจะเกรงกลัวในตระกูลหลักของเขาเสียมากกว่า เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ทางตระกูลหลักได้ให้กำเนิดอัจฉริยะออกมาหลายสิบคน ทุกคนต่างมีฝีมือที่ดีเยี่ยมและเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ได้เลย ซึ่งเขาก็ติดอยู่ในหนึ่งรายชื่อเหล่านั้นด้วย ถึงแม้เขาไม่ต้องการก็ตามแต่ข่าวมันก็แพร่กระจายไปแล้ว


    "ลองชิมดูไหมสาวๆ" เขาถามก่อนจะรินของเหลวสีอำพันลงในแก้วเล็กทั้งห้าใบ


    พวกเธอมองดูสิ่งนั้นอย่างสนอกสนใจ ยกเว้นก็แต่เมย์ที่จ้องมันอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะเพียงแค่ได้กลิ่นมันเธอก็เริ่มเมาเสียแล้ว


    "มันคืออะไร" สามสาวถามอย่างสงสัย เพราะมันมีกลิ่นคล้ายไวน์อยู่เหมือนกัน แต่มันมีกลิ่นแอลกอฮอล์ที่เด่นชัดมากกว่าไวน์หลายเท่า


    "สินค้าใหม่ที่กำลังจะเสนอให้ลุงดีลลองไปเสนอในกลุ่มดูนะ ข้าทำขึ้นมาเองเลยนะ" เด็กหนุ่มพูดด้วยสีหน้าพึงพอใจ ก่อนจะยืนส่งแก้วเหล้าให้หญิงสาวทั้งสามคน ส่วนเมย์นั้นหลบไปไกลเสียแล้ว


    "ลองดู เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับการลิ้มรสชาติของมันโดยไม่เมาเสียก่อน" สิ้นเสียงครรชิตก็กระดกหมดแก้ว ก่อนจะคว่ำแก้วลงบนโต๊ะ


    สามสาวที่เห็นดังนั้นก็ทำตามบาง พวกเธอยกแก้วขนาดหนึ่งช็อตและกระดกมันทั้งหมด สีหน้าของพวกเธอเปลี่ยนไปทันทีที่เหล้าสัมผัสกับปลายลิ้น มันราวกลับถูกเผาไหม้จากด้านในจากปากลงสู่ลำคอ ลามไปจนถึงกระเพาะอาหารเลยทีเดียว


    แต่เมื่อผ่านไปสักพักจากความร้อนแรงของเหล้า ก็กลายเป็นความหอมหวนของรสเหล้าติดอยู่ที่ปลายสิ้นแทน จนพวกเธออยากจะดื่มอีกสักแก้ว แต่ทว่าพวกเธอก็รู้สึกถึงอาการเมาอย่างรุนแรงที่ตามมาติดๆ จนต้องรีบไล่อาการนี้ออกไปโดยเร็ว


    เมื่อพวกเธอกลับมามีสติอีกครั้ง พวกเธอก็ส่งสายตาคาดโทษไปยังชายหนุ่ม พร้อมกับส่งสายตาตัดพ้อไปยังเมย์ เพราะว่าเธอไม่ยอมเตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะสงสัยในท่าทีตอนแรกของเธอก็ตาม ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น


    พวกเธอทั้งสามคนมองหน้ากัน ก่อนจะคิดในใจพร้อมๆกันว่า'ของสิ่งนี้สร้างมาเพื่อเสพติดอย่างแน่นอน' เพราะตอนนี้พวกเธอยังอยากจะลิ้มลองมันอีกสักครั้งอยู่ตลอดเวลา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1706 imori (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 21:34
    มันมีเวทที่คุยกันไม่ให้คนรู้ไม่ใช่เหรอ กางโดมทำใม
    #1,706
    0
  2. #1389 jasweem (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 21:01
    ขอบคุณครับ
    #1,389
    0
  3. #1387 Gnuh (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 12:21
    ขอบคุณครับ
    #1,387
    0
  4. #1385 nuang1 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 10:38
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก
    #1,385
    0
  5. #1384 ม่านมุก (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 09:35
    ขอบคุณมาก ๆ ๆ น้าาค้าาแล้วมาอัพอีกไว ๆ ๆ น้าาค้าาสู้ ๆ ๆ ค้าารอค้าา
    #1,384
    0
  6. #1383 inasba (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 09:33
    เหล้าอะไรน้า
    #1,383
    0
  7. #1382 phairatw (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 07:18
    ขอบคุณครับ
    #1,382
    0
  8. #1381 kamol1122 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 01:30
    สนุกดีครับ
    #1,381
    0
  9. #1380 wit000 (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 01:15
    ขอบใจจ้า
    #1,380
    0
  10. #1379 Impact Thunder (จากตอนที่ 124)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 01:09
    มาสองตอนเลยนะ
    น่าจะให้จูเนียยิงเวทแบบต่อเนื่องดูมันจะทำหินแตกได้หรือเปล่า
    ขอบคุณครับ
    #1,379
    0