ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 120 : พบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    23 พ.ย. 59

บทที่ 3 : พบกันอีกครั้ง




    ในวันที่อากาศกำลังดีมีเมฆปกคลุมบนท้องฟ้าบางๆ ทำให้ฟ้าโปร่งและมีเพียงแสงแดดที่ไม่แรงจนเกินไปนัก เหมาะแก่การทำกิจกรรมนอกสถานที่ แต่ทว่าวันนี้กลับเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสู่สัปดาห์เตรียมตัวรับภัยพิบัติสิ้นปีเสียนี้


    นั้นพลอยทำให้ประชาชนในเมืองหลวงอเคเซียวุ่นวายเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องเตรียมพร้อมกันอย่างสับสนอลม่าน เนื่องจากการกวาดล้างที่ผ่านมา พวกเขาส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดแคลนทรัพยากรสำรองจำนวนมาก ด้วยความที่พวกขุนนางกักตุนสินค้าตั้งแต่กลางปี ทำให้สิ่งของหลายอย่างขาดแคลนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยาพื้นฐานและยาสำหรับใช้ในการรบ


    และด้วยเหตุนี้ ทำให้ราคาข้าวของในเมืองต่างมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้น จนมีราคามากกว่าเดินสองเท่าเสียด้วยซ้ำไป และมันก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มานานนับร้อยปี ตั้งแต่กษัตริย์องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์เมื่อหนึ่งร้อยหกปีก่อน


    พระองค์ถือเป็นกษัรติย์ที่ครองราชย์สูงสุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมากไม่เคยมีใครครองราชย์ได้เกินเจ็ดสิบปีสักองค์เดียว เพราะต้องรับศึกจากพวกสัตว์เวทจำนวนมหาศาลทุกปี ทำให้บ้างครั้งพวกมันก็บุกเข้ามาในเมืองได้ แล้วได้สังหารคนในราชวงศ์ไปหลายร้อยคนในคราวเดียว รวมทั้งกษัรติย์ด้วยในบ้างครั้ง พร้อมกับประชาชนอีกนับหมื่นนับแสนคน


    แต่ทว่าเมื่อกษัรติย์องค์นี้ขึ้นครองบัลลังก์ ในช่วงเวลาของเขาได้ให้กำเนิดเหล่าคนที่มีพรสวรรค์จำนวนมาก จนทำให้บ้านเมืองปลอดภัยมาถึงหนึ่งร้อยเจ็ดปี เพราะพระองค์ได้ให้การสนับสนุนเต็มที่สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์


    ด้วยเหตุนี้ทำให้อาณาจักรของเขามีคนที่อยู่ในขั้นจอมเวทย์หลายร้อยคน และขั้นจอมเวทย์ทวิธาตุอีกสามคน และยังมีเหล่าผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงอีกนับหมื่นคนอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ด้วยขุนกำลังขนาดนี้ทำให้การบุกรุกของสัตว์เวทไม่เคยเจาะกำแพงเข้ามาได้


    ในส่วนหนึ่งของเขตการค้า มีขบวนรถม้านับสิบคันกำลังเดินทางเข้าไปยังร้านค้าแห่งหนึ่ง ในขบวนมีทหารรับจ้างหลายสิบคนต่อรถม้าหนึ่งคัน และในแต่คันก็บรรทุกหีบรวบรวมวัตถุดิบมาหลายใบ


    พวกมันมุ่งหน้าเข้าสู่ร้านค้าที่ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่กลับมีการตกแต่งร้านอย่างหรูหรา และมีของเกี่ยวกับศิลาจิตอสูรวางขายอยู่หลายชนิด


    "ยินดีต้อนรับกลับนายท่านดีล" เสียงของพ่อบ้านคนหนึ่งในร้านค้าทักทายชายร่างท้วม ที่กำลังเดินลงจากรถม้าคันแรกพร้อมกับทหารรับจ้างหลายคน


    "เช่นกัน ท่านพ่อบ้านฮ๊อค" เสียงของชายร่างท้วมพูดขึ้น ก่อนจะตบไหล่พ่อบ้านชราเบาๆ


    "เชิญเข้าไปพักผ่อนได้ขอรับ เดี๋ยวตรงนี้กระผมจะจัดการเอง" ดีลได้พยักหน้าให้เบาๆ ก่อนจะเดินจูงมือหญิงวัยกลางคนที่เป็นคู่ชีวิตตนเข้าไปยังร้าน เพื่อเข้าไปพักผ่อนยังส่วนลึกของตัวบ้าน


    ทั้งคณะเดินทางใช้เวลาไม่นานก็ได้คัดแยกของออกเป็นส่วนๆ ซึ่งบางส่วนก็ส่งไปให้คนในกลุ่มการค้าเดียวกัน และมีรถม้าอีกหลายคนได้เดินทางมาที่ร้านค้าแห่งนี้ พร้อมกับส่งศิลาจิตอสูรมาให้ร้านค้าจำนวนมาก


    วันนั้นทั้งวันหน้าร้านที่เงียบเหงาไปเสียสี่เดือนเต็ม ก็กลับมาชีวิตชีวาในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ถึงแม้จะมีปัญหาในด้านการขนถ่ายอยู่บ้างก็ตามที แต่การดำเนินการขนส่งก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งถึงยามเย็น ขบวนรถม้าถึงได้หมดไป


    ความคึกคักเช่นนี้กลับตัดกันร้านค้าข้างเคียง เพราะร้านที่อยู่รายรอบมีเพียงไม่กี่คันรถเท่านั้นที่เข้ามาจอด และมีของให้ขนถ่ายเพียงหีบไม่กี่ใบ ต่างจากร้านค้าแห่งนี้และร้านในกลุ่มการค้า ที่มีหีบและสิ่งของให้ขนเป็นจำหลายร้อยคันรถเลยทีเดียว


    มันสร้างความอิจฉาให้แก่กลุ่มการค้าอื่นๆเป็นจำนวนมาก เพราะกลุ่มการค้า'Orebal'มีนักปรุงยาพื้นฐานเป็นของตัวเอง และในเร็วๆนี้ก็มีการควบรวมกิจการสวนสมุนไพรหลายแห่งให้เป็นของกลุ่มการค้า ทำให้พวกเขามีสมุนไพรสำหรับการผลิตยาพื้นฐานไม่ขาดสาย แม้คุณภาพของสมุนไพรที่ปลูกเองจะด้อยกว่าตามธรรมชาติก็ตาม


    และด้วยความที่กลุ่มการค้า'Orebal'ไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาของของหลายชนิด ทำให้กลุ่มการค้านี้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถหาสินค้ามาป้อนให้กับเมืองได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาพื้นฐานและศิลาจิตอสูรอีกนับไม่ถ้วน


    "มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในเมืองบ้างไหม" ดีลถามไปยังพ่อบ้านของเขา ขณะที่ทุกคนในครอบครัวกำลังรับประทานอาหารเย็นกันอยู่


    "ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชดมากนักขอรับ มีเพียงการแบ่งฝ่ายที่เราพอจะรับรู้ได้อยู่แล้ว ตอนนี้ทางฝั่งองค์ชายสามกับองค์ชายหกกำลังสะสมกองกำลังบ้างแล้วขอรับ ส่วนคนที่เหลือก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ขอรับ" พ่อบ้านพูดด้วยน้ำเสียงให้พอได้ยินเฉพาะคนในโต๊ะอาหารเพียงเท่านั้น


    "เฮ้อ" ทุกคนในโต๊ะอาหารต่างถอนหายใจออกมา ก่อนจะส่ายหน้ากันเบาๆ


    "ไม่คิดเลยว่าองค์ชายสามกับองค์ชายหกจะต้องเข้าร่วมกับการศึกนี้ด้วย พวกท่านน่าจะได้ฝึกฝนตัวเองอย่างสุขสบายเสียมากกว่า" ดีลพูดออกมา ก่อนจะกินจานเนื้อพร้อมกับจิบไวน์แดงไปด้วย


    "นั้นสิค่ะคุณ แต่ก็คงแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้นแหละ พวกท่านไม่ชอบการต่อสู้อยู่แล้วนี้นะ" เซเรน่าพูดออกมาเบาๆ


    "ช่างมันเถอะ เรื่องนี้ยังอีกยาวไกล เรามาคิดถึงปีนี้กันดีกว่าพวกเราจะทำยังไงกันดีกับภัยพิบัติสิ้นปี จะไปสู้ที่กำแพงทิศไหนกันดีละ เจ้าพวกจอมเวทย์น้อยๆทั้งหลาย" เขาหันไปพูดกับลูกสาวทั้งสองคน ที่บัดนี้กลายเป็นจอมเวทย์แซงหน้าบิดามารดาไปเสียแล้ว แถมพวกด้วยผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นสูงเป็นหญิงรับใช้คนสนิมอีกหนึ่งคน ที่อีกไม่นานก็คงก้าวขึ้นเป็นจอมเวทย์เช่นกัน


    "ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยค่ะ ท่านพ่อ" โรสแมรี่พูดออกมาด้วยสีหน้าหนัก พร้อมกับหันหน้าไปมองน้องสาวตนที่ทำหน้าหนักใจเช่นกัน


    หลังจากที่พวกเธอก้าวขึ้นมาเป็นจอมเวทย์ งานของพวกเธอก็มีเข้ามาไม่ขาดสาย จนงานนั้นนล้นมือเลยทีเดียว


    ในสองปีที่ผ่านมา พวกเธอต้องเข้าสังคมพร้อมกับการเข้ารับตำแหน่งจอมเวทย์ของอาณาจักร ซึ่งหน้าที่หลักๆของพวกเธอคือการป้องกันและกำจัดสัตว์เวทระดับสามถึงห้า ในตอนที่ภัยพิบัติสิ้นปีเริ่มขึ้นซึ่งพวกเธอทำมาสองปีเต็ม


    ส่วนอีกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คือการบุกเข้าทำลายดันเจี้ยนหรือรังสัตว์เวทในเขตเมืองอเคเซีย ซึ่งพวกเธอจะร่วมกับหน่วยจอมเวทย์ของอาณาจักร ที่เต็มไปด้วยจอมเวทย์และผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงที่ใกล้จะเป็นจอมเวทย์ เดินทางไปรอบเขตเมืองแล้วทำลายล้างในช่วงเทศกาลล่าสัตว์เวท


    แต่ในปีนี้พวกเธอได้ออกเดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา ซึ่งต้องทำเรื่องขออนุญาติอย่างวุ่นวาย กว่าจะได้แยกตัวออกมาจากหน่วยจอมเวทย์ แล้วเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวของพวกเธอ


    "มีข่าวจากนายน้อยด้วยนะขอรับ คุณหนู" พ่อบ้านชรายื่นซองจดหมายไปให้หญิงสาว ก่อนจะกลับไปยื่นอยู่ที่เดิมด้านข้างโต๊ะอาหาร


    "ข่าวจากจูเนียร์นะหรอ" ทุกคนต่างสนใจกับจดหมายสีขาวที่อยู่ไนมือของโรสแมรี่


    เธอไม่รอช้ารีบเปิดอ่านทันที ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วส่งจดหมายไปให้น้องสาว แล้วก็ส่งต่อไปยังทุกคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารนี้


    ในจดหมายบอกเพียงว่าชายหนุ่มได้ซื้อบ้านอยู่ในเมืองนี้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับแนบที่อยู่มาให้เสร็จสรรพ ซึ่งมันก็อยู่ไม่ไกลจากร้านนี้สักเท่าใด ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ไปถึงแล้วด้วยรถม้า


    "พวกเจ้าไปเถอะ ฝากสวัสดีเจ้าลูกเขยด้วยแล้วกัน ส่วนข้ากับแม่ของเจ้าจะไปบอกสหายรักของเราสักหน่อย"


    หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ต่างแยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง สองสาวพี่น้องพร้อมด้วยเมดส่วนตัวหนึ่งคน ได้นั่งรถม้าเพื่อเดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง ส่วนสองสามีภรรยาก็เดินทางไปยังกิลด์ทหารรับจ้างแห่งหนึ่งเช่นกัน


    รถม้าของสามสาวใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบ้านที่อยู่ในจดหมาย ซึ่งมันก็เป็นบ้านที่หลังไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็มีพื้นที่มากพอสำหรับครอบครัวใหญ่หนึ่งครอบครัวเลยทีเดียว รอบบ้านจัดแต่งเป็นสวนและลานฝึกซ้อม และมีของประดับตกแต่งภายนอกที่ดูหรูหราอยู่พอตัว


    มีทั้งรูปปั้นหินอ่อนและพุ้มไม้รูปสัตว์เวทหลากหลายชนิด ต้นไม้และไม้ดอกหายากอีกนับสิบสายพันธุ์ก็ถูกประดับตกแต่งอยู่ภายใน และยังไม่รวมพวกน้ำพุและเครื่องเรือนสำหรับพักผ่อน เช่น พวกศาลาอีกสองสามหลังที่กระจายอยู่ทั่วสวน เป็นต้น


    เมื่อรถม้าจอดที่หน้าบ้านแล้ว ก็มีชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาหารถม้า ด้วยทางท่าที่สุภาพและดูสง่างามแต่ก็แฝงไปด้วยความเข้มแข็งอย่างปิดไม่มิด


    "ไม่ทราบว่ามีธุระเรื่องใดกับบ้านท่านบิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาสขอรับ" หนึ่งในชายฉกรรจ์เป็นผู้ถามกับคนขับรถม้า


    "โปรดเรียนให้ท่านเจ้าบ้านรับทราบด้วยขอรับ นายหญิงของข้าโรสแมรี่ เมอลีนและคุณหนูลิลลี่ เมอลีนมาขอพบ" มันตอบกลับไป ก่อนที่หนึ่งในชายฉจรรก์จะพริ้วตัวหายเข้าไปในประตู แล้วกลับมาในเวลาไม่นาน


    "เชิญด้านในขอรับ" ทั้งคู่ช่วยกันเปิดประตู ก่อนจะนำคนขับรถม้าให้บังคับม้าตามพวกมันทั้งคู่ไป ในระหว่างนั้นก็มีชายหญิงคู่หนึ่งมาทำหน้าที่แทนพวกมันทั้งสองคน


    เมื่อรถม้าเข้าไปถึงส่วนที่เป็นตัวบ้าน ที่หน้าบ้านมันมีหลังคาที่ยื่นออกมาเล็กน้อย ซึ่งมากพอจะให้รถม้าเข้าไปจอดได้หลายคัน เมื่อรถม้าจอดอยู่ใต้หลังคานั้นแล้ว ประตูของบ้านหลังนี้ก็เปิดออก พร้อมกับแถวของพ่อบ้านและแม่บ้านที่รอตอนรับบุคคลในรถม้า พร้อมกับมีพรมแดงกางรอรับตั้งแต่หน้าประตูรถม้าจนถึงหน้าประตูเลยทีเดียว


    สาวสวยทั้งสาวคนก้าวลงจากรถม้า แล้วหันไปมองรอบๆอย่างตกตะลึงในความงดงามของบ้านพักหลังนี้ ไม่ว่าจะตรงไหนของหน้าบ้านหลังนี้ มันก็เต็มไปด้วยการออกแบบและการจัดเรียงอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟหรือแม้แต่แจกกันดอกไม้ก็ดูลงตัวและหรูหราไปเสียหมด


    มันมีความงดงามมากกว่าบ้านของขุนนางที่พวกนางได้ไปออกงานเสียอีก แถวข้าวของเครื่องใช้ยังดูดีราวกับอยู่ในพระราชวัง ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าทั้งสามคนเคยเข้าไปเห็นข้าวของในวังมาบ้างแล้ว แต่ในวังยังสู้ของที่อยู่ที่นี้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว


    หลังจากหายตกตะลึง พวกเธอก็เดินตามพ่อบ้านชราไปข้างในตัวบ้าน มันนำพวกเธอไปยังห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความหรูหราแต่ไม่มากจนเกินพอดี


    ที่นั่นมีชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนกำลังนั่งรอพวกเธออยู่ เขาเป็นคนที่พวกเธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี มีเพียงสิ่งเดียวที่แปลกไปจากเมื่อก่อนคือ ที่โซฟาข้างชายหนุ่มมีเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งนั่งอยู่ และเธอกำลังซบไหล่ชายหนุ่มอย่างสนิทสนมอยู่


    สองสาวพี่น้องมองภาพตรงหน้าอย่างสับสน ก่อนที่แววตาของพวกเธอจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างที่สุด จนทำให้บรรยากาศในห้องเริ่มเย็นลงอย่างน่ากลัว


    "เลิกเล่นได้แล้วเมย์ กลับไปฝึกกับพวกนั้นได้แล้ว" ครรชิตยิ้มให้สามสาว ก่อนจะดันหัวเด็กสาวออกจากไหล่ของตน


    "ค่า~ ท่านอาจารย์ ข้าขอตัวนะเจ้าค่ะ" เด็กสาวหันมาทางสามสาวก่อนจะก้มหัวให้เล็กน้อย แล้วพริ้วตัวหายไปกับสายลมในทันที


    สามสาวจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างมึนงง เพราะไม่เคยเห็นใครที่รวดเร็วเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิตนี้ และสองสาวพี่น้องก็พลันหน้าแดง เมื่อรู้ตัวว่าเมื่อสักครู่ตนเองได้แสดงกิริยาอะไรออกไป ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นสักนิดเดียว


    "มานั่งคุยกันก่อนสิทั้งสามคน" ครรชิตผายมือไปยังโซฟา ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พ่อบ้านชราที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้อง ซึ่งเขาก็เข้าใจถึงสัญญาณนี้เป็นอย่างดี มันเดินหายลับไปจากประตูพร้อมกับปิดประตูอย่างเงียบเฉียบ


    ภายในห้องรับแขกขนาดใหญ่มีเพียงชายหนุ่มและสาวงามทั้งสามคน ทุกคนกำลังถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างออกรสออกชาติ ด้วยความที่พวกเขาไม่ได้พบกับเกือบจะสามปีแล้ว และเมื่อได้พบกันพวกเขาก็มีเรื่องราวที่จะแลกเปลี่ยนกันอย่างมากมาย


    แม้จะใช้เวลาทั้งคืนก็คงเล่าไม่หมด นั้นทำให้ชายหนุ่มจัดห้องให้สามสาวพักผ่อนเสียก่อน แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยกลับมาสนทนากันใหม่อีกครั้งก็ไม่สายจนเกินไป


    "พวกเจ้าก็พักผ่อนในห้องนอนกันเสีย พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปปลุกพวกเจ้าเอง ฝันดีราตรีสวัสดิ์ทุกคน" เขายิ้มให้กับท่าทีง่วงงุนของสามสาว ที่พยายามลืมตาปรือเพื่อคุยกับเขาอย่างเต็มที่ จนเขาต้องพาทุกคนไปส่งที่หน้าห้องนอกทุกคนจึงได้นอนกันเสียที


    สามสาวใช้เวลาไม่นานก็หลับลึกไปเสียแล้ว ยังไม่ทันทีชายหนุ่มจะก้าวออกจากห้องเสียด้วยซ้ำไป เขาหันไปมองยังเงาของเด้กสาวหูหมาป่าที่กำลังจ้องมาที่เขาอย่างสงสัยใคร่รู้


    "มีอะไรหรือเปล่า เมย์" ครรชิตถามเสียงขบขันกับท่าทางของเด็กสาว


    "ท่านอาจารย์ไม่เห็นบอกกันมั้งเลยว่ามีคู่หมั้นอยู่แล้วอ่ะ" เด็กสาวพูดอย่างงอนๆ


    "เจ้าไม่ได้ถามข้าเองนี้ ข้าไปนอนละ ฝันดีราตรีสวัสดิ์" สิ้นเสียงครรชิตก็หาวออกมาเล้กน้อย ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งให้เด็กสาวมองตามหลังชายหนุ่มไปอย่างมึนงง ก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเช่นกัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1368 jasweem (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 21:20
    ขอบคุณครับ
    #1,368
    0
  2. #1332 Gnuh (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 13:59
    ขอบคุณครับ
    #1,332
    0
  3. #1331 negiharem (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 13:54
    ลูกศิษย์พระเอก ใกล้จะอัพเกรดฐานะแล้วหรือยังหว่า หึๆ
    #1,331
    0
  4. #1330 kamol1122 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 10:15
    สนุกดีครับ
    #1,330
    0
  5. #1329 wit000 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 09:37
    ขอบคุณครับ
    #1,329
    0
  6. #1328 toy (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 08:47
    ขอบคุณครับ
    #1,328
    0
  7. #1327 phairatw (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 08:13
    ขอบคุณครับ
    #1,327
    0
  8. #1326 บีเลตต้า นุ (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 05:44
    สู้ๆครับ ผมชอบเรื่องนี้
    #1,326
    0
  9. #1325 Pkcomza (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 05:08
    Wow มาแล้วผมนี้ตั้งตารออ่านเลย อยากให้มาทีละหลายๆตอนจัง อิอิ
    #1,325
    0
  10. #1324 cutehell (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 04:02
    บทพูดเริ่มไม่มี 55555
    #1,324
    0
  11. #1323 MojRiSad (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 02:39
    อ่ะรู้สึกว่า 3สาวแยกไปฝึกที่เดิมที่เคยไปกะพระเอกป่ะไม่ได้ไปกับครอบครัวนิ
    หรือผมหล่อนไปเองน่ะ
    #1,323
    0