ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 119 : กลับสู่เมืองหลวงอเคเซีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    21 พ.ย. 59

บทที่ 3 : กลับสู่เมืองหลวงอเคเซีย




    หลังจากทำการสำรวจโอเอซิสสีดำจนเสร็จสิ้น พวกเขาทั้งสี่คนได้ทำการเก็บของเพื่อเตรียมตัวเดินทาง ในไม่ช้าเขาก็ได้เดินทางไปยังจุดหมายถัดไป โดยมีกลุ่มคนทั้งสามเป็นผู้นำทางเขาไป


    เวลาผ่านไปอีกนับสิบวัน พวกเขาก็ยังคงเดินทางไปบนพื้นทรายที่กว้างสุดสายตา แม้ว่านี้จะเป็นทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่มันก็ยังคงมีเพียงผืนทรายสีดำ ที่มีเพียงสัตว์เวทที่ทนกับสภาพนี้และพวกสัตว์เวทที่ไร้รูปร่าง อย่างพวกสัตว์เวททรายเท่านั้นที่อยู่ได้


    พวกมันเข้ามาโจมตีพวกเขาอยู่เรื่อยๆ และยิ่งพวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในทะเลทรายมากเท่าใด พวกมันก็ยิ่งดุร้ายและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทุกๆก้าว ยิ่งกับพวกไร้รูปร่างมันเป็นปัญหาใหญ่ของพวกเขาได้เลย


    แม้ครรชิตจะสามารถล้มพวกมันได้ในไม่ช้า แต่ทว่าแทบไม่ได้ผลประโยชน์จากพวกมันเลย เพราะพวกมันเกือบทั้งหมดมีร่างกายเป็นทรายที่ถูกควบคุมด้วยศิลาจิตอสูรเท่านั้น การจะฆ่ามันได้ต้องโจมตีไปที่ศิลาจิตอสูร ซึ่งมันจะเป็นการทำลายตัวศิลาจิตอสูรไป จนไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลยสักนิดเดียว


    นี้เองก็เป็นเหตุผลให้ทะเลทรายสีดำไม่ค่อยได้รับการสนใจจากขุนนาง เพราะมันไม่มีผลประโยชน์ในเก็บเกี่ยวเช่นนี้แหละ


    พวกเขาเดินทางไปอีกไม่กี่ชั่วโมง ที่ข้างหน้าจากผืนทรายก็เปลี่ยนไปเป็นภูเขาสีดำที่เต็มไปด้วยผลึกแก้วสีดำ พวกมันกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนภูเขาแห่งนี้ และภูเขาแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่า'ปราสาททรายดำ' จากการที่มันมีผลึกแก้วก่อตัวเป็นสิ่งก่อสร้างคล้ายปราสาท


    ทรายบริเวณนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่ด้านนอกเล็กน้อย และเป็นสื่อนำและกักเก็บมานาได้ดีพอสมควร ซึ่งหินทรายสีดำและผลึกแก้วมันถูกใช้สำหรับการสร้างสิ่งก่อสร้าง หรือเอาไปทำอาวุธที่ดูสวยงามเป็นส่วนมาก และนิยมเอาไปใช้ทำเป็นสื่อกลางสำหรับทกสอบระดับพลังมานา


    แก้วผลึกขนาดเท่าหัวแม่มือ ต้องใช้พลังมานาจำนวนเท่ากับผู้ฝึกฝนขั้นแรกในการเติมเต็ม และจะเพิ่มพลังมานาไปตามขนาดที่เพิ่มขึ้นทุกๆสองเท่า ทำให้มันนิยมนำเอาไปใช้สำหรับคัดเลือกนักเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์


    มันเป็นของที่สามารถเอาไปจำนวนเท่่าใดก็ได้ และไม่มีใครคอยปกป้องหรือดูแลมันมากนัก เพราะมันสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมากกว่าการขุดเอาไปใช้เสียอีก


    หินทรายสีดำมีคุณสมบัติเป็นสื่อนำที่ดีกว่าผลึกแก้ว ซึ่งนายช่วงทำเครื่องประดับจะนำมันไปหลอม แล้วเพิ่มส่วนผสมต่างๆสำหรับการทำเป็นเครื่องประดับ ที่มีความสามารถในการเป็นสื่อนำสำหรับผู้ใช้เวทย์ได้เป็นอย่างดี


    ส่วนผลึกแก้วนอกจากไปทำลูกแก้วตรวจสอบพลังมานาแล้ว มันมักจะถูกนำไปใช้ในการสำรองพลังมานาสำหรับการใช้มหาเวทย์ หรือการร่ายเวทย์ขนาดใหญ่และเป็นพลังมานาสำรองสำหรับจอมเวทย์ทั้งหลาย


    "นายท่าน ท่านจะขุดพวกมันเองงั้นหรือ ซื้อที่เมืองไม่คุ้มกว่าหรือขอรับ ไม่เห็นต้องมาเองแบบนี้เลย" หัวหน้ากลุ่มผู้นำทางพูดออกกมาอย่างอดไม่ได้


    "ข้าต้องการสิ่งที่ดีกว่าในเมืองเยอะ ต้องมาขุดเองที่นี้เท่านั้น" เขาตอบยิ้มๆ ก่อนจะเอาของที่หน้าตาเหมือนอีเตอร์ออกมา พร้อมกับบางสิ่งที่เหมือนเครื่องเจาะขนาดใหญ่ ที่มีความสูงของตัวเครื่องเป็นสองเท่าของความสูงเขา


    "ศิลาดำหรือขอรับ หรือว่าจะเป็นผลึกหัวใจ" ชายหนุ่มเจ้าของธนูคันงามพูดออกมา พร้อมกับตาที่เป็นประกายเล็กน้อย เนื่องจากมันสามารถนำเจ้าพวกนี้มาสร้างคันธนูที่ดีได้นั้นเอง


    "ไม่ใช่หรอก พวกนั้นถึงจะไม่ได้หาได้ง่ายๆ แต่ในเมืองก็มีขายอยู่มากมาย" เขาเดินไปยังกองภูเขาผลึกสีดำที่แตกเป็นเสี่ยง แล้วเดินติดตั้งเครื่องเจาะลงไป


    เมื่อเริ่มเดินเครื่องเจ้าเครื่องเจาะมันก็ทำงานได้เองอย่างอัตโนมัติ มันค่อยๆมุดลงดินทำมุมสามสิบองศาโดยประมาณ มันไม่ได้ป่นหินทรายและผลึกเป็นผง แต่มันตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยนขนาดเท่าอิฐบล็อค แล้วลำเรียงออกมาจากส่วนด้านหลังของตัวเครื่อง


    มันถูกนำออกมาด้วยกระสวยลำเลียงที่สร้างมาจากวัสดุที่หาได้ในนั้น ทั้งผลึกแก้วที่ถูกดัดแปลงเป็นท่อลำเลียงด้านหลังเครื่องขุด หินทรายที่ถูกปรับแต่งให้การเป็นแท่นรองรับพวกล้อลำเลียง ในไม่ช้าเหมืองอัตโนมัติก็ถูกสร้างเรียบร้อย โดยไม่ถูกอุดปากทางเขาไปเสียก่อน


    เขาพาทั้งสามคนไปหาที่พักผ่อน พร้อมกับใช้อีเตอร์ขุดแร่รอบๆภูเขาฆ่าเวลา เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีสัตว์เวทคอยมากวนพวกเขาแม้แต่น้อย เนื่องจากที่นี้ส่งพลังรบกวนออกมา ทำให้พวกสัตว์เวทไม่ค่อยชอบที่จะอยู่ใกล้ๆ


    แม้ว่าพวกเขาก็สามารถเดินทางไปอีกสักสิบกิโลเมตรก็จะพ้นจากเขตภูเขา แต่มันก็เสียเวลามากเกินไปอยู่ดี สู้หาอะไรทำฆ่าเวลาในช่วงนี้ดีกว่า นั้นก็คือการฝึกฝนตามวิถีทางของตัวเอง ทั้งฝึกฝนการใช้อาวุธและการต่อสู้อย่างจริงจัง รวมทั้งการดูดซับพลังมานาในภูเขานี้ซึ่งดีกว่าด้านนอกเล็กน้อย


    "หืม มีอะไรงั้นหรอ" เขาพูดขึ้นหลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้


    "เจ้านั้นมันคืออะไรกัน" หญิงสาวสุดเย็นชาพูดขึ้น พร้อมกับมองไปทางเข้าใต้ดินที่ถูกขุดโดยเครื่องขุดขนาดใหญ่ของครรชิต


    "เครื่องตัดหินของข้าเอง ข้าใช้เวลาเวลาว่างๆทำมันขึ้นมาเอง ถึงแม้จะใช้เวทย์จะเร็วกว่าก็ตามที" สิ้นเสียงครรชิตก็โบกมือไปที่หน้าผาหินทรายด้านหนึ่ง จากนั้นมันก็กลายเป็นถ้ำที่ลึกพอสมควร พร้อมกับหินทรายและผลึกลอยออกมาจากตัวหน้าผา มาวางอยู่แทบเท้าของชายหนุ่ม


    "ก็อย่างที่เห็น ข้าจะขุดหาเองก็ได้ แต่ใช้เจ้าสิ่งนั้นมันดูน่าสนุกกว่าไ เขาหันไปใช้อีเตอร์กระเทาะหินทรายออกมา ก่อนจะพบกับผลึกทรายก้อนเล้กที่อยู่ด้านใน


    "ลองดูสิ นี้แหละที่ข้าตามหาอยู่" เขายื่นผลึกทรายไปให้หญิงสาว แล้วก็เริ่มกระเทาะก้อนหินและผลึกแก้วต่อไป


    "น้ำตาสีดำ!" หญิงสาวร้องตะโกนด้วยเสียงอันดัง ซึ่งมันเรียกความสนใจจากสองหนุ่มที่กำลังฝึกการต่อสู้กันอยู่


    "ไหนๆ" ทั้งสองคนวิ่งมาหาหญิงาวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในมือของเธออย่างระมัดระวัง


    พวกเขาลองมองมันดูอย่างละเอียด และเริ่มถกเถียงกันถึงราคาของมัน ถ้ามันถูกนำไปขายหรือส่งเข้าโรงประมูล มันจะมีค่ามากขนาดไหนกัน เพราะนานนับร้อยปีแล้วที่ไม่เคยมีใครหาพวกมันพบ จนในวันนี้พวกเขาก็ได้มันมาอยู่ในมือเช่นนี้


    "เราจะรวยแล้ว!" เสียงของนักดาบหนุ่มดังขึ้น แต่ก็ถูกหญิงสาวปิดปากอย่างรวดเร็ว พร้อมทำสายตาดุๆไปให้มัน เพราะของสิ่งนี้เป็นของนายจ้างของพวกเขา ซึ่งเขาเป็นคนขุดมันขึ้นมาเอง


    สาเหตุที่มันเป็นของหายากมีอยู่ด้วยกันสามสาเหตุ เหตุผลแรกมันหายากและไม่อาจจะหาเจอได้ง่ายๆ สองการจะขุดมันขึ้นมาต้องใช้ทุนมหาศาล เพราะภูเขาหินทรายและผลึกแก้วเหล่านี้ฟื้นฟูตัวเองเร็วมาก เร็วเสียงยิ่งกว่าการขุดด้วยเวทย์หลายเท่าตัว ดังเช่นหน้าผาที่ครรชิตเพิ่งขุดออกมา ตอนนี้มันก็กลายเป็นสภาพแบบเดิม และเศษหินกับผลึกแก้วก็เริ่มก่อตัวเป็นยอดเขาลูกใหม่แล้ว


    และสาเหตุสุดท้ายก็คุณสมบัติพิเศษของมัน มันสามารถบันทึกมหาเวทย์ลงไปได้หนึ่งบท และมันจะไม่ถูกทำลายแม้จะถูกใช้ไปนับร้อยครั้ง ซึ่งในปัจจุบันวัสดุที่นำมาใช้ทำเช่นเดียวกันไม่สามารถทนได้เกินสิบครั้งด้วยซ้ำ พวกอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมามักจะพังในไม่กี่ปี


    ด้วยของสิ่งนี้การทำอาวุธชั้นสูงก็ไม่นับว่ายากจนเกินไป เพราะอาวุธชั้นสูงก็คืออาวุธที่สร้างจากโลหะเวทมนตร์และสลักมหาเวทย์ลงไป และมันยังมีระยะเวลาใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย ไม่เหมือนอาวุธชั้นสูงที่พวกช่างทำออกมาในช่วงร้อยปีหลังนี้ ที่เป็นเพียงอาวุธชั้นสูงที่ทำออกมาได้เฉียดฉิวเท่านั้น


    ประสิทธิภาพของมันก็ดีเหมือนอาวุธชั้นสูงทั่วไป แต่ระยะเวลาของการใช้งานมีเพียงไม่กี่สิบปี หรือถ้ามีการใช้งานหนักจนเกินไปก็พังลงในเวลาไม่ถึงปี เพราะวัสดุที่กักเก็บพลังมานาและวงจรเวทย์ไม่ดีพอ ทำให้วงจรเวทย์มักพังลงในเวลาไม่นาน


    "พวกเจ้าเอาไปคนละชิ้นเลยก็ได้ ข้าขุดได้มาเยอะอยู่ ถือว่าเป็นค่านำทางพิเศาสำหรับการพามาที่นี้"  ครรชิตโยนผลึกรูปหยดน้ำสีดำไปให้ชายหนุ่มทั้งสองคน ก่อนที่จะเริ่มเก็บพวกผลึกรูปหยดน้ำขนาดใหญ่กว่าที่ให้ทั้งสามคนเข้าแหวนมิติไป


    ด้วยปริมาณการขุดเท่านี้ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเขาก็ได้พวกมันมาจำนวนมากมายหลายร้อยก้อน และเจ้าเครื่องเจาะก็มุดออกมาจากอุโมงค์ที่มันขุดเข้าไป เขาเก็บมันกลับไปในแหวนมิติ แล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปยังเมืองธุลีแห่งสงคราม เพราะการเดินทางมันจบลงแล้วสำหรับในตอนนี้


    "ไปกันเถอะ ข้าอยากกลับไปนอนหลับสบายๆในโรงแรมบ้างแล้ว หลังจากต้องนอนอยู่ในกระโจมมาหลายอาทิตย์" เขาพูดออกมาเสียงดัง ก่อนจะกระตุ้นอูฐสามโหนกให้ออกเดินทางอีกครั้ง


    ขากลับจากการเดินทางในทะเลทราย พวกเขาใช้เวลาน้อยกว่าการเดินทางออกมาเกือบสามวัน เพราะไม่ต้องแวะไปยังโอเอซิสสีดำอีก ทำให้เขาเดินตัดตรงไปยังเมืองธุลีแห่งสงครามได้เลย


    เหมือนการเดินทางจะราบรื่นดี แต่ก็มีพวกสัตว์เวทมาก่อกวนอยู่เป็นระยะๆ และพ่วงด้วยพวกโจรเมืองเข้าใกล้เมืองเข้าไปทุกที พวกโจรก็ยิ่งซุกชุมมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นภูเขาหินทรายเตี้ยวหรือหุบเขาหินทราย ก็จะมีพวกโจรค่อยแอบซ่อนอยู่บริเวณนั้นคอยดักปล้นพวกนักเดินทางเช่นพวกเขา


    แต่ทั้งหมดทั้งมวนก็ไม่ได้ทำให้การเดินทางล้าช้าเช่นเดียวกับขามา เวลาที่เสียไปกับเรื่องพวกนั้นก็เพียงไม่กี่นาที ก่อนที่จะเดินทางได้ต่อไปอย่างสบายๆ


    "เรามาถึงเขตเมืองแล้วขอรับ พวกข้าคงต้องขอตัวลาไปก่อน เพราะต้องไปรายงานภารกิจกับทางกิลด์อีกด้วย" ทั้งสามคนควบอูฐแยกตัวออกไปจากครรชิต แล้วมุ่งตรงไปยังที่ตั้งกิลด์ของตัวเองทันที ทิ้งให้ครรชิตต้องเข้าเมืองคนเดียวเหมือนตอนแรกอีกครั้ง


    ที่หน้าประตูเมืองเขาก็ถูกตรวจสอบบัตรประจำตัวเหมือนเคย ต่างกันเล็กน้อยตรงต้องตรวจเจ้าอูฐและสัมภาระบนหลังมันเล็กน้อย เพราะนอกจากหีบรวบรวมทรัพยากรแล้ว เขายังบรรทุกพวกหนังสัตว์และชิ้นส่วนสัตว์เวทขนาดใหญ่มาด้วย


    เพียงไม่กี่นาทีเข้าก็ได้เข้าเมือง และเริ่มพักผ่อนย่อนใจกับสิ่งบรรเทิงทั้งหลายในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพนันหรือบาร์เหล้า รวมทั้งหอตำราขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง ซึ่งเขาเข้าออกพวกมันเป็นว่าเล่นในช่วงสามวันที่ผ่านมา


    ในตอนนี้ใกล้หมดช่วงล่าสัตว์เวท แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติสิ้นปี ทำให้พวกผู้คนเริ่มกลับมาจากทะเลทรายมากขึ้น จนในเมืองเต็มไปด้วยผู้คนอย่างมากมาย และมันก็ได้เวลาที่เขาจะกลับไปยังเมืองหลวงแล้วเช่นกัน


    เขาเดินทางกลับเมืองหลวงด้วยการขี่เจ้าไลก้าไป เพราะไม่อยากจะเสียเวลากับพวกโจรที่อาจจะต้องเจอแน่นอน


    ผลจากการสำรวจแหล่งทรัพยากรของทะเลทรายสีดำ ทำให้เขาพบว่ามีเพียงภูเขาหินทรายและผลึกแก้วสีดำเท่านั้น ที่พอจะเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการทหารได้ ส่วนการท่องเที่ยวในโอเอซิสต่างๆทั่วทั้งทะเลทราย ก็ให้เพียงรายได้ที่มากพอจะต่อชีวิตเมืองและตระกูลในนั้นได้เท่านั้น ไม่มากพอจะจ้างหรือขยายกองกำลังได้มากมายนัก


    เขาจึงตัดรายชื่อตระกูลที่น่าจะเงาออกจากเมืองนี้ได้หลายสิบชื่อ ที่นี้ก็เหลือเพียงเมืองหลวงและเมืองชายแดนเท่านั้นที่ยังต้องสำรวจต่อไป เพราะเมืองแบล๊คร็อคก็แทบจะไม่มีตระกูลไหนยุ่งกับการเมืองของอาณาจักร เพราะสนใหญ่พวกมันก็ยุ่งอยู่กับแต่การบ่มเพาะพลังของตัวเองทั้งสิ้น และชิงดีชิงเด่นกันภายในเมืองก็เท่านั้น


    ในเมืองชายแดนเขาเคยไปพักอยู่เพียงหนึ่งคืน แต่ก็พอทราบถึงความแตกแยกอยู่ภายในเล็กน้อย เพราะในเมืองมีการแบ่งกลุ่มออกเป็นสามฝ่ายอย่างชัดเจน หนึ่งคือกลุ่มขุนนางจากเมืองหลวงที่มาควบคุมเมืองนี้ พวกที่สองคือบรรดาแม่ทัพผู้รักษาเมืองหน้าด่านนี้เอาไว้ และสุดท้ายคือกลุ่มคนที่ต้องการอยู่อย่างอิสระปราศจากการควบคุมของขุนนาง


    ดูเผินๆเหมือนจะไม่มีการคานอำนาจกัน เพราะมีเพียงสองกลุ่มที่ขัดแย้งกันอยู่ แต่ทว่าฝ่ายทหารที่เป็นกลางนั้นต้องค่อยรับเรื่องจากทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด จนกระทั่งหมดความอดทนจึงได้ปฏิเสธที่จะยุ่งเกี่ยวกับสงครามของทั้งสองฝ่าย


    นั้นทำให้ขุนนางอาวุธโสไม่พอใจ เนื่องจากพวกทหารเป็นเบี้ยล่างของขุนนางอยู่แล้ว และการทำเช่นนี้นับเป็นการฉีกหน้าพวกมันเป็นชิ้น เช่นเดียวกับกลุ่มปฏิวัติขุนนางพวกมันก็ไม่พอใจกับความเป็นกลางของพวกทหาร ที่ทำให้พวกมันไร้ซึ่งทหารคอยหนุนหลังเช่นที่ผ่านมา เพราะไม่มีพวกทหารคอยคุ้มกันพวกมันอีกแล้วทำให้การเคลื่อนไหวต้องหยุดชะงักลง


    และนั้นทำให้เกิดเป็นการคานอำนาจกันทั้งสามฝ่ายขึ้นมา โดยฝ่ายขุนนางก็สะสมอาวุธและทหารรับจ้าง ส่วนฝ่ายปฏวัติก็ทำการสะสมอาวุธเช่นกันพร้อมกับหาแนวร่วม ส่วนพวกทหารกลับไม่มีความเคลื่อนไหวที่เด่นชัด แต่ก็มีการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์รุนแรงอยู่เสมอๆ


    ส่วนในเมืองหลวงอเคเซียนั้น เกมการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงโหมกระหน่ำ เพราะการแก่ตัวและชราภาพของราชาองค์ปัจจุบันเริ่มหนักข้อขึ้นทุกที ทำให้เหล่าขุนนางเริ่มแบ่งฝ่ายและเข้าร่วมกับองค์ชายต่างๆ รวมทั้งพวกราชวงค์ที่มีบุตรชายสายตรงก็เริ่มหาผู้สนับสนุนพวกมัน


    "เอาเถอะเรื่องวุ่นวายก็ปล่อยให้มันดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้ข้าต้องวางแผนสำหรับตัวเองเสียก่อน" เขาพูดหลังจากปิดห้องลับในบ้านพักของตัวเองลง แล้วเดินออกไปสูดอากาศด้านนอกอย่างสบายใจ


    "แต่ท่านไม่ควรจะเก็บเรื่องราวไว้คนเดียวนะค่ะ ท่านอาจารย์" เด็กสาวปรากฏตัวขึ้นที่ข้างตัวเขา และเหมอมองไปยังขอบฟ้าเช่นเดียวกับเขาที่กำลังทำอยู่เช่นกัน


    "ไม่ได้หรอกเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของข้า หลังจากจบเรื่องนี้ข้าจะพาเจ้าและภรรยาข้าไปซ่อนตัวจากโลกใบนี้สักหลายร้อยปี" เขาพูดออกมาพร้อมกับลูบหัวเด็กสาวเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะอยู่เช่นนั้นไปอีกนานแสนนาน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1367 jasweem (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 21:06
    ขอบคุณครับ
    #1,367
    0
  2. #1322 Gnuh (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 14:25
    ขอบคุณครับ
    #1,322
    0
  3. #1318 phairatw (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 06:50
    ขอบคุณครับ
    #1,318
    0
  4. #1316 LimousinX9 (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 01:39
    สนุกมากมาต่อไวๆนะจ้ะ
    #1,316
    0
  5. #1315 neschan (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 00:44
    สนุกค่า
    จะรออ่านตอนหน้านะคะ
    #1,315
    0
  6. #1314 toy (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 00:33
    ขอบคุณครับ
    #1,314
    0
  7. #1312 บีเลตต้า นุ (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:49
    ติดเรื่องนี้มาก มีหยุดไปตอนก่อนหน้า3-4ตอนเพราะกลัวอ่านหมดแล้วไม่มีอะไรอ่าน ซึ่งก็ต้องรอตอนต่อแล้วจริงๆ ฮืออออ รอครับ พรุ่งนี้มาอีกตอนนะครับ
    #1,312
    0
  8. #1311 kamol1122 (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:47
    สนุกดีครับ
    #1,311
    0
  9. #1310 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 119)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:12
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ
    #1,310
    0