ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 113 : การเริ่มต้นของเกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    12 พ.ย. 59

บทที่ 2 : การเริ่มต้นของเกม




    การเดินทางไปเมืองหลวงอเคเซียของคณะเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลรองของแอสลาสนั้น ได้ตัดผ่านไปตามถนนหนทางปรกติ ซึ่งมันทำให้การเดินทางนั้นยาวนานหลายวันเลยทีเดียว


    แต่มันก็แลกมาด้วยความปลอดภัยและความสะดวกสะบาย เพราะมีถนนที่มีการติดตั้งเสาไฟซึ่งสามารถไล่สัตว์เวทระดับต่ำได้ มันให้ทั้งแสงสว่างและเป็นเส้นทางที่จะนำไปสู่เมืองอื่นๆ ในอาณาจักรอเคเซียนั้นทุกถนนหลักจะมีเสาไฟเหล่านี้ติดตั้งเอาไว้


    แต่สิ่งที่หน้ากลัวของทางหลวงเช่นนี้คือก การที่พวกโจรคอยดักปล้นอย่ต่างช่องเขาต่างๆ หรือแม้กระทั่งทางที่ตัดป่าหรือผ่านทุ่งหญ้าเสียด้วยซ้ำ ทำให้ต้องการก้างพวกทหารรับจ้างอยู่เป็นประจำ สำหรับการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เพื่อป้องกันพวกโจรเหล่านี้


    สำหรับพวกเขาแล้ว ที่ผ่านมาสามวันนั้นกลับไม่พบเจอทั้งสัตว์เวทหรือโจรแม้แต่น้อย มีเพียงพวกสัตว์ป่าที่หลงมาอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งส่วนมากพวกเขาก็จะปล่อยพวกมันไป และมีเพียงบ้างส่วนที่จะถูกล่าเพื่อเป็นอาหารของจิ้งจอกและเจ้าไลก้า ถึงแม้พวกมันไม่จำเป็นต้องกินก็ตาม


    วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่พวกเขาได้ออกเดินทาง ในตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้เขตป่ากำสรวล หรือผืนป่าที่อยู่ทางเหนือของเมืองแบล๊คร็อค มันเป็นป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ดูผอมเพรียว และมีความหนาแน่นของต้นไม้สูงมาก


    ต้นไม้ภายในป่านี้เต็มไปด้วยพลังมานาเจือกจางอยู่ในเนื้อไม้ ซึ่งเหมาะสำหรับการทำพวกอุปกรณ์เวทย์ระดับต่ำ สาเหตุที่มันได้ชื่อว่าป่ากำสรวลก็เพราะว่า ในอดีตใจกางป่านั้นมีสิ่งที่เรียกว่า'เอนท์ซานต์ทรี' หรือต้นไม้พิทักษ์ป่าอาศัยอยู่


    มันเป็นสิ่งมีชีวิตยุคโบราณที่เชื่อมต่ออยู่กับต้นไม้ทุกต้นในอาณาเขตของมัน ในแรกเริ่มมนุษย์เพียงแค่นำเอาพวกกิ่งไม้ที่หัก หรือต้นไม้ที่ล้มลงไปแล้วมาทำอุปกรณืเพียงเท่านั้น แต่เมื่อความต้องการเพิ่มก็ทำให้เกิดการตัดต้นไม้ขึ้น


    เมื่อมีการตัดไม้ส่วนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ จะทำให้เจ้าเอนท์ซานต์ทรีร้องโหยหวนออกมาเพราะมันก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้เหล่านั้น แต่เมื่อมันถูกทรมานเช่นนี้นับร้อยปี ในที่สุดมันก็จากไปจากพื้นป่าแห่งนี้ โดยไม่มีใครทราบว่ามันไปอยู่ที่ใด เพราะอยู่ดีๆมันก็หายไปพร้อมกับนำเอาพลังมานาอันมหาศาลไปด้วย


    ทำให้ต้นไม้ที่สามารถสร้างอุปกรณ์เวทย์ระดับสูงได้ ค่อยๆเสื่อมคุณค่าลงเรื่อยๆ จนในปัจจุบันสามารถสร้างได้แต่ของคุณภาพต่ำเท่านั้น


    "เราจะหยุดพักที่ทางเข้าป่า เตรียมก่อไฟแล้วทำอาหารได้เลย" เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งขบวนหยุดลง


    ผู้คนบนรถม้าคอยๆลงมาทีละคนสองคน พวกเขาเริ่มตั้งกระโจมขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนทั้งหมดได้ การตั้งกระโจมใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จเรียบร้อย


    การตั้งแคมป์ของพวกเขาก็เสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งกองไฟและเครื่องครัวต่างเตรียมพร้อมสำหรับการทำอาหารแล้ว พวกแม่ครัวสองคนได้เริ่มทำอาหาร โดยใช้พวกเนื้อสัตว์ที่เก็บอยู่ในแหวนมิติ รวมกับพวกพืชผักที่เก็บสะสมเอาไว้


    พวกเขาทำซุปหม้อใหญ่ พร้อมกับขนมปังย่างแบบง่ายๆ รวมไปถึงเสต็กเนื้อชิ้นใหญ่ที่เพียงพอต่อทุกคน ทุกคนต่างนั่งล้อมวงกินอาหารกันอย่างเป็นระเบียบ


    ทุกเย็นพวกเขาก็จะทำแบบนี้กันทุกวันตั้งแต่ออกเดินทาง ช่วงกลางวันเดินทางโดยกินเพียงอาหารแห้งที่เตรียมเอาไว้ ตอนเย็นก็หยุดพักทำอาหารเย็นร้อนๆ ส่วนกลางคืนก็นอนพักเอาแรงกัน ถึงแม้จะไม่ได้ใช้แรงเลยก็ตาม ยกเว้นเพียงสารถีที่ต้องทำหน้าที่บังคับรถม้าเท่านั้น ที่พอจะมีความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง


    "เมย์ เส้นทางด้านหน้าเป็นอย่างไรบ้าง" ครรชิตที่นั่งลงข้างเด็กสาวถามขึ้น


    "จากกลิ่นและร่องรอยที่พบ ข้างหน้ามีโจรป่าอย่างน้อยสิบหกคนค่ะ ท่านอาจารย์" เด็กสาวลูบจมูกเบาๆ


    "แต่จากพลังมานาที่ตรวจพบพวกมันไม่แข็งแกร่งสักเท่าไร มีเพียงคนเดียวที่มีระดับผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นกลางค่ะ น่าจะเป็นนักเวทย์ด้วยซ้ำ" เด็กสาวถูกมือไปมา เหมือนกับว่าเธอเจอเหยื่อรายใหญ่


    "เจ้าจะจัดการเองไหม ถ้าจะไปก็ขอแบบเงียบๆหน่อยนะ" เขาพูดขึ้นเหมือนกับเป็นเรื่องปรกติ ซึ่งที่จริงแล้วสองวันที่ผ่านมา พวกเขาก็เจอกับพวกกลุ่มโจรเล็กๆแบบนี้ตามรายทางอยู่บ้าง แต่เด็กสาวก็จัดการพวกมันเสียก่อนที่พวกข้ารับใช้จะรู้สึกตัว


    "ข้าไม่พลาดการต่อสู้อยู่แล้ว ว่าแต่ท่านอาจารย์จะไปลองฝีมือสักหน่อยรึเจ้าค่ะ" เด็กสาวหันมาขยิบตาเป็นเชิงท้าทายให้ชายหนุ่มเล็กน้อย นั้นทำให้เธอได้มะเงกไปหนึ่งทีแบบเต็มๆ


    "ข้าไม่สนใจพวกมันหรอก แล้วเจ้าชินกับการต่อสู้กับพวกมนุษย์แล้วงั้นหรอ" เขาถามอย่างสงสัย เพราะเด็กสาวแทบจะควบคุมแรงต่อสู้แทบไม่ได้ ซึ่งมักจะจบลงด้วยการพลังโจมตีหนักหน่วง ที่สามารถล้มพวกสัตว์เวทระดับสี่ได้ทั้งนั้น จนพื้นป่าพังเป็นแถบๆ


    เด็กสาวยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับกับคำบอกกล่าวของอาจรย์หนุ่ม ก่อนจะพูดออกมาจากปากของเธอเอง "แน่นอนค่ะ ข้ามีคู่ซ้อมและอาจารย์ที่ดีนี้หน่า"


    สิ้นเสียงเด็กสาวก็พุ่งตัวหายไปพร้อมกับที่เจ้าสุนัขจิ้งจอกทั้งหกตัว ทิ้งให้ครรชิตมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้


    "ก่อนจะไป ก็เก็บจานไปล้างหน่อยก็ดีนะ" เขาเดินไปหน้ากองไฟด้วยการถือจานสองใบ ซึ่งใบหนึ่งเป็นของเด็กสาวแล้วส่งพวกมันให้เมดสาวคนหนึ่ง


    "ฝากด้วยนะ แอน" ชายหนุ่มโบกมือลาเมดสาว ก่อนจะเข้ากระโจมเวทย์ของตนเองไป ปล่อยให้ไลก้าและพวกพ่อบ้านและข้ารับใช้ฝึกหัดเฝ้ายามไป


    เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นนานนับสัปดาห์ เพราะด้วยระยะทางที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากเส้นทางตัดผ่านรังสัตว์เวท


    ในวันที่แปดของการเดินทาง พวกเขาก็มาถึงระยะทางสิบกิโลเมตรสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสู่เขตของเมืองหลวงอเคเซีย ในช่วงนี้เป็นช่วงที่อันตรายที่สุดของการเดินทางเป็นขบวนใหญ่เช่นนี้ เพราะมันเป็นส่วนที่จะโผล่จากป่าแล้วเข้าสู่ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่


    ในเขตรอยต่อระหว่างป่าโปร่งและป่าทึบนี้ มีค่ายของพวกโจรป่าซ่อนอยู่จำนวนมาก และพวกมันก็ชำนาญพื้นที่บริเวณนี้เป็นอย่างมาก มันชำนาญมากเสียจนหลบหนีจากทหารของเมืองหลวงได้ทุกครั้งไป


    พวกเขาได้เพิ่มความระมัดระวังขึ้นเล็กน้อย แต่นั้นก็เป็นเพียงพวกข้ารับใช้เท่านั้นที่มีท่าทีตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ส่วนสองศิษย์-อาจารย์นั้นต่างทำตามตัวตามสบาย พวกเขาเดินทางกันอย่างเอื่อยๆเพราะนี้คือช่วงสุดท้ายของการเดินทางอันยาวนาน


    เหตุการณ์ร้ายๆกลับไม่เกิดขึ้นตลอดการเดินทางผ่านเขตป่าทึบ แต่ในตอนที่กำลังจะทะลุออกจากป่าทึบไปสู่ป่าโปร่ง กลับเจอพวกโจรนับสิบกลุ่มล้อมพวกเขาทุกทิศทาง พวกมันร่วมกับเป็นกลุ่มกลุ่มหนึ่งมีเจ็ดถึงแปดคน และมีหลายสิบกลุ่มเลยทีเดียว


    "พวกเจ้า! ทิ้งของมีค่าไปเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!" เสียงดังออกมาจากกลุ่มโจรที่อยู่ด้านหน้า


    พวกมันทุกคนต่างมีอาวุธครบมือ ทั้งดาบ มีด ธนูและอาวุธชุดเกราะอื่นๆ พวกมันส่วนใหญ่เป็นพวกสู้ระยะประชิดทั้งนั้น พวกมันได้ปล่อยแรงกดดันมายังกลุ่มของชายหนุ่มอย่างรุนแรง


    แต่นั้นมีผลกับพวกข้ารับใช้เท่านั้น กลับพวกครรชิตแล้วมันเป็นเพียงลมเย็นๆเสียมากกว่า เขาส่งสัญญาณไปให้เด็กสาว ซึ่งเธอก็เข้าใจความหมายอย่างดี


    "เอาเลย" เสียงกระซิบที่แผ่วเบาดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม มันเป็นจังหวะเดียวกับที่จารึกเวทย์นับสิบแผ่นกระจายไปด้านหลังของชายหนุ่ม มันก่อตัวเป็นโดมแสงสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถคลุมรถม้าทั้งคันพร้อมกับข้ารับใช้ได้ทั้งหมด นั้นรวมทั้งรถม้าที่ถูกสร้างอย่างลวกๆ มันเป็นรถม้าที่ถูกใช้ขนโจรหลายสิบคนที่พวกเขาเจอระหว่างทาง


    การเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน ทำให้พวกโจรตอบสนองไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ที่หน้าของโดมแสงปรากฏเป็นสุนัขจิ้งจอกขนาดใหญ่ทั้งหกตัว พวกมันพุ่งเข้าไปโจมตีกลุ่มโจมทั้งด้านซ้ายและขวา และมีจ่าฝูงพุ่งเข้าไปโจมตีกลุ่มโจรทางด้านหลัง


    นั้นทำให้พวกโจรตายไปเป็นจำนวนมากจากการโจมตีระรอกแรก หลังจากนั้นไม่นานเด็กสาวก็เขารวมการโจมตีรวมถึงเจ้าสิงโตวายุคลั่งที่กระโจนขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะบินอยู่เหนือท้องฟ้าคอยไล่พ้นบอลธาตุลมใส่เหล่าโจรที่แตกหือกันไปทุกทิศทาง รวมทั้งใช้พายุคลั่งกระจายกลุ่มโจรที่รวมตัวกันเป็นจุดๆอีกด้วย


    ด้วยการโจมตีของกลุ่มครรชิต ใช้เวลาไม่นานกลุ่มโจรก็ถึงกับบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก และมีบ้างส่วนที่ยอมแพ้แล้ววางอาวุธลงอย่างยอมจำนน ซึ่งพวกมันก็ถูกจับมัดแล้วส่งเขาไปยังรถขนโจรเข้าสู่ตัวเมือง


    หลังจากการต่อสู้จบลง ชายหนุ่มก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโจรกลุ่มนี้ ทั้งอาวุธระดับต่ำสุดจำนวนหลายร้อยชิ้น และรวมไปถึงศิลาจิตอสูรอีกเล็กน้อย และยังมีพวกสินค้าและของมีค้าในแหวนมิติของพวกมันอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีค่าพอสมควรเมื่อนำพวกมันไปแลกเปลี่ยนหรือขายออกไป


    ในเวลาบ่ายแก่ของวันนั้น ขบวนเดินทางของชายหนุ่มก้เดินทางเข้าสู่เขตตัวเมือง ในตอนผ่านเข้าประตุนั้น พวกเขาต้องวุ่นวายกับการรายงานจำนวนโจรที่จับมากได้ ซึ่งเกือบครึ่งเป็นโจรที่มีค่าหัว ทำให้เขาต้องเสียเวลาจัดการเรื่องพวกนี้


    เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องราวของทางนี้ เขาก็นำทุกคนไปยังบ้านของตระกูลดีลเลอร์ ตามที่เขาคิดเอาไว้ ทุกคนออกเดินทางไปล่าสัตว์เวทกันหมดแล้ว เหลือเพียงคนเฝ้าร้านเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เมื่อเขาทราบข่าวแล้ว ก็ได้เดินทางไปยังอีกส่วนของเมืองนี้ ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของลุงดีลสักเท่าไร


    ที่แห่งนั้นเป็นบ้านที่เขาได้แอบซื้อไว้หลังจากกลับมาครั้งที่แล้ว เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของเขาเอง เพราะในตอนนี้เขาไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแล้ว ยังมีสองสาวพี่น้องตระกูลดีลเลอร์และลูกศิษย์อีกหนึ่งคน และตอนนี้ยังมีข้ารับใช้อีกนับสิบชีวิต จึงทำให้บ้านที่เขาซื้อไว้ไม่เสียเปล่าอย่างแท้จริง


    ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปจัดเตรียมห้องและบริเวณรอบๆบ้าน เพื่อให้มันเป็นที่พักที่สามารถอยู่อาศัยได้ในวันนี้ ซึ่งมันก็ใช้เวลาไม่นาน เพราะทุกคนต่างก็ถนัดในเรื่องนี้อยู่แล้ว ของใช้ที่จำเป็นก็ถูกนำออกมาจากหีบขนย้าย แล้วนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที ส่วนพวกเครื่องเรือนที่เป็นของประดับก็ไว้จัดการทีหลัง


    ในขณะที่เหล่าพ่อบ้านและแม่บ้านกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมบ้าน ครรชิตกลับได้รับความรู้และข้อมูลแปลกๆเข้าสู่สมอง พวกมันเป็นข้อมูลของพวกผู้ชิงตำแหน่งราชาเงาของอาณาจักรอเคเซีย ซึ่งนับว่ามีจำนวนหลายสิบคน และแต่ละคนก็มีพรสวรรค์ที่น่าตื่นตระหนัก


    "การแข่งขันเพื่อล้มล้างพวกเงาทั้งหลายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เนื่องจากในตอนนี้พวกผู้มีพรสวรรค์ได้มารวมตัวกันครบแล้วในเมืองแห่งนี้ ขอให้สนุกกับเกมของข้า" สิ้นเสียงเจ้าตัวจำลองของท่านอเคเซียก็หายไปจากแก่นกลางของทุกคน นั้นรวมทั้งในตัวของครรชิตด้วย


    หลังจากจบสิ้นการถ่ายโอนข้อมูลนี้แล้ว เขาก็รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าต้องเงยหน้าไปบนท้องฟ้า ซึ่งบนนั้นมันปรากฏเป็นวงเวทย์ที่ดูซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง มันกระจายไปทั่วทั้งอาณาจักร โดยวงเวทย์ในเมืองหลวงอเคเซียเป็นจุดศูนย์กลางของวงเวทย์ทั้งหมด


    วงเวทย์นั้นเปล่งแสงสีฟ้าออกมาในทุกๆตัวอักษร พวกมันเป็นสิ่งพวกเงาเท่านั้นจะมองเห็นถึงมันได้ และมันก็ไม่ได้มีผลแสดงออกมาชัดเจนมากนัก นอกเสียจากการปรากฏตัวของมันเพียงเท่านั้น ที่สร้างผลกระทบกับทุกคนในอาณาจักรเพียงเล็กน้อย ทำให้พวกเขารู้สึกถึงพลังมานาในอากาศที่เข้มข้นขึ้นจำนวนหนึ่ง


    นั้นทำให้ครรชิตเหม่อมองไปบนท้องฟ้าอย่างเงียบงัน ก่อนจะปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งเวลากลางดึกเขาถึงได้รู้สึกตัว ว่าด้านนอกท้องฟ้านั้นกลายเป็นสีดำสนิทตัดกับวงเวทย์สีฟ้าที่แผ่กระจายไปสุดลูกหูลูกตา






จบบทที่ 2



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1826 AiTemmm (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 12:15
    ต้นไม้ผอมเพรียว? เอ่อคำนี้มันใช้บอกลักษณะคนนะคะไม่ใช่สิ่งแวดล้อม ใช้ต้นไม้สูงยืนต้นแทนก็ได้
    #1,826
    0
  2. #1440 ยังเจี้ยม (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 20:10
    เจ้าโจรร้ายเครื่องเรือนพวกนี้เจ้าอย่าหวังข้าฝึกหนักตั้งสองปีเพื่อไปทวงมาให้บิดาที่เคารพ
    #1,440
    0
  3. #1357 jasweem (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 10:47
    ขอบคุณครับ
    #1,357
    0
  4. #1256 Gnuh (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 20:26
    ขอบคุณครับ
    #1,256
    0
  5. #1253 phairatw (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 14:21
    ขอบคุณครับ
    #1,253
    0
  6. #1252 manima (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 12:10
    เอาสมบัติมาแยอะๆนะ
    #1,252
    0
  7. #1249 inasba (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 08:13
    เกมเริ่มแล้วสินะ
    #1,249
    0
  8. #1247 gnome (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 03:39
    แอนเซียนต์ เอนชานต์ เอ็นต์ เลือกซักอันนะครับ
    กาง กลาง
    #1,247
    0
  9. #1246 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 02:37
    ขอบคุณครับ
    #1,246
    0
  10. #1244 kamol1122 (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 00:35
    สนุกดีครับ
    #1,244
    0
  11. #1243 toy (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 00:03
    ขอบคุณครับ
    #1,243
    0