ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 110 : เลือดพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    9 พ.ย. 59

บทที่ 2 : เลือดพิษ




    "มีอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้น" เสียงที่ฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย มันเป็นเสียงที่ปะปนไปทั้งสองเพศ จนแยกแยะไม่ออก


    เจ้าของเสียงได้หยิบเอาแผ่นเหล็กขึ้นมา มันเป็นแผ่นเหล็กที่มีชื่อของพ่อบ้านมาซ่าสลักอยู่ มันดำลังเรืองแสงสีแดงเข้ม จนแทบจะเปลี่ยนสีของแผ่นเหล็กให้กลายเป็นสีแดง


    มันพลิกป้ายดูเล็กน้อย ก่อนที่ป้ายจะเปล่งแสงสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนแผ่นเหล็กเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงสว่างเหมือนกับมันจะระเบิดออกมา


    มือของมันที่ดูเหมือนมืออิสตรี แต่มว่ากลับปรากฏเส้นเลือดสีดำปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้โยนแผ่นเหล็กขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่มันจะลอยอยู่ตรงนั้นอย่างนิ่งสงบ


    ยิ่งแผ่นโลหะเป็นสีแดงสว่างมากเท่าไร รอยยิ้มอันเย็นชาของมันก็กว้างขึ้นมากเท่านั้น


    ในห้องที่มันอยู่เป็นห้องมืดๆ ที่มีเพียงแสงจากเตาผิงเก่าแก่และทรุดโทรม คอยให้ความสว่างอันเลือนรางของแก่ห้องนี้ แสงไฟนั้นไม่อาจจะทำให้เห็นถึงใบหน้าหรือรูปร่างของมันได้ชัดเจน


    สิ่งที่ปรากฏในห้องอันมืดสลัวนั้น เป็นเพียงรูปร่างอันเลือนรางในเงามืดเท่านั้น มองเห็นเพียงรูปร่างรางๆน้อยใต้ชุดคลุมยาว แววตาเรืองแสงในที่มืดราวกับสัตว์ป่า มีเพียงมือเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมาจากชุดคลุมนี้


    มันกำลังกำมืออย่างแน่นจนแทบจะได้ยินเสียงแตกหักของกระดูก ก่อนที่มันจะคลายมือออกซึ่งมือนั้นก้แปรเปลี่ยนไป เส้นเลือดสีดำได้หดหายไปจนกลายกลับเป็นมือปรกติ แต่สิ่งที่แปรเปลี่ยนอย่างยิ่งคือ จากมือที่งดงามราวกับอิสตรีกลายมือของชายหนุ่มหยาบกร้านในพริบตา


    ไอควันสีดำลอยออกมาจากใต้ผ้าคลุม ก่อนจะรวมตัวกันเป็นรูปอสรพิษลอยอยู่ในอากาศ มันกำลังลอยอยู่รอบๆแผ่นเหล็กที่กำเปล่งแสงนั้นอยู่


    ในเวลาไม่นานแผ่นป้ายก็เริ่มกระพริบแสงขึ้น แทนที่จะเป็นการเปล่งแสงอย่างที่ผ่านมา มันทำให้ห้องนี้สว่างวาบขึ้นเป็นระยะๆ จนเกิดเป็นแสงสีที่แปลกตาขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้รอยยิ้มของคนในชุดคลุมปรากฏขึ้น


    แต่ทว่าแสงสีแดงสว่างนั้นกลับดับลงอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นแผ่นป้ายสีเงินตามเดิมพร้อมกับรอยแตกที่เกิดขึ้นทั่วทั้งแผ่น ราวกับว่ามันกำลังจะพังลงได้ทุกเวลา


    "บัดซบ! มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!" มันสบถออกมาเป็นเสียงที่ดังกึกก้อง นั้นทำให้เปลวไฟในเตาผิงนั้นไหววูบราวกับจะดับลง เช่นเดียวกับห้องๆนี้เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดขึ้นมา และมีผงฝุ่นฟุ่งกระจายทั่วทั้งห้องทึบนี้


    ควันดำรูปอสรพิษเคลื่อนที่อย่างเกรี๊ยวกราด มันฉวัดเฉวียนไปมารอบๆแผ่นป้าย ราวกับต้องการกลืนกินแผ่นโลหะนั้นให้ได้ แต่ทว่ามันกลับไม่อาจจะเข้าใกล้มันได้ เนื่องจางมีสิ่งที่เหมือนกำแพงที่มองไม่เห็นขว้างมันเอาไว้


    "ใจเย็น ในไม่ช้าเจ้าจะได้ลิ้มรสวิญญาณดวงนี้แล้ว" มันพูดขึ้นก่อนที่จะลูบไล้มือไปตามลำตัวของอสรพิษสีดำ ราวกับว่าควันนั้นสามารถจับต้องได้


    มันสบัดมือเพียงเล็กน้อย แผ่นโลหะสีเงินก็ลอยเข้ามีที่มือของมัน หลังจากมองดูแผ่นโลหะสักเล็กน้อย มันก็ส่งพลังเวทย์สีดำเข้าสู่ป้ายโลหะ มันฟื้นฟูป้ายให้ดูเหมือนใหม่อีกครั้ง


    ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ในสถานที่ที่ห่างไกลกันนับร้อยกิโลเมตร ในห้องที่มีความคล้ายคลึงกันต่างกันเพียงแต่ว่า ในห้องนี้มีแสงสว่างจากตะเกียงเวทย์หลายอัน พร้อมกับมีชายหนุ่มอยู่สองคนภายในห้อง


    คนหนึ่งกำลังทำสีหน้าที่ทุกข์ทรมานอย่างมาก มันถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ไม้สีดำที่แข็งแรงอย่างน่าดูชม ส่วนอีกคนกลับกำลังอังมืออยู่บนท้องของผู้ที่ถูกมัดไว้ ในอุ้งมือของชายหนุ่มมีแสงสีน้ำตาลเข้มกำลังถูกดูดออกมา


    มันถูกดุดออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่ถูกมัดอยู่ แสงสีน้ำตาลเข้มนั้นกำลังพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากแรงดึงดูดของมือนี้ แต่มันไม่สามารถหลุดหนีจากการดึงดูดนี้ไปได้


    ยิ่งแสงสีน้ำตาลเข้มถูกดูดออกมามากเท่าใด สีหน้าและร่างกายของของมันกลายเป็นเหี่ยวย่น และเริ่มซีดจางจนเห็นเส้นเลือดดำใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน


    ก่อนที่มันจะตายไปจริงๆ ชายหนุ่มที่อ่อนวัยกว่าได้ถอนมือออก พร้อมกับป้อนเม็ดยาบางอย่างให้มัน นั้นทำให้มันมีสีหน้าดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่อาจจะลดร่องรอยอายุขัยที่เพิ่มขึ้นของมันได้


    "เรามาคุยกันหน่อยดีไหม พ่อบ้านมาซ่า" สิ้นเสียง หลังมือของครรชิตก็กระทบกับใบหน้าของมาซ่า นั้นทำให้มันได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว


    "ขะ..." เสียงแหบแห้งที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังออกมาจากชายชรา กว่าที่แต่ละคำจะเปล่งออกมาได้ มันต้องใช้เวลานานกว่าสิบวินาที


    หลังจากรอหลายนาที ในที่สุดเขาก็เข้าใจถึงสิ่งพ่อบ้านมาซ่าต้องการจะพูด


    "ข้าไม่ยอมพูดหรอก แม้ว่าข้าต้องตายก็ตาม" เพียงแค่สองประโยคเท่านั้นที่มันพูด ก่อนจะปิดปากเงียบไปอีกครั้ง ซึ่งมีเพียงเสียงครางด้วยความเจ็บปวดเบาๆ ดังขึ้นมาตลอดเวลาแทนที่


    "หืม ไม่ยอมพูดงั้นหรอกรึ ข้าคงไม่มีทางเลือกสินะ" ครรชิตพำพัมออกมาหลังจากได้ฟังคำพูดของชายชรา


    เขาหยิบยาสะกดวิญญาณออกมา ก่อนจะส่งเขาสู่ปากของชายชรา มันทำให้ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปอีก ตามผิวหนังเริ่มเกิดรอยปิแตกปรากฏขึ้นทั่วทั้งตัว แต่มันคงไม่ถึงกับเสียชีวิตไป


    ในไม่ช้าพ่อบ้านมาซ่าก็เริ่มตอบคำถามของชายหนุ่ม แม้มันจะไม่เต็มใจแต่ภายใต้ฤทธิ์ยาสะกดวิญญาณ มันก็ทำให้มันตอบคำถามมาโดยตรง


    "พวกเจ้ามีวิธีลอบเข้าอาณาจักรสวรรค์แห่งสมุนไพรอย่างไร"


    "แผนการหลังจากเข้าไปแล้วอย่างระเอียดล่ะ"


    "มีพวกเจ้ากี่คนที่ออกไปทำงานในครั้งนี้..."


    คำถามนับสิบคำถามถูกถามอย่างต่อเนื่อง บ้างคำถามก็ได้คำตอบมาอย่างตรงๆ จนแทบจะไม่ได้อะไรเลย เขาต้องถามคำถามอย่างตรงประเด็น เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบอย่างถูกต้อง


    การถามตอบดำเนินไปหลายนาที แต่มันก็ยังมีบางสิ่งรบกวนจิตใจของเขา เพราะตั้งแต่พ่อบ้านมาซ่าตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยา มันกลับเกิดอาการผิดปรกติกับพลังมานาในร่างของมันอย่างช้าๆ


    พลังมานาของมันเริ่มไหลไปรวมกันที่หัวใจ แล้วเริ่มสะสมอยู่ที่นั้นอย่างช้าๆ ซึ่งครั้งนี้เขาตรวจไม่พบถึงร่องรอยยาเวทย์ หรือวงจรเวทย์ที่ถูกกระตุ้นแม้แต่น้อย มีเหตุผลเดียวที่เป็นอย่างงี้ ก็เพราะมันถูกกระตุ้นจากที่ไหนสักแห่ง


    เขาได้ให้พลังมานามันรวมตัวกันไป เมื่อมันเริ่มสะสมได้สักพัก เขาก็ส่งพลังเวทย์ธาตุมืดแฝงเข้าไปในร่างกายของพ่อบ้านมาซ่า แล้วส่งมันย้อนกลับไปยังต้นต่อของพลังมานาที่เข้ามาในร่างกายของมาซ่า


    มันย้อนกลับไปไกลหลายสิบกิโลเมตร ก่อนที่พลังเวทย์ของเขาจะไปกระทบกับบ้างสิ่งที่กั้นมันไว้ มันสามารถสกัดการรับรู้ทางเวทย์ของเขาเอาไว้ได้ มันเป็นเหมือนกำแพงที่สลายพลังเวทย์เอาไว้ทั้งหมด


    "เวทย์เขตแดนอย่างงั้นหรอ ช่างมันในเมื่อไม่อาจจะตามต่อ ข้าก็ไม่ได้สนใจมากนักหรอก" เขาดึงพลังเวทย์ย้อนกลับมา ก่อนจะกางเขตแดนขึ้นมาบ้าง


    เขาโบกสบัดมืออกไปสามครั้ง แต่ละครั้งปรากฏแผ่นจารึกลหะจำนวนนับสิบแผ่นกระจายออกไป มันไปรวมกับแผ่นจารึกเวทย์ที่ทำจากไม้ที่ถูกโยนไปก่อนหน้านี้ ก่อกำเนิดเป็นวงจรเวทย์ขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเดิม มันทรงพลังมากยิ่งขึ้นไปอีก


    นั้นทำให้พลังมานาที่แฝงอยู่ในร่างของมาซ่าหยุดการสะสมลงไป ร่างกายของมาซ่าเริ่มกลับเป็นปรกติ ไม่มีพลังมานาปลดปล่อยอย่างรุนแรงอีกต่อไป


    เขารับเอาพลังมานาที่สะสมมาทั้งหมด ก่อนจะกลั่นมันเป็นพลังลมปราณให้กับตัวเอง เพราะพลังเวทย์ที่ถูกแปลงมาแล้ว มันเป็นพลังที่เข้มข้นเป็นอย่างมาก สามารถกลั่นเป็นพลังลมปราณได้อย่างรวดเร็วและมีปริมาณจำนวนมาก


    เมื่อพลังมานาในร่างกายของมาซ่าเริ่มแผ่วลง เขาก็เริ่มถามคำถามต่อไปเรื่อยๆ จนหมดฤทธิ์ยามันก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม สติและความคิดของมันเลยกลับมา นั้นทำให้มันปิดปากเงียบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว


    "เสียเวลามากเกินไปจริงๆ เจ้าพูดช้ามากจนข้ายังไม่ได้ถามคำถามสำคัญเลยแม้แต่น้อย" ครรชิตสายหน้าไปด้วยขณะพูด ก่อนจะนั่งตรงหน้าของมันแล้วเริ่มร่ายเวทย์อย่างช้าๆ


    "ขะ ข้าไม่มีวันทรยศ นายท่าน!" สิ้นเสียงมันก็พ่นคำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ออกมายาวเหยียด นั้นทำให้พลังมานาในร่างกายที่เหลือเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต รวมทั้งพลังชีวิตที่มันเหลืออยู่ต่างเหือดแห้งอย่างรวดเร็ว


    มันกลายเป็นรอยสักแปลกๆ มันปรากฏกขึ้นบนร่างกายของพ่อบ้านมาซ่าอย่างต่อเนื่อง มันเริ่มเรืองแสงขึ้นทีละส่วนทีละส่วน จนในที่สุดทั่วทั้งตัวก็เต็มไปด้วยรอยสักเรืองแสง


    ร่างกายของมันเริ่มปิแตกและส่งกลิ่นเหมือนของเน่าเสียอย่างรุนแรง เขารีบหนีออกมาบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มป้องกันตัวเองอย่างเร่งด่วน


    เขาสวมชุดเกราะสีดำอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกางบาเรียสีดำขึ้นมารอบร่างกายของเขา มันช่วยกันสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างร้อยส่วน


    วงเวทย์สีดำที่ส่งบรรยากาศที่น่าสะอดสะเอียนปรากฏขึ้น มันมีขนาดเท่ากับรอบร่างกายของมาซ่า มันกระพริบเพียงสามครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกย้อมไปด้วยแสงสีม่วงเข้ม มันครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่


    วินาทีนั้น ครรชิตที่อยู่หลังบาเรียได้ใช้พลังลมปราณกันเป็นปราการครั้งสุดท้าย แต่มันไม่จำเป็นต้องใใช้เพราะมันไม่มีพลังระเบิดที่รุนแรงมากนัก มีเพียงของเหลวสีดำที่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่เท่านั้น


    เขาไม่ยอมให้มันกระจายออกไปอย่างแน่นอน เขาได้กักเอาของเหลวนั้นเขาสู่กล่องปิดผนึกอย่างดี มันสามารถนำไปวิจัยได้หลายอย่าง


    อย่างน้อยที่เขาเรียนรู้จากมันมาแล้ว มันเป็นเลือดของมนุษย์อย่างแน่นอน แต่มันกลับมีพิษอย่างรุนแรงหลายอย่าง ทั้งฤทธิ์ทำให้สลบ มีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง รวมทั้งแทรกซึมได้อย่างรวดเร็ว


    เมื่อเก็บของเหลวนั้นหมดแล้ว สภาพห้องหลังจากถูกทำลายนั้นมันแทบจะไม่เหมือนเดิม ผนังทั้งสีด้านและเพดาน รวมทั้งพื้นห้องต่างถูกทำลายไปหลายส่วน มีบ้างส่วนที่เป็นหลุมลึกหลายเมตร มันทำเอาห้องแห่งนี้พังจนแทบไม่มีชิ้นดี


    เขาสลายห้องแห่งนี้ทิ้งในทันทีที่เขาออกมาแล้ว มันเป็นห้องใต้ดินที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นจากเวทย์ธาตุดินของเขา เขาเสริมความแข็งแรงของมันด้วยโครงสร้างของคอนกรีต พร้อมเสริมเวทย์เข้าอีกด้วย


    บริเวณที่ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นนั้น มันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นป่าอันกว้างใหญ่ของชายแดนแห่งนี้ เขาเดินออกจากที่แห่งนั้นเหมือนไม่อะไรเกิดขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้นกลับมีสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้น


    "พวกเจ้า! ไปตามล่ามันซ่ะ จับมันมามันให้ได้!" ชายในชุดคลุมดำกำลังจับไปยังแผ่นโลหะที่แตกกระจายเป็นชิ้น มันกำลังคำรามอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่บุคคลในชุดคลุมดำนับสิบที่ซ่อนอยู่ตามมุมมืดได้เดินออกมา แล้วหายตัวจากห้องแห่งนี้อย่างรวดเร็ว จนทิ้งไว้แต่กลุ่มก้อนพลังเวทย์ที่ปั่นป่วน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1208 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 22:21
    ระลอกใหม่กำลังมา...
    #1,208
    0
  2. #1205 jasweem (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 20:44
    รอครับ
    #1,205
    0
  3. #1202 Gnuh (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 13:58
    ขอบคุณครับ
    #1,202
    0
  4. #1201 ปกเงิน& (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 11:33
    ขอบคุณคับ
    #1,201
    0
  5. #1199 phairatw (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 08:33
    ขอบคุณครับ
    #1,199
    0
  6. #1198 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:24
    ขอบคุณค่ะ กำลังสนุกเข้มข้น ชวนให้ติดตามตลอดเวลาค่ะ อ่านสนุกมาก อ่านไปด้วย ลุ้นกับพระเอกไปด้วย รอตอนต่อไป
    #1,198
    0
  7. #1197 BossFinn (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:10
    สนุกมากก
    #1,197
    0
  8. #1196 kamol1122 (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 23:43
    สนุกมากครับ
    #1,196
    0