ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 101 : พบปะญาติพี่น้อง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

บทที่ 2 : พบปะญาติพี่น้อง (2)




    "พวกเจ้าไม่สนใจข้างั้นรึ ก็ได้!" เสียงที่แผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตอย่างรุนแรง


    เสียงนั้นดังขึ้นมาเหมือนเสียงยิงบินผ่านเท่านั้น แต่กลับทำให้ครรชิตลอบฟังได้ ด้วยการอ่านปากและดูจากสีหน้าและแววตาอย่างลับๆ ทำให้เขาทราบว่าลุงอาร์คได้โกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว


    แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาละความสนใจไปจากพวกท่านอาหญิงทางฝั่งนี้ เขาเพียงแค่ลอบสังเกตและตรวจสอบลุงอาร์คเป็นระยะๆ


    "จูเนียร์ วันนี้เจ้ามีอะไรทำเป็นพิเศษหรือไม่ ข้าอยากลองปะมือกับเจ้าดูสักครั้ง" เสียงดังออกมาจากชายหนุ่มที่ดูเหมือนเขาแต่มีดวงตาสีม่วงอ่อนๆ พร้อมกับเค้าโครงหน้าที่ออกไปทางเอเซีย


    ผู้นี้คือลุงของเขาอีกคนหนึ่ง เขามีชื่อว่า'ราทิส ดิ แอสลาส' เขาเป็นเจ้าของกิจการหลายอย่างในเมืองหลวงอเคเซีย ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับเครื่องประดับและของตกแต่งบ้าน


    ด้วยพลังมานาที่เขาสัมผัสได้ พร้อมกับตรวจสอบการไหลเวียนของมานาในร่างกาย ทำให้เขาทราบว่าชายหนุ่มมีอาการบาดเจ็บคล้ายบิดาตน แต่ทว่าการบาดเจ็บนั้นเกือบจะหายเป็นปรกติแล้ว


    ทุกการไหลเวียนมานาหนึ่งรอบ จะมีเพียงบางช่วงที่สะดุดเท่านั้น เพราะมันไม่มีเสถียรภาพในการควบคุมการไหลเวียน เมื่อเส้นทางของมานาเข้าใกล้เม็ดพลังมากเท่าใด เขาก็จะสูญเสียมานาไปยังจุดรอยแตกเล็กๆบนเม็ดพลังมานา ซึ่งนั้นรบกวนการใช้มานาของเขาเล็กน้อย


    อาการคล้ายกันนี้ก็เกิดขึ้นกลับคนที่มีการพัฒนาการ ทางด้านพลังมานาที่รวดเร็วเกิดไปเช่นกัน เมื่อพลังมานามีเส้นทางไหลเวียนมากขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของมานา มันจะทำให้การควบคุมเสียเสถียรภาพไปเล้กน้อย แต่ใช้เวลาไม่นานก็กลับเป็นปรกติ


    "ข้าไม่มีแผนที่จะทำอะไรหรอกขอรับ ข้ารอเวลาการประลองที่จะมาถึง ข้าจะได้ประลองให้มันจบๆไป" เสียงของครรชิตที่เปล่งออกมา ไม่มีอาการของการยินดียินร้ายแม้แต่นิดเดียว


    "ถ้างั้นก็ดี วันนี้เจ้าไปกลับข้าแล้วกัน ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าเจ้ามีฝีมือแค่ไหน" ราทิสยิ้มให้ครรชิตในร่างจูเนียร์อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปพูดกับน้องสาวของเขา


    "เจ้าก็มาด้วยกันสิอเมทิสต์ พวกเราสองคนไม่ได้ปะมือกันมานานแล้ว ท่านด้วยนะพี่ข้า" เขาหันไปชวนสองสาวข้างกายของพวกเขา ไปรวมการประลองที่เขาจัดขึ้นอีกด้วย


    "ไม่มีปัญหา พี่ชาย แต่ข้าต้องขอบอกไว้ก่อนเลย ข้าแทบจะไม่ได้ยืดเส้นยืดสายเลยเกือบหกปีแล้ว เพราะตั้งแต่เริ่มดูแลสถานที่ท่องเที่ยวหลายสิบแห่ง ข้าก็แทบจะจมไปกับกองบัญชีแล้ว" ท่านอาอเมทิสต์ตอบยิ้มๆ ก่อนจะดัดนิ้วเสียงดังกร๊อบแกร๊บแล้วมองมายังเขาอย่างตื่นเต้น


    "นั้นสินะ พี่ก็อยากลองสู้ดูบ้างเหมือนกัน เราไม่ได้สู้กันมาเกือบสิบปีแล้วด้วยสิ" ไม่เว้นแม้แต่ท่านป้าจูเลีย ท่านก็จัดท่านั่งอย่างเรียบร้อย แต่กลับทำให้กล้ามเนื้อส่งเสียงออกมาได้เบาๆ


    เขามองสองสาววัยกลางคนทั้งสองคนอย่างประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าพวกเธอจะซ่อนพลังมานาได้แนบเนียนขนาดนี้ จากพลังมานาของขั้นผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นต้น กลับกลายเป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นสูงไปเสียได้


    แล้วกล้ามเนื้อของพวกเธอต่างแข็งแรงเสียยิ่งกว่าบุรุษตระกูลอื่น เมื่อเขาสังเกตดูกล้ามเนื้อของทั้งสามคนข้างเขา ก็ทำให้พบว่าทุกคนต่างซ่อนกล้ามเนื้อไว้ใต้ผิวหนังที่ดูเต่งตึงเป็นอย่างดี มีเพียงตอนที่พวกเขาตอบโต้กันเมื่อสักครู่เท่านั้น ที่กล้ามเนื้อปรากฏขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด


    "ตกลงตามนี้ หลังจากออกไปจากที่นี้ ไปที่บ้านพักของข้าแล้วกัน เพราะที่นั้นข้ามีสนามประลองอยู่พอดี ไม่ต้องห่วงข้าได้ให้คนสนิทลงเวทย์กันอันตรายไว้ให้แล้ว"


    "ก็ได้ครับ" "ก็ดีสิท่านพี่" "ตกลงจ๊ะ" เมื่อพวกเขาทั้งสามคนตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ครรชิตก็หันไปมองหน้าลุงอาร์คอย่างสนใจ เพราะตั้งแต่เมื่อสักครู่ เขาก็จับจิตคุกคามเบาๆได้จากชายตรงหน้าเขา


    "พวกเจ้าจะไปไหนกัน พวกเรายังคุยกันไม่จบ!" เสียงเหมือนฟ้าร้องดังออกมาจากอาร์ค มันทำให้เกิดระรอกคลื่นกระจายไปรอบทิศทาง


    มันทำให้น้ำในสระบัวรวมทั้งใบบัว ต่างพากันกระเพื้อมอย่งรุนแรง เสียงเดียวกับศาลาไม้สีแดงสดนี้ก็ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด


    สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ใบหน้าของพวกเขาทั้งสี่คนเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ครรชิตยังคงนั่งอยู่นิ่งๆพร้อมกับยกแก้วชาขึ้น ท่านอาอเมทิสต์ได้ยกถ้วยชาพร้อมขนมเค้กที่เธอยังกินไม่หมดด้วยพลังเวทย์ของเธอ เช่นเดียวกับพี่สาวของเธอจูเลียก็ทำเช่นเดียวกัน


    มีเพียงท่านลุงราทิสเท่านั้นที่ทำการยกกาสุรา พร้อมกับถาดใส่กับแกล้งขึ้นมาด้วยสองมือ พร้อมกับใช้พลังเวทย์สะกดข่มการสั่นไหวบริเวณโดยรอบของพวกเขา


    "ข้าไม่มีเรื่องจะคุยกับเจ้านักหรอก ที่ข้ามาที่นี้ก็เพื่อให้เกียรติท่านพ่อก็เท่านั้น" เสียงนิ่งๆที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ดังออกมาจากปากของราทิสหลังจากที่พื้นไม่หยุดส่งเสียงแล้ว


    นอกจากท่านลุงราทิสที่ตอบโต้ออกไปเช่นนั้น หญิงาวทั้งสองคนที่เป็นทั้งพี่สาวและน้องสาวของเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย มีเพียงแค่เด็กหนุ่มที่จ้องมองไปยังอาร์ดอย่างนิ่งๆเท่านั้น


    "ข้าก็เช่น ที่มาที่นี้เพราะข้ายังคงเป็นคนในตระกูลอยู่หรอก แต่ถ้าไม่ใช่ข้าก็ไม่อยากเสียเวลามาแม้แต่น้อย" เสียงของครรชิตเต็มไปด้วยความดูถูกและเหยียดหยาม


    "พวกเจ้า!" เสียงเหมือนฟ้าร้องดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ซึ่งส่งผลแรงกว่ารอบแรกแต่ก็ไม่อาจทำให้ใครสั่งคนหน้าเปลี่ยนสีได้


    พลังที่แฝงมานั้นอยู่ในขั้นผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นสูง ที่เกือบจะข้ามเป็นจอมเวทย์อยู่แล้ว ซึ่งความกดดันนี้ไม่ค่อยมีผลกับผู้ที่อยู่ในขั้นเดียวกันนี้สักเท่าไร และครรชิตเองก็มีระดับการฝึกฝนอยู่ในขั้นจอมเวทย์ธาตุดินขั้นสูงแล้วด้วย นี้ไม่นับว่าเป็นภัยคุกคามแม้แต่น้อย


    "มีอะไรจะพูดก็รีบพูดท่านลุง อย่าพูดแต่เจ้าๆๆ เวลาของข้ามันมีค่ามากกว่านี้ยิ่งนัก" เสียงของครรชิตยิ่งพูดยิ่งเต็มไปด้วยการเสียดสีอย่างหนัก


    นั้นทำให้เหล่าญาติที่อยู่ด้านของเขามองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นมองอย่างยินดีและขบขันเล็กน้อย จนเผลออมยิ้มกันทุกคน


    "เจ้า..." ที่ที่กำลังจะเปล่งออกมากลับหยุดชะงักลง


    "เจ้าอะไรอีกท่านลุง ท่านพูดเป็นเพียงแค่คำนี้งั้นรึ เหมือนกับว่ายิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือนนะท่าน" เป็นเขาที่พูดขึ้นทะลุปล้อง ตั้งแต่คำว่าเจ้าได้เปล่งออกมาจากปากของอาร์ค โดยไม่สนมารยาทแม้แต่น้อย นั้นเรียกเสียงหัวเราะอย่างขบขันจากท่านอาหญิงของเขาได้อย่างดี


    มีเพียงท่านลุงและท่านป้าที่ไม่ได้หัวเราะ แต่กลับมีน้ำตาที่ปลายหางตาปรากฏขึ้นมาแล้ว เหมือนกับว่าพวกท่านเริ่มจะกลั้นหัวเราะไม่ไหว จนในที่สุดทั้งสามคนก็ระเบิดหัวเราะออกมา


    "นี้พวกเจ้า!..." เสียงคำรามอย่างดุร้ายดังออกมาจากปากของลุงอาร์ค เสียงนี้ทำให้อากาศโดยรอบเกิดความบิดเบี้ยวขึ้นมา


    "ท่านลุงนี้ก็ไม่ได้เลอะเลือนไปเสียหมด ยังจำคำว่านี้ได้อยู่อีกตั้งหนึ่งคำ ถ้าท่านลุงจำได้เพียงเท่านี้ ข้าคงต้องขอตัวลา เพราะข้ามีสิ่งที่สำคัญมากกว่าการนั่งแช่อยู่ที่นี้ ท่านลุงราทิส ได้โปรดนำไปยังบ้านพักของท่านด้วย" สิ้นเสียงของเขา เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วหันไปยิ้มให้ชายวัยกลางคนข้างเขา


    "นั้นสินะ พวกเราไปกันเถอะ ยังมีสิ่งที่ต้องไปกันอีกนี้นะ"


    พวกเขาทั้งสี่คนเดินออกจากศาลาวังมัจฉาออกไป โดยไม่ได้สนใจท่าทีโกรธเกรี๊ยวจนแทบคลั่งของอาร์ดแม้แต่น้อย รวมทั้งไม่หันไปมองเลยสักนิดตั้งแต่ออกมาจากศาลา ทำเสมือนว่าอาร์คนั้นไม่มีตัวตนอยู่


    หลังจากพวกเขาออกมาได้ไม่นาน คลื่นพลังมานาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารก็ระเบิดขึ้นที่ศาลาวังมัจฉา มันส่งเสียงดังเหมือนกับระเบิดลงที่นั้น น้ำในสระบัวรวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านในต่างพุ่งขึ้นจากสระบัวสูงนับสิบเมตร ทุกสิ่งทุกอย่างต่างกระจุยกระจายไปรอบทิศทาง


    พวกเขาหันไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปเดินตามทางตามเดินโดยไม่สนใจมันอีก ด้วยการระเบิดพลังเมื่อสักครู่ทำให้พวกเขาแปลกใจเพียงเล็กน้อย เพราะพลังที่ระเบิดเมื่อสักครู่ยังไม่รุนแรงมากจากที่พวกเขาคาดการณ์ไว้


    พวกเขาเดินตรงไปยังทางแยกแห่งหนึ่ง มันเป็นทางเดียวกับที่จะนำไปสู่บ้านพักของเขา แต่เดินไปยังแยกคนละแยกกับทางแยกที่นำทางไปบ้านพักของเขา มันเป็นทางแยกที่จะนำไปสู่ทางด้านหลังของภูเขาลูกนี้


    มันแสดงให้เห็นว่าภูเขาลูกนี้มีบ้านพักแบบนี้อีกมากมาย พื้นที่ด้านหลังของภูเขานี้มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าด้านหน้าของภูเขา และมันยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก


    ด้านหลังภูเขานี้มีทางเดินเพียงสายเดียวไม่มีทางแยกไปยังที่อื่นอีก มีเพียงทางเดินตรงไปสู่บ้านหลังใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของที่นี้ มันเป็นบ้านที่สร้างอยู่ในภูเขาด้วยการเจาะเข้าไปด้านใน มันตกแต่งด้วยไม้และหินอย่างสวยงาม


    หน้าบ้านหลังนั้นมีลานกว้างขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า และโดยรอบเป็นสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มันตกแต่งด้วยรูปปั้นหลายรูปแบบ ทั้งรูปปั้นสัตว์และรูปปั้นมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ที่ตกแต่งเป็นรูปสัตว์ต่างๆ


    ที่ลานกว้างนั้นมีเสาหินปักเป็นวงกลมอยู่ตรงกลาง มันมีขนาดใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของลานกว้าง พวกมันส่องแสงสีฟ้าออกมาจางๆ


    "ยินดีต้อนรับสู่บ้านพักของข้า" ราทิสผายมือไปยังบ้านพักตรงหน้าของพวกเขา


    เขามองบ้านตรงหน้าอย่างสนใจ เพราะมันมีขนาดใหญ่กว่าบ้านของชายหนุ่มเกือบสามเท่า มันมีพื้นที่ใช้สอยโดยรอบขนาดใหญ่ เลยจากส่วนที่เป็นสวนไปมันเป็นไร่ผลไม้และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่


    "ท่านลุงยังอยู่ที่นี้หรอครับ ทำไมบ้านถึงยังดูเหมือนใหม่ขนาดนี้" ครรชิตถามอย่างสงสัย


    "ไม่ใช่หรอกจูเนียร์ ที่นี้เป็นท่านพ่อของข้าหรือปู่ของเจ้าเป็นผู้ดูแลมันอยู่ ข้าไม่ได้มาพักที่นี้มานานมากแล้ว นี้เป็นหนึ่งในที่ไม่ได้รับผลจากเจ้าอาร์ค" ราทิสที่พูดไปพร้อมกับเดินพาพวกเขาเข้าไปในบ้านไป


    เมื่อพวกเขาเข้าไปในบ้าน พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ทั้งน้ำเย็นๆที่นำมาเสิร์ฟให้ ผ้าขนหนูผืนเล็กๆที่ถูกส่งมาให้เพื่อเช็ดหน้า รวมทั้งการนำรองเท้าสำหรับใส่ในบ้านมาให้


    "ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ที่สักพัก พวกเจ้าจะไปเปลี่ยนชุดสำหรับต่อสู้กันเถอะ" หลังจากนั่งลงที่ห้องรับแขกได้สักพัก ราทิสก็พูดด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับปรบมือเบาๆ


    พ่อบ้านสองคนหร้อมกับเมดสาวอีกสี่คน พวกเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกแห่งนี้ ก่อนจะนำพวกเขาทั้งสามคนไปยังห้องแต่งตัวที่อยู่ข้างๆ


    ในห้องแต่งตัวครรชิตกำลังเอาชุดเกราะหนังเสริมด้วยเหล็กสีแดงออกมา พร้อมกับดาบไม้เนื้อแข็งออกมา มันเป็นดาบไม้เล่มเดียวกับที่บิดาของเขาให้เอาไว้ฝึกในตอนเด็ก


    "เมื่อพวเจ้าพร้อมแล้ว เจ้ามาสู่กับข้าก่อนเลย จูเนียร์" ผู้ที่พูดคือราทิศที่อยู่กลางลานประลองทรงกลม เขาอยู่ในชุดเกราะหนังสีเขียวเข้ม พร้อมกับดาบไม้ที่เป็นรูปแบบดาบเรเปียร์ เขายืนยิ้มให้เด็กหนุ่มที่กำลังเดินเข้าไปในลานประลองตามคำพูดของเขา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1817 I'm nani (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 18:24
    มันก็พูดแต่เจ้าจริงๆนั้นแหละ สมควรโดน 5555555555
    #1,817
    0
  2. #1133 phairatw (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 19:34
    ขอบคุณครับ
    #1,133
    0
  3. #1061 Gnuh (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 13:40
    ขอบคุณครับ
    #1,061
    0
  4. #1050 ปกเงิน& (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 15:05
    ขอบคุณคับ
    #1,050
    0
  5. #1049 ม่านมุก (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 23:49
    ขอบคุณน้าาาค้าาาาแล้วมาอัพอีกเร็วๆน้าาาารอค้าาาา
    #1,049
    0
  6. #1047 Impact Thunder (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 22:53
    เย้ๆๆจะเริ่มบู๊มั้งแล้ว ขอบคุณครับ
    #1,047
    0
  7. #1046 Crasybart (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 22:28
    ขอบคุณครับ 
    #1,046
    0
  8. #1045 jasweem (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:58
    ขอบคุณครับ
    #1,045
    0
  9. #1044 kamol1122 (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:32
    สนุกดีครับ
    #1,044
    0