เทพยุทธยันต์​มนตรา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 52,318 Views

  • 112 Comments

  • 1,696 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,836

    Overall
    52,318

ตอนที่ 33 : ตอนที่​ 33 หุ่นเชิดวิญญาณ​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    23 พ.ค. 61

ตอนที่​ 33 หุ่นเชิดวิญญาณ​

"หนอย"

ลู่หาน ไม่คิดว่าตนเองจะต้องมาเจอกับศัตรู​ที่ใช้ ประเภท​ยันต์​ด้านมืด รูปแบบยันต์​วิญญาณ​ ทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ​ เป็นการโจมตีมนตรา หรือเล่นงาน สร้างความเสียหาย​แก่จิตวิญญาณ​ตนเองเช่นนี้ ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้​ที่ยากจะรับมือได้ง่ายๆ แล้วสร้างปัญหา​ให้ศัตรู​ได้มากขนาดนี้มาก่อน

"เจอคู่ต่อสู้​ยุ่งยากกว่าที่คิดไว้เสียอีก"

ลู่หาน ที่มีวิธีรับมือกับการโจมตีมนตราแบบนี้มาบ้างแล้ว แต่แบบนั้นต้องมีพลังที่สูงพอที่จะป้องกันหรือทำลายได้ หรืออุปกรณ์​ยันต์​มนตราที่เน้นป้องกันการโจมตีด้วยมนตราโดยเฉพาะ

ลู่หานที่ยังไม่มีสองเงื่อนไขนี้ จึงนับว่าเป็นคู่ต่อสู้​ที่สร้างความลำบากให้แก่ลู่หานได้ไม่น้อยทีเดียว

ลู่หาน พยายามวิ่งหนี หลบการโจมตีทางวิญญาณ​จากศัตรู​ แต่ก็ไม่สามารถ​จะหลบได้พ้น ด้วยขนาดพื้นที่ปิดตายที่ถูกจำกัด แล้ววิญญาณ​ที่ใช้โจมตีตนเอง ล้วนมีจิตสำนึกด้วยตัวมัน จึงไม่ใช่การโจมตีตรงๆ ที่แค่เบี่ยงตัวหลบก็สามารถ​หลบได้เช่นนั้น สามารถ​เคลื่อนที่ได้อิสระราวกับเป็นวิญญาณ​อาฆาต​ติดตามจองล้างจองผลาญ​อีกฝ่ายกันเลยทีเดียว

ลู่หาน ที่แม้จะวิ่งหนีวนรอบห้อง หรือกระทั้งพยายามเข้าใกล้ เจ้าพ่อร่างทรง ที่เป็นจอมยุทธ​ยันต์​มนตรา ที่เป็นคนใช้ทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ​ ที่คอยส่งพลังให้วิญญาณ​หมอตาทิพย์​เช่นนี้ จึงรู้ตัวดีว่าตนเองควรทำอย่างไร จึงพยายามถอยร่น​เว้นระยะลู่หานกับตนเองเอาไว้ตลอดเวลา

หากมองว่าการโจมตีด้วยรูปแบบยันต์​วิญญาณ​ ชนิดมนตรา แล้วทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ​ เป็นทักษะ​ระยะไกล ที่บังคับเชิดวิญญาณ​ในการเป็นอาวุธ​โจมตี ผู้ใช้ทักษะนี้คือจุดอ่อนมากที่สุด หากอีกฝ่ายเข้าใกล้ได้

แม้จะเสี่ยงได้รับบาดเจ็บ​มากขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อใดที่เล่นงานผู้ใช้ทักษะได้โดยตรง วิญญาณ​หุ่นเชิด ก็จะหยุดเคลื่อนไหว​เช่นกัน แล้วไม่มีพลังงานที่จะโจมตีใส่อีกฝ่ายได้ เพราะเดิมทีวิญญาณ​ไม่สามารถ​ทำร้ายมนุษย์​ได้โดยตรง หากไม่ได้รับพลังมาเสริมช่วยให้โจมตีใส่ศัตรู​ได้ก็จะไม่สามารถ​ทำไรได้อีกต่อไป​

ลู่หาน ที่มองดู​อีกฝ่ายว่า ไม่ว่าตนเองจะพยายามหาทางเข้าใกล้อีกฝ่ายเพียงใด ศัตรู​ก็จะถอยร่นออกไปเว้นระยะระหว่างตนอยู่ดี จึงมองว่าอีกฝ่ายเข้าใจทักษะการโจมตีของตนเองดี แล้วรู้ว่าจุดอ่อนคืออะไร ควรทำอย่างไรต่อไปในการรัยมือกับจุดอ่อนแบบนี้

"การที่มันยังคงใช้ทักษะ หุ่นเชิดวิญญาณ​ ได้นานขนาดนี้ต้องมีความลับที่ไหนสักแห่งแน่"

"หากข้าคาดเดาได้ถูกต้อง แล้วหาสิ่งนั้นเจอต้องพลิกสถานการณ์​ได้แน่"

ลู่หาน ที่ทนรับการโจมตีวิญญาณอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มมีอาการเจ็บปวดจิตวิญญาณ​ขึ้นเรื่อยๆจนล้มลงไปกับพื้น

"สิ้นฤทธิ์​แล้วรึ เจ้าเด็กอวดดี"

วิญญาณ​หมอตาทิพย์​ ที่ยังเล่นงานไม่หนำใจเลย รู้สึกเซงอย่างมาก ไม่คิดว่าเจอการโจมตีรูปแบบวิญญาณ​นี้ไปถึงกับไม่เป็นกันเลยทีเดียว

"พอก่อน หากจิตวิญญาณ​มันเสียหายมากกว่านี้ ข้าจะจับวิญญาณ​มันลำบาก"

"ขืนวิญญาณ​มันแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ข้าจะเสียวิญญาณ​เด็กน้อยชั้นดีแบบนี้ไปฟรีๆ"

เจ้าพ่อร่างทรง สั่งน้องชายที่เป็นวิญญาณ​หยุดโจมตีเล่นงานก่อน เมื่อตนเองไม่ต้องการ​ให้จิตวิญญาณ​ของลู่หานได้รับความเสียหาย​จนแตกกระจายเป็นชิ้นจนยากที่จะนำมาเป็นวิญญาณ​ทาสของตนได้อีก จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมาก​

"เอาละ ข้าจะเริ่มจับวิญญาณ​มันออกมาเป็นทาสรับใช้ละ"

เจ้าพ่อร่างทรง ที่มั่นใจแน่ว่าอีกฝ่ายต้องได้รับความเสียหาย​ทางจิตวิญญาณ​อย่างมาก จนล้มลงไปไม่มีแรงเหลือพอจะยืนขึ้นมาได้อีก

เจ้าพ่อร่างทรง เริ่มเดินเข้าใกล้ลู่หานที่ตอนนี้นอนแน่นิ่งไม่ขยับอีก จึงมั่นใจ​ว่าอีกฝ่ายทนไม่ไหวจนสลบไปแล้วแน่

การจะจับวิญญาณ​อีกฝ่ายมาเป็นทาส ต้องถอดออกมาจากร่างกายอีกฝ่ายเสียก่อน ต้องใช้รูปแบบ​การสักยันต์​วิญญาณ​บนร่างกายของคนนั้นเพื่อจะดึงวิญญาณ​ออกมาเป็นทาสรับใช้ตน โดยใช้ทักษะ ตราวิญญาณ​ทาส สักยันต์​ลงบนร่างเพื่อให้ซึมซับ​เข้าสู่จิตวิญญาณ​ได้

หมับ

"จับได้แล้ว"

ลู่หาน ที่น่าจะสลบไปแล้ว จู่ๆก็สามารถ​ขยับมือของตนยื่นมาจับขา เจ้าพ่อร่างทรงที่เดินเข้ามาใกล้ไว้อย่างรวดเร็ว​

ตูม

"อั๊ก"

เจ้าพ่อร่างทรง ถูกหมัดอันหนักหน่วงเข้าเล่นงานจนกระเด็น​ถอยออกมาทันที แต่ก็ไม่สามารถ​หลุดจากระยะโจมตีของอีกฝ่าย เมื่อตนเองถูกจับขาเอาไว้อยู่​

ตูม ตูม ตูม

ลู่หาน รัวหมัดเป็นชุด โดยรวบรวมปราณก่อเกิดขั้น 9 มาไว้ที่หมัดจุดเดียว การทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีพลังหมัดเข้าไปอีกด้วย ทำให้​มีพลังเพิ่มขึ้นพอจะสร้างความเสียหากแก่อีกฝ่ายได้บ้าง

"เจ้านี้ ยังมีแรงเหลือพอเล่นงานข้าได้อีกรึ"

เจ้าพ่อร่างทรง แทบไม่เชื่อว่าเด็กน้อยจะมีแรงพอโจมตีใส่ตนอีก ทั้งที่หากเป็นคนอื่นโดนวิญญาณ​เล่นงานทางจิตวิญญาณ​ตนเองหลายครั้ง ไม่มีทางจะต่อกรหรือแรงโจมตีเหลืออีก แต่ความคิดเช่นนั้น ไม่สามารถ​นำมาใช้ได้กับลู่หานที่ผ่านประสบการณ์​อันตราย เฉียดตายกับอาจารย์​ตนในการผจญภัย​โลกกว้างมาเยอะได้ จึงมีแรงใจ จิตวิญญาณ​แห่งการต่อสู้​ ดิ้นรนไม่ยอมแพ้ได้ง่ายๆเหนือกว่าจอมยุทธ​ยันต์​มนตราทั่วไปนัก

การยอมแพ้เช่นนี้ ก็หมายถึงความตาย ลู่หานไม่มีทางจะตายในตัวตนใหม่อายุน้อยเช่นนี้แน่

"นี้เจ้ากัดลิ้นตัวเอง เพื่อใข้ความเจ็บปวด​เรียกสติตนเองไม่ให้สลบไปสินะ"

เจ้าพ่อร่างทรง ที่มองดูริมฝีปาก​ของลู่หานมีเลือดไหลออกมาเช่นนี้ จึงคิดว่าไม่มีใครกล้า บ้าบิ่น คิดได้เช่นนี้ หากไม่ผ่านประสบการณ์​ต่อสู้​มามาก แล้วยอมเจ็บตัวดีกว่าตายด้วยการกัดลิ้นตัวเองเพื่อเรียกสติเช่นนี้แน่

"เด็กอะไรกันเนี่ย คิดได้เช่นนี้เชียว"

เจ้าพ่อร่างทรง ไม่เคยเจอเด็กอวดดีกล้าบ้าบิ่น​ทำขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่มีดีแค่ฝีปาก แต่การกระทำออกมาเช่นนี้ก็บ้าบิ่น​ไม่ใช่น้อย

"แต่พลังหมัดปราณก่อเกิดขั้น 9 อย่างเจ้าก็ไม่อาจล้มข้าโดยง่ายได้"

"แม้หมัดของเจ้าช่างรุนแรง​เกินกว่าขอบเขต​พลังหมัดปราณก่อเกิดขั้น 9 อยู่ก็ตาม แต่มันมีช่องว่างขนาดใหญ่​ของระดับปราณกันอยู่"

"ปราณก่อเกิดขั้น 9 ไม่ว่าจะดิ้นรนพยายามสักเพียงใด ก็ไม่อาจล้มจอมยุทธ​ยันต์​มนตราระดับปราณหลอมรวมขั้น 1 ได้ง่ายๆ​"

เจ้าพ่อร่างทรง แม้จะได้รับบาดเจ็บ​ เสียหายขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังมีแรงพอต่อสู้​ เล่นงานอีกฝ่ายต่ออยู่​ดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

0 ความคิดเห็น


เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น