เทพยุทธยันต์​มนตรา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 52,259 Views

  • 112 Comments

  • 1,693 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,777

    Overall
    52,259

ตอนที่ 13 : ตอนที่​ 13 หอบุปผา​ผลิบาน​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 337 ครั้ง
    20 พ.ค. 61

ตอนที่​ 13 หอบุปผา​ผลิบาน​

"ไม่เป็นไรหรอก ไปกันเถอะ"

"จริงสิ แต่ก่อนอื่นขอข้าแต่งตัวเสียก่อน"

ลู่หาน คาดเดาต่อให้มีคนมาแอบดูตนอยู่ หากตนเองออกไปเดินเล่นดีกว่ามานั่งอุดอู้​อยู่ในห้องจะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าน้องชายของตนยังคงทำตัวไร้สาระ​ ไร้แก่นสาร​ไปวันๆเช่นเดิม จึงไม่มีความจำเป็นต้องจับตาดูอยู่อีกต่อไปแน่

แต่สาวใช้เหยาเหยา ก็ยังเป็นห่วง ภัยอันตรายข้างนอกรูปแบบอื่นอีกมากมาย ที่คุณหนู​ของตนยังไม่เคยพบเจอ จึงกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีอย่างอื่นเกิดขึ้นมาแทน

ลู่หาน ไม่คิดจะฟังเรื่องที่สาวใช้เตือนอีก จึงตัดสินใจลากออกมาเดินเล่นด้วยกันทันที

ลู่หาน ที่คิดว่าบางทีสาวใช้คนนี้ก็กังวลเรื่องของตนมากเกินไป แต่ก็ช่วยไม่ได้​ที่อีกฝ่ายจะคิดเช่นนั้น เพราะภายนอกตัวตนของตนก็คือ เด็กน้อยอายุ 10 ปีเท่านั้น​ จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะเป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองขนาดนี้

"คุณหนู​ค่ะ อย่าพาข้าเดินไปนอกตระกูล​เลยค่ะ"

"แต่ถ้าคุณหนู​อยากออกไปเดินด้านนอกตระกูล​นัก ข้าจะเป็นเพื่อนเดินตามไปด้านหลังท่านดูแลห่างๆ จะคอยระวังหลังให้ไม่ให้คาดสายตา"

สาวใช้ กล่าวขึ้นมา เมื่อตอนนี้ตนเองต้องถูกลากออกมาด้วยฝีมือคุณหนู​ตนเอง จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องจำใจออกมาเดินเล่นด้วยกัน แต่ก็ยังมีช่องว่างระหว่างการเดินด้วยกัน โดยเดินแบบเว้นระยะห่างซึ่งกันและกัน จึงดูแปลกตาอย่างมาก

"ทำไมเจ้าถึงเดินห่างเช่นนั้นละ"

"เจ้ารังเกียจข้า ไม่อยากเดินใกล้ชิดข้าขนาดนั้นเชียวรึ"

ลู่หาน ที่ไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย ที่เดินห่างราวกับรังเกียจตนเองขนาดนั้น เหมือนกับตัวเองเป็นตัวน่าขยะแขยง​อะไรสักอย่าง

"ไม่ใช่นะค่ะ ข้าไม่ได้คิดอย่างงั้นเลย"

"คุณหนู​ไม่ใข่ตัวน่ารังเกียจ​ ขยะแขยง​อะไรเลย"

"แต่ข้านี้สิ"

สาวใช้ รีบอธิบายออกมา กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด ไม่มีทางที่ตนเองจะคิดกับคุณหนู​ว่าเป็นตัวน่ารังเกียจ​แน่นอน

"มีอะไรรึ"

ลู่หาน ที่เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป จึงประหลาดใจเหมือนกับว่าจะพูดอะไรบางอย่างต่อออกมา

"แต่ข้ามีใบหน้าที่อัปลักษณ์​ ข้าไม่อยากให้คุณหนู​มาเดินเคียงข้างกับคนอัปลักษณ์​เช่นข้า"

"ข้าก็เลยคิดว่า ควรเดินห่างๆกับคุณหนู​เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์​คุณหนู​ต้องมัวหมอง​"

สาวใช้เหยาเหยา ที่มีใบหน้าค่าตาที่อัปลักษณ์​ จึงคิดว่าตนเองไม่มีค่าพอจะเดินเคียงข้างคุณหนู​ของตนเช่นนี้

"ทำไมเจ้าคิดแบบนั้นกัน ข้าไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ"

ลู่หาน ยังจดจำค่ำคืนก่อนที่จะสลบไปเพราะปลุกชีพจรลมปราณ​ได้ดี ว่าอีกฝ่ายต้องเคยมีใบหน้าที่สวยสดงดงามแน่น​อน แต่แม้จะมีใบหน้าที่อัปลักษณ์​ก็หาใช่รังเกียจ​ไหม

หากใบหน้าอัปลักษณ์​ แต่มีจิตใจ​ดี มีเมตตา​ ดีกว่าบางคนที่มีใบหน้างดงาม แต่มีจิตใจ​โหดร้าย เลวทราม ต่ำช้า คนแบบนั้นยิ่งน่ารังเกียจ​เสียยิ่งกว่ารูปลักษณ์​ภายนอกอีก

"คุณหนู​อย่าเข้ามาใกล้ข้านะค่ะ"

สาวใช้เหยาเหยา ที่รู้สึกดีเมื่อคุณหนู​ของตนไม่คิดจะรังเกียจตนเอง แม้ตอนนี้ความจำเสื่อม แต่นิสัยก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไป​เลย แต่ยังไงเหยาเหยาที่ยังคงไม่อาจทำใจ​รับได้กับเรื่องใบหน้าของตน แล้วชื่อเสียง หน้าตาของคุณหนู​ที่ไม่อยากให้แปดเปื้อน​คนอื่นดูถูก​ จึงต้องการที่จะเดินเว้นระยะห่างกันอยู่ดี

"เลิกเรื่องมากได้แล้ว ข้าอยากเดินเล่นมากแล้ว ไปเถอะ"

ลู่หาน ไม่อยากเสียเวลามาเถียงเรื่องพวกนี้กับสาวใช้คนนี้อีก จึงตัดสินใจ​จูงมือลากเดินเข้ามาในเมืองทันที

นครการะเวก เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เมืองนึงเลย โดยเป็นเมืองที่มีผู้คนมากมายมาตั้งรกราก​ ตั้งถิ่นฐาน​ที่นี้กันเยอะมาก จึงทำให้มีการเจริญเติบโต​ขึ้นเรื่อยๆ มีตระกูล​ สำนัก นิกาย พรรค ตั้งกระจัดกระจาย​กันไป

ซึ่งตำหนักเก้ายอด ก็เป็นสถานที่มีชื่อเสียง โด่งดัง​ของนครแห่งนี้ มีลูกศิษย์ลูกหา​จำนวนมาก แล้วเป็นเหมือนกับสถานที่สำคัญแห่งนึงในนครการะเวกแห่งนี้เลย

"นั้นมัน สาวใข้เหยาเหยา ไม่น่าเชื่อจะกล้าออกมาเดินในที่แบบนี้โดยไม่ปกปิดใบหน้าเช่นนี้"

"วันนี้ไม่คิดจะเอาที่ปิดหน้ามาบดบังใบหน้าอัปลักษณ์​นั้นด้วยรึไง"

"รึว่าจะทำใจกับเรื่องใบหน้าอัปลักษณ์​ของตนเองได้แล้วรึ"

กลุ่มหญิงสาว ที่ออกมาเดินจับจ่ายสินค้า ต่างมองเห็นสาวใช้เหยาเหยากำลังเดินตรงมาที่เดินสำรวจร้านค้าต่างๆอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทายเยาะเย้ย​ออกมาทันที

สาวใช้ เหยาเหยา ที่ได้ยินเสียงทักทายเยาะเย้ย​ถากถาง​ตนเองออกมา จึงหันไปดูแล้วจดจำคนเหล่านี้ได้ทันที จึงพยายามจะจูงมือคุณหนู​ของตนรีบเดินจากไป

"เจ้าพวกนี้เป็นใครกัน"

ลู่หาน ที่ไม่รู้จักกลุ่มหญิงสาวพวกนี้ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อตนเองเห็นสาวใช้ พยายามจะลากตนเดินจากไปทันทีที่หญิงสาวพวกนี้เอ่ยเยาะเย้ยถากถาง​ใส่สาวใช้เหยาเหยา

"คนเหล่านี้ พวกนางมาจาก หอบุปผา​ผลิบาน น่ะค่ะ"

สาวใช้เหยาเหยา ที่ลังเลจะกล่าวออกมา แต่เมื่อคิดว่าคุณหนู​ของตนยังเด็กอยู่จึงไม่น่าจะเข้าใจสถานที่แบบนี้ดีนัก จึงเอ่ยตอบออกมา

"อ๋อ ที่แท้ก็นางบำเริง นี้เอง"

"ข้านึกว่าพวกนางจะมีฐานะสูงศักดิ์​ หรือคุณหนู​ลูกผู้ดีมามาจากไหน ที่แท้ก็แค่นางบำเริง ทาสกามอารมณ์​ให้แก่เหล่าชายหนุ่มนั้นเอง"

"ไหนๆ พี่สาวคนไหนเอ่ย ที่เป็นนางหออันดับหนึ่งของหอกัน ช่วยแสดงตัวหน่อย"

ลู่หาน ที่ตอบแบบไม่เกรงใจ​ใคร กล่าวออกมาอย่างเสียงดัง จนทำให้เหล่าหญิงสาวหน้าแดงปรื๊ด​ออกมา ทั้งอับอายขายหน้า​ ทั้งโกรธ​เคือง กับลู่หาน ที่เป็นเพียงแค่เด็กน้อยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กับกล่าววาจาดูถูก​พวกตนเสียงดังเช่นนี้ ราวกับต้องการประจานพวกนางเลยทีเดียว

"คุณหนู​ค่ะ พูดเช่นนั้นมันออกจะ แถมยังดังขนาดนั้นอีกด้วย"

สาวใช้เหยาเหยา ที่ไม่คาดคิดว่าคุณหนู​ของตนเองจะรู้จักสถานที่เช่นนั้นด้วย แล้วยังรู้ด้วยว่าเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่ แถมยังรู้จักอาชีพ ลักษณะ​งานของพวกนางเสียอีก

สาวใช้เหยาเหยา ที่อยู่ใกล้ชิดกับคุณหนู​ของตนแทบตลอดเวลา คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่เคยเห็นคุณหนู​ของตัวเองออกมาเที่ยวสถานที่แบบนั้นเลย แล้วคุณหนู​ไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกัน แถมยังรู้รายละเอียด​ดีมากจนเหมือนกับว่าตนเองเคยไปลองใช้บริการมาแล้วยังไงยังงั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 337 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น