[FIC B.A.P] I Remember

ตอนที่ 5 : I R E M E M B E R 0 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.พ. 58

I     R E M E M B E R     0 4

 

… Please Look At Me …






 “ปล่อยฉันนะ!!! บอกให้ปล่อยยังไงเล่า เชว จุนฮง!!!

 

 

 

“ไม่!!! พี่ต้องกลับบ้านกับผม พี่ยองแจ!!!

 

 

 

“ฉันจะไปหาพี่ยงกุก ปล่อยฉัน!!!

 

 

 

เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายของคนสองคนที่สนามหญ้าหน้าตึกเรียกให้สายตาทุกคู่ในบริเวณนั้นต้องหันไปมอง แต่เจ้าของเสียงไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อยยังคงยื้อยุดฉุดกระชากกันไม่เลิก

 

 

 

“ไอ้เด็กบ้าปล่อยฉันนะ!!!” ผู้ใหญ่ตัวเล็กร้องบอกเด็กตัวโตที่จับแขนตัวเองอยู่ด้านหลัง

 

 

 

“คำก็เด็กสองคำก็เด็ก! เลิกพูดว่าผมเป็นเด็กได้แล้วพี่ยองแจ! ผมโตพอที่จะดูแลพี่ได้แล้วนะ!!!

 

 

 

“เหลวไหล!!! ม.ปลายยังไม่จบเลยด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้เนี่ยนะจะมาดูแลฉันได้!!! อ๊ะ!!!” คนที่อายุมากกว่าร้องเสียงหลงเมื่อถูกจับให้พลิกมาเผชิญหน้ากับเด็กที่ตัวเองเพิ่งว่าไปหมาด ๆ

 

 

 

“อีกแค่สองเดือนผมก็จะจบม.ปลายแล้ว ผมไม่เด็กแล้ว” เด็ดหนุ่มลดเสียงให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคนเพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงสายตามากมายที่จ้องมองมา

 

 

 

“ต่อให้นายจะโตแค่ไหน แต่สำหรับฉันยังไงนายมันก็ยังเป็นเด็กที่ชอบมาขัดขวางฉันกับพี่ยงกุก เชว จุนฮง” เสียงหวานดังลอดออกมาจากฟันที่กัดกันไว้แน่น

 

 

 

“พี่ยองแจ ... เมื่อไหร่พี่จะเลิกพูดถึงพี่ยงกุกสักที พี่ก็รู้ว่าพี่ยงกุกคิดกับพี่แค่น้อง มันไม่มีทางเป็นได้มากกว่านั้น”

 

 

 

“นายนั่นแหละหยุดพูดบ้า ๆ แบบนี้สักที ฉันรักพี่ยงกุกแล้วพี่ยงกุกก็รักฉัน”

 

 

 

“งั้นหรอครับ ... ถ้าเขารักพี่เขาคงไม่ให้พี่กลับบ้านไปกับผมหรอก เลิกหลอกตัวเองได้แล้วพี่ยองแจ เขารักพี่แบบน้องชายไม่ใช่คนรัก!!!” จุนฮงตะโกนลั่น

 

 

 

“ไม่!!! พี่ยงกุกรักฉัน เขาต้องรักฉันได้ยินไหม!!!” อีกฝ่ายก็ไม่ยอมแพ้ตะโกนกลับไปเช่นเดียวกัน ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำเพราะความโกรธ

 

 

 

“เลิกมองคนที่เขาไม่ได้รักพี่ได้แล้วพี่ยองแจ! มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก!!!” ร่างเล็กถูกเขย่าอย่างแรงเพื่อเรียกสติ

 

 

 

“หยุดพูดนะ!!! ต่อให้ตอนนี้พี่ยงกุกจะไม่รักฉัน แต่สักวันเขาจะต้องรักฉัน ฉันจะทำให้เขารักฉัน!!!

 

 

 

“พี่มันโง่พี่ยองแจ!!! พี่ก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าเขารักพี่เขารักพี่ไปนานแล้ว เขาไม่ปล่อยพี่มาจนถึงป่านนี้หรอก!!!” ร่างสูงพูด “อยากไปหาพี่ยงกุกนักใช่ไหม ... ถ้างั้นก็ไปเลย กลับบ้านไปคนเดียวก็แล้วกัน!!!

 

 

 

“โอ๊ย!!!

 

 

 

เด็กหนุ่มผลักร่างบางออกโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว ส่งผลให้ยองแจล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างจัง

 

 

 

“ไอ้เด็กบ้า!!!” เสียงหวานด่าทอ “เออ! จะไปไหนก็ไปเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่ต้องมากินข้าว ไม่ต้องมาดูหนัง ไม่ต้องมาเล่นเกม แล้วก็ไม่ต้องมาให้ฉันสอนการบ้านให้ด้วย!!!

 

 

 

“เหอะ ... คิดว่าผมอยากไปหาพี่นักหรือไง” จุนฮงตอกกลับหันหลังเดินจากไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของคนที่ตัวเองเพิ่งทิ้งไว้

 

 

 

ฉันเกลียดนาย ... ไอ้เด็กบ้า ... อึก”

 

 

 

 

 

ฉันเกลียดนาย ... ฉันเกลียดนาย ...

 

 

 

 

 

คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวชัดเข้าไปในโสตประสาท รู้สึกเจ็บแปลบที่ก้อนเนื้อด้านซ้าย

 

 

 

 

 

ยองแจเพิ่งจะพูดสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยินมากที่สุดออกมา

 

 

 

 

 

นี่เขาทำบ้าอะไรลงไป ...

 

 

 

 

 

เขาทำให้ยองแจเสียใจ ... ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่ายองแจไม่ได้ตั้งใจจะอาละวาดใส่เขาเลย แค่ทำไปตามอารมณ์ของตัวเองก็เท่านั้น

 

 

 

เขาน่าจะรู้ดีที่สุด ... แต่สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทำให้ยองแจร้องไห้

 

 

 

เขาไม่ชอบ ... ไม่ชอบน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยคู่นั้น ดวงตา ... ที่คอยมอบความรักและรอยยิ้มอันอบอุ่นให้แก่เขามาตลอด

 

 

 

 

 

เขาพลาดเองที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

 

 

 

 

 

นายมันโง่เชว จุนฮง ... นายมันโง่

 

 

 

 

 

ขายาวรีบวิ่งกลับไปหาร่างที่ยังคงไม่ลุกไปไหน โยนความโกรธที่มีอยู่ในใจทิ้งไปเหลือไว้เพียงความห่วงหา เขาทรุดกายคุกเข่าลงทรงหน้าใบหน้าสวยที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด

 

 

 

“กลับมาทำไม ฉันไล่นายแล้วก็ไปสิจะกลับมาอีกทำไม” เสียงหวานพูดอู้อี้ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลยสักนิด

 

 

 

“พี่ยองแจ ... ผม ...”

 

 

 

“ปล่อยคนโง่ ๆ แบบฉันให้นั่งอยู่ตรงนี้แหละ คนฉลาดอย่างนายไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก!!!” มือน้อยผลักอกกว้างจนอีกฝ่ายล้มลงไปกลับพื้น แต่ถึงกระนั้นจุนฮงก็ยังไม่แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวออกมาเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับลุกขึ้นดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก

 

 

 

“ผมขอโทษพี่ยองแจ ผมขอโทษ ... ผมผิดเองที่ว่าพี่ ... ผมต่างหากที่โง่ ... ผมขอโทษ” คำขอโทษมากมายพรั่งพรูออกมาจากปาก แต่คนในอ้อมอกก็ยังร้องไห้ไม่หยุด มือน้อย ๆ กำเสื้อของเขาไว้แน่น

 

 

 

“ปล่อยฉัน ...”

 

 

 

“ไม่ ... ผมจะกอดพี่เอาไว้แบบนี้จนกว่าพี่จะหยุดร้อง” ร่างสูงยืนกราน

 

 

 

“อึก ... จุนฮง ... อึก ... ยะ ... อย่าทำแบบนั้นกับฉันอีกนะ ... อึก” สุดท้ายยองแจก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับจุนฮง น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยจนเปียกชุ่มไปทั่วเสื้อนักเรียนของอีกคน

 

 

 

“ครับ ... ไม่ทำแล้ว ... ผมจะไม่ทิ้งพี่ยองแจอีกแล้ว ... กลับบ้านกันนะครับ”

 

 

 

ใบหน้าสวยพยักตอบตกลง ก่อนจะถูกดึงให้ลุกขึ้นยืน มือใหญ่เอื้อมมาปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน แล้วจึงเลื่อนไปกุมมือเล็กให้เดินตามไปด้วยกัน

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“วันนี้ไม่ค่อยมีรถเลยแหะ นี่ก็ยังไม่มืดสักหน่อย” เสียงใสบ่นออกมา สายตาก็สอดส่ายมองหารถแท็กซี่ตลอดทางที่เดินออกมาจากมหาวิทยาลัย

 

 

 

“ไม่มีรถก็เดินกลับสิครับ” เด็กหนุ่มพูดติดตลก

 

 

 

“บ้าหรือไง เชิญนายเดินไปคนเดียวเหอะ!” หมัดขนาดย่อมชกเข้าที่กลางท้อง

 

 

 

“โอ๊ย! มันเจ็บนะครับพี่ยองแจ”

 

 

 

“เจ็บสิดี จะได้เลิกพูดอะไรไร้สาระสักที”

 

 

 

“โหย แก่แล้วยังใจร้ายอีก” เด็กหนุ่มเบะปาก

 

 

 

“นี่นายว่าฉันแก่หรอเชว จุนฮง!!! วันนี้นายตายแน่ มานี่เลย!!!” ร่างเล็กออกวิ่งไล่บุคคลที่หาว่าเขาแก่ทันที แต่อีกฝ่ายอาศัยความยาวของขาและความคล่องตัววิ่งวนไปรอบ ๆ จนดูเหมือนทั้งคู่กำลังเล่นวิ่งไล่จับกันเสียมากกว่า

 

 

 

แต่ความจริงแล้ว ...

 

 

 

ที่พาเดินมาบนถนนเส้นที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งก็เพราะอยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันนาน ๆ

 

 

 

ที่บอกว่าแก่เพราะรู้แน่ว่าอีกคนต้องโกรธและทำแบบนี้ จะได้สัมผัสได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเก่า

 

 

 

และที่วิ่งวนรอบ ๆ แบบนี้ก็เพราะว่าจะได้มองใบหน้าสวยที่ตนรัก

 

 

 

ดวงตาคู่งามที่มองมาที่เขาคนเดียวไม่มีใครอื่น ริมฝีปากที่เอ่ยเรียกชื่อของเขาซ้ำไปซ้ำมา มือที่ไขว่คว้าหาเพียงแต่ร่างของเขา

 

 

 

 

 

อยากจะหยุดเวลาเอาไว้แบบนี้ ...

 

 

 

 

 

เวลาที่ยองแจคิดถึงแต่เพียงเขา ... คิดถึงแค่เพียงเชว จุนฮง ไม่ใช่บัง ยงกุก ...

 

 

 

 

 

“ฮ่า ๆ พอแล้วครับ ผมยอมแล้ว ดูสิหน้าแดงไปหมดแล้วเนี่ย” ลำแขนแกร่งโอบรั้งร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมอก

 

 

 

“ก็เพราะใครกันเล่า ไอ้บ้าเอ๊ย!” มือเล็กหยิกลงไปที่ใบหูจนเจ้าของมันร้องเสียงหลง

 

 

 

“โอ๊ย ๆ พี่ยองแจมันเจ็บ!

 

 

 

“ทีหลังก็อย่ามาว่าว่าฉันแก่อีกไม่งั้นโดนหนักกว่านี้แน่”

 

 

 

“โอ๊ย ๆ พอแล้วครับ ไม่ว่าแล้ว ๆ ... เฮ้ยพี่ยองแจนั่นแท็กซี่!

 

 

 

“ไหน ๆ ไปเรียกเร็วสิจุนฮง!

 

 

 

เด็กหนุ่มถูกผลักออกไปให้เรียกรถตามคำสั่ง เขาโบกรถแล้วพาพี่ชายตัวเล็กขึ้นไปนั่ง เตรียมพร้อมที่จะกลับบ้านของแต่ละคน

 

 

 

“ไปคอนโด Perfect Asset ครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อือ ...” รถเคลื่อนตัวไปได้ไม่เท่าไรเด็กม.ปลายก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่วางลงบนไหล่ของเขา เมื่อหันไปมองก็พบว่าพี่ชายหน้าสวยหลับไปเสียแล้ว คงเพราะเหนื่อยจากสิ่งที่เพิ่งเจอมา

 

 

 

จุนฮงมองผู้ใหญ่ที่พอเหนื่อยปั๊บก็หลับปุ๊บแล้วยังมาอาศัยไหล่ของเด็กอย่างเขาต่างหมอนอีก เขายิ้มเอ็นดูให้กับภาพที่เห็นตรงหน้า

 

 

 

 

 

แล้วแบบนี้ใครกันแน่ที่เด็ก

 

 

 

 

 

เขาค่อย ๆ เลื่อนหัวตัวเองลงไปซบกับอีกคนหนึ่งก่อนจะหลับตาลงแล้วหลับไปด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พ่อหนุ่ม ๆ ถึงแล้ว”

 

 

 

“อ่ะ ...” ร่างสูงค่อย ๆ เปิดตาขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเรียกของลุงคนขับแท็กซี่ก็พบว่าตอนนี้พวกเขามาหยุดอยู่หน้าคอนโดของยองแจเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

“อ่า ... พี่ยองแจ ๆ ตื่นได้แล้วครับ ถึงแล้ว” มือใหญ่สะกิดให้ร่างที่ซบไหล่ตัวเองตื่น แต่อีกคนกลับบิดตัวไปมาพร้อมกับส่งเสียงอู้อี้

 

 

 

“งื้อ ...”

 

 

 

“พี่ยองแจ” เขาลองเรียกอีกครั้งแต่คนตัวเล็กขี้เซาก็ยังไม่ยอมตื่นอยู่ดี

 

 

 

“เขาไม่ตื่นก็อุ้มไปส่งที่ห้องสิ เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ” ลุงคนขับว่า

 

 

 

“เอ่อ ... คือ ...”

 

 

 

“เอาน่าไม่ต้องอาย นอนซบกันขนาดนี้ต่อให้เด็กอนุบาลก็ดูออก”

 

 

 

“ฮ่ะ ๆ” เขาเกาหัวด้วยความอายที่ถูกทึกทักว่าเป็นแฟนยองแจ “งั้น ... ผมจ่ายค่าโดยสารเลยก็แล้วกันนะครับ”

 

 

 

แต่ถูกทักผิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ...

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“อ่า ... พี่ยองแจอยู่เฉย ๆ สิ” เสียงทุ้มพูดกับคนที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่ในอ้อมอกตัวเอง โชคดีที่มาถึงคอนโดตอนค่ำแล้วจึงไม่ค่อยมีคนเห็นเท่าไร มีหวังได้เข้าใจผิดคิดว่าเขาลักพาตัวยองแจมาแน่ ๆ

 

 

 

แต่ว่า ... จะกดลิฟต์ยังไงดี?

 

 

 

เขาก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่ช้อนร่างเล็กเอาไว้อยู่ จะปลุกให้ตื่นก็ไม่กล้า จะวางก็ไม่ได้

 

 

 

 

 

ถ้างั้น ... เท้าคงเป็นทางเลือกสุดท้าย

 

 

 

รู้ว่ามันน่าเกลียดแต่มันจำเป็น มืด ๆ แบบนี้คงไม่มีใครมาเห็น ก็แค่ยกเท้าขึ้นแตะปุ่มแค่นี้ก็เสร็จแล้ว

 

 

 

คิดได้ดังนั้นขายาวก็ค่อย ๆ ยกขึ้นมาพยายามแตะลงไปบนปุ่มเรียกลิฟต์ ร่างกายเซไปด้านหลังเล็กน้อยเพราะตอนนี้มีน้ำหนักจากคนในอ้อมแขนเพิ่มขึ้นมา แต่ก็ยังทรงตัวเอาไว้ได้

 

 

 

“ให้พี่ช่วยไหมครับ?”

 

 

 

“เฮ้ย!!!” จุนฮงสะดุ้งโหยงรีบวางเท้าลงเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง พอหันไปมองก็พบชายหนุ่มผิวแทนในเครื่องแบบนักศึกษายืนมองเขาอยู่ด้านหลัง

 

 

 

“งั้นเดี๋ยวพี่กดให้นะ” ชายหนุ่มแปลกหน้าเสนอตัวเข้าไปกดลิฟต์ให้ ประตูโลหะบานใหญ่เปิดออก แล้วทั้งหมดก็เดินเข้าไปด้านใน

 

 

 

“ชั้น 12 ครับ ขอบคุณครับ”

 

 

 

ประตูลิฟต์เคลื่อนปิดลงพาคนสามคนขึ้นไปยังชั้นบนของอาคาร

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“อ่ะ ... อา ... อ้านี่ไง!!!” เด็กหนุ่มร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อใช้นิ้วคีบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋ากางเกงของร่างที่ตนเองอุ้มอยู่ได้สำเร็จ

 

 

 

“ถ้าไม่ว่าอะไรพี่ช่วย เอ่อ ...”

 

 

 

“อ้อ ได้สิ” ชายแปลกหน้าตอบรับก่อนจะหยิบคีย์การ์ดแตะที่ประตูห้องให้

 

 

 

กึก!

 

 

 

เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้น มือหนาบิดลูกบิดเปิดให้เด็กสองคนเข้าไปในห้องพร้อมกับส่งคีย์การ์ดให้นิ้วยาวคีบมันไว้ตามเดิม

 

 

 

“ขอบคุณนะครับ ถ้าพี่ไม่ช่วยไว้ผมเองคงยังยืนอยู่หน้าลิฟต์แน่ ๆ ฮะๆ” จุนฮงกล่าวขอบคุณ

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกเรื่องแค่นี้เอง แต่ว่าแฟนเรานี่น่ารักนะ ดูแลให้ดีล่ะ ระวัง ... จะมีคนมาแย่งไป” ชายนิรนามเตือน

 

 

 

“ครับ ของดีแบบนี้ผมไม่ยกให้ใครง่าย ๆ หรอกครับ”

 

 

 

เอ่ยออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนประตูห้องจะถูกปิดลง โดยหารู้ไม่ว่าประโยคที่ผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ตนพูดด้วยมันมีอะไรแอบแฝงอยู่มากกว่านั้น

 

 

 

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาก่อนจะเลือกเบอร์แล้วกดโทรออก

 

 

 

(ครับ คุณจอง)

 

 

 

ปลายสายตอบรับแทบจะทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น

 

 

 

“ฉันต้องการประวัติของคนชื่อยองแจ คอนโด Perfect Asset ชั้น 12 ห้อง 124 ด้วย เอามาให้ฉันพร้อมกับประวัติบัง ยงกุก”

 

 

 

(ครับ)

 

 

 

ติ๊ด!

 

 

 

ยิ้มร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปากหลังจากกดวางสาย เขารู้สึกพอใจกับการสะกดรอยตามเด็กสองคนของตัวเอง

 

 

 

สองคนนั้นไม่รู้เลยสักนิดว่าถูกตามมาตั้งแต่ออกมาจากมหาวิทยาลัย

 

 

 

ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ถูกตามมาตั้งแต่คนตัวเล็กวิ่งเข้ามาเกาะแกะบัง ยงกุกแล้วต่างหาก เขายืนฟังบทสนทนาของคนเหล่านั้นก่อนจะไปเอารถแล้วขับตามเด็กสองคนนี้ออกมาจนถึงคอนโด

 

 

 

แต่นับว่าเป็นโชคดีของจอง แดฮยอนก็ว่าได้ ถ้าไม่ตัดสินใจสะกดรอยตามคิม ฮิมชานมาก็คงจะไม่เจอกับตัวช่วยที่น่าสนใจขนาดนี้

 

 

 

 

 

“อีกไม่นานเราก็จะได้รู้จักกันแล้วนะครับ ... คุณยองแจ”

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“อ่า ... เหนื่อยมากขนาดนั้นเลยหรือไงเนี่ย หลับเป็นตายเชียวนะพี่ยองแจ”

 

 

 

“อือ” ร่างเล็กบิดตัวเข้าหาหมอนใบโตทันทีที่ถูกวางลงกับเตียง

 

 

 

“อย่าทำตัวน่ารักนักได้ไหมครับ” มือใหญ่ลูบผมนิ่มเบา ๆ ใบหน้าสวยหลับพริ้มดูมีความสุข

 

 

 

จุนฮงจัดการถอดเนคไทด์ออกจากคอเสื้อ ปลดกระดุมออกหนึ่งเม็ดเพื่อให้พี่ชายตัวเล็กหายใจได้สะดวกขึ้นก่อนจะลุกไปถอดเข็มขัด รองเท้าและถุงเท้าออกให้

 

 

 

“ยิ้มใหญ่เลยนะ ฝันดีอยู่ล่ะสิ ...”

 

 

 

 

 

“ฝันถึงพี่ยงกุกอยู่ใช่ไหมล่ะครับ ...” เขาตัดพ้อใบหน้าเศร้าหมอง

 

 

 

 

 

จุนฮงแอบชอบยองแจมาโดยตลอด ตอนแรกก็คิดว่ามันเป็นเพียงความชื่นชมในตัวพี่ชายคนนี้ แต่นานวันเข้ามันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นความรัก ... รักแบบคนรัก

 

 

 

หัวใจของจุนฮงไม่สามารถรักใครได้อีกตั้งแต่มียองแจเข้ามา ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ดีว่ายองแจไม่มีวันคิดเกินเลยกับเขาไปมากกว่าน้องชาย

 

 

 

 

 

เพราะในใจของยองแจมีเพียงบัง ยงกุกแค่คนเดียว

 

 

 

 

 

มันเจ็บ ... แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อคนหนึ่งคือพี่ชายที่ตัวเองเคารพรักมากที่สุด ส่วนอีกคนก็เป็นพี่ชายที่ตัวเองหลงรักจนหมดใจ

 

 

 

เด็กอย่างเขาจะไปยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ได้ยังไงกัน

 

 

 

เรื่องนี้คนผิดมันก็คือเขาเอง ... ผิดที่เกิดช้าไป

 

 

 

และผิด ...

 

 

 

 

 

ที่ดีไม่พอที่จะทำให้ยองแจมารักได้

 

 

 

 

 

เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว เปิดดูของในตู้เย็นว่าพอมีอะไรใช้ทำอาหารมื้อค่ำในวันนี้ได้บ้าง เผื่อคนที่หลับปุ๋ยอยู่ตื่นขึ้นมาจะได้กิน

 

 

 

ก็ตลกตัวเองอยู่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่ก็เจ็บขนาดนี้แต่ก็ยังเลิกเป็นห่วง เลิกดูแลคน ๆ นี้ไม่ได้สักที

 

 

 

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ...

 

 

 

 

 

มันเหมือนกับเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำ ...

 

 

 

 

 

มันเลิกไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาหารมากมายถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ ก่อนที่พ่อครัวจำเป็นจะกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง แต่คนบนเตียงก็ยังคงนอนหลับอยู่ เขาจึงตัดสินใจเขียนโน้ตทิ้งเอาไว้แทน

 

 

 

“ผมกลับแล้วนะ พี่ยองแจ” เขาบอกลาก่อนจะตัดสินใจจูบลงไปบนแก้มขาว

 

 

 

ขอเป็นคนฉวยโอกาสสักครั้งหนึ่ง ... คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ...

 

 

 

“ผมรู้นะว่าพี่รู้ว่าผมคิดยังไงกับพี่ ... ผมไม่บังคับให้พี่มารักผมหรอก ... แต่ผมขอได้ไหม ...

 

 

 

 

 

“ถ้าเลิกรักพี่ยงกุกได้แล้ว ช่วยมองผมเป็นคนแรกด้วยนะครับ”

 

 

 

 

 

ลูบผมนิ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ไม่วายหันกลับไปมองอีก แค่หวังว่าคนตัวเล็กจะตื่นขึ้นมาได้ยินก็เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

ขี้ขลาดเป็นบ้า ... แค่พูดแค่นี้ยังไม่กล้าเลย ก็สมแล้วนี่ที่ถูกมองว่าเป็นเด็ก

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มยิ้มให้กับความใจเสาะของตัวเองก่อนจะออกจากห้องไป

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

หลังจากที่เด็กม.ปลายเดินออกไปจากห้อง ผู้ใหญ่ที่ถูกเข้าใจผิดว่าหลับแล้วก็ลืมตาขึ้นมา

 

 

 

ความจริงยองแจตื่นตั้งแต่จุนฮงทำอาหารแล้ว แต่ที่ไม่ยอมลุกเพราะอีกคนเดินเข้ามาให้ห้องเสียก่อนเลยแกล้งหลับเพราะอยากแกล้งอีกคนหนึ่งก็เท่านั้น

 

 

 

แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ฟังคำสารภาพที่น่าเจ็บปวดถึงเพียงนี้

 

 

 

จุนฮงเจ็บ ... ยองแจก็เจ็บเหมือนกัน

 

 

 

เจ็บที่เป็นคนทำให้จุนฮงเสียใจ

 

 

 

เจ็บที่เป็นคนผูกมัดจุนฮงไว้กับตัวเอง ...

 

 

 

ทำไมกัน ... ทั้ง ๆ ที่พยายามทำตัวให้แย่ขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่เลิกรักเขาเสียที

 

 

 

ทำไมถึงไม่มองคนอื่นที่ดีกว่าเขาบ้าง

 

 

 

ทำไมต้องมายึดติดกับเขาแค่เพียงคนเดียว

 

 

 

ทำไม ... ทำไม ...

 

 

 

เขาไม่อยากเป็นคนทำให้จุนฮงเสียใจอีกแล้ว แต่ถ้าจะให้เขาเลิกรักยงกุกก็ทำไม่ได้จริง ๆ

 

 

 

 

 

“จุนฮงฉันขอโทษ ...”

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“นี่นายแน่ใจนะว่าจะกลับแท็กซี่อ่ะ?” เสียงหวานเอ่ยถามคนที่อยู่ด้านข้าง

 

 

 

“อือ ... ส่งฉันตรงนี้แหละ”

 

 

 

“ขอกลับบ้านด้วยแต่สุดท้ายก็มาต่อแท็กซี่เนี่ยนะ”

 

 

 

“พูดแบบนี้อยากจะไปส่งฉันล่ะสิ ใช่มะ ๆ” ร่างสูงเย้า

 

 

 

“บ้า!!! ใครอยากไปส่งนายกัน จะลงก็รีบลงไปเลยไป!!!” คนขับเหวใส่ เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากอีกคนได้ไม่น้อย

 

 

 

“ขำอะไรเล่า เงียบไปเลย!!!” ร่างเล็กก้มหน้างุดก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าไปในลานจอดรถใต้ดินของอาคารทรงสูง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พาเข้ามาในคอนโดแบบนี้นี่คิดอะไรกับฉันหรือเปล่าเนี่ย?”

 

 

 

“เงียบน่า!!! ก็แค่จะให้นายเดินหาทางออกเองต่างหาก หาไม่เจอก็แห้งตายอยู่ที่นี่แหละ สมน้ำหน้า” ร่างเล็กว่า

 

 

 

“กลัวจังเลยครับคุณหนูคิม”

 

 

 

“นี่บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าเรียกฉันแบบนั้น!!!” มือบางฟาดลงไปบนไหล่กว้าง

 

 

 

“นี่จับพวงมาลัยดี ๆ สิ!!!” ยงกุกร้องเสียงหลง ตกใจที่จู่ ๆ ฮิมชานก็ปล่อยมือทั้งสองข้างออกจากพวงมาลัยรถเพื่อตีเขา

 

 

 

“ไม่ต้องพูดมาก!!! เงียบไปเลย!!!

 

 

 

คนถูกสั่งเงียบกริบแต่รอยยิ้มขำขันก็ยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อ จนบางเล็กทนไม่ไหวจงใจเหยียบเบรกกะทันหันหวังให้อีกคนพุ่งไปกระแทกกระจกรถด้านหน้า แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะคนช่างแกล้งรู้ตัวทัน

 

 

 

“ยังอ่อนหัดอยู่นะครับคุณหนูคิม” พูดพร้อมกับทำท่าจุ๊ปาก ส่ายนิ้วไปมา

 

 

 

“บัง ยงกุก!!!

 

 

 

“ครับ คุณหนูคิม”

 

 

 

“ย๊า!!! บัง ยงกุก!!!

 

 

 

“โอ๊ย!!!

 

 

 

“อยู่ในนี้ไปแล้วกัน!!!” ฮิมชานหยิบหนังสือที่วางไว้ข้างตัวฟาดลงไปที่หัวของอีกคน ก่อนจะลงรถแล้วล็อคประตูโดยที่ชายหนุ่มยังอยู่ข้างในนั้น

 

 

 

“ฮิมชาน! เฮ้ย! ฮิมชาน!” มือหนาพยายามเปิดประตูรถแต่ก็ไม่สำเร็จจึงทุบกระจกบอกให้เจ้าของรถขี้วีนเปิดให้

 

 

 

“ฮิมชาน!!! ฮิมชาน!!!

 

 

 

ฝ่ายโดนเรียกแกล้งทำเป็นเมินเฉย เดินละลิ่วไปจนเกือบสุดลานจอดรถ แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงทุบกระจกรถดังขึ้นมากกว่าเก่า กลัวว่ามันจะแตก

 

 

 

“ฮิมชาน!!! ถ้านายไม่เปิดประตู ฉันจะทุบกระจกรถนายให้แตกแล้วปีนออกไป!!!” ชายหนุ่มร้องขู่ ร่างเพรียวระหงรีบเดินกลับไปที่รถแล้วยืนประจันหน้ากับคนด้านใน

 

 

 

“กระจกรถฉันกันกระสุน คิดว่าทำได้ก็เชิญ” พูดออกไปแบบนั้นแต่ในใจก็แอบหวั่น

 

 

 

“อย่าท้าฉันนะ!!!” ร่างสูงพูดก่อนจะมองหาตัวช่วยด้านหลังรถ ก็พอดีกับที่สายตาไปหยุดลงที่ไม่เบสบอลโลหะ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาคว้ามันขึ้นมาแล้วเงื้อขึ้นหมายจะฟาดลงไปที่กระจกรถหนาเตอะ

 

 

 

“เดี๋ยว!!! หยุด!!! เปิดแล้ว!!!” ฮิมชานร้องเสียงหลงก่อนจะรีบปลดล็อกประตูรถให้

 

 

 

ถึงออกจะมั่นใจว่ากระจกมันไม่น่าจะแตก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ร้าว ถ้าให้เขาขับรถสภาพยับเยินเหมือนเพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่สามมาแบบนี้ไปเรียนก็ไม่เอาเหมือนกัน

 

 

 

“ว่าแต่นายนี่กลัวเงินเยอะหรือไงถึงได้ลงทุนซื้อรถกันกระสุนมาขับเล่นแบบนี้เนี่ย” เมื่อลงมาได้ก็เริ่มต่อล้อต่อเถียงต่อทันที

 

 

 

“นายนี่มัน ...” ฮิมชานเริ่มขึ้นเสียงอีกครั้ง “โอ๊ยช่างมันเถอะ ... ก็แค่ซื้อมากันเอาไว้ก่อนเผื่อมันเกิดอะไรขึ้น” แต่ก็ต้องเปลี่ยนมาตอบคำถามแทนเพราะรู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ

 

 

 

“กันอะไร? อย่าบอกนะว่าซื้อมากันแดฮยอน ไอ้หมอนั่นมันร้ายถึงขนาดจะเอาปืนมายิงนานเลยหรือไง”

 

 

 

“น้อยไปน่ะสิ” ยงกุกหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำตอบของฮิมชาน

 

 

 

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ผู้ชายที่ชื่อจอง แดฮยอนเป็นใครกัน ทำไมฮิมชานต้องกลัวถึงขนาดต้องมีรถกันกระสุนไว้ด้วย

 

 

 

 

 

นี่เขาสองคนกำลังต่อสู้อยู่กับอะไรกันแน่

 

 

 

 

ฮิมชานเองก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปจึงรีบเดินหนีอย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนี้มารู้เรื่องของเขา แค่นี้มันก็ถลำลึกมามากเกินพอแล้ว

 

 

 

 

 

“เดี๋ยวก่อน!!! ฮิมชาน! อธิบายเรื่องทั้งหมดมาก่อน จอง แดฮยอนเป็นใครกันแน่?” ร่างสูงตรงไปคว้าข้อมือบางให้อีกคนหนึ่งหันมา

 

 

 

“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับนาย มันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับแดฮยอนเพราะฉะนั้นคนนอกอย่างนายไม่ต้องมายุ่ง” มือเล็กสะบัดออกจากการเกาะกุม ขาเรียวก้าวเดินต่ออย่างรวดเร็ว

 

 

 

“ฮิมชานอย่าเดินหนีฉัน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน!!!” ร่างสูงวิ่งมาดักหน้าเอาไว้

 

 

 

“นายนั่นแหละเลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว แค่ช่วยฉันไว้ก็เท่ากับนายพาตัวเองมาเสี่ยงมากเกินพอแล้ว ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็เลิกยุ่งกับฉัน ฉันดูแลตัวเองได้!!!” ชายหนุ่มตะโกนเสียงแข็ง

 

 

 

“แล้วนายจะให้ฉันปล่อยให้นายเสี่ยงตายอยู่คนเดียวงั้นเหรอ!!!

 

 

 

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันดูแลตัวเองได้ ไม่งั้นก็คงไม่รอดมาเดินอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้หรอก แต่นาย ... นายกำลังรนหาที่ตายอยู่ มันยังไม่สายถ้าจะไปเสียตั้งแต่ตอนนี้”

 

 

 

“ไม่ ... ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะรู้เรื่องทั้งหมด” ยงกุกยืนยัน

 

 

 

“ฟังนะ ... อย่าเอาชีวิตของนายมาเสี่ยงเพื่อคนอย่างฉันเลย มันไม่คุ้มกันหรอกนะ ถือว่าฉันขอร้อง ... กลับไปเถอะนะ” จากน้ำเสียงแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอน

 

 

 

“ทำไม?”

 

 

 

“ฉัน ... ฉันบอกไม่ได้”

 

 

 

“ถ้างั้นฉันก็ไม่ไป”

 

 

 

ฮิมชานนิ่งงันอยู่พักหนึ่งไปก่อนจะทรุดลงกับพื้นน้ำตาไหลอาบแก้ม

 

 

 

“ฉันไม่อยากให้ใครมาตายเพราะฉันอีกแล้ว ได้โปรดเถอะ ได้โปรดอย่ามายุ่งกับฉันเลย ยงกุกฉันขอร้อง ... อึก” เขาอดกลั้นมันอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว เรื่องนี้มันหนักหนาเกินไปจนเก็บเอาไว้ไม่หมด

 

 

 

“ฮิมชาน ๆ” ฝ่ายที่เห็นก็ตกใจไม่น้อยรีบเขาไปประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืนแล้วโอบกอดเอาไว้

 

 

 

“ยงกุกอย่ามายุ่งกับฉันเลย ฉันไม่อยากให้ใครมาตายเพราะฉันอีกแล้ว ... ฮึก” ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหลลงมา มือเล็กกำคอเสื้อร่างสูงเอาไว้แน่นราวกับมันเป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงแห่งเดียว

 

 

 

“ใจเย็น ๆ นะฮิมชาน ค่อย ๆ เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังแล้วเราค่อยแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน” ยงกุกลูบหัวเล็กปลอบประโลมแต่กระนั้นฮิมชานก็ยังไม่หยุดร้อง

 

 

 

“ไม่ ... เรื่องนี้มันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เชื่อฉันสิเลิกยุ่งเรื่องนี้เถอะนะ”

 

 

 

“ฟังฉันนะ ...” เสียงทุ้มเอ่ย “... ความจริงนายก็รู้ว่านายเผชิญเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้ ... นายต้องการคนที่ช่วยแล้วก็ปกป้องนายได้ ... ซึ่งคน ๆ นั้นก็คือฉัน”

 

 

 

“...”

 

 

 

“บางทีนายอาจจะทำมันลงไปโดยไม่รู้ตัว แต่ลองคิดดูสิถ้านายไม่ต้องการให้ใครช่วยจริง ๆ นายจะมาหาฉันที่คณะทำไม ... นายจะยอมให้ฉันติดรถมาด้วยทำไม นายจะไล่ฉันไปตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยก็ได้ ... แต่นายก็ไม่ทำ ... นายเลือกที่จะคุยกับฉันต่อ ...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“... แล้วแบบนี้นายยังจะมาพูดว่านายไม่ต้องการให้ฉันมายุ่งเรื่องนี้อีกหรอ ฮิมชาน ...”

 

 

 

“ตะ ... แต่เรื่องนี้มันอันตรายกว่าที่นายคิด ฉัน ...”

 

 

 

“ฟังนะ ... ต่อให้อันตรายแค่ไหนฉันก็จะยังอยู่กับนาย ในเมื่อนายเลือกให้ฉันเป็นคนปกป้องนายแล้ว ฉันก็จะปกป้องนายโดยไม่ห่วงชีวิตของฉันเองเหมือนกัน”

 

 

 

“ทำไม ...”

 

 

 

“เพราะ ...” ร่างสูงอ้ำอึ้ง “เพราะเราเป็นเพื่อนกันยังไงล่ะ เพื่อนไม่มีวันทิ้งเพื่อนหรอก”

 

 

 

“ยงกุก ...” ดวงตาหวานหยดสั่นระริกกับคำพูดกินใจของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน

 

 

 

“ขอบคุณนะฮิมชานที่เลือกฉัน ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้นายต้องผิดหวัง” วงแขนใหญ่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ให้ความอบอุ่นและความรู้สึกจากร่างกายมันซึมผ่านเข้าไปในตัวของอีกคน ให้ได้รับรู้ว่ายังมีเพื่อนคนหนึ่งที่จะคอยเคียงข้างแบบนี้อยู่เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

“ขอบใจนะ ... ขอบใจนะ ยงกุก” ใบหน้าสวยหลับตาพริ้มยิ้มออกมา แขนเล็กก็กอดตอบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน

 

 

 

ฮิมชานรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน กอดนี่มันอุ่นยิ่งกว่ากอดไหน ๆ ที่เคยได้รับ ทั้งอุ่นกายและอุ่นใจที่อย่างน้อยก็ยังมีใครคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างตน แม้จะเพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน แต่ความจริงใจของคน ๆ นี้มันกลับมีมากกว่าคนที่รู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปีเสียอีก

 

 

 

บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตาของเขาสองคนก็ได้

 

 

 

สวรรค์อาจจะส่งยงกุกลงมาเพื่อคอยปกป้องเขา

 

 

 

เขาทั้งสองอาจจะถูกลิขิตมาเพื่อให้เจอกัน

 

 

 

เรื่องนั้นไม่มีใครรู้หรอก ...

 

 

 

แต่ถ้านี่เป็นบัญชาจากสวรรค์จริง ๆ คิม ฮิมชานคนนี้ก็จะขอรับไว้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“ขอบใจนะที่อุตส่าห์เดินมาส่งถึงห้อง” เสียงหวานพูดกับคนที่หยุดส่งตัวเองอยู่หน้าประตูห้อง

 

 

 

“อือ ... ไม่เป็นไรหรอก ก็บอกแล้วว่าจะมาส่งก็ต้องส่งให้ถึงที่สิ”

 

 

 

“ยังไงก็ ... กลับบ้านดี ๆ ก็แล้วกัน” ต้องยอมรับว่าความจริงแล้วก็ไม่ได้อยากพูดประโยคนี้ออกไปสักเท่าไร ยิ่งเห็นร่างสูงตรงหน้ายิ้มกรุ่มกริ่มอย่างชอบอกชอบใจด้วยแล้วก็ยิ่งคิดว่าตัวเองคิดผิดที่พูดมันออกไป

 

 

 

แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ... ในเมื่อคน ๆ นี้ช่วยตนมากมายถึงขนาดนี้แล้วจะให้กลับบ้านไปเฉย ๆ โดยไม่บอกกล่าวอะไรเลยก็ออกจะดูแล้งน้ำใจเกินไปหน่อย

 

 

 

ที่ทำก็เพราะกลัวถูกหาว่าใจจืดใจดำหรอกนะ ... ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นเลย

 

 

 

“อืม ... นายก็ด้วยล่ะ ล็อคประตูดี ๆ แล้วก็ปิดหน้าต่างด้วยเผื่อเกิดอะไรขึ้นมา” ร่างสูงสั่ง

 

 

 

“นี่ ... ฉันอยู่ตั้งชั้น 41 แดฮยอนมันคงไม่ปืนหน้าต่างขึ้นมาหรอก”

 

 

 

“เออ ... ก็นั่นแหละ นายบอกเองนี่ว่าไอ้หมอนั่นมันไม่ธรรมดา”

 

 

 

“ฉันว่านายเข้าใจคำว่าไม่ธรรมดาของฉันผิดไปเยอะเลยนะ” ร่างบางว่า

 

 

 

“ก็นายไม่ยอมเล่าอะไรให้ฉันฟังนี่ ฉันจะไปรู้ได้ไง”

 

 

 

“เรื่องนั้น ... เอาไว้ถึงเวลาที่ฉันคิดว่าฉันพร้อมแล้วฉันจะเล่าให้นายฟังเอง แต่ตอนนี้นายกลับไปก่อนเถอะ มันดึกมากแล้ว” ฮิมชานพูด

 

 

 

“อืม ... ถ้าตอนนี้ดึกแล้วงั้น ... นอนนี่ได้ป่ะ?” รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ

 

 

 

“บ้า!!! กลับไปได้แล้ว!!!” แขนเรียวออกแรงผลักไห้อีกคนหันหลังเดินออกไป

 

 

 

“ใจร้ายจัง” แกล้งส่งเสียงน้อยใจออกมา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฮิมชานใจอ่อนลงเลย

 

 

 

“กลับ-ไป-ได้-แล้ว” เสียงหวานพูดเน้นชัดเจนทุกถ้อยคำ

 

 

 

“โอเค ๆ กลับก็ได้” คนตัวโตยอมแพ้ “งั้น ... เจอกันพรุ่งนี้นะ”

 

 

 

“พรุ่งนี้ฉันไม่มีเรียน”

 

 

 

“เอาน่า ... เจอกันพรุ่งนี้ แล้วก็ทำตามที่ฉันบอกด้วยล่ะ อ้อ! แล้วก็อย่าลืมหาโทรศัพท์เครื่องใหม่มาใช้นะ” เขาสั่ง

 

 

 

“อืม” ฮิมชานรับคำ

 

 

 

“โอเค งั้นฉันกลับล่ะ ไว้เจอกัน”

 

 

 

“ไว้เจอกัน”

 

 

 

ร่างเพรียวยืนส่งอยู่หน้าห้องจนแผ่นหลังกว้างของคนที่เป็นเพื่อนหายลับไป หลังจากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องปิดประตูลงกลอนและเดินไปปิดหน้าต่างตามที่อีกคนหนึ่งบอก

 

 

 

มือเรียวหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศกดปุ่มเปิดให้มันทำงาน ในไม่ช้าความเย็นก็แผ่กระจายฟุ้งไปทั่วห้อง เขาจึงทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มแล้วหลับตาลงคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา

 

 

 

ตลอดเวลาการต้องเผชิญหน้ากับแดฮยอนเพียงลำพังมันช่างน่ากลัวเหลือเกินราวกับการเดินหาทางออกจากป่ารกทึบเย็นยะเยือกและมืดสนิท ต้องคอยหนีสัตว์ร้ายต่าง ๆ ที่จ้องจะคร่าชีวิตตนอย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง มองไม่เห็นแม้กระทั่งหนทางที่จะฝ่าออกไป

 

 

 

แต่พอผู้ชายคนนี้เข้ามาหนทางนั้นมันก็เริ่มชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้น บัง ยงกุกคือแสงไฟที่จะคอยปกป้องเขาจากสัตว์ร้ายและภัยอันตรายต่าง ๆ ที่เข้ามากร้ำกราย เป็นแสงไฟที่จะนำพาเขาไปสู่ทางออกที่โหยหามาตลอด ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นแค่แสงไฟดวงเล็ก ๆ แต่มันก็สามารถทำให้เขาอุ่นใจได้ว่าอย่างน้อยในตอนนี้เขาไม่ได้เดินทางอยู่เพียงลำพัง

 

 

 

รอยยิ้มอิ่มสุขปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าก่อนที่จะผล็อยหลับไป

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

ก๊อกๆๆๆๆ!

 

 

 

เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้นปลุกให้ร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มด้านในต้องตื่น เมื่อมองดูนาฬิกาที่วางอยู่หัวเตียงก็พบว่าขณะนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่เขาสมควรจะนอนอยู่

 

 

 

ใครกันที่กล้ามาเคาะประตูเสียงดังในเวลาแบบนี้?

 

 

 

เพราะความง่วงทำให้อารมณ์โกรธเริ่มก่อตัว เขาก้าวลงจากเตียงนอน สาวเท้าฉับ ๆ ไปถึงประตูอย่างรวดเร็วหมายจะเล่นงานคนที่อยู่หน้าประตูเสียให้เข็ด แต่เมื่อกระชากประตูให้เปิดออกกลับเป็นเขาเองที่ทำอะไรไม่ถูกเพราะร่างนั้นพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่จะมองเห็นหน้ากันเสียอีก

 

 

 

“ช่วยแต่งห้องหน่อยสิ”

 

 

 

“ยงกุก?”

 

 

 

“ช่วยแต่งห้องให้หน่อย” เสียงทุ้มพูดประโยคเดิมออกมาอีกครั้ง

 

 

 

“แต่งห้อง? แต่งห้องอะไรของนาย แล้วนี่มาปลุกอะไรแต่เช้าแบบนี้หัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้างสิ” เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มร่ายคำพูดชุดใหญ่ใส่

 

 

 

“ขี้บ่นจัง แค่ขอให้ช่วยแต่งห้องให้เอง” ชายหนุ่มทำแก้มพองลมอย่างน้อยใจ

 

 

 

“เหอะ ... คิดว่าตัวเองน่ารักมากหรือไงถึงได้ทำหน้าแบบนั้นออกมาน่ะ” ใบหน้าสวยแสดงสีหน้าเอือมระอา

 

 

 

“น้า ... ช่วยหน่อยสิ ฉันไม่รู้จะให้ใครช่วยแล้วเห็นว่านายอยู่ใกล้ที่สุด เลยมาขอ”

 

 

 

“แล้ว ... นายอยู่คอนโดไหน” สุดท้ายก็แพ้การออดอ้อนของร่างสูงอีกครั้ง

 

 

 

“ก็อยู่นี่ไง ห้องนี้” ชี้ไปที่ห้องว่างด้านข้าง

 

 

 

“ตลกเหอะ อย่ามาล้อเล่น ห้องนี้มัน ...”

 

 

 

“ไม่มีคนอยู่ ฉันก็เลยซื้อมันสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนเลยนี่ไงดูนี่” เขาโชว์กระดาษหลักฐานยืนยันการซื้อให้คนตัวเล็กที่ทำตาค้างอยู่ดู

 

 

 

“ไม่จริงอ่ะ คอนโดนี้มันแพงหูฉี่เลยนะ ยิ่งชั้นบนสุดแบบนี้ราคาก็ยิ่งอัพขึ้นหลายเท่าตัว นะ ... นายไม่มีทางซื้อมันได้หรอก เลิกล้อฉันเล่นได้แล้วบัง ยงกุก”

 

 

 

“ถ้างั้นฉันก็ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยก็แล้วกันนะ” ร่างสูงพูดพร้อมกับส่งกระดาษแผ่นเล็กให้ ดวงตาเรียวคู่สวยฉายแววตกตะลึงทันทีที่อ่านข้อความที่ปรากฏในกระดาษทั้งหมด

 

 

 

“ฉันบัง ยงกุกหนึ่งในทายาทธุรกิจ ‘BANG International Airline’ สายการบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ฉันว่านายคงจะรู้จักแหละเพราะบริษัทนายก็ส่งสินค้าออกโดยใช้เครื่องบินของฉันเหมือนกัน ... ใช่ไหมครับ คุณฮิมชานทายาท ‘KIM Export Agency’ บริษัทตัวแทนส่งออกสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ”

 

 

 

ฮิมชานนิ่งอึ้ง ใช่ ... เขารู้จักสายการบินนี้แน่นอน ไม่มีใครไม่รู้จักสายการบินใหญ่ยักษ์ระดับนี้หรอก แต่ไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นถึงหนึ่งในสามของทายาทธุรกิจพันล้านรายนี้

 

 

 

“คิดว่าบนโลกนี้มีนายรวยอยู่คนเดียวหรือไง”

 

 

 

“นาย ...” ใบหน้าหวานขึ้นสีเพราะความอายที่ตนไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน คน ๆ นี้รู้เรื่องมาโดยตลอดแล้วยังปล่อยให้เขาพูดอะไรแย่ ๆ ออกไปเรื่อยเปื่อยอีก คิม ฮิมชานอาย ... อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

 

 

 

“เอาล่ะ ... ในเมื่อรู้แล้วก็มาช่วยฉันแต่งห้องได้แล้วนะ มาเร็ว” มือหนาคว้าข้อมือบางอย่างรวดเร็ว แล้วออกแรงลากให้เดินตามไป

 

 

 

“เฮ้ยเดี๋ยวดิ! เดี๋ยวก่อน! ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ!!!” ฮิมชานขัดขืน

 

 

 

“ไม่ต้องหรอกน่า ฉันไม่ถือ”

 

 

 

“ไม่เอา! ยงกุก! ไม่ไป!!!

 

…………………………………………………………………..




ไปสกรีมกันได้ที่แท็กเดิมนะคะ
#IRememberBC










 


Theme by SQWEEZ THEME

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #60 Babys Lynn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:24
    โหยยยยยยยยยย ยงกุกทุ่มสุดๆอ่ะถึงกับยัายมาอยู่ห้องข้างๆเลย สงสัยจะกลัวแด้มันนะเนี่ย คราวนี้ก็ปลอดภัยกว่าเมื่อก่อนแล้วเนอะอย่างน้อยแด้มันก็ทำอะไรได้น้อยลง ห่วงก็แต่ยองแจนี่แหละ ไม่รู้เรื่องเลยพลอยโดนลูกหลงไปด้วยเลย
    #60
    0
  2. #58 Once upon a time (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:53
    จองแดฮยอนเป็นคนชั่วสินะ แด้แกจะทำอะไรพี่ชาน
    #58
    0
  3. #53 Pomelo96 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:59
    พี่แจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ ปล่อยให้บังชานเค้ารักกันเถอะเนาะ

    เรามีอิจูอยู่นะ มันรักพี่มากเลยนะ หันไปมองมันมั้งงงงงงงงงงงงงงง

    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย ส่วนอิแด้นี่แบบ.... เมิงเฬวไปเพื่อใครรรรรรรรรรรร!!!!

    จิตใจแกทำด้วยอะไร ทำไมทำกับพี่ออบงี้ว๊าาาาาาาาา

    แค้นนนนนนนนนน อย่าให้ได้เจอ แม่งจะตบหัวมันซักทีสองที 
    #53
    0
  4. #45 Baby-Hari (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 13:43
    บังชานน่ารักกกกกกก สู้ๆนะไรต์
    #45
    0
  5. #38 Qzaxgun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 03:44
    แหมมมม ทำเป็นอวดด *ตบ*
    หมั่นไส้อะจริงๆ5555555555555555555

    แต่แจแกยอมๆให้จุนฮวมันไปเหอะ ยังไงมันก็โล่แจอะ แกรีบๆยอมไปเถอะ55555555555

    ส่วนดะยอนเป็นโรคจิตหรือสตอกเกอร์5555555
    ตามโคตรติดแถมโคตรเฬวเลยลวกเพ่-.-

    -รีบๆอัพนะคะ ตั้งใจแต่งด้วยน้าา ไฟต์ติ้ง!-
    #38
    0
  6. #34 HaniAhn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 00:56
    แหม่ วิศวะการบิน สายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวยเกิ้นน แต่ล่ะคน แต่แดฮยอนนายปล่อยยองแจไปเถอะ ยองแจนายก็มองโล่เถอะ แคร์ขนาดนี้ บังชานนี้มุ้งมิ้งอ่า
    #34
    0
  7. #33 op po paw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 10:35
    มาอัพเร็วๆนะ
    #33
    0
  8. #32 IM BE YOO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 08:02
    โว้วๆๆๆๆๆๆ เสี่ยบังผุ้มั่งงคั่ง ยืมเงินพี่ หึหึ อ๋อยยยยย แด้จะทำไรแจ สงสารโล่อะ แต่แจก็แลแคร์ความรู้สึกอิโล่มันดีนะ มองน้องมันหน่อยสิ มันรักแกจะแย่ยุแล้ว
    #32
    0
  9. #31 Wiww (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 20:59
    แหมะพ่อคู้นนนนนนนนนนนนน  ร่ำรวยกันเหลือเกิน อิจฉาอะ

    บังชานน่ารัก
    #31
    0
  10. #30 kimkabang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 17:58
    ชอบค๊าาา มาต่อน่ะ ><
    #30
    0
  11. #29 ขอบชีสแด้ อ่าห์ツ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 10:29
    สนุกมากกกก บังชานยังมุ้งมิ้ง น่ารักเหมือนเดิม เงิบอ่ะดิฮิม พอรู้ว่าพี่บังเป็นใคร 55555555555555 ส่วนคุณจองมาร้ายเหมือนเดิม แกจะไปทำความรู้จักกับยองแจยังไง นี่สงสัยล่ะ
    #29
    0
  12. #28 @mintklex_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 00:32
    รีบอัพน้าๆ
    #28
    0
  13. #26 khawkhaw_baby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 22:48
    อื้อหือ เต็มที่เลยนะพ่อคนรวยรีบอวดฐานะทางบ้านเชียวนะ 5555 ติดตามอยู่เรื่อยๆนะ :)
    #26
    0