[FIC B.A.P] I Remember

ตอนที่ 4 : I R E M E M B E R 0 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.พ. 58

I     R E M E M B E R     0 3

 

… Become A Victim …




 

รถสีสปอร์ตสีแดงจัดจ้านถอยเข้าซองจอดลงอย่างชำนาญ ไม่นานนักเจ้าของร่างเพรียวระหงก็ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับสัมภาระในมือคือหนังสือสองสามเล่ม

 

 

 

ดวงตาคู่สวยสอดส่องมองดูซ้ายขวาให้แน่ใจก่อนว่าปลอดภัย

 

 

 

ครืด ...

 

 

 

วัตถุในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น มือข้างที่ว่างจึงหยิบมันขึ้นมาดูปรากฏเห็นข้อความหนึ่งบนหน้าจอ

 

 

 

 

 

ข้อความจากคนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้แค่สองวัน

 

 

 

แต่ตามคุยราวกับรู้จักกันมาเป็นสิบปี

 

 

 

 

 

Bbangster: อยู่ไหนแล้ว?

 

 

Himuchan: ถึงแล้ว หยุดส่งมาสักทีรำคาญ

 

 

Bbangster: ใจร้ายจัง -3-

 

 

 

 

 

เขาเลือกที่จะตัดบทสนทนาโดยการไม่ตอบข้อความกลับไป แล้วเก็บมือถือลงในกระเป๋ากางเกงตามเดิมโดยไม่สนใจว่ามันจะสั่นอีกกี่ครั้ง

 

 

 

หลังจากที่คิม ฮิมชานรู้จักกับบัง ยงกุกตลอดระยะเวลาสองวันที่ผ่านมาผู้ชายคนนี้ก็พยายามส่งข้อความมาคุยกับเขาตลอด ในตอนแรกก็ตอบกลับไปเพราะเห็นว่าเป็นคนที่เคยช่วยตนเอาไว้ แต่ความถี่ของการส่งข้อความที่มากเกินไปจนทำให้เขาหงุดหงิด จะทำอะไรก็ไม่ได้ต้องมาคอยตอบข้อความแทบจะทุกนาที เขาเลยเลือกที่จะเมินเฉยข้อความพวกนั้น

 

 

 

ถึงกระนั้นข้อความก็ยังถูกส่งมาอีกซ้ำ ๆ จนต้องใจอ่อนยอมตอบกลับไป ...

 

 

 

 

 

ร่างเพรียวยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าเหลือเวลาอยู่นานพอสมควรก่อนจะเริ่มเรียนคาบแรก เขาคิดว่าจะไปซื้อกาแฟมาดื่มให้หายง่วงก่อนแล้วค่อยไปหายงกุกตามที่นัดกันไว้

 

 

 

ก็ ... หมอนั่นตื้อไม่เลิกเลยต้องยอมตกลงไป

 

 

 

ทำไงได้ก็มันไม่มีทางเลือก ...

 

 

 

 

 

“อื้อ............!!!!” ขณะที่ก้าวเดินจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมากระชากร่างของตัวเองจากด้านหลัง พอจะร้องปากก็ดันถูกปิดเอาไว้

 

 

 

“ชู่ว์ ... อย่าเสียงดังไปสิครับ” ดวงตาคมเบิกกว้าง เสียงแบบนี้ต่อให้ไม่หันไปมองก็รู้ว่าใคร เสียงที่จำได้ฝังใจไม่มีทางลืม

 

 

 

 

 

เสียงของจอง แดฮยอน ...

 

 

 

 

 

ฮิมชานออกแรงดิ้นเมื่อรู้ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา สมองเร่งคิดหาวิธีเอาตัวรอดจนความคิดต่าง ๆ ตีกันวุ่นไปหมด แต่ทางเดียวที่คิดออกตอนนี้ก็คือ ...

 

 

 

 

 

ยงกุก ...

 

 

 

 

 

โทรศัพท์ ...

 

 

 

 

 

มือบางรีบเอื้อมลงไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ... ทางรอดเดียวของเขาในขณะนี้

 

 

 

แค่โทร ... หรือส่งข้อความ ...

 

 

 

อะไรก็ได้ทั้งนั้น

 

 

 

ขอแค่ให้อีกคนรู้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ...

 

 

 

ยงกุกต้องมาช่วยเขาแน่ ๆ

 

 

 

 

 

นิ้วยาวคีบโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกหน้าจอได้สำเร็จ แอพพลิเคชั่นแชทที่คุยค้างกันไว้ยังอยู่ในหน้าเดิมพร้อมกับข้อความใหม่ที่ส่งเข้ามาใหม่อีกนับสิบ

 

 

 

นิ้วมือจิ้มลงไปที่สามเหลี่ยมเล็ก ๆ ด้านบน คำสั่งโทรออกปรากฏขึ้นมา

 

 

 

แค่แตะลงไปที่ปุ่มนั้นทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ...

 

 

 

 

 

กึก!

 

 

 

โทรศัพท์ถูกดึงออกจากมือลอยไปกระแทกกับเสาปูนต่อหน้าต่อตา

 

 

 

 

 

ที่พึ่งสุดท้ายของเขาถูกทำลายลงแล้ว ...

 

 

 

 

 

“ร้ายนักนะครับ”

 

 

 

“อื้อ.............!

 

 

 

“อย่าดิ้นนักสิครับ ผมเหนื่อยนะ อ๊ากกกก!!!” แดฮยอนร้องลั่นเมื่อมือข้างที่ปิดปากบางเอาไว้ถูกกัดเข้าเต็มแรง ด้วยความตกใจทำให้เผลอปล่อยร่างในอ้อมแขนให้เป็นอิสระ

 

 

 

ขาเรียวสวยออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อหลุดพ้นการจับกุม ... ไปให้ไกลจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

 

 

 

“จะไปไหน มานี่!!!”  กลุ่มผมสีดำสนิทถูกกระชากจนร่างทั้งร่างหงายหลังไปอยู่ในวงแขนแกร่งอีกครั้ง

 

 

 

“ปล่อยนะ!!!

 

 

 

“ฤทธิ์มากนักนะ โอ๊ย!!!” กระทุ้งเท้าลงบนเท้าของแดฮยอนจนเจ้าตัวร้องเสียงหลง

 

 

 

“อั่ก!!!” หมัดหนัก ๆ อัดเข้าที่หน้าท้องแบนราบอย่างแรง ความจุกแล่นเข้าโจมตี ฮิมชานงอตัวสีหน้าแสดงออกถึงความเจ็บ แขนขาไร้เรี่ยวแรงทิ้งตัวใส่ผู้ประสงค์ร้าย

 

 

 

“ขอโทษนะ ผมเองก็ไม่อยากทำรุนแรงกับพี่เลย แต่มันจำเป็น” ชายหนุ่มโอบรัดร่างบางเอาไว้แล้วลากพาไปยังรถของตัวเองอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

“ปะ ... ปล่อย ... ปล่อยฉัน ...”

 

 

 

“อ่า ... รอหน่อยนะ ใกล้ถึงรถแล้ว” ชายหนุ่มกระซิบบอก

 

 

 

“ยงกุก ... ยงกุก ... ช่วยฉันด้วย” เสียงหวานร้อง

 

 

 

“เรียกให้ตายก็ไม่มีใครมาช่วยหรอกครับ”

 

 

 

มือใหญ่เปิดประตูรถสีดำเงาก่อนจะค่อย ๆ จับให้ร่างเล็กที่อ่อนกำลังเข้าไปนอนอยู่ที่เบาะหลัง

 

 

 

“อย่าดื้อสิครับ” แดฮยอนพูดกับคนที่เอามือยันโครงประตูรถเอาไว้

 

 

 

“อึก ...” ฮิมชานใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดต่อสู้กับชายหนุ่ม เขาไม่ยอมถูกจับตัวได้แน่ เพราะถ้าแดฮยอนทำสำเร็จจะไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้นที่เดือดร้อน

 

 

 

“พี่ฮิมชาน ...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“อยากเจ็บตัวอีกหรือไง”

 

 

 

“อ๊ะ!” แรงมหาศาลกระแทกลงที่ด้านหลังส่งผลให้ร่างบางล้มลงไปอยู่ที่เบาะ แต่ก็ยังคงยันตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง

 

 

 

“สงสัยพี่นี่จะชอบความรุนแรงนะครับเนี่ย”

 

 

 

“อ่ะ ... ปล่อย ...”

 

 

 

 

 

“เฮ้!!! ฮิมชานนั่นนายหนิ!!!” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง

 

 

 

 

 

บัง ยงกุก ...

 

 

 

 

 

บัง ยงกุกอีกแล้วงั้นเหรอ?

 

 

 

แดฮยอนกัดฟันกรอด ดูเหมือนว่าครั้งนี้ฮิมชานจะรอดจากเขาไปได้อีกหน

 

 

 

“ยงกุก ...” คนในรถเอ่ยเรียก

 

 

 

“นี่พวกนายซ้อมละครกันอีกแล้วเหรอ? แหม ... ขยันกันจังเลยนะ ซ้อมแต่เช้าเชียว” ใบหน้าหล่อฉีกยิ้ม

 

 

 

“อืม ...” ชายหนุ่มผิวแทนยิ้มตอบกลับไปทั้งที่ในใจโมโหจนแทบจะระเบิดออกมา

 

 

 

“อ้าวฮิมชาน ... เข้าไปนั่งในนั้นทำไม?”

 

 

 

“ซ้อมกันหนักไปหน่อยน่ะ พี่ฮิมชานจะเป็นลม เลยพามานั่งพักในรถ หายดีหรือยังครับ?” แกล้งทำเป็นถาม

 

 

 

“อ่ะ ... อืม” ฮิมชานพยักหน้า

 

 

 

“ฉันชักอยากจะรู้แล้วสิว่าพวกนายเล่นละครเรื่องอะไร ไว้แสดงเมื่อไหร่บอกฉันด้วยนะ ฉันไม่พลาดแน่ ๆ” ร่างสูงด้านหลังพูดพร้อมกับเดินเข้ามาหา

 

 

 

“ยังบอกไม่ได้น่ะ” พูดน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่หันไปมอง แต่สีหน้ากลับแสดงความโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

“อ่า ... แย่จัง แล้วนี่ซ้อมกันเสร็จหรือยังล่ะ?”

 

 

 

“เสร็จแล้ว ... นี่ว่าจะซ้อมกันอีกรอบถ้านายไม่มาซะก่อน” แดฮยอนแดกดัน แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยิ้มหน้าระรื่นอยู่ ใบหน้าหล่อร้อนผ่าวเพราะความโกรธที่เพิ่มขึ้น

 

 

 

“เฮ้ย! ขอโทษนะ ฉันไม่รู้อ่ะ ฉันแค่มาหาฮิมชานเฉย ๆ”

 

 

 

“มาหาฉัน? มาหาทำไม?” คราวนี้ร่างเล็กเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้าง

 

 

 

“ก็นายนัดฉันไว้ไงจำไม่ได้หรอ นี่ไงนายบอกว่าถึงแล้วแต่ยังไม่โผล่มาสักทีฉันเลยออกมาตาม นึกว่าจะเกิดเรื่องขึ้นซะแล้ว ที่แท้ก็มาซ้อมละครกันอยู่นี่เอง”

 

 

 

 

 

“ว่าแต่ ... ทำไมไม่บอกฉันล่ะว่าซ้อมละครอยู่จะได้ไม่ต้องออกมาตาม”

 

 

 

“เอ่อ ...”

 

 

 

“โทรศัพท์พี่ฮิมชานพังน่ะ ...” แดฮยอนแทรกขึ้น “พอดีเล่นกันแรงไปหน่อยมันเลยกระเด็นไปโดนเสาพัง ... นู่นไง” ชี้ไปทางเศษซากโทรศัพท์ที่หล่นกระจายอยู่บนพื้น

 

 

“อ่อ ... อย่างนี้นี่เอง”  ยงกุกยกมือลูบคางตัวเองทำท่าครุ่นคิด “อืม ... ถ้าไม่ว่าอะไรฉันขอพาฮิมชานไปเข้าคลาสได้ไหม นี่ก็ใกล้เวลาเรียนแล้ว ไม่อยากพากันสายน่ะ”

 

 

 

“อื้ม ... ได้ ... ได้สิ ไม่มีอะไรแล้ว ตามสบายเลย”

 

 

 

“โอเค งั้นไว้เจอกันใหม่นะ ... อ่า ...”

 

 

 

“แดฮยอน ... จอง แดฮยอน”

 

 

 

“โอเค ... ไว้เจอกันใหม่นะแดฮยอน ฉันบัง ยงกุกนะ”

 

 

 

“อืม ... ไว้เจอกันใหม่บัง ยงกุก” แดฮยอนส่งมือให้ ยงกุกชั่งใจอยู่ชั่วขณะก่อนจะจับตอบ

 

 

 

“ฉันว่าเราไปกันได้แล้วแหละ ... ฮิมชาน” เขาปล่อยมือแล้วส่งให้ร่างขาวบางในรถจับแทน

 

 

 

มือเล็กรีบสอดประสานเข้ามาแน่น

 

 

 

เขาออกแรงฉุดให้คนตัวเล็กลุกขึ้น ใบหน้าสวยนิ่วลงเล็กน้อยเพราะยังคงรู้สึกเจ็บอยู่บริเวณช่วงท้องจากเหตุการณ์เมื่อครู่

 

 

 

“ไหวไหม?” คว้าเอวบางมากอดไว้

 

 

 

ฮิมชานไม่ตอบแต่พยักหน้าเบา ๆ กระตุกชายเสื้ออีกคนให้รีบพาตนไปจากตรงนี้เสียที

 

 

 

“อ่า ...” ชายหนุ่มก้มลงเก็บหนังสือสองสามเล่มที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ให้แทน สองร่างประคับประคองกันจนหายลับไปจากลานจอดรถ

 

 

 

 

 

ทิ้งอีกคนให้ยืนอยู่ตามลำพังเป็นครั้งที่สอง ...

 

 

 

 

 

แดฮยอนเกร็งมือกำหมัดแน่นไว้ข้างลำตัว ฟันขบกันจนเห็นเป็นแนวสันกรามปูดโปน ดวงตาขวางอย่างเอาเรื่อง หากครั้งนี้ไม่ได้อาละวาดออกมาแบบที่เคยทำ แต่กลับหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา กดหารายชื่อที่ต้องการแล้วโทรออก

 

 

 

เพียงไม่กี่อึดใจปลายสายก็ตอบรับกลับมา

 

 

 

 

 

“ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดของคนที่ชื่อบัง ยงกุก จะหามาด้วยวิธีไหนยังไงก็ได้ฉันไม่สน แต่เอามาให้ฉันภายในวันพรุ่งนี้!!!

 

 

 

ติ๊ด!

 

 

 

ตะโกนใส่ปลายสายเสียงดังแล้วตัดสายทิ้งโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ

 

 

 

 

 

จอง แดฮยอนไม่ชอบการรอคอยและการลองดี

 

 

 

คนที่คิดมาลองดีกับเขาทุกคนจะถูกทำให้หายไปจากโลกนี้โดยไม่มีใครล่วงรู้สาเหตุ

 

 

 

 

 

และแน่นอนว่าคนต่อไปจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ...

 

 

 

 

 

บัง ยงกุก

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“เป็นไงเดินไหวไหม?” ชายหนุ่มคุกเข่าถามร่างที่เพิ่งนั่งลงบนม้านั่งไม้หน้าอาคารทรงสูงสีขาวตระหง่านตา

 

 

 

“ยังเจ็บ ๆ อยู่นิดนึง” คนบนม้านั่งตอบ ยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง

 

 

 

“อ่ะ ...” ยงกุกยื่นขวดน้ำในกระเป๋าเป้ของตัวเองให้ ฮิมชานยกขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะวางลงไว้ข้างตัว

 

 

 

“ฉันบอกแล้วว่าให้มาด้วยกันก็ไม่เชื่อ” ร่างสูงเปลี่ยนขึ้นมานั่งบนม้านั่งด้านข้าง

 

 

 

“เพิ่งรู้จักกันแค่สองวันแล้วให้นายมารับที่บ้านอ่านะ บ้าหรือเปล่า”

 

 

 

“แล้วเป็นไงล่ะ ถ้าฉันไม่มาเห็นก่อน นายถูกลักพาตัวไปแล้ว”

 

 

 

“ก็แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าไอ้บ้านั่นมันจะมาดักรอตั้งแต่เช้าแบบนี้” ฮิมชานเถียง

 

 

 

“ก็ถึงได้บอกไงว่าให้มาด้วยกัน”

 

 

 

“ก็เพราะนายนั่นแหละ ส่งข้อความมาอยู่ได้ฉันก็ต้องมาคอยตอบจนลืมระวังตัวเอง” คนหน้าสวยเริ่มพาลผลักอกแกร่ง

 

 

 

“เอ้า!!! สรุปฉันผิด?”

 

 

 

“เออ”

 

 

 

“โอเค งั้นครั้งต่อไปก็หาทางหนีเองก็แล้วกัน ฉันไปล่ะ เอาน้ำคืนมาด้วย” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนคว้าขวดน้ำของตัวเองมาถือไว้ แล้วออกเดินไปทางอาคาร

 

 

 

“ย๊า!!! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะบัง ยงกุก!!!” เสียงหวานตะโกนลั่น ร่างที่ถูกเรียกหยุดเดินแล้วหันมามอง

 

 

 

“อะไร?”

 

 

 

“มาทิ้งกันแบบนี้ได้ไง มารับผิดชอบฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!” ร่างบางว่า

 

 

 

“รับผิดชอบอะไร? ฉันไม่ได้ไปทำนายท้องสักหน่อย?”

 

 

 

“ไอ้บ้า!!! ช่วยฉันออกมาแล้วก็พาไปส่งให้ถึงที่สิ จะมาทิ้งกันไว้แบบนี้ได้ยังไงเล่า!!!” พูดเสียงดังใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีตามแรงที่ใช้ในการตะโกน

 

 

 

“ไม่เอาอ่ะ ไปล่ะ” ยงกุกแกล้งทำเป็นไม่สนใจหันหลังกลับไปตามเดิม

 

 

 

 

 

เพราะถ้าไม่หันกลับมีหวังได้หลุดขำออกไปแน่

 

 

 

ถ้ามีใครมาเห็นเหมือนที่เขาเห็นตอนนี้ก็คงจะคิดแบบเดียวกัน

 

 

 

 

 

ว่าฮิมชานตอนนี้น่ะ ... น่ารักสุด ๆ ไปเลย

 

 

 

 

 

“บัง ยงกุก!!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันสั่งให้นายกลับมาเดี๋ยวนี้ยังไงเล่า!!!

 

 

 

“นายนั่นแหละเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” คนถูกสั่งหันมายอกย้อน

 

 

 

“ฟังให้ดีนะ!!! ฉันคิม ฮิมชาน ทายาทธุรกิจ ‘KIM Export Agency’ บริษัทตัวแทนส่งออกสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพราะฉะนั้นทำตามที่ฉันสั่งซะ!!!

 

 

 

 

 

โถ่ .. ที่แท้ก็คุณหนูเอาแต่ใจนี่เอง

 

 

 

 

 

“หลงตัวเองว่ะ ...” ยงกุกพูด สีหน้าเรียบเฉย

 

 

 

“แล้วถ้าแดฮยอนกลับมาจะทำยังไงล่ะ ...” และแล้วเสียงหวานก็อ่อนลงอย่างชัดเจน น้ำเสียงฟังดูสั่นเครือเหมือนกำลังจะร้องไห้

 

 

 

ก็ว่าจะแค่แกล้งเล่นเฉย ๆ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นร้องไห้ออกมาแบบนี้

 

 

 

 

 

สงสัยจะแกล้งแรงเกินไปหน่อย ...

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มส่ายหัวอย่างยิ้ม ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปยังม้านั่ง

 

 

 

“ถ้ากลัวก็บอกมาตรง ๆ สิ ไม่เห็นต้องพูดให้มันอ้อมโลกเลย” ส่งมือให้กับคนที่นั่งหน้าแดงอยู่ ดวงตาหวานฉ่ำที่มีน้ำใสเอ่อคลออยู่นั้นเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะปาดมันทิ้งอย่างลวก ๆ แล้วจับมือนั้นไว้แน่นยันตัวเองให้ลุกขึ้นมา

 

 

 

“ไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่จุกจนเดินไม่ไหวต่างหาก” ปากบอกอย่างนั้นแต่ก็เดินนำหน้าเขาปร๋อ

 

 

 

 

 

คุณหนูปากแข็ง ...

 

 

 

 

 

“ไหนบอกเดินไม่ไหวไง นำซะลิ่วเชียว” ฮิมชานหยุดเดินกลางคันก่อนจะหันหน้ามามองคนที่กำลังยิ้มล้อตัวเองอยู่

 

 

 

“กะ ... ก็มันดีขึ้นแล้ว”

 

 

 

 

 

คุณหนูขี้โกหก ...

 

 

 

 

 

“อา ๆ บอกมาให้ไปส่งที่ไหน นี่เห็นว่าเป็นถึงคุณคิมทายาทธุรกิจยักษ์ใหญ่หรอกนะเลยพาไปส่ง” ร่างสูงยังไม่เลิกล้อ เดินมากอดคอคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุด

 

 

 

“พูดมากน่า ...”

 

 

 

“ว่าไงเล่า จะไปไหน?”

 

 

 

“ตึกคณะบริหารธุรกิจ”

 

 

 

“ก็แค่นั้นแหละ”

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“ห้องไหนอ่ะ?” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเดินมาถึงชั้นที่อีกคนหนึ่งบอก

 

 

 

“ห้องนั้น ... ที่สุดทางเดิน” นิ้วเรียวสวยชี้ไปที่ประตูกระจกบานใหญ่ ที่สุดทางเดินของชั้น

 

 

 

ยงกุกประคองฮิมชานมาอยู่หน้าห้องได้สำเร็จ ฮิมชานรีบยกแขนออกไปทันที

 

 

 

“ขอบใจ”

 

 

 

“อืม ... เอางี้ถ้าเผื่อเกิดอะไรขึ้นตอนฉันไม่อยู่ด้วยก็ไปหาฉันที่คณะแล้วกัน คณะวิศวะนะ ... วิศวะการบิน เดินตรงไปแล้วก็เลี้ยวขวาก็จะเจอ ... อะไร?” ยงกุกหยุดพูดเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงที่จ้องกลับมา

 

 

 

“นายพูดอะไรผิดหรือเปล่า?” ร่างเล็กถาม

 

 

 

“ก็ไม่หนิ”

 

 

 

“นายเนี่ยนะเรียนวิศวะการบิน! อย่ามาหลอกฉันนะ!

 

 

 

“ไม่ได้หลอก ฉันเรียนวิศวะการบิน พูดแบบนี้หมายความว่าไง? ตัดสินคนกันแค่ภายนอกนี่นา” ร่างสูงโต้กลับ

 

 

 

“ก็มันจริงอ่ะ หน้าแบบนายน่าจะไปเรียนคณะอื่นมากกว่า”

 

 

 

“แล้วจะให้ฉันไปเรียนหัตถกรรมเย็บปักถักร้อยหรือไง?”

 

 

 

“ไม่ใช่ก็ ...”

 

 

 

“ก็ ...”

 

 

 

“โอ๊ย!!! ฉันไม่คุยกับนายแล้ว กวนฉันอยู่ได้ ไปไหนก็ไปเลยฉันจะเข้าไปเรียนแล้ว!!!” ฮิมชานร้อง

 

 

 

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรหนิ จะไปก็ไปดิ”

 

 

 

“นาย!!! ฮึ่ย!!!

 

 

 

ปัง!

 

 

 

ร่างเล็กกระแทกประตูเดินหายเข้าไปในห้อง

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้เดินมาที่นี่ทั้ง ๆ ความจริงจะขับรถกลับบ้านเลยก็ได้ แต่สุดท้ายขามันก็พามาหยุดอยู่ตรงนี้

 

 

 

ฮิมชานเงยหน้ามองข้อความโลหะตัวใหญ่เหนือหัว

 

 

 

 

 

คณะวิศวกรรมศาสตร์

 

 

 

 

 

ก็บอกแล้วไงว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่ามาที่นี่ทำไม

 

 

 

ก็แค่ ...

 

 

 

 

 

อยากหาคนกลับบ้านเป็นเพื่อน

 

 

 

 

 

ไม่ได้อะไร ...

 

 

 

 

 

ก็แค่กลัวว่าแดฮยอนจะตามมาก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เฮ้ย!!! ฮิมชาน!!!” เสียงร้องเรียกปลุกให้ร่างที่นั่งฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนด้านหน้าอาคารสะดุ้งตื่น

 

 

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบใบหน้าหล่อที่คุ้นเคยยืนมองตนอยู่ด้วยความเป็นห่วง

 

 

 

“ยงกุก ...” เอ่ยเรียกชื่ออีกคนเบา ๆ ปรับสายตาให้เป็นปกติก่อนจะมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตัวเองนอนหลับทับหนังสืออยู่สองสามเล่ม

 

 

 

จำได้ว่าเอาหนังสือมานั่งอ่านรอ

 

 

 

 

 

แล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้เหมือนกัน ...

 

 

 

 

 

“มาทำไรที่นี่อ่ะ มีอะไรหรือเปล่า หรือว่า ... มาหาฉัน” ยงกุกยิ้มร่าหลังจากพูดเองเออเองอยู่คนเดียว

 

 

 

“บ้า!!! ใครจะอยากมาหาคนอย่างนายกัน!!!

 

 

 

“ก็นายไง”

 

 

 

“ก็แค่ผ่านมาเฉย ๆ หรอก จะกลับแล้วเนี่ย” ฮิมชานบ่ายเบี่ยง รีบเก็บหนังสือแล้วลุกขึ้น

 

 

 

 

 

ไม่น่ามาเลย ... น่าอายชะมัด

 

 

 

 

 

“เดี๋ยวดิ ...” แขนยาวเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้

 

 

 

“...”

 

 

 

“ไหน ๆ ก็อุตส่าห์มาแล้ว งั้นฉันกลับด้วยสิ”

 

 

 

“เป็นถึงว่าที่นักบินไม่มีตังค์ซื้อรถขับเองหรือไง” คนหน้าสวยเถียง

 

 

 

“เป็นนักบินขับเครื่องบินไม่ได้ขับรถหนิ ไปกัน”

 

 

 

“เฮ้ย!!!” โดยไม่ทันตั้งตัวมือที่ถูกคว้าไว้ก็ถูกฉุดให้เดินตามไป

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ ... หมอนี่นี่มันเอาแต่ใจตัวเองเสียจริง

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“พี่ยงกุก!!!” เดินมาได้ไม่ทันไรร่างที่เดินอยู่ด้านหลังก็ถูกร้องเรียก ฮิมชานหันไปมองตามต้นเสียงก็พบร่างของเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักยืนอยู่ไม่ห่างจากพวกเขาทั้งสองคนเท่าไรนัก ดูจากเครื่องแบบที่ใส่น่าจะเป็นเด็กจากมหาวิทยาลัยอื่น

 

 

 

เขาหันกลับไปมองร่างสูงแต่อีกฝ่ายกลับไม่มองหนุ่มน้อยเจ้าของเสียงเลยสักนิด

 

 

 

กลีบปากคู่สวยกำลังจะขยับถามแต่ก็ถูกเสียงใสนั่นแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

 

 

“พี่ยงกุก!!!” ไม่ใช่แค่เสียง แต่เจ้าตัวรีบวิ่งโล่เข้ามาหาโดยไม่สนใจว่ายังมีอีกคนยืนอยู่ข้าง ๆ

 

 

 

เขารีบเบี่ยงตัวหลบก่อนที่จะถูกชนกระเด็น

 

 

 

“พี่ยงกุกวันนี้ผมกลับด้วยนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยเจื้อยแจ้ว

 

 

 

 

 

แต่ท่าทางแบบนี้

 

 

 

 

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นอะไรกัน ...

 

 

 

 

 

มีแฟนแล้วยังจะมาตามตื้อเขาอีก

 

 

 

 

 

คนหน้าไม่อาย ...

 

 

 

 

 

“แฟนนายมาหาแล้วงั้นฉันไปนะ ไม่อยากอยู่เป็นก้าง” ไม่รอคำตอบใด ๆ ร่างเพรียวก็รีบเดินจ้ำออกไปทันที

 

 

 

“เฮ้ยเดี๋ยว! ฮิมชาน! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ! ยองแจปล่อยพี่!!! ร่างสูงร้องเรียกมือก็แกะนิ้วน้อย ๆ ที่เกาะแขนตัวเองแน่นราวกับมีใครมาเอาอะไรมาเชื่อมติดกันไว้ออกไปด้วย

 

 

 

“วันนี้ผมอุตส่าห์รีบมาหาพี่เลยนะ พี่ไปกินข้าวที่บ้านผมนะ พี่ยงกุก” เด็กหนุ่มยังไม่หยุดตอแยแถมยังเกาะแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

 

 

“ไว้วันอื่นนะยองแจ วันนี้พี่มีนัดกับเพื่อนจริง ๆ ไปไม่ได้หรอก” ยงกุกปฏิเสธ

 

 

 

“เพื่อนพี่เดินไปนู้นแล้วอย่ามาโกหกผม”

 

 

 

“โถ่ยองแจ ...” ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกเอือมกับนิสัยเอาแต่ใจของคนตัวเล็กคนนี้ขึ้นมา แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียใจ ก็พอดีกับที่เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่ทำท่าเหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่

 

 

 

“จุนฮง!!! จุนฮง!!! เจ้าของชื่อหันขวับมาตามเสียงเรียก โดยไม่ต้องพูดอะไรต่อเจ้าตัวรับวิ่งเข้ามาคว้าตัวคนที่เกาะเขาอยู่ออกไปอย่างง่ายดาย

 

 

 

“ขอบใจมากนะจุนฮง” ยงกุกพูดรัวเมื่อตัวเองหลุดเป็นอิสระ “ยองแจวันนี้กินข้าวกับจุนฮงไปก่อนนะ จุนฮงพี่ฝากยองแจด้วยนะ กลับบ้านกันดี ๆ ล่ะ” ทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะรีบวิ่งตามคนที่เดินออกไปได้สักพักแล้ว

 

 

 

“จุนฮงปล่อยฉันนะ!!! พี่ยงกุก!!!

 

…………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“ฮิมชาน!!! ฮิมชาน!!!” เสียงเข้มร้องเรียกเมื่อวิ่งมาจนเห็นแผ่นหลังบางที่เดินลิ่ว ๆ อยู่

 

 

 

ทว่าอีกฝ่ายกลับเร่งฝีเท้าให้ไวกว่าเดิม

 

 

 

“นี่ฟังฉันก่อนสิ!!!” แต่เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็เดินมาดักหน้าไว้ได้ทัน

 

 

 

“ตามมาทำไมกลับไปอยู่กับแฟนนายสิ” ฮิมชานไล่หน้างอ

 

 

 

“ยองแจไม่ใช่แฟนฉัน”

 

 

 

“กอดกันกลมขนาดนั้นยังจะกล้าปฏิเสธอีก”

 

 

 

“ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ฉันพูดความจริง”

 

 

 

“ไม่ต้องมาตามฉันเลย ฉันไม่อยากโดนแฟนนายมาตามเก็บทีหลัง” เสียงหวานว่า

 

 

 

“นี่หึง?” รอยยิ้มกรุ่มกริ่มปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาอย่างชอบใจ

 

 

 

“หึงบ้าอะไรล่ะ!!! ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่ไม่อยากถูกหาว่าเป็นมือที่สามของใคร!!!

 

 

 

“อ้อเหรอ”

 

 

 

“นายนี่มัน ...” มือเล็กกำหมัดเงื้อขึ้นหมายจะชกลงไปที่ใบหน้าหล่อ แต่เพราะสีหน้ากวนประสาทของอีกคนจึงทำให้ต้องเปลี่ยนไปชกที่หน้าอกกว้างแทน

 

 

 

“เออ!!! จะกลับด้วยก็ตามมา!!!

 

 

 

“คร้าบ คุณหนูคิม”

 

 

 

“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ!!!

 

 

 

“ฮ่า ๆ นายนี่มันตลกจริง ๆ เลยฮิมชาน”

 

 

 

“ย๊า!!!

 

 

 

“โอ๊ย!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มองอะไรเล่า รีบ ๆ เข้าไปดิ” ร่างเล็กตะโกนใส่คนที่เอาแต่จ้องหน้าตัวเองมาตลอดทาง

 

 

 

“มองคนขี้หึง”

 

 

 

“ก็บอกว่าไม่ได้หึงยังไงเล่า พูดมากเดินกลับบ้านไปเองก็แล้วกัน!!!

 

 

 

“โหย ... เดี๋ยวดิ! พูดเล่นเฉย ๆ น่า ไม่ได้เป็นอะไรกันจะหึงได้ไงล่ะเนอะ!

 

 

 

“นายนี่มัน ...” แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ สายตาก็เหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งเข้ามาจอดเทียบหน้ารถของตัวเอง

 

 

 

 

 

รถสีดำมันวาวที่คิม ฮิมชานจำได้ว่าเป็นของใคร

 

 

 

ไม่ผิดแน่

 

 

 

 

 

มันคือรถของคนที่คิดจะลักพาตัวเขาเมื่อเช้านี้

 

 

 

 

 

“อ้าวนี่กำลังจะกลับบ้านกันเหรอครับ” กระจกรถทึบเปิดออกเผยให้เห็นคนขับที่สวมแว่นกันแดดอยู่

 

 

 

แต่ต่อให้ปิดไปทั้งหน้าฮิมชานก็ยังจำได้

 

 

 

 

 

ทั้งคู่เงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมา

 

 

 

“เอ้อ พี่ยงกุก ใช่ไหม? ผมต้องเรียกพี่สินะ ก็พี่อยู่ปีเดียวกับพี่ฮิมชานนี่นา” คนในรถพูดต่อ “แฟนพี่คนที่ชื่อ อาอะไรนะ ... อ้า ... ยองแจ ... ยองแจ ใช่ ๆ ... ที่ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ น่ะ น่ารักดีนะครับ ของดีแบบนี้ดูแลให้ดีนะ ...”

 

 

 

 

 

“เพราะถ้าเผลอเมื่อไหร่ผมแย่งไปจากพี่แน่ ...”

 

 

 

 

 

“ไปแล้วนะครับ ...”

 

 

 

 

 

กล่าวเพียงเท่านั้นก่อนกระจกรถจะเลื่อนปิดลง สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือรอยยิ้มมุ่งร้ายที่ทำให้ร่างทั้งร่างเย็นวาบ แล้วรถทั้งคันก็เคลื่อนตัวออกไป ทิ้งคนทั้งสองให้อยู่กันตามลำพังกับความเงียบ

 

 

 

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะไม่ได้มีเพียงแค่บัง ยงกุกกับคิม ฮิมชานเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ยังมียู ยองแจเพิ่มขึ้นมาอีกรายด้วย ...

 

…………………………………………………………………..





ฝากแท็ก
#IRememberBC
ด้วยคะ










 

Theme by SQWEEZ THEME

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #66 Once upon a time (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 11:23
    พี่ชานน่ารักอ่ะ คิคิ ยองแจปล่อยเฮียบังเค้าไปเถอะ
    #66
    0
  2. #59 Babys Lynn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:02
    โอ๊ยยยยยยยยยย ใครก็ได้เอาแด้ไปเก็บดิ!!!!! จะร้ายไปไหนเนี่ย!!!
    แล้วยองแจนี่ตกลงยังไง? เป็นอะไรกับพี่บังอ่ะ เหมือนจะสนิทกันด้วย ไม่ได้เป็นแฟนแล้วเป็นอะไรกัน
    #59
    0
  3. #52 Pomelo96 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:55
    ยังไงก็ยืนยันว่าจะเกลียดอิแด้ต่อไปฮะ!! 
    #52
    0
  4. #37 Qzaxgun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 03:33
    อย่ายุ่งกะยองแจนะ จองแดฮยอน! โกรธ!!
    #37
    0
  5. #27 @mintklex_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 / 00:28
    โอ้ยยชอบมากๆๆ
    #27
    0
  6. #25 ploy_baby (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 14:07
    พี่แด้จะทำอะไรยองจี้อ่ะเค้าไม่ยอมนะ แอบหมั่นไส้พี่แด้นะเนี่ยจิงๆ555
    #25
    0
  7. #23 kokoro (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 10:46
    แดฮยอนอย่ายุ่งกับยองแจนะ แอบเป็นห่วงไงก็ไม่รู้

    จุนฮงดูแลและปกป้องยองแจให้พ้นจากแดฮยอนให้ได้นะ

    เป็นห่วงจริงๆเลย รอติดตามค่อ
    #23
    0
  8. #22 มุนนี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 10:19
    แดฮยอนนี้เลวได้อีกมั๊ยย
    #22
    0
  9. #21 IM BE YOO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 06:33
    น้องแจดูเลอค่ามากเลยอ่ะ งื้อออ แล้วคือชอบบังใช่ไหม อย่าเลยย แกเหมาะกะอิจูสุดแล้ววววว
    #21
    0