{Fic my hero academia} dark hero accelerator

ตอนที่ 4 : บุกUSJ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 620 ครั้ง
    29 ก.พ. 63

ทางด้านนักเรียนของยูเอย์ที่เห็นประตูหมอกปรากฏขึ้น ก็เกิดสงสัยขึ้นมา

 

“อะไรน่ะ เริ่มการทดสอบแล้วเหรอ”

 

“ทุกคนอย่าขยับ” เสียงอาจารย์ไอซาวะเตือนพวกเขาพลางเอาแว่นตากันลมสีเหลืองขึ้นมาสวม

 

“พวกนั้นคือวิลเลินของจริง” พวกนักเรียนที่ได้ยินดังนั้นก็ต่างแสดงสีหน้าตกใจปนหวาดกลัวออกมา

 

“หมายเลข 13 ฝากพวกนักเรียนด้วย” อีเรเซอร์เฮ้ดสั่งก่อนจะกระโจนเข้าไปในฝูงวิลเลินนับไม่ถ้วน

 

“ดูเหมือนว่าผมต้องไปทักทายพวกเขาซักหน่อย” คุโรคิริพูดพร้อมกับด้วยสายตาแหลมคมก่อนจะวาร์ปไปขว้างพวกนักเรียนที่กำลังจะวิ่งหนีออกไป

 

“แล้วแกล่ะ ไม่ไปกับเขารึไง” โทมุระหันไปถามแอคเซลที่กำลังนั่งไขว้ขาอย่างสบายๆอยู่ข้างน้ำพุ

 

“ถึงจะเป็นฉันก็ไม่มีรสนิยมชอบแกล้งเด็กหรอกนะ” แอคเซลกล่าวออกมาเรียบๆพลางมองไปที่อีเรเซอร์เฮ้ดที่กำลังสู้กับวิลเลินจำนวนหนึ่งเพื่อปกป้องนักเรียน ก่อนจะเบิกตาเล็กเมื่อเห็นอัตลักษณ์ของอีเรเซอร์เฮ้ด

 

“ความสามารถในการลบล้างพลังคนอื่นแบบนั้นมัน....” ในตอนนาทีนั้นเองที่แอคเซลรู้หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะอัตลักษณ์แบบนั้นมันทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่ไม่ชอบขี้หน้า

“จู่ๆเป็นอะไรขึ้นมาเนี่ย” โทมุระแปลกใจกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของแอคเซลเล็กน้อย

 

“เปลี่ยนใจแล้ว ฉันว่าจะไปยื่ดเส้นยื่ดสายสักหน่อย” แอคเซลพูดพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปหาอีเรเซอร์เฮ้ดอย่างช้าๆ

 

“หือ!?” อีเรเซอร์เฮ้ดที่สังเกตุเห็นแอคเซลที่กำลังเดินเข้ามา ก็หันมาเตรียมตั้งรับ

 

‘ไอ้หมอนี่ให้ความรู้สึกที่ต่างจากวิลเลินทั่วไป... มันต้องไม่ธรรมดาแน่’ อีเรเซอร์เฮ้ดจ้องมองไปยังแอคเซลอย่างไม่วางสายตา

 

‘จะมีอัตลักษณ์อะไรก็ช่าง! ลบทิ้งไปซะก็สิ้นเรื่อง!’ ในขณะที่อีเลเซอร์เฮ้ดกำลังจะใช้อัตลักษณ์นั้นเอง

 

ฟึ่บ!

 

แอคเซลใช้พลังควบคุมเวกเตอร์ทำให้ตัวเองเคลื่อนไหวได้เร็วกว่ากระสุนก่อนจะไปโผล่ข้างหลังอีเรเซอร์เฮ้ด

 

“มองไปผิดทางแล้ว” แอคเซลใช้นิ้วเคาะที่ตัวอีเรเซอร์เฮ้ดเบาๆแต่นั่นทำให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาลกระแทกใส่อีเรเซอร์เฮ้ดจนกลิ้งไปนอนกับพื้น

 

กร๊อบ!

 

“อ๊ากกกก!!!” แรงกระแทกเมื่อกี้มาพอที่จะทำให้กระดูกหักไปหลายส่วนจนทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นได้

 

“โปรฮีโร่มีดีแค่นี้เองเหรอ งานนี้ท่าจะน่าเบื่อกว่าที่คิดแหะ” แอคเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

 

“ไอ้หมอนั่นมันไม่ได้มีดีแต่ปากจริงๆ ก็สมแล้วที่อาจารย์เป็นคนแนะนำมา” โทมุระมองแอคเซลด้วยความรู้สึกทึ่งและน้อย

 

มิโดริยะ ซึยุ และมิเนตะที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นก็แสดงสีหน้ากังวลและดวงตาที่สั่นไหวออกมา

 

“อาจารย์ไอซาวะ...” ซึยุ

 

“ไอ้หมอนั่นเป็นใครกัน ทำไมถึงล้มอาจารย์ได้ง่ายๆแบบนั้น....” มิเนตะ

 

“เดียวก่อนนะ... ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหน....” มิโดริยะพึมพำออกมาพร้อมกับพยายามนึกว่าเขาเคยเห็นคนๆนี้จากที่ไหน

 

“ว่าแต่... เมื่อกี้พวกนายเห็นรึเปล่า เคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนั้น แถมใช้แค่นิ้วสัมผัสเบาๆก็เกิดแรงกระแทกอย่างมหาศาล อัตลักษณ์แบบไหนกันถึงทำแบบนั้นได้....”

 

“เรื่องนั้นไว้คอยหาคำตอบทีหลังเถอะ แต่ตอนนี้เราควรทำยังไงดีล่ะเพื่อช่วยอาจารย์” ซึยุถามขึ้นมาด้วยความกังวล

 

“เราจะทำอะไรได้ล่ะ อีกไม่นานพวกเราก็ต้องตายอยู่ดี” มิเนตะกล่าวอย่างสิ้นหวังพร้อมกับน้ำตาที่ไหลคลอออกมา

 

‘มีวิลเลินที่ไม่รู้จักแถมอันตรายขนาดนี้โผล่มา... ไม่ๆๆ มันต้องมีทางออกสิ แล้วผู้ชายคนนั้นกับสัตว์ประหลาดนั่นมันคืออะไรกันแน่?!.... เหมือนว่ากำลังรออะไรบางอย่างอยู่... หรือว่า จะเป็นออลไมท์?!’ มิโดริยะสันนิษฐานออกมาด้วยสีหน้ากังวล

 

“ฝีมือไม่เลวหนิ แอคเซลาเลเตอร์” โทมุระกล่าวกับแอคเซลที่เดินกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“เอ่อๆ จะทำอะไรก็รีบๆเถอะน่าเบื่อจะแย่-”

 

“อ๊ากกกก!!!”

 

“หา?” แอคเซลหยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองอีเรเซอร์เฮ้ดที่กำลังนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น แต่ตอนนี้กลับมีวิลเลินบางส่วนตามมาซ้ำเติมเขาราวกับจะฆ่าเขาให้ตายอย่างช้าๆ

 

“คราวนี้เป็นอะไรอีกล่ะ” โทมุระถามอีกครั้งเมื่อเห็นแอคเซลชะงักไปอีกครั้ง

 

“หืม... ก็เปล่าหนิ” แอคเซลกล่าวก่อนหันหน้าหนีแล้วไปนั่งอยู่ข้างน้ำพุเหมือนเดิม

 

‘ไอ้หมอนั่นจะเป็นจะตายยังไงก็ไม่ใช่ปัญหาของเราหนิ’ เมื่อกี้นี้มีอยู่วูบหนึ่งที่เขาเหมือนภาพของตัวเองในอดีตที่ไล่ฆ่าเหล่าซิสเตอร์ทั้ง10,000คนตายอย่างโหดเหี้ยม แต่ไม่นานเขาก็สลัดภาพนั้นทิ้งไป

 

‘จู่ๆจะนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้’

 

คุโรคิริปรากฏขึ้นข้างๆโทมุระแล้วบอกสถานการณ์ออกไป

 

“จัดการหมายเลข 13 แล้วแต่ว่ามีเด็กคนหนึ่งหนีรอดไปได้”

 

“ว่ายังไงนะ” โทมุระเริ่มคิดหนักพร้อมกับเกาที่ลำคอของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

 

“คุโรคิริ ถ้าไม่ได้เป็นคนเปิดประตูล่ะก็! ฉันคงขยี้นายแหลกไปแล้ว!... ไม่อยากเชื่อเลยว่านายจะพลาด...”

 

“ว่าแต่ ผมไม่ได้อยากจับผิดหรอกนะ แต่คุณแอคเซลาเลเตอร์ได้ทำอะไรบ้างรึเปล่า” คุโรคิริหันไปกล่าวกับแอคเซลที่นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อน

 

“ก็ลองมองไปทางนั้นดูสิ” แอคเซลตอบกลับเรียบๆ พร้อมกับพยักหน้าไปทางอีเรเซอร์เฮ้ดที่นอนอยู่บนพื้นในสภาพบาดเจ็บสาหัส

 

“เราไม่สามารถเอาชนะฮีโร่หลายสิบคนได้แน่ๆ” โทมุระที่เหมือนจะใจเย็นลงแล้วเริ่มกล่าวต่อ

 

“เกมโอเวอร์แล้วล่ะ กลับบ้านกันเถอะ”

 

‘เมื่อกี้มันบอกว่าเกมโอเวอร์ จะกลับกันง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอ?’ มิโดริยะคิดในใจพลางทำสีหน้าตึงเครียด

 

“ได้ยินไหม เมื่อกี้พวกมันบอกว่าจะกลับกันแล้วล่ะ!” มิเนตะตะโกนขึ้นพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข

 

“อ้อ ก่อนเราจะกลับไป เรามาทำลายอย่างน้อยก็ศักดิ์ศรีของเขาซักหน่อย ในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพกันเถอะ!” กล่าวจบโทมุระก็พุ่งตัวไปทางนักเรียนทั้งสามคนที่ซุ่มดูกันอยู่ ก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมไปที่หน้าของซึยุ

 

แอคเซลที่ดังนั้นก็เบิกตากว้าง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยุดโทมุระนั่นเอง...

 

 

ตูม!!!

 

ทันใดนั้นประตูทางเข้าUSJก็พังขึ้นมาพร้อมกับปรากฏร่างของชายร่างยักษ์ที่มีผมสีทองเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียดเหล่านักเรียนและวิลเลินก็ต่างหันไปมองกันเป็นตาเดียว

 

 

“ไม่ต้องห่วงเพราะฉันมาแล้ว!” ออลไมท์พูดด้วยเสียงดังกึงก้องพร้อมดึงเนคไทสีน้ำเงินออกอย่างน่าเกรงขาม

 

“อาๆ ตัวพ่อโผล่มาซะแล้ว” แอคเซลกล่าวพร้อมกับมองไปที่ออลไมท์.....

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 620 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

305 ความคิดเห็น

  1. #8 CREAM048 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 09:28

    ค่ตเท่
    #8
    0
  2. #7 kittipobaut2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:36
    Full counter !!!!!
    #7
    2
    • #7-1 lekerer1(จากตอนที่ 4)
      13 มีนาคม 2563 / 21:02
      ผิดเรื่องโว้ยยยย!!!
      #7-1
    • #7-2 Don't disappoint(จากตอนที่ 4)
      1 พฤศจิกายน 2563 / 10:31
      555 เล่นอะไรกันเนี่ยย
      #7-2