{Fic my hero academia} dark hero accelerator

ตอนที่ 30 : secert event : แกะรอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    28 ธ.ค. 63

.
.
.
 

 

 

ในห้องมืดแห่งหนึ่ง ออลฟอลวันนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับมองเศษชิ้นส่วนเรืองแสงในมืออย่างลังเลใจ 

 

‘เอายังไงดี.... อาการของฉันตอนนี้แย่ลงจนควรหลีกเลี่ยงการออกไปค้างนอกแล้ว แต่จะขอให้หนุ่มน้อยคาคิเนะช่วยก็ไม่ได้ เพราะเด็กหัวไวอย่างเขาจะต้องสงสัยแน่ หรือว่าครั้งนี้ควรจะปล่อยไปเฉยๆ.. ไม่สิ แบบนั้นอาจมีปัญหาภายหลังได้’

 

 

หลังจากคิดอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจหันไปมองร่างของอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างหลังเขา

 

 

‘ช่วยไม่ได้ ถึงจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่คงต้องฝากเจ้าสองตัวนี้ไปก่อน’

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

เขตโฮซุ...

 

ไม่ว่าแอคเซลจะเดินไปที่ไหนก็ตาม เขาก็จะได้ยินเสียงซุบซิบเป็นเงาตามตัวเขาเสมอ ในครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าแอคเซลจะไม่เคยมาที่โฮซุ แต่เหมือนว่าชื่อเสียงจะมาไวกว่าตัวเขาซะแล้ว ทว่าครั้งนี้สิ่งที่เตะตาผู้คนรอบๆ ไม่ได้มีแค่แอคเซล 

 

ยังมีเด็กหนุ่มสวมฮู้ดอีกคนที่เดินอยู่ข้างแอคเซลด้วยท่าทางเป็นกันเองสุดๆ บางทีก็เหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะหยอกล้อแอคเซล แต่แอคเซลก็ทำเพียงแค่บอกปัดอย่างรำคาญ ทำเอาคนที่เห็นอดสงสัยไม่ได้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงสามารถปฏิบัติกับคนที่น่ากลัวสุดๆ อย่างแอคเซลได้ราวกับเป็นเพื่อนกันแบบนั้น

 

 

 

“หึๆ รู้สึกว่าที่นี่นายก็จะป๊อปปูล่าไม่แพ้ที่เมืองแห่งการศึกษาเลยนะ”

 

 

เซระพูดเมื่อสังเกตุเห็นว่า ตลอดทางที่เดินผ่านมามีแต่คนหันมามองแอคเซลกันไม่หยุด ตัวเขาในตอนนี้ได้รูดซิบเสื้อและดึงฮู้ดขึ้นมาสวมเพื่อทำให้คนเห็นหน้าเขายากขึ้น ถึงแม้การเดินคู่กับคนดังอย่างแอคเซลจะทำให้ดูเด่นสะดุดตา แต่สุดท้ายแล้ว คนส่วนใหญ่ก็จะให้ความสนใจกับแอคเซลมากกว่าอยู่ดี และยิ่งคนมองแต่แอคเซลมากเท่าไร ก็จะยิ่งไม่มีใครได้ทันสังเกตุเห็นใบหน้าของเซระเลย

 

 

เซระหยิบโคล่าที่เขาแอบพกมาเปิดขวดดื่ม ด้วยสีหน้าชื่นใจสุดๆ

 

 

“อาาาาา.... คุณพระช่วย ฉันคิดถึงรสชาติของโคล่าชะมัดเลย”

 

 

แม้แอคเซลจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เขาก็แอบเหลือบมองเซระบ้างเป็นบางครั้ง 

 

จากเหตุการเมื่อสักครู่ที่พวกเขาตกลงกันสามารถสรุปออกมาได้ว่า

 

เซระเป็นบุคคลที่คล้ายกับแอคเซล นั่นก็คือเขาก็มาจากมิติอื่นเหมือนกัน ซึ่งมิติที่เขาจากมาก็ไม่ใช่มิติของแอคเซลอีกเช่นกัน แต่เจ้าตัวไม่ได้บอกว่ามันคือมิติแบบไหนกันแน่ บอกแค่ว่ายังมีมิติแบบนี้อยู่อีกหลายมิติ ไม่เพียงแค่สองเท่านั้น แล้วที่มิติเดิมของเซระ ก็มีเรื่องราวของแอคเซลถูกเผยแพร่อยู่ ทำให้เขารู้เรื่องของแอคเซลกับลาสออร์เดอร์ดี ส่วนเรื่องของลาสออร์ เซระได้เล่าว่าก่อนหน้านี้เขาได้พบเข้ากับลาสออร์เดอร์โดยบังเอิญ เธอคงจะถูกส่งตามหลังแอคเซลมา หนำซ้ำยังกำลังถูกตามล่าโดยอดีตคู่อริของแอคเซล อย่างคาคิเนะ เทโคคุ ซึ่งก็คงถูกส่งมาที่นี่เหมือนกันและก็คงร่วมมือกับพวกสมาพันธ์วิลเลินไปแล้ว เซระเล่าว่าเขาได้ช่วยลาสออร์เดอร์จากการตามล่า แต่ก็ดันคลาดกันไปซะได้ ตอนนี้ลาสออร์เดอร์อยู่กับพวกพ้องคนหนึ่งของเซระ ซึ่งเซระก็ขอให้แอคเซลมาช่วยเขาตามหาลาสออร์เดอร์เนื่องจากตอนนี้เซระกำลังถูกประกาศจับอยู่แล้วก็มีปัญหาอะไรนิดหน่อยเลยไม่สามารถไปไหนมาไหนด้วยคนเดียวได้ ส่วนเรื่องที่ว่าจะหาตัวลาสออร์เดอร์ได้ยังไง ก็ให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของเซระ เนื่องจากเขาสามารถแกะรอยของพวกเธอได้อย่างไม่ยากเย็น

 

ข้อตกลงระหว่างเขาสองคนนั้นง่ายมาก นั่นก็คือ ถ้าแอคเซลช่วยคุ้มกันตัวเซระ เซระก็จะพาแอคเซลไปหาลาสออร์เดอร์ และหลังจากนั้นพวกเขาก็จะทางใครทางมันไปเลย

 

 

 

 

 

แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าเป็นความจริงเลยสักอย่าง ทั้งเรื่องของมิติอื่นหรือเรื่องของลาสออร์เดอร์ ทุกอย่างมันฟังดูเหมือนเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวทั้งเพ เพราะถึงแม้เรื่องที่เซระบอกว่าเขารู้เรื่องของแอคเซลเยอะจะเป็นเรื่องจริง แต่นั่นก็ไม่ได้พิสูจน์เลยว่าเรื่องอื่นๆ เป็นความจริงด้วย แต่.... ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงล่ะ เพราะเซระเองก็ไม่ได้แสดงท่าทีมีพิรุธเลยแม้แต่น้อย  ทำให้แอคเซลยอมรับข้อเสนอ แม้จะยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ตาม ถ้าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่เรื่องโกหก สิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับแอคเซลก็แค่เขาถูกหลอกให้เสียเวลาเดินตามหาสิ่งไม่มีอยู่จริงอยู่ทั้งคืน แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง นั่นก็หมายความว่าพวกเขาเหลือเวลาอีกไม่เยอะก่อนที่พวกสมาพันธ์วิลเลินจะเจอตัวลาสออร์เดอร์

 

ทั้งที่ควรจะรีบกันแท้ๆ…. แต่ทั้งสองกลับเดินลอยหน้าลอยตาราวกับกำลังเดินเล่นซะงั้น เพราะเซระคิดว่าถ้าพวกเขารีบกันมากเกินไปอาจจะทำให้ดูน่าสงสัยและตกเป็นเป้าสังเกตุของเหล่าฮีโร่เอาได้และอีกอย่างตอนนี้เขาก็อยากจะประหยัดแรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย ส่วนแอคเซลก็ไม่อยากจะเสียแรงเดินเร็วไปกับอะไรก็ตามที่ยังไม่รู้ซ้ำว่ามีจริงไหม

 

“แต่ว่าก็ว่าเถอะ”

 

ในที่สุดแอคเซลก็เป็นก็เริ่มที่จะเอ่ยปากขึ้นบ้าง

 

“แกไม่เห็นต้องฉันมาเป็นคนคุ้มกันเลย เราเดินกันมาจะชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นเซระก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า

 

“ใครว่าไม่มีล่ะ มีแมลงตัวหนึ่งแอบสะกดรอยตามเรามาครึ่งชั่วโมงแล้ว”

 

“ว่าไงนะ”

 

แอคเซลเหลือบตาไปมองเซระอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร

 

“แล้วทำไมพึ่งจะบอก มันอยู่ไหน”

 

“ช่างมันไปก่อนเถอะน่า เสียเวลาเปล่าๆ เดียวค่อยตบทีหลังก็ไม่สาย”

 

“แต่ฉันไม่ชอบให้มีแมลงมาคอยตอมนี่หว่า”

 

“เอาน่าาา”

 

เซระหรี่ตาลงเล็กน้อย

 

“ถึงมันจะเป็นแมลง แต่ก็เป็นแมลงที่มีพิษไม่น้อย มันจะทำให้เราเสียเวลาถ้าไปยุ่งด้วยตอนนี้ อะไรสำคัญกับนายมากกว่ากันล่ะ ระหว่างลาสออร์เดอร์กับการบี้แมลง”

 

“………. ชิ ก็ตามใจแล้วกัน”

 

แอคเซลทำสายตาไม่สบอารมณ์เล็กน้อย 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

ครึ่งชั่วโมงที่แล้วบนดาดฟ้าอาคารแห่งหนึ่ง ประตูมิติสีดำค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับร่างของคนสามก้าวออกมา สองร่างนั้นคือโทมุระกับคุโรคิริ ส่วนอีกร่างหนึ่งคือวิลเลินชื่อกระฉ่อนชนิดหาตัวจับยาก นักฆ่าฮีโร่ สเตน 

 

“โฮซุดีกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากนะเนี่ย แล้วนายวางแผนจะทำอะไร”

 

โทมุระถามสเตน

 

“ฉันจะปฏิรูปเมืองนี้ เพื่อจะทำแบบนั้น เราต้องเสียสละ”

 

“นั่นเป็นธุระที่พูดเอาไว้เมื่อวันก่อนงั้นเหรอ”

 

“นายนี่เข้าใจอะไรง่ายดีนะ”

 

“จะตั้งข้อสังเกตุไร้สาระไปถึงไหน”

 

“ฮีโร่จะเป็นเพียงตำแหน่งสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่เท่านั้น! แต่ตอนนี้ในกลับมีแต่พวกฮีโร่หิวเงินเต็มไปหมด! หนำซ้ำก็ยังมี…. คนแบบเจ้าเด็กนั่น”

 

สเตนกล่าวพร้อมกับจ้องสายตาอาคาตลงไปที่ถนนเบื้องล่าง และเมื่อโทมุระกับคุโรคิริมองตามทั้งสองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะคนที่สเตนกำลังมองอยู่ ก็คือแอคเซลนั่นเอง

 

“ฉันรับไม่ได้กับสิ่งที่เจ้าเด็กนั่นทำ มันทำให้ตำแหน่งฮีโร่ต้องแปดเปื้อน เพราะแบบนั้น…… ฉันจะไปจัดการมันซะ”

 

สเตนกล่าวพร้อมกระโจนไปจากหลังคา โดยมีโทมุระมองตามหลัง

 

“ไอ้โง่…. แกคิดเหรอว่าคนอย่างแก จะทำอะไรไอ้เด็กนั่นได้”

 

โทมุระหันกลับไปมองที่แอคเซลอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้เพ่งเล็งไปที่แอคเซล แต่เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินอยู่กับแอคเซล และไม่รู้ว่าเพราะอะไร โทมุระกลับรู้สึกว่าเขาละความสนใจไปจากเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้เลย

 

“เฮ้ย คุโรคิริ นายรู้จักไอ้เด็กที่เดินอยู่ข้างแอคเซลรึเปล่า”

 

“ไม่ครับ ผมไม่รู้จักแล้วก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อนด้วย เขาไม่ได้อยู่ในเทศกาลกีฬาแล้วก็คงไม่ใช่นักเรียนของยูเอด้วย”

 

“ถ้างั้นมันเป็นใคร? ทำไมออร่ามันดูแปลกๆ ชอบกล”

 

“คุณโทมุระก็รู้สึกได้เหมือนกันสินะครับ ผมเชื่อว่าคุณสเตนเองก็คงจะรู้สึกได้เหมือนกัน”

 

โทมุระเริ่มเกาคอตัวเอง พร้อมกับจ้องมองไปที่เด็กหนุ่ม ออร่าที่ออกมาจากตัวเขามันถือได้ว่าเป็นออร่าที่แปลกที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยสัมผัสมา จะชั่วร้ายก็ไม่ใช่ จะดีงามก็ไม่เชิง อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันรุนแรงมากแต่ถูกกดเอาไว้จนแทบไม่รู้สึกถึง แล้วอะไรที่ไม่เข้าใจแบบนั้น มันก็ยิ่งทำให้โทมุระหงุดหงิดอีกเป็นสองเท่า 

 

“เฮ้ยคุโรคิริ เอาโนมุออกมาสิ”

 

คุโรคิริเปิดประตูเรียกโนมุตามที่โทมุระสั่ง โนมุสามสี่ตัวก้าวออกมาจากประตู

 

“น่าหงุดหงิด น่าหงุดหงิดจริงๆ! ทั้งเจ้าสเตน ทั้งเจ้าแอคเซล ไหนจะยังไอ้เด็กนั่นอีก! ฉันจะทำลายทุกอย่างให้หมดเลย!!!”

 

โทมุระกล่าวอย่างบ้าคลั่ง แต่ว่าเขาหารู้ไม่ว่า ในบรรดาพวกโนมุที่เรียกออกมา มีอยู่สองตัวในนั้นที่ถูกส่งแฝงตัวเขามาเพื่อให้ทำงานพิเศษบางอย่าง

 

ตัวแรกนั้นผิวซีด มีดวงตา มือ และหางที่ดูคล้ายกับกิ้งก่า มันนึกถึงคำสั่งที่มันพึ่งได้รับหมอบหมายจากเจ้านาย

 

“เอาเศษชิ้นส่วนนี่ไป เจ้าสิ่งนี่จะพาแกไปหาคนๆ หนึ่ง ฉันอยากให้แกไปพาตัวคนๆ นั้นมาให้ฉัน”

 

ตัวที่สองนั้นมีผิวสีเข้ม ร่างกายบึกบึน มันก็กำลังนึกถึงคำสั่งของมันอยู่เช่นกัน

 

“ถึงคาคิเนะจะเอาตัวเด็กคนนั้นมาได้ไม่สำเร็จ แต่เขาก็สามารถระบุตำแหน่งของเด็กคนนั้นได้แล้ว แกจงไปเอาตัวเด็กมาให้ฉัน”

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

กลับมา ณ ปัจจุบัน

 

‘หือ? ไอ้แมลงตัวนั้นมันหยุดตามมาแล้ว ทำไมกัน? จะว่าไปดูจากการเคลื่อนไหวของมันแล้ว มันสัมผัสจิตสังหารของเราได้งั้นเหรอ ให้ตายสิ ไอ้อาการเจ็บนี่มันส่งผลถึงกระทั้งทักษะในการอำพรางจิตของเราเลยเหรอเนี่ย’

 

“เฮ้ย! แกนะ เลิกเหม่อได้แล้ว เมื่อไรเราจะถึงกันสักทีเนี่ย”

 

แอคเซลเรียกสติของเซระที่เหมือนกำลังเหม่อลอยให้กลับมา บอกตามตรงว่าตอนนี้ความอดทนของแอคเซลใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว เพราะจนถึงตอนนี้เขาเอาแต่ตามเซระมาตลอด แต่ไม่เห็นทีท่าว่าจะเจอตัวลาสออร์เดอร์สักที ทางเซระที่ก็เหมือนจะรู้ว่าแอคเซลกำลังคิดอะไรอยู่ เขากำลังคิดเซระตอแหลเขาอยู่น่ะสิ

 

เมื่อรู้ดังนั้นเซระก็หุบยิ้ม สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ฉันไม่ได้ตอแหลนะเฟ้ย แต่นายจะให้ทำไงได้เล่า ก็เราต้องเดินมาดักรถไฟฟ้าหนิ”

 

“รถไฟฟ้าเหรอ?”

 

แอคเซลทำหน้าสงสัยขึ้นมาทันที

 

“โอ๊ะ ผ่านมาแล้วโน้นไง”

 

เซระชี้ขึ้นไปบนสะพานรถไฟฟ้าข้างหน้าพวกเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่รถไฟฟ้าผ่านมาพอดี แอคเซลหันไปมองรถไฟฟ้าขบวนนั้นด้วยความสงสัย และในจังหวะนั้นเอง

 

“หือ”

 

แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว แต่แอคเซลก็เห็นทัน เขาเห็นร่างของเด็กหญิงตัวเล็กผมสีน้ำตาลคนหนึ่ง ที่ใบหน้าของเธอนั้น เป็นใบหน้าที่แอคเซลไม่มีวันลืม และแม้ว่าจะเห็นแค่ด้านข้าง แต่แอคเซลก็มั่นใจได้ในทันที ว่าเด็กคนนั้น ก็คือเธอแน่ๆ….

 

“ก็นะ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นว่าร่องรอยมันมุ่งไปที่สถานนีรถไฟฟ้า ซึ่งเพื่อนของฉันก็ขึ้นรถไฟฟ้าไม่เป็น เลยเดาว่ายัยเด็กนั่นคงนึกสนุกขอขึ้นรถไฟฟ้า แล้วก็นั่งไปจนสุดสาย ถ้าฉันเดาถูกล่ะก็สถานนี้หน้าก็คงจะลงกันแล้ว--”

 

 

ตู้ม!!!!!!!!

 

 

จู่ๆ ก็เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ข้างหลังพวกเขา ทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายในทันที เซระหันไปมองด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ในขณะที่แอคเซลไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ

 

ภายในกองไฟ และฝุ่นควันสีดำ เหล่าโนมุนับหลายสิบตัวกำลังออกอาละวาดกันยกใหญ่

 

“อาาาาา ดูเหมือนฉันจะกะเวลาผิดไปนิดแฮะ แต่ก็เอาเหอะ”

 

“………..”

 

“ยังไงก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรอยู่แล้ว ใช่ไหมเฮีย?”

 

“………”

 

“นี่แอคเซล นายฟังที่ฉันพูดรึเปล่าเนี่ย?”

 

แอคเซลไม่ตอบอะไร นาทีนี้เหมือนสติของแอคเซลจะไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวด้วยซ้ำ แม้ว่ารอบตัวจะวุ่นวายกันแทบตาย แต่แอคเซลก็เหมือนจะไม่ได้สนใจรอบข้างด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เขาสนใจอยู่เพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น

 

“เกะกะ”

 

เซระเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย

 

“พวกแมลงเกะกะมีเยอะเกินไปแล้ว”

 

แอคเซลหันไปมองพวกโนมุนับสิบตัวที่กำลังก่อเหตุอาละวาดกันอยู่ ด้วยสายตาที่น่ากลัวอย่าบอกใคร แต่แทนที่เซระจะรู้สึกกลัวกับแววตานั้น เขากลับยิ้มออกมาอย่างหน้าตาเฉย

 

“ต้องงี้สิ ไอ้เฮียหงอกซ่าบ้าโลลิที่ฉันเคยรู้จัก”

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

304 ความคิดเห็น

  1. #302 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 20:13
    ไรท์รีบกลับมาอัปนะอยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่าาา
    #302
    0
  2. #301 moomun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มีนาคม 2564 / 23:18

    อยากให้เจอกันเร็วๆแล้วอะะะะ
    แต่ไรท์หายไปนานมากเลยนะ...
    #301
    0
  3. #299 ZeroGod1 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 15:21
    ตอนใหม่ละฮืิอๆๆๆ
    #299
    0
  4. #294 Pichamon Dumrongkijchaiporn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:31
    เขาจะได้เจอกันเเล้ววววว
    #294
    0
  5. #292 0847787374 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 21:17
    ชมและหลอกด่าไปในตัว5555
    #292
    0
  6. #291 KanGuri (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 15:34
    เหมือนจะชม แต่ก็ไม่ หงอกซ่า บ้าโลลิ
    #291
    0
  7. #290 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 14:29
    สนุกอัปอีกน้าาา อยากอ่านต่อ ม้วนหลายๆแท่
    #290
    0
  8. #289 ฝนตกแล้วนะ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:51
    ฉันชอบ555555555 ไอหงอกซ่าบ้าโลลิ5555555
    #289
    0
  9. #288 phannawithlazy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:46

    ตอกย้ำได้เจ็บแสบ 555

    #288
    0
  10. #287 focus1 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:39
    สนุกมากเลยคะ
    #287
    0
  11. #286 lastorder20001 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:35

    อุปศักเยอะแท้ กว่าจะเจอlast order แก่ตายพอดี
    #286
    0
  12. #285 Ja245 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:10

    ชอบมากมากเลย555
    #285
    0
  13. #284 pam668811 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:01

    5555ฉันรักประโยคสุดท้าย
    #284
    0
  14. วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:00
    เกลียดประโยค-เฮียหงอกซ่ามาก🤣🤣
    #283
    0
  15. #282 ราชาดำ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 12:58
    เกลียดฉายาว่ะ
    #282
    0