Fic conan Spirytus (Amuro x Shinichi)

ตอนที่ 8 : 008 ข้อเเลกเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    17 มิ.ย. 63

Spirytus

 

Pairing : Amuro (zero, Furuya)x Conan (shinichi, Spirytus)

Warning : Plot twist

 

ข้อแลกเปลี่ยน

 

ยังไม่ทันที่ ฟุรุยะ เรย์ จะได้โทรหาเบลม็อธเพื่อบอกแก่เจ้าหล่อนว่าเจอเข้ากับอากาอิ ชูอิจิ และเด็กน้อยของเธอโดน ลักพาตัวยืมตัวไปเสียแล้ว โดนเอาไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่ทันได้ทำอะไรหรือเด็กน้อยไม่ทันขัดขืน เหลือเพียงกระเป่าปืนคู่ใจของอีกฝ่ายที่วางทิ้งไว้ให้ราวกับของต่างหน้า เสียงโทรศัพท์มือถือของสันติบาลหนุ่มก็ดังขึ้นมาก่อน

คนผมบลอนคว้าโทรศัพท์มากดดูว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกทั้งฉิวทั้งขัน ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นความรู้สึกเช่นไรดีเมื่อรายชื่อคนที่โทรมานั้นมัน…

“ให้ตายสิ…”

คนโดนลักพาตัวใช้โทรศัพท์ได้ด้วย!

 

[สไปริทัส]

 

ชายหนุ่มกดรับ ก่อนส่งเสียงทักออกไปก่อน ทั้งสงสัย เป็นห่วงและอยากรู้ว่าเด็กคนนี้สนิทกับอากาอิมากแค่ไหนกันแน่ เพราะแม้เจ้าตัวจะเคยได้รับโค้ดเนมว่าไรย์และทำงานในองค์กร ซึ่งเดิมทีมีหน้าที่เป็นสารถีให้แก่เด็กน้อย เป็นคนในองค์กรไม่กี่คนของช่วงนั้นที่ได้รับโอกาสในการเห็นหน้าคร่าตาของสไปริทัส

ทว่าภายหลังกลับถูกค้นพบแล้วว่าเป็นสายของเอฟบีไอ

สันติบาลหนุ่มไม่ชอบอากาอิก็เพราะเรื่องเพื่อน และเพราะเป็นเอฟบีไอ ซึ่งเข้ามาวุ่นวายอยู่ในญี่ปุ่นทั้งๆ ที่ไม่ใช่ประเทศของตัวเอง

แต่คนในองค์กรไม่ชอบอากาอิเพราะเป็นน็อค…

คนทรยศจะต้องถูกกำจัด

“ครับ สไปริทัส ผมต้องไปรับเธอหรือเปล่า ?”

ดังนั้นแล้วเขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าคนทรยศคนนั้นมีเหตุผลอะไรจึงต้องปรากฎตัวออกมาให้เขาเห็นโต้งๆ ซ้ำยังพาสไปริทัสที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นคนสำคัญขององค์กรไปด้วยโดยไม่กลัวสักนิดว่าที่ซ่อนจะถูกค้นพบหรือถูกตามล่า

“ไม่ต้อง แต่…” น้ำเสียงปลายสายตอบกลับมา ฟังดูแล้วยังสบายดี ทว่าเพราะมองไม่เห็นฟุรุยะเลยไม่แน่ใจนักว่าสไปริทัสโดนข่มขู่อยู่หรือไม่

“แต่อะไรครับ ?”

“เก็บไว้เป็นความลับให้หน่อย”

“ฮะ ?” คำขอนี้ออกจะค่อนข้างเหนือความคาดหมายเสียจนชายหนุ่มหลุดร้องออกมาด้วยความสงสัย และเด็กชายไม่ปล่อยให้ได้สงสัยนานนัก เจ้าตัวอธิบายกลับมาต่อในทันที

“เรื่องที่เราเจออากาอิคืนนี้ ไม่ต้องบอกใคร และผมก็จะไม่บอกเรื่องที่นายเป็นตำรวจความมั่นคงเหมือนกัน”

มันไม่ใช่คำขอหรือคำสั่ง แต่เป็นการข่มขู่ สันติบาลหนุ่มหลับตาลงพลางถอนหายใจ ตั้งแต่รู้จักกับสไปริทัสแม้จะรู้สึกว่าหน้าที่การงานในสถานะตำรวจความมั่นคงจะก้าวหน้ามากเพราะสามารถขอข้อมูลจากอีกฝ่ายได้แถมทำงานที่ทางสำนักงานตำรวจให้มาโดยไม่ขัดขวาง (ถ้าไม่แตะงานของเจ้าตัวและจะดีมากถ้าไปพังงานของยิน) ทว่าก็แลกมากับการรับรู้นั่นรู้นี่ที่บางครั้งก็มากเกินไปชวนให้อายุสั้น

เช่นครั้งนี้…

สไปริทัสเกี่ยวข้องกับเอฟบีไอ ?

ปกติเขาก็ยืนเหยียบปากเหวที่ด้านหลังเป็นคนขององค์กรเนื่องจากตัวเองเป็นน็อคอยู่แล้ว แต่นี่ยังต้องมาสุมหัวกับสไปริทัสที่ไม่รู้อยู่ฝ่ายไหน ที่ดูแล้วจะมีเอี่ยวกับเอฟบีไออีกต่างหาก

เรียกได้ว่าถ้าองค์กรรู้นอกจากจะผลักเขาตะเหวคงอยากโยนหินโยนมีดลงมาซ้ำให้ตายทีเดียว

“มีแผนอะไรหรือไงครับ ?” ลองถามไปคล้ายว่าไม่สนใจ และได้รับคำตอบมาเป็นเสียงหัวเราะจากคนอายุน้อยกว่ามาแทน

“ไม่ใช่แผนหรอก” น้ำเสียงนั้นถูกกดต่ำ “แค่ทางเอฟบีไอมีสิ่งที่ผมต้องการซึ่งองค์กรหามาให้ไม่ได้น่ะ”

“โอ แปลว่าถ้ามีสิ่งที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นใครสามารถต่อรองกับคุณได้เหรอครับ ?” ฟุรุยะร้องถามออกไปเมื่อแปลประโยคความหมายของสไปริทัสจบ

จุดประสงค์การเข้าองค์กรของสไปริทัสนั้นแปลก

นอกจากไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวเป็นใครมาจากไหน ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าทำไม เพราะอะไร

“อืม” เด็กชายที่ปลายสายตอบ “ถ้ามีสิ่งที่ผมต้องการ จะให้ช่วยอะไรก็จะช่วย ถ้านายมีสิ่งที่ผมต้องการจะลองแลกมาก็ได้ แต่ว่าผมจะไม่บอกนายหรอกนะว่าตัวเองต้องการอะไร”

ดวงตาสีซีดของฟุรุยะหลุบต่ำลง

นั่นย่อมหมายความว่าสิ่งที่สไปริทัสต้องการนั้นมันเชื่อมโยงกับตัวตนจริงๆ ของอีกฝ่าย ถ้าอยากต่อรองด้วยก็ต้องค้นหาเอาเอง มันคล้ายกับการทดสอบฝีมืออย่างหนึ่ง สันติบาลหนุ่มสันนิษฐานว่าสิ่งที่สไปริทัสต้องการนั้นคือข้อมูล และคงเป็นข้อมูลที่ยากน่าดูกว่าจะได้มา

“ไม่ใบ้หน่อยเหรอ ?” ลองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลองเชิงไปสักคำ

“ต้องใบ้ด้วยเหรอ ? ขนาดเอฟบีไอยังรู้ดีโดยที่ผมไม่ต้องใบ้เลยนะ อ่อน ไปหน่อยไหมครับคุณสันติบาล”

และโดนไอ้เด็กเวรนี่ก็ปั่นเขากลับมาด้วยน้ำเสียงพอใจ

 

 

“แล้วไงล่ะ” หลังจากวางสายไป ชินอิจิหันกายกลับมามองชายหนุ่มผู้สวมหมวกไหมพรมซึ่งยืนรอเขาใช้โทรศัพท์อยู่เงียบๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์เงยมอง อากาอิ ชูอิจิ เจ้าหน้าที่เอฟบีอซึ่งเคยแฝงตัวเข้ามาในองคืกรและใช้โค้ดเนมว่าไรย์ด้วยสายตานิ่งงัน

พวกเขาไม่ได้เจอกันนานแล้วตั้งแต่อีกฝ่ายโดนจับได้และหนีออกไป

แต่พวกเขากลับรู้จักกันมานานยิ่งกว่า

“หน้าตาของนายเหมือนเดิมไม่มีผิดเลยนะ เจ้าหนู” อีกฝ่ายกล่าวพลางขยับเข้ามา ปลายนิ้วชี้ช้อนคางของเด็กชายให้เงยมองสบตาตัวเอง สไปริทัสจิ้ปาก ท่าทางดูขัดใจ “ไม่โตขึ้นเลย น่าขนลุกชะมัด นี่คือข้อแลกเปลี่ยนขององค์กรกับเธอหรือไง ยอมใช้ตัวเองเป็นหนูทดลองแลกกับข้อมูลนั่น

“ไม่ใช่เรื่องของคุณหรือเปล่า” แม้จะเป็นประโยคคำถาม แต่น้ำเสียงนั้นตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ามันไม่เกี่ยวกับชายผมยาวตรงหน้าตน

ช่วงที่สไปริทัสเริ่มลงพื้นที่ทำภารกิจด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ทำงานเบื้องหลังเป็นมันสมองขององค์กรในงานสำคัญ คู่หูหรือคนขับรถที่รัมมอบให้คือ ไรย์ สไนเปอร์หนุ่มเจ้าของสถิติยิงไกลเจ็ดร้อยหลา ซ้ำยังฉลาดเป็นกรด แต่เสียดายว่าฉลาดเกินไปจนน่ารำคาญ

“หึ” อากาอิหัวเราะเสียงเบาในลำคอ มองลูกแมวดื้อตรงหน้าที่กำลังฟึดฟัดเต็มที่ ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรืออย่างไรที่คู่หูของเด็กคนนี้ดันเป็นน็อคอีกครั้ง

ใช่ เขาหมายถึงเบอร์เบิ้นคนนั้นนี่แหละ

“ดวงของเธอนี่มัน…”

“แล้ว… สุนัขตัวเก่าอย่างคุณจะเอาอะไรมาต่อรองกับผมกันล่ะ ?” เด็กชายตัดบทสนทนาทุกอย่างก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลากยาวยานคาง ดวงตาตวัดช้อนขึ้นมองใบหน้าคนอายุมากกว่า “ถ้ามันมีค่าไม่พอล่ะก็ เรื่องที่ผมพบกับนายวันนี้คงต้องรายงานถึงท่านผู้นั้นโดยตรงซะแล้วล่ะ”

“ใจร้อนจังนะ”

ดวงตาสีครามที่ราวกับว่ามองทะลุได้ทุกสิ่ง

ทั้งสวยงามและน่ากลัว…

 

“แล้วเธอว่า ข้อมูลคดีของ คุโด้ ยูกิโกะ หลักฐานและความเชื่อมโยงที่ทางตำรวจหาไม่เจอ นี่มีค่าพอหรือเปล่าล่ะ ?”

 

“!!!”

และคำกล่าวของอากาอิ ก็ทำเอาดวงตาสีครามของสไปริทัสตัวน้อยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างเล็กรับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เหตุผลที่เขาเข้ามาในองค์กร…

เหมือนว่าแม่ของเขา ไม่สิ ไม่ใช่เหมือน แต่เป็นเพราะว่าแม่ของเขา คุโด้ ยูกิโกะ จะไปเผลอขวางหูขวางนักการเมืองเข้าให้โดยที่เจ้าหล่อนไม่ทันรู้ตัว ดังนั้นแล้วเธอจึงถูกสั่ง เก็บ หรือพูดง่ายๆ คือคดีที่เธอโดนรถชนตายอย่างปริศนาที่ฮาวายมันไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ออกข่าวนั่นเอง

ตัวคนร้ายนั้นฉลาดพอที่จะลบหลักฐานหลายๆ อย่างออกไป และใช้อำนาจเงินตราของตัวเองในการปกปิดทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้ทางตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ ครั้นจะสืบหาความเกี่ยวข้องทั้งพ่อและตัวของเด็กหนุ่มเองก็ถูกขัดขวางจนเกือบตายกันมาหลายรอบ จนสุดท้ายพ่อต้องส่งเขากลับมาญี่ปุ่นและยอมวางมือจากคดีของแม่เพื่อไม่ให้เขาที่ยังเล็กได้รับผลกระทบจากการโดนลอบฆ่า

ชินอิจิไม่เคยเกลียดยูซากุผู้เป็นพ่อที่วางมือจากคดีของแม่สักนิด

ไม่เกลียดและไม่โกรธใดๆ เพราะรู้ตัวดีว่าคนที่เสียใจในการทำแบบนี้ที่สุดก็คืออีกฝ่าย ทว่าเพราะพวกนั้นใช้ชีวิตของเขาที่ยังเด็กเป็นตัวประกัน เขาที่เป็นของต่างหน้าเพียงหนึ่งเดียวที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้พ่อ

ดังนั้น…

เด็กหนุ่มในร่างเด็กชายยังจำได้ดี

สองมือของผู้เป็นพ่อที่สั่นเทาวางไว้บนไหล่ของเขา แววตาของชายผู้ที่เข้มแข็งเสมอมาเต็มไปด้วยความอ่อนล้า และคำกล่าวสั้นๆ

‘ขอโทษที่ต้องวางมือเรื่องคดีของแม่นะ’

เพราะงั้นเขาจึงเกลียดและโกรธความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเองนี้เป็นอย่างมาก เกลียดจนมีความตั้งมั่นไว้ตั้งแต่เด็กว่าจะไม่ยอม จะไม่ยอมวางมือเด็ดขาด

ให้ตายก็ไม่มีวัน…

และเพราะไม่สามารถสืบคดีอย่างถูกกฎหมายได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงต้องพึ่งพาตัวเอง จวบจนกระทั่งเจอเข้ากับยิน และเพราะไปเตะตาอีกฝ่ายจึงถูกชวนเข้ามาในองค์กร

ยินเองก็มีข้อแลกเปลี่ยนเช่นกัน…

 

‘ถ้าแกใช้กฎหมายลงโทษคนผิดไม่ได้ งั้นทำไม่ให้หันมาพึ่งเราซะล่ะ’

‘พวกเราคือพระเจ้า…’

 

“มาสิคุณอากาอิ เรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน” ดวงตาสีฟ้าครามทอประกายกล้า ก็อย่างที่เคยได้บอกสันติบาลหนุ่มไป ว่าเขาพร้อมที่จะช่วยทุกคนที่สามารถให้ข้อมูลที่เขาต้องการได้

 

 

“ร้านปัวโรต์ยินดีต้อนรั-” คำกล่าวประจำถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อพบว่าคนที่ก้าวเข้ามานั้นคือเด็กหนุ่มที่กีดกันตัวเองอยู่ตลอดเวลาอย่าง คุโด้ ชินอิจิ จากที่ฟุรุยะเป็นกังวลอยู่ว่าสไปริทัสจะกลับไปยังองค์กรกหรือยังและตัวเขาจะโดนอะไรไหมก็กลายเป็นลืมทิ้งทุกสิ่งในทันที

“คุโด้คุง!”

“วันนี้ถ้าจำไม่ผิดมีพายเล่ม่อนใช่ไหมครับ ?” ใบหน้าของคนอ่อนเยาว์ดูอารมณ์ดีผิดปกติ

“อื้อ มีสิ รอสักครู่นะ” ใบหน้าร่าเริงของอามุโร่กลับมา คนผิวแทนหันกายกลับไปเตรียมพายเลม่อนใส่กล่องอย่างทุกครั้งหากแต่เก้าอี้หน้าเคาท์เตอร์กลับถูกดึงเลื่อนออก

“ขอกาแฟเย็นด้วยนะครับ วันนี้ผมทานที่นี่แหละ”

ดวงตาสีซีดของสันติบาลหนุ่มเบิกกว้าง ไม่รู้ว่าจะบรรยายความโชคดีในวันนี้ที่อยู่ๆ ก็มีโอกาสใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองสนใจอย่างไรดี สุดท้ายจึงได้แต่รีบทำเมนูที่อีกคนสั่งอย่างกระตือรือร้นโดยไม่วายชวนคุย

“วันนี้มีอะไรดีๆ เหรอคุโด้คุง”

“ก็ครับ นิดหน่อยน่ะ พอดีคุณพ่อผมจะกลับมาเยี่ยมน่ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ ดวงตาสีครามนั้นจ้องมองแผ่นหลังของคนอายุมากกว่าอยู่นาน ก่อนจะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “จริงๆ เรียกผมว่าคุโด้คุงแบบนี้ผมไม่ชินเลย ช่วยเรียกว่าชินอิจิคุงได้ไหมครับ ? เผื่อวันไหนพาพ่อมาที่นี่จะได้ไม่มีคุณคุโด้สองคน”

“ได้สิ ได้เลย!” ฟุรุยะร้องรับออกมาแทบจะทันที “ได้เลย ชินอิจิคุง”

ข้างแก้มของคนผิวแทนรู้สึกร้อนๆ เสียจนต้องเอาสมาธิทั้งหมดโฟกัสลงไปกับการชงกาแฟ ไม่นานเมนูที่คนเด็กกว่าสั่งก็เสร็จ ชินอิจมีท่าทางยินดี ใบหน้าอ่อนเยาว์ปรากฎเป็นรอยยิ้มกว้างไปถึงดวงตา ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มลงมือรับประทานพร้อมกล่าวชมไม่หยุด

ซีโร่แห่งกรมตำรวจมีท่าทีพออกพอใจ

ดังนั้นเมื่อลูกค้าคนต่อไปเข้ามาเขาจึงไปรับบริการด้วยความอารมณ์ดี

ส่วนเด็กหนุ่มนั้นหลุบตามองลงต่ำ มองช้อนที่ใช้ตักพายเข้าปาก แต่สมองกลับหวนคิดไปถึงเรื่องที่ได้รับรู้จากคุณเอฟบีไอเมื่อคืนนี้

 

 

‘ที่คดีของแม่เธอมันไม่คืบหน้าเพราะว่าตำรวจความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยยังไงล่ะ คุโด้ ชินอิจิคุง’

 

TBC.

----------------------------------------------------------------------------------

 

เหมือนฟิคแกงพี่อามุโร่เลยเนอะ 55555555555555555555555555555555555555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #62 0979806527n (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 11:33
    ทำไมขำตอนยินตอนชวนเข้าองค์กร เหมือนโฆษณาขายประกันเลย พวกเราคือพระเจ้า โอ้ยยย โคตรเบียว5555555
    #62
    0
  2. #27 PrincessDark (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 14:12
    เอาแล้วววว คุณฟุรุยะจะทำยังไงล่ะทีนี้
    #27
    0
  3. #9 mon111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 18:56
    อา~~ก็คิดไว้อยู่แล้วนะว่าต้องมีตำรวจมาเกี่ยวข้อง
    #9
    0