Fic conan Spirytus (Amuro x Shinichi)

ตอนที่ 6 : 006 ตั้งแง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

Spirytus

 

Pairing : Amuro (zero, Furuya)x Conan (shinichi, Spirytus)

Warning : Plot twist

 

ตั้งแง่

             

“เอ๋ กาแฟเย็นกับพายเลม่อนงั้นเหรอ คุณรันจะกินเองเหรอครับ ?” อามุโร่เอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจเมื่อวันนี้สาวน้อยแห่งสำนักงานนักสืบลงมาขอให้เขาแอบเหลือพายเลม่อนไว้ให้เธอตอนเลิกเรียนหนึ่งชิ้นพร้อมด้วยกาแฟเย็นอีกหนึ่งแก้วตั้งแต่เช้าก่อนที่เธอจะไปโรงเรียน

“อ้ะ เปล่าหรอกค่ะ ชินอิจิน่ะที่จะกิน แต่ว่าไม่ต้องเตรียมโต๊ะไว้ให้หรอกนะคะ เพราะตั้งใจจะขึ้นไปกินบนสำนักงานน่ะค่ะ” โมริ รันอธิบายพลางโบกไม้โบกมือไปมา

เธอไม่ได้เอ่ยต่อว่าเพราะวันนี้คุณพ่อมีคดีที่ดูเหมือนจะแก้ไขไม่ได้จึงจำใจต้องให้เพื่อนสนิทของเธอเข้ามาช่วย แต่ทั้งสองคนนั้นชอบจิกกัดกันอย่างกับอะไรดี ดังนั้นเธอจึงแอบเตรียมของเซ่นไหว้ (?) เอาไว้เผื่อนายคนนั้นจะไม่กวนประสาทพ่อของเธอและช่วยเหลือแต่โดยดี

“งั้นเหรอครับ อืม… เด็กคนนั้นชอบพายเลม่อนจริงๆ เลยนะ” อามุโร่พึมพำ เพราะไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาจะพบคุโด้ ชินอิจิ หรือได้ยินชื่ออีกฝ่ายก็แค่เฉพาะวันที่ร้านมีเมนูอย่างพายเลม่อนเท่านั้น

พายเลม่อนและกาแฟ

ทั้งเหมือนเด็กน้อย แต่ก็ดูสุขุมไปด้วย

“ชอบมากเลยค่ะ แต่ไม่รู้ทำไม บอกให้แวะมาคนเดียวก็ไม่ยอมแวะมา ต้องให้ฉันมาเป็นเพื่อนไม่ก็ฝากซื้อตลอดเลย” เด็กสาวบ่นก่อนจะเดินออกจากร้านไป จากหางตานั้นเหมือนอามุโร่จะเห็นเด็กหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงเดินมารับเธออย่างพอดิบพอดี

สองคนเดินเคียงกันดูน่ารักน่าชังในสายตาคนนอก

สันติบาลหนุ่มที่แฝงตัวมาเป็นพนักงานร้านปัวโรต์สั่นศีรษะ

ไม่เอาน่า แวบหนึ่งรู้สึกเหมือนอกหักเลย

ท่าจะบ้า เขาไม่ได้สนิทกับเด็กหนุ่มมากขนาดนั้นเสียหน่อย ตั้งแต่วันที่เกิดคดีคราวนั้น คำพูดที่คุยกันส่วนมากยามเจอนอกจากคำถามว่ารับอะไรดีก็คือคำทักทายถามสารทุกข์สุขดิบตามปกติ แถมอีกฝ่ายไม่เคยเจอกับเขาตามลำพัง ทุกครั้งที่มาร้านก็จะลากคุณรันมานั่งด้วยเสมอ ถ้าหากคูณรันไม่ว่างก็จะฝากเธอสั่งขนมเอาไว้แล้วเข้ามารับไปก่อนร้านปิดเท่านั้น พอถามก็บอกว่าพึ่งเลิกเรียนพิเศษ

ดูเป็นเด็กหนุ่มขยันเรียนและไม่ใส่ใจจริงๆ

ทั้งที่เขาก็ส่งสัญญาณไปว่าอยากรู้จักขนาดนั้นแท้ๆ

แม้จะมีบ้างที่บังเอิญเจอกันนอกเหนือจากที่สำนักงานนักสืบหรือร้านปัวโรต์ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ชวนเขาคุยยืดยื้ออะไร ทำเอาอามุโร่อยากจะถอนหายใจในความรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนคนที่จะไปทำความรู้จักได้ง่ายแต่ก็ไม่ง่ายจริงๆ

ทั้งที่ดูหัวอ่อนแต่ตั้งกำแพงไว้หนาจังนะ

 

 

เบอร์เบิ้นโดนเรียกให้มาทำภารกิจคู่กันกับสไปริทัสอีกครั้งหลังจากห่างหายกันไปนานกว่าสามสัปดาห์ สามสัปดาห์ที่เรื่องราวของสไปริทัสเงียบหายไปราวกับเป็นเพียงตำนาน เพราะไม่มีข่าวคราวใดๆ รวมถึงการปรากฎตัวทั้งในและนอกองค์กร สามสัปดาห์ที่ทำให้รับรู้ว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า คุโด้ ชินอิจิ ไม่ชอบหน้าเขาแม้เจ้าตัวจะไม่แสดงออกมาก็ตามที แต่ถ้าหากสังเกตมันก็ชัดเจน

เริ่มจากการยอมเดินตากฝนกลับบ้านโดยไม่รอในการเจอกันครั้งแรก

ทั้งเลี่ยงการอยู่สองต่อสอง หรือการพุดคุยโดยไม่มีคนอื่น

ทั้งการฝาก โมริ รัน ให้ซื้อขนมไปให้ตนแต่ไม่ยอมมาร้านเอง

และแววตาที่มองตรงมากึ่งรู้ทันกึ่งเหยียดหยาม

ทั้งที่ อามุโร่ โทโอรุ น่าจะเป็นที่ ชื่นชอบ ของใครต่อใครมากแท้ๆ เพราะเขาตั้งใจให้ตัวตนนั้นเป็นมิตรกับทุกคน แต่การกระทำของชินอิจินั้นมันราวกับอีกฝ่ายมองออกว่าเขากำลังเสแสร้ง

“เบอร์เบิ้น ฟังอยู่รึเปล่า ?” น้ำเสียงเร่งเร้าของสไปริทัสตัวน้อยดังมาจากเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่สอดอยู่ในรูหู ดึงให้สติของชายหนุ่มกลับมาอยู่กับตนเองอีกครา

ไม่ได้ อย่าเอาอามุโร่มาปะปนกับเบอร์เบิ้นสิ ให้ตาย!

“ฟังอยู่ครับ ขอโทษที จะทำเดี๋ยวนี้”

“อืม”

หน้าที่ของเขาในคืนนี้คือการลากเป้าหมายออกมาสู่ลานที่นัดแนะกันไว้ ทำให้เป้าหมายไม่เคลื่อนที่อย่างมากสิบวินาที เพื่อให้เด็กชายสามารถเป่าหัวเจ้าตัวได้ง่ายๆ

ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องสิบวินาทีนั้นเขาเองก็เคยถามไปและคำตอบที่ได้ก็…

 

“ตั้งสิบวิเลยเหรอครับ ?” วินาทีที่ถูกสั่งในวันแรกเขาก็เอ่ยถามกลับไปในทันที เบอร์เบิ้นไม่ได้ดูถูกอีกฝ่าย แค่เพียงแปลกใจ เพราะอย่างเคียนติ หรือกอร์นก็ใช้เวลาไม่นานเท่านั้นหลังจากเริ่มยิง ไม่ถึงห้าวินาทีเสียด้วยซ้ำลูกกระสุนก็เจาะเข้าหัวอีกฝ่ายแล้ว

“ก็อาจใช้เวลาไม่ถึงนะ” สไปริทัสตัวน้อยกล่าว สองมือประกบกัน ท่าทีครุ่นคิด “แต่ก็อาจจะถึงก็ได้”

“ครับ ?”

“ถ้าลมดีอาจไม่ถึงสิบวินาทีก็ได้ พอดีระยะที่จะยิงมันค่อนข้างไกลน่ะ กว่ากระสุนจะไปถึงและตก พอรวมเข้ากับความสูงและแรงลมด้วยมันก็มีเวลาพอให้เป้าหมายหันหัวหนีพอดีเลย”

             

ช่างกำกวมเหลือเกิน…

 

แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าสไปริทัสจะลอบยิงจากระยะที่ไกลมากๆ ไกลจนกระสุนอาจจะต้องใช้ระยะเวลาสิบวินาทีจึงจะเจาะเข้าหัวศัตรู และถ้ามันนานขนาดนั้น

             

“จะว่าไป อย่าบอกนะครับว่ามากกว่าหนึ่งพันหลา?” เอ่ยถามออกไปหลังจากสรุปกับตัวเองได้เมื่อทบทวนความทรงจำดีแล้ว แม้จะไม่คิดว่าจะมีสไนเปอร์ที่ไม่ใช่คนของกองทัพซึ่งถูกฝึกมาสามารถทำได้ก็เถอะ อีกอย่างปืนที่จะยิงได้ด้วยร่างกายที่ตัวเล็กแค่นั้นโดยไม่โดนแรงดีดก็ไม่น่าจะแรงขนาดส่งกระสุนไปถึง

“อือ มากกว่า”

“บอกตำแหน่งให้ผมได้รึเปล่า ?” ครั้งนี้ที่ถามออกไปเพราะอยากรู้ อยากรู้ระยะยิงของสไนเปอร์ตัวน้อยคนนี้เอาไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินให้ต้องเข้าสู้กันเองหรือ…

ลอบฆ่าเจ้าตัว

สไปริทัสยิ้ม “เป็นหมาที่นิสัยไม่ดีจังนะ แค่นี้ก็คิดจะแว้งกัดกันแล้วเหรอ ?”

“แหม ผมเปล่าสักหน่อย”

แม้จะหงุดหงิดที่ถูกรู้ทันแต่ทว่าหน้ากากของเบอร์เบิ้นก็ยังคงถูกสวมใส่เอาไว้ไม่หลุด เด็กชายตัวน้อยหัวเราะ ท่าทางพออกพอใจมากๆ ที่เห็นคนอายุมากกว่าตนหัวเสีย แต่ก้อย่างที่บอกว่าสไปริทัสอยากเลี้ยงสุนัข ดังนั้นเมื่อหยอกจนมันหงุดหงิดเสร็จก็จะให้รางวัล

“ไว้ยิงเสร็จจะโทรให้มารับ ผมไม่หวงระยะยิงของตัวเองหรอกนะ แต่หวงที่ซุ่มยิงของตัวเองมากกว่า”

ตบหัวแล้วลูบหลัง…

“ก็สไนเปอร์ตอนที่สนใจเป้าหมายคือตอนที่มีช่องโหว่มากที่สุดนี่นา เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้อยากตายเพราะความประมาทนะคุณเบอร์เบิ้น”

หลังจากนั้นภารกิจก็ดำเนินต่อไปอย่างไม่ยากเย็นอะไร แค่การเข้าไปสนทนากับเป้าหมายแล้วตีเนียนแสร้งเดินไปอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อให้อีกคนเดินตามทิศทางที่เขาต้องการอย่างลื่นไหล เบอร์เบิ้นไม่คิดจะให้ฟุรุยะออกมาช่วยเหลือเหยื่อในค่ำคืนนี้อยู่แล้วเพราะมันอยู่ในแบล็คลิสต์ของสันติบาลพอดี กระสุนของเด็กตัวน้อยนั้นแม่นยำมากแค่นัดเดียวก็จบทุกสิ่งลงอย่างเงียบเชียบ ไม่นานเกินรอสถานที่ที่จะให้เขาไปรับก็ถูกส่งมาทางโทรศัพท์ทำเอาชายหนุ่มชะงัก

ระยะการยิงครั้งนี้ตกประมาณหนึ่งพันสองร้อยหลา…

แม้จะไม่ได้ครึ่งหนึ่งของสถิติโลกในกองทัพ แต่ที่ทำก็มีระยะมากกว่าสไนเปอร์ฝีมือดีในองค์กรอย่างกอร์นและเคียนติ ซ้ำยังเหนือกว่าอากาอิที่ว่ากันว่าเป็นสไนเปอร์ที่เก่งกาจที่สุดในเอฟบีไออีกต่างหาก

ร่างกายเล็กๆ นั่นเอาแรงจากไหนมาสู้กับแรงดีดของปืนกันนะ…

เบอร์เบิ้นจัดการหลีกหนีตัวเองออกจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ก่อนจะไปตามสถานที่ที่สไปริทัสให้ไปรับ รถคู่ใจถูกหยุดลงเมื่อเห็นร่างของเด็กชายตัวน้อยสะพายกระเป๋าไวโอลีนเหมือนพึ่งเลิกเรียนพิเศษมา

ก็ดูไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกหากเด็กคนนี้ไม่ใช่สไปริทัส

“โอ้ะ คุณก็มีรสนิยมแบบนี้เหรอครับ ?” เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเมื่อพบว่าเจ้าตัวอยู่ในเสื้อฮู้ดสีขาวมีขนนุ่มนิ่มแถมยังมีหูกระต่าย ดูสมวัยและน่ารักไม่น้อย “ก็ดีหรอกที่ทำตัวสมวัย แต่ว่าใส่ชุดแบบนั้นมาเดินต้อยๆ ตอนกลางคืนนี่มันเตะตาพวกที่ค้ามนุษย์นะครับ เดี๋ยวก็โดนลักพาตัวหรอก”

สไปริทัสตัวน้อยพองแก้ม

“เงียบๆ น่า!”

เจ้าตัวก้าวเข้ามาในรถของเขา ก่อนจะเปลี่ยนเอากระเป๋าไวโอลีนไว้บนตักแทน เบอร์เบิ้นเหลือบมอง เขาแน่ใจได้ทันทีว่านั่นไม่ใช่ไวโอลีนจริงๆ แต่เป็นอาวุธสังหารที่ใช้ฆ่าคนเมื่อครู่ต่างหาก

มือเล็กๆ ของเด็กชายเอื้อมมา จัดการเปิดวิทยุเพื่อฟังข่าว ก่อนที่เสียงถอนหายใจจะดังขึ้น เด็กน้อยมองนาฬิกาก่อนจะหันมามองเขา

“แวะร้านสะดวกซื้อให้หน่อย”

“ครับ ?”

ร้องออกมาอย่างแปลกใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงเมื่อเสียงท้องของเด็กน้อยดังขึ้น เบอร์เบิ้นชะงัก เหลือบมองสไปริทัสที่ข้างแก้มเริ่มขึ้นสีเป็นสีแดงจางๆ นั่นทำให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าแม้เด็กข้างกายจะมีฝีมือและโตเกินวัยมากเท่าไหร่แต่ทว่าเด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ

“จะซื้ออาหารเวฟเหรอครับ ?”

“ก็ใช่น่ะสิ” น้ำเสียงนั้นเกรี้ยวกราดขึ้นมาบ้าง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะอายเพราะท้องร้องเมื่อครู่ไม่น้อย ชายหนุ่มผมบลอนหัวเราะก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง

“งั้นไม่แวะหรอกครับ”

“นี่นาย!”

เบอร์เบิ้นบังคับรถให้ออกนอกเส้นทางที่เด็กน้อยต้องการ แต่เป็นทางที่เขาคุ้นเคยดีโดยไม่สนใจท่าทีตกใจของเจ้าตัว สไปริทัสดูเหมือนพร้อมที่จะเอาปืนออกมายิงเขาได้ทุกเมื่อแต่ที่ไม่ทำเพราะนี่มันยังเป็นถนนเส้นที่มีรถพลุกพล่านคนเยอะ

“ไม่ต้องห่วงน่า ยังไงไปทางนี้ก็ได้กินข้าวเหมือนกัน” ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

นานๆ ทีตัวเขาจะเหนือกว่าสไปริทัสบ้างเสียที คนผมบลอนยิ้มก่อนส่งแววตล้อเลียนให้เด็กน้อย

“เธอบอกให้ผมเป็นสุนัขของเธอไม่ใช่เหรอ ผมก็กำลังทำหน้าที่สุนัขที่ดีพาเธอไปทานข้าวยังไงล่ะ”

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #61 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:50

    บันยายชะเห็นภาพเลยอะน้องน่ารักอะ

    #61
    0
  2. #25 PrincessDark (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 10:51
    น้องน่ารักกกกก
    #25
    0