Fic conan Spirytus (Amuro x Shinichi)

ตอนที่ 4 : 004 คดีฆาตกรรมในความมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

Spirytus

 

Pairing : Amuro (zero, Furuya)x Conan (shinichi, Spirytus)

Warning : Plot twist

 

คดีฆาตกรรมในความมืด

             

“อร่อย!” ชินอิจิมีสีหน้าพึงพอใจหลังตักขนมเค้กที่เพื่อนสาวแนะนำนักแนะนำหนาเข้าปากเป็นรอบที่สองของวัน เมื่อเช้าเขาทดลองเค้กครีมและตกเย็นก็รับประทานเค้กผลไม้หวานฉ่ำ ชื่นใจ แถมยังอมเปรี้ยวนิดๆ เหมาะสำหรับคนไม่ชอบของหวาน

“ใช่มั้ยล่ะ! นั่นล่ะ คนทำ นั่น คุณอามุโร่ไงล่ะ” รันชี้ไปยังชายหนุ่มผิวสีแทนผมบลอนที่ประจำอยู่หน้าเค้าเตอร์ แน่นอนว่าคนที่ถูกกล่าวถึงก็ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรมาให้

“คุณอามุโร่งั้นสินะ… แต่ไม่อยากเชื่อเลย ว่าวันนี้ฉันจะกินเค้กสองชิ้น”

“บอกแล้ว ชินอิจิจะไม่ผิดหวังกับร้านนี้”

“ขอบใจนะรัน” มือยกลูบหัวเพื่อนสาวด้วยความเคยชิน เพราะอยู่ในองค์กรจึงติดนิสัยความเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมาบ้าง แรกๆ โมริ รันบ่นบ่อยๆ กับนิสัยนี้ของเพื่อนหนุ่ม แต่นานเข้าเธอชินเสียแล้ว “รู้สึกว่าชีวิตฉันมีสีสันสดใสขึ้นมาได้เพราะเธอเลยล่ะ”

“แหม ตาบ้า ถ้าพูดแบบนี้กับเด็กสาวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดเอานะยะ!”

“งั้นเหรอ ค้าบ จะระวังนะค้าบ”

เด็กสาวยิ้ม จริงๆ ไม่ได้ถือสากับคำพูดของเด็กหนุ่มเท่าไหร่ แม้จะฟังดูราวกับถูกหยอดอยู่ก็ตาม แต่เพราะรู้จักกันดีเลยเข้าใจว่านั่นน่ะเป็นประโยคพูดที่ไม่คิดอะไรทั้งสิ้น เขาแค่พอใจและแสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น

และอีกอย่างถ้าชินอิจิชอบเค้กจริงๆ เธอก็พอใจแล้ว

ชินอิจิเองก็พอใจเช่นกัน ทั้งที่ปกติเขาไม่ค่อยชอบรับประทานของหวานแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าคนทำเค้กของร้านนี้ฝีมือดีมากจริงๆ แต่อร่อยจนหลังจากรอบเช้าที่รับประทานไปรอบหนึ่งแล้ว ทั้งเขาและรันต่างก็พากันออกไปดูหนังและเที่ยวซื้อของกันจนพอใจก่อนจะมาปิดท้ายมื้อดึกกันที่นี่อีกครา

ไม่ใช่แค่ขนมเค้ก แต่อาหารมื้อหนักๆ ก็มีเป็นวันไป เป็นคาเฟ่ที่สะดวกเหลือเกินในความคิดชินอิจิ

“พายเลม่อนที่นายชอบก็มีนะ วันหลังมานั่งกินที่นี่บ่อยๆ ดูสิ”

“แน่นอน ถ้าไม่ล้มป่วยหนักจะหาเวลามาให้ได้เลยล่ะ” เขาเอ่ยรับ แววตาเปล่งประกายขึ้นมาเหมือนเด็กน้อยที่เจอเข้ากับของเล่นที่ถูกอกถูกใจจนไม่มีใครจะจับสังเกตได้ว่าโกหก ปลายนิ้วเกลี่ยขอบแก้วกาแฟเย็นไปมาอย่างคนใช้ความคิด ใบหน้าซีดเซียวที่ทำให้คนมองคิดถึงเด็กหนุ่มขี้โรคนั้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ไร้เดียงสาจนคนแอบมองทั้งโล่งอกทั้งใจสั่น  “หรือจะเดินกลับมาพร้อมกับเธอตอนเลิกเรียนเพื่อมาทานดีนะ”

 

คนที่โล่งอกคงไม่แคล้วเพื่อนสมัยเด็กอย่างโมริรันที่กลัวเพื่อนหนุ่มจะเฉาตาย

 

เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาแค่ลาหยุดไปเพียงสามวันหลังจากเห็นสีหน้าของเจ้าตัวเช้าวันนี้ ชินอิจิยังคงดูดีเช่นเคยทว่ากลับดูผอมแห้งและอ่อนแรงไปบ้าง ริมฝีปากมีรอยแห้งแตก ดวงตาลึกโหลอ่อนแรง แม้เขาจะพยายามปกปิดทุกอย่างด้วยการใส่โค้ทสีเข้มหนาและพูดจาด้วยท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังก็ตามแต่นั่นไม่อาจเล็ดรอดออกไปจากการใส่ใจของเธอได้แน่นอน

แถมโค้ทนั่นมันทำให้ดูเปราะบางมากกว่าจะปกปิดเสียอีก

ป่วยเป็นอะไรกันแน่นะ ?

ทุกคนสงสัย เธอสงสัย คุณพ่อเธอสงสัย คุณแม่เธอสงสัย เพื่อนๆ และอาจารย์ของเขาสงสัย แต่เขาไม่เคยบอกอาการกับใครเลยแม้แต่คนเดียว ขนาดเธอที่ว่ารู้มากที่สุดก็ยังไม่รู้ความจริงเช่นกัน

ดังนั้นหลังจากที่รับประทานขนมด้วยกันเสร็จในยามเช้าเธอจึงลากเขาไปไหนมาไหนทั้งวันโดยแอบกระซิบขอให้คุณอาสึสะเหลือเค้กและขนมไว้ให้พวกเธอกลับมารับประทานอีกทีในยามค่ำ

และโชคดีที่ชินอิจิก็ตามใจมากินด้วยกันอีกครั้ง บ่งบอกว่าเขาน่าจะชอบมันไม่น้อย

 

“อื้อ มาให้ได้นะจ้ะ”

 

ส่วนคนที่ใจสั่นคือพนักงานหนุ่มของร้านที่แอบมองเสี้ยวหน้าเจ้าตัวอยู่ระหว่างเนียนนั่งเฝ้าเค้าเตอร์ ตั้งแต่เช้าและยังคงแอบมองอีกรอบหนึ่งในยามค่ำ

ว่าก็ว่า เพราะหน้าตาของเด็กคนนี้ดันคล้ายสไปริทัสมากเสียจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งสองข้องเกี่ยวกันรึเปล่านี่สิ ฟุรุยะ เรย์หรือยามนี้ต้องเรียกว่าอามุโร่ โทโอรุไม่ได้สงสัยว่าทั้งสองคนนี้คือคนเดียวกันแต่กำลังสงสัยว่าสองคนนี้ ชินอิจิและสไปริทัสคนนั้นคือพี่น้องกัน 

ครั้นจะให้เดินไปถามโต้งๆ ว่าคุณมีพี่น้องหรือเปล่ามันก็กระไรอยู่เลยทำได้แค่แอบมองต่อไปเงียบๆ  มองหาความแตกต่างเท่านั้น แต่ใครจะไปคิดว่ายิ่งมองเด็กคนนี้เขาจะยิ่งใจสั่นกัน อาจเพราะเหมือนสไปริทัสมากจนคิดว่าคนหน้าตาแบบนี้จะต้องแสดงออกมาแต่สีหน้าร้ายๆ พอเจอความไร้เดียงสาที่แตกต่างสุดๆ นั่นไปเลยอดหวั่นไหวไม่ได้ 

แต่การมองคนคนหนึ่งในช่วงเช้าเกือบๆ สองชั่วโมงและยังมองเขาในช่วงค่ำอีกเกือบสองชั่วโมงและไม่มีทีท่าเบื่อนี่ สันติบาลหนุ่มหลุบตาลงพร้อมขยับยิ้มออกมาอย่างไม่อยากเชื่อในตัวเองนัก

 

“คุณอามุโร่ ? รันบอกว่าคุณทำพายเลม่อนด้วยเหรอครับ ?”

 

อยู่ๆ เด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องความคิดก็ขยับเข้ามาตรงหน้าเค้าท์เตอร์ แววตาเปล่งประกายไปด้วยความสนอกสนใจ ฟุรุยะ เรย์ตั้งสติกับตัวเองพลางสวมบทบาทของอามุโร่ โทโอรุด้วยความตั้งใจ

“ครับ ใช่แล้วล่ะ แต่พายเลม่อนไม่ได้มีทุกวันหรอกนะ เช่นเดียวกับขนมบางอย่างของที่นี่ หลักๆ ที่นี่จะมีแซนวิส ส่วนเค้กจะเปลี่ยนวนกันไป พายเลม่อนและขนมเสริมอย่างอื่นก็เช่นกัน”

“ว้าว ขยันจังเลย!”

เด็กหนุ่มเป็นคนคุยเก่ง เฉาพะในเรื่องที่เจ้าตัวสนใจ เมนูขนมถูกถามออกมาว่าวันไหนจะเป็นอะไรบ้าง คราแรกอามุโร่ตั้งใจจะจดให้ แต่ดูเหมือนว่าชินอิจิจะความจำดีกว่าที่คิด แค่เพียงบอกกล่าวรอบเดียวก็จำได้จนหมด

เหมือนกับสไปริทัสแต่ก็แอบแตกต่าง…

ไร้เดียงสา ?

เด็กน้อยที่โตเกินกว่าวัย และเด็กวัยรุ่นที่ไร้เดียงสางั้นเหรอ ?

“จะว่าไป ผมแอบได้ยินเธอคุยกับรันว่าถ้าไม่ล้มป่วย วันนี้ช่วงเช้าเองก็สังเกตว่าหน้าเธอค่อนข้างซีด ปกติเธอสุขภาพไม่ดีเหรอครับ ?”

“เอ… หูดีจังเลยน้า” ดวงตาสีน้ำเงินครามเปล่งประกาย โทนเสียงนั้นคล้ายมีบางสิ่งแอบแฝง ทว่าเมื่อมองใบหน้าและท่าทีของชินอิจิอามุโร่ก็ไม่พบสิ่งแปลกปลอมใดๆ ทั้งสิ้น “แต่ใช่ครับ ผมร่างกายไม่ค่อยดีน่ะ ข้างในผมมันแย่… เลยต้องลาหยุดบ่อยๆ ดีที่รันคอยช่วยเรื่องการเรียน”

แต่เพราะมันไม่ใช่ความลับ ชินอิจิจึงเอ่ยเล่าออกไป

ไม่ ไม่ใช่แค่ไม่ใช่ความลับ แต่มันไม่ใช่แม้แต่ความจริงต่างหาก

“งั้นคราวหน้าจะลองทำอาหารเพื่อสุขภาพเผื่อเธอมาดูดีไหมนะ ?”

“ว้าว รู้สึกพิเศษเชียวล่ะ” เด็กหนุ่มโคลงศีรษะท่าทางอารมณ์ดี ดวงตากวาดมองเมนูอาหาร และเพลินเพลินไปกับกลิ่นหอมหวานบริเวณเค้าเตอร์ที่มันชัดเจนยิ่งกว่าตอนนั่งอยู่บนโต๊ะเสียอีก

คนผมบลอนชะงัก รู้สึกว่าเด็กหนุ่มไร้เดียงสาคนนี้ก็ช่างหยอกช่างเย้าไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แม้ผลลัพธ์ที่ได้มันจะดูแสนซนมากกว่ายั่วยวนก็เถอะ และทั้งที่จะตีมึนตามนิสัยของอามุโร่ก็ได้ทว่าเขากลับขยิบตาลงข้างหนึ่งเป็นการหยอกกลับ

“ใช่เลย พิเศษ ดังนั้นเป็นความลับนะ!”

เสียงหัวเราะแห้งหลุดออกมาจากปากของชินอิจิ เด็กหนุ่มยกมือนวดข้างขมับตัวเอง อดคิดไม่ได้ว่าคนตรงหน้าก็สมกับเป็นเจ้าของโค้ดเนมเบอร์เบิ้นจริงๆ แม้เจ้าตัวจะเป็นน็อคที่แฝงเข้ามาในองค์กรก็ตาม แต่ฉายานั้นเหมาะเหม็งอย่างไม่ต้องสงสัย

 

พรึบ!

 

“กรี้ดดดดดดด!”

 

อยู่ๆ ไฟในร้านดันดับกะทันหันทำเอาสองหนุ่มที่คุยกันเรื่องขนมอยู่หน้าเค้าเตอร์ชะงัก รันและอาสึสะหลุดเสียงร้องกรี้ดออกมาด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับกลุ่มลูกค้าสาวๆ คนอื่นในร้านที่มีอาการกลัวความมืดหรือไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกคนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยกเว้นเพียงคนเดียวที่ตกตะลึงกับบางอย่างนอกเหนือจากความมืด

 

กลิ่นเลือด!

 

ไม่ใช่แค่กลิ่นเลือด แต่ก่อนกลิ่นเลือดเขาได้ยินเสียงบางอย่าง แม้จะเบามากๆ แต่ก็ไม่อาจหลุดรอดไปได้ เสียงที่ราวกับบางสิ่งฝังเข้าไปในร่างกายมนุษย์ เสียงที่ตัวเขาคุ้นชินดีเพราะข้องเกี่ยวกับมันของจริง ที่ไม่ใช่นิยายที่อ่านมาตั้งแต่ที่ตนอายุสิบเอ็ดปี

“มีใครได้รับบาดเจ็บรึเปล่า ?” ร้องออกไปอย่างลืมตัว ความจริงใครจะเจ็บชินอิจิก็ไม่สนใจเท่านั้น แต่เพราะว่ามีรันอยู่ด้วยเขาจึงกังวลเป็นพิเศษ “รัน ?”

“ฉันไม่เป็นไร แค่ตกใจเฉยๆ” น้ำเสียงเป็นกังวลของเพื่อนสาวดังขึ้น “อ้ะ!”

ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงตกใจ เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปในร้าน แม้ดวงตาของเขาอาจจะไม่สามารถมองเห็นในความมืดได้ชัดเจนแต่ด้วยการฝึกและภารกิจจากองค์กรทำให้เด็กหนุ่มสามารถที่จะพอมองเค้าโครงออกได้อย่างเลือนราง

“เกิดอะไรขึ้น รัน ?”

วางมือบนไหล่เด็กสาว จมูกได้กลิ่นเลือดเจือจาง

“มีอะไรเปียกๆ มาโดนหน้าน่ะ” เด็กสาวบ่น ทว่าก่อนจะได้ทำอะไรไฟก็ติดขึ้นมาเสียก่อน ดวงตาสีน้ำเงินครามเบิกกว้างหลังจากที่เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่เปียกใบหน้าของเธอ

 

“เลือด…”

 

เด็กหนุ่มหันมองไปยังโต๊ะด้านข้าง พบกับใครบางคนที่จำได้ว่าเป็นหนึ่งในลูกค้านอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะโดยที่หลังนั้นอาบไปด้วยเลือด เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งจากคนที่ร่วมโต๊ะกับชายผู้จมในกองเลือด และผู้ที่พบเห็น ยกเว้นเพียงจากนักสืบหนุ่มและพนักงานหนุ่มของร้านเท่านั้น

“คิโยทากะคุง!!!”

“ถูกแทง ? ไม่สิ โดนยิง” สองขาพาตัวเองไปตรงนั้นด้วยความเคยชิน ปลายนิ้วแตะชีพจรอีกฝ่าย ก่อนจะสั่งทันที “เขาตายแล้ว รันโทรแจ้งตำรวจ คนอื่นๆ ห้ามออกจากร้านเด็ดขาดครับ!”

 

และในท่าทางคล่องแคล่วเยือกเย็นเช่นนั้น ถูกใครบางคนมองจ้องเอาไว้อย่างไม่ยอมคาดสายตา

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #59 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:28

    สนุกมาก

    #59
    0
  2. #23 PrincessDark (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 08:38
    สายเลือดนักสืบอ่ะเนอะ
    #23
    0