Fic conan Spirytus (Amuro x Shinichi)

ตอนที่ 13 : 012 สวัสดีครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

Spirytus
 

 

Pairing : Amuro (zero, Furuya) x Conan (shinichi, Spirytus)

Warning : Plot twist

 

สวัสดีครับ

            

มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกประหลาดจนทำให้ฟุรุยะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเรื่องราวซึ่งเกิดขึ้นในคืนนี้ จากที่เผลอไปได้ยินในคำพูดของอากาอิ ชูอิจิตอนที่กำลังจะตัดระเบิด ชายหนุ่มเอฟบีไอกล่าวว่าชินอิจิโดนยิงออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ มันคือการเสียอาการอย่างเห็นได้ชัดจนชวนให้ความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไร้คำอธิบาย

“แล้วไง อาการเขาล่ะ…”

เอฟบีไอหนุ่มยังคงหน้าดำคร่ำเคร่งไถ่ถามอาการ ดูเหมือนว่าคนที่โดนยิงนั้นอยู่ในสถานะที่เขาไม่สามารถไปหาได้ จึงต้องถามจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ละเอียด

ใครกัน ?

ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ว่าจะตอนไหน ที่สันติบาลหนุ่มได้พบเห็น ชายหนุ่มอายุมากกว่าคนนี้ย่อมเป็นคนที่นิ่งสงบราวกับว่าไม่มีอะไรมาสั่นคลอนให้ตัวเองตกใจได้ ขนาดจะตายก็ยังทำหน้าเยาะเย้ย แผนผิดพลาดก็ไม่หวั่น ทำเอาเขารู้สึกยั้วะหลายๆ ครั้ง

และทำให้เบลม็อธเกลียดท่าทีนั้นเข้าไส้

เพราะฉะนั้นการเสียอาการครั้งนี้มันจึงประหลาด…

และความจริงแล้วเอฟบีไอจะพูดอะไร จะเป็นอะไร มันก็ไม่ใช่เรื่องของฟุรุยะเสียด้วยซ้ำ หากไม่ติดว่าชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าตัวนั้นมันคุ้นหูเสียเหลือเกิน

ดังนั้นแล้วต่อให้คิดว่าไม่น่าใส่ใจก็อดใส่ใจไม่ได้

“ชินอิจิ พวกของนายเหรอ ?”

“ก็ไม่เชิง เขาเป็นพวกของฉันแต่เขาไม่รู้ตัวล่ะมั้ง แต่ความจริง ต้องบอกว่าคนของเธอสิฟุรุยะคุง”

“หา ?” สันติบาลหนุ่มเลิกคิ้ว ในหัวเขาก็มีอยู่ชินอิจิหนึ่ง ทว่าวันนี้เขายังมองไม่เห็นเจ้าตัวเลยแม้แต่นิดเดียว อีกอย่างงานในวันนี้ก็เป็นเรื่องไกลตัวของเด็กคนนั้นไม่ใช่น้อย ดูแล้วอย่างไร คุโด้ ชินอิจิ ก็ไม่น่าจะโดนลูกหลงหรือไปรู้จักกับอากาอิได้เลย

เพราะฉะนั้นจึงถามย้ำอีกครั้ง

“คนของฉัน ? หมายความว่ายังไงของแก ตกลงชินอิจิไหน ?”

“ก็คุโด้ ชินอิจิคุงน่ะสิ เธออยู่กับเขามาก็นานทั้งสองร่างแท้ๆ แต่กลับไม่เคยเอะใจอะไรบ้างเลยนี่นะ” ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะจงใจหรือไม่ “ไม่ฉลาดเอาเสียเลย”

“เดี๋ยว! หาเรื่องเรอะ!?”

“แค่นี้ก็คิดเองไม่ได้อีกแล้วเหรอ ฟุรุยะ เรย์คุง”

 

กวนตีx!

 

ทว่าหลังจากนั้นคนผมดำไม่เอ่ยกล่าวอะไรเพิ่มเติมอีกแม้จะถามออกไปรัวๆ ว่ามันคืออะไร เจ้าตัวรู้อะไรมากันแน่ก็ตามที เอฟบีไอผมดำทิ้งให้ฟุรุยะที่ได้ฟังชื่อว่าที่คนรักของตัวเองออกจากปากอีกฝ่ายพร้อมคำยืนยันว่าโดนยิงนิ่งค้างและสับสน

 

ชินอิจิคุงโดนยิง ?

 

สันติบาลหนุ่มพยายามติดต่อกลับไปหาเจ้าตัว ทว่าโทรไปหาไม่ว่าจะกี่ครั้ง ทั้งทางเบอร์บ้านหรือแม้แต่เบอร์โทรส่วนตัวก็ไร้คนรับ

 

“โถ่เว้ย! แม่ง รับสิวะ รับสิ ขอร้องล่ะชินอิจิคุง!” เขาร้อนใจอยากจะพุ่งไปหาคนตัวเล็กที่บ้านคุโด้เสียเดี๋ยวนั้นเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง ว่าตกลงแล้วอากาอิแค่ล้อเล่นหรือรู้อะไรมากกันแน่แต่ไม่อาจทำได้เพราะต้องไปรวมตัวกับคนในองค์กรเพื่อสรุปแผนการ

เจ็บใจ แต่ทำอะไรไม่ได้

 

ครั้นเมื่อกลับไปยังองค์กรก็พบกับข่าวว่าสไปริทัสโดนยิง

 

แปลก…

ทางองค์กรนั้นบอกว่าสไปริทัสโดนยิง ทางเอฟบีไอ คุโด้ ชินอิจิโดนยิง และทั้งสองคนนั้นคนแรกข้องเกี่ยวกับอากาอิแน่ๆ ส่วนคนหลังยังไม่มั่นใจนัก สันติบาลหนุ่มตั้งใจว่าจะรอเจอกับชินอิจิและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเอฟบีไอทีหลัง

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นจะเรียกว่าเป็นความบังเอิญมันก็ออกจะ…

“อาการเขาเป็นยังไงบ้างครับ”

ชายหนุ่มมองหน้ายินและเบลม็อธที่มีท่าทีเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยถามสถานการณ์ แน่นอนว่ารายแรกไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะบอกเล่าเรื่องราว หน้าที่จึงตกเป็นของหญิงสาว

“แย่… ถึงจะไม่โดนจุดตาย แต่รู้ใช่มั้ยเบอร์เบิ้น ผลกระทบจากความรุนแรงในระดับเดียวกันหากทำมันในผู้ใหญ่กับเด็ก ผลกระทบที่ได้รับมันจะต่างกันออกไป ไอ้หมาไอริชนั่น…!”

ดูเหมือนว่าไอริชจะแค้นสไปริทัสจริงๆ

แม้จะโชคดีที่ไม่โดนจุดตายเพราะกะพลาด กระนั้นแล้วเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือสไปริทัสนั้นยังเด็ก ต่อให้ไม่โดนจุดตายแต่แรงของกระสุนและจำนวนเลือดที่เสียไปก็สามารถทำให้เจ้าตัวมีโอกาสตายมากกว่ารอดอยู่ดี ผลกระทบที่เด็กได้รับจะมากกว่าผู้ใหญ่ตามหลักของกายภาพ

“ผมขอโทษที่ทิ้งเขาไว้ครับ…” เบอร์เบิ้นกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง เขาน่าจะลากเด็กคนนั้นให้มากับตัวเองด้วยแล้วค่อยหาข้ออ้างทีหลัง แต่เบลม็อธกลับส่ายหน้าเป็นเชิงไม่ถือสา

“ช่างเถอะ ไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่ใช่ความผิดเธอ แต่ให้เดานะ คงได้รับคำสั่งจากเขาให้ไปทำอะไรให้สิท่า ที่อุตส่าห์ทิ้งปืนไว้ให้เด็กคนนั้นขอบคุณมาก”

หญิงสาวที่หลงสไปริทัสซึ่งควรโมโหหรือกระวนกระวายดูคล้ายไม่ใส่ใจนักและยังคล้ายว่าจะรู้ทันอยู่กลายๆ แต่เลือกที่จะไม่ถามทำให้สันติบาลหนุ่มอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ หล่อนเหลือบมองยินซึ่งยืนหน้าเครียดอยู่อีกทางก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูแล้วจะเคืองคนผมเงินไม่น้อย

“ฉันพึ่งห้สไปริทัสกินยาไป… มันคือยาขององค์กรที่จะช่วยให้เด็กคนนั้นรอด อีกประมาณห้านาทีคงจะออกฤทธิ์แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าตกใจภายหลังแล้วกัน ฝากนายพาเด็กคนนั้นไปหาหมอด้วยล่ะ แค่นาย ไม่ต้องพายินกับวอดก้าไป ไม่งั้นคนเจ็บคงได้กัดลิ้นตายเพราะตีกับหมอนั่น”

หมอที่เบลม็อธหมายถึง คือหมอเถื่อน…

แต่กระนั้นก็ฝีมือดีพอสมควร คนในองค์กรที่ได้รับบาดเจ็บหลายคนถูกรักษาจากที่นั่น รวมถึงเบอร์เบิ้นเอง ตอนที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจก็ได้รับการรักษาจากที่นั่นเช่นกัน สันติบาลหนุ่มพยักหน้าก่อนจะตรงเข้าไปทางคูราโซ่ซึ่งอุ้มเด็กน้อยเอาไว้แนบอก อดเลิกคิ้วแปลกใจไม่ได้เมื่อพบว่าคนถูกยิงนั้นถูกจับเปลื้องผ้า ไหล่ขวาถูกผ้าพันแผลพันไว้ลวกๆ และมีผ้าห่มห่อตัวเอาไว้อีกที

จับคนเจ็บแก้ผ้าทั้งๆ ที่โดนยิงตรงไหล่ ซึ่งไม่ต้องจับแก้ผ้าก็ทำแผลได้เนี่ยนะ ? ใครเป็นคนต้นคิด ?

กระนั้นแล้วสันติบาลหนุ่มก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงแค่รับช่วงต่ออุ้มเด็กน้อยเพื่อพาไปที่รถของตนเอง

เบลม็อธส่งกระเป๋าให้เขาหนึ่งใบและกำชับอีกครั้ง

“พอถึงเวลาที่ยาออกฤทธิ์ อย่าบอกหมอที่ทำการรักษาให้ว่าเด็กคนนี้คือสไปริทัส”

หมายความว่ายังไง ?

สไปริทัสเองก็เคยรักษากับหมอเถื่อนคนนั้นแท้ๆ และจากบทสนทนาที่เบอร์เบิ้นเคยอยู่ด้วยตอนรักษา หมอคนนั้นย่อมรู้อยู่แล้วว่าคนที่เขาอุ้มอยู่มีโค้ดเนมว่าอะไร

เขาอยากถาม แต่สีหน้าเบลม็อธยันชัดว่าอย่าถาม

ดังนั้นแล้วจึงอุ้มเด็กชายมาวางไว้ที่เบาะหลังก่อนจะออกรถ ดวงตาสีฟ้าซีดเหลือบมองเวลา คิดอยู่ว่าจะพาเด้กคนนี้ไปส่งไว้กับหมอแล้วแวะไปดูชินอิจิคุงก่อน ค่อยแวะกลับมารับคงไม่สาย

อย่างไรเขาก็ขับรถไวอยู่แล้ว

แต่ว่า…

ห้านาทีแล้ว…

“อึก!” น้ำเสียงเจ็บปวดดังมาจากเบาะหลัง สันติบาลหนุ่มเลิกคิ้วแปลกใจ ไหนเบลม็อธบอกว่ายาจะออกฤทธิ์ในอีกห้านาที แต่ทำไมเด็กน้อยที่เบาะหลังถึงได้ดูทรมาณขึ้นมาเสียดื้อๆ อย่างนั้น

ยาอะไรกัน ?

ได้ผลหรือไม่ได้ผล ?

“อ้าคคคคคค! อ๊า! …อึก” เสียงร้องอย่างทรมาณดังขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อเหลือบมองกระจกหลังสันติบาลหนุ่มเห็นสไปริทัสกระสับกระส่ายไปมา ดวงตาปิดพร้อมคิ้วขมวดอย่างคนกำลังเจ็บ และเพราะการที่เจ้าตัวดิ้นไปดิ้นมานี่เองจึงส่งผลให้แผลซึ่งเลือดกำลังจะหยุดไหล ไหลออกมาเยอะกว่าเดิมจนเปื้อนไปทั่วเบาะรถเขา

กระนั้นสิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่เบาะรถ ร่างกายของเจ้าตัวเองก็เปื้อนเลือดไม่ต่างกัน ดูจากปริมาณเลือดที่ไหลมันราวกับว่าร่างกายภายในเกิดการกระตุ้นที่ผิดปกติทำให้มันไหลออกมาเยอะกว่าที่ควรจะเป็นเสียนี่

“เวร…”

ลำพังแค่อาการเจ็บจากการโดนยิงไม่น่าทำให้เด็กน้อยมีอาการขนาดนี้ ใบหน้าและเนื้อตัวของสไปริทัสชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ คนอายุมากกว่าตัดสิ้นใจหยุดรถ ก่อนจะโน้มตัวไปทางเบาะหลังแล้วอุ้มสไปริทัสขึ้นมานั่งคร่อมตักตัวเองเอาไว้

มือหนึ่งกอดเด็กน้อยเอาไว้กับตัวพลางลูบกลุ่มผมนุ่มไปมาคล้ายการปลอบประโลม แม้จะเป็นการประมาทไปบ้างกับการขับรถมือเดียว แต่จะปล่อยให้สไปริทัสดิ้นต่อไปจนปากแผลเปิดหนักกว่าเดิมมันก็ไม่ใช่

“อดทนหน่อยนะครับ อดทนอีกนิด”

เอ่ยกระซิบซ้ำไปซ้ำมา ตัวของสไปริทัสร้อนจนฟุรุยะรู้สึกได้ เหงื่อของเด็กชายไหล่ย้อยจนรับรู้ได้ว่าเสื้อของเขากำลังเปียก

ไม่ปกติแล้ว…

“อึก อื้อ!”

“ชู่ว ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ” เพราะว่าไม่เคยที่จะต้องมาดูแลใคร หรือปลอบใครสักเท่าไหร่ ขนาดกับชินอิจิที่เขาไล่ตามจีบอยู่ก็ไม่เคยต้องใช้น้ำเสียงนุ่มๆ โอ๋ขนาดนี้ เขามีแต่จะไปอ้อนอีกฝ่ายแทน เพราะฉะนั้นมันเลยเก้ๆ กังๆ ไม่น้อย

กลิ่นคาวสนิมอบอวลไปในอากาศ ยิ่งเขาเปิดแอร์อยู่กลิ่นก็ยิ่งชัด ส่วนตัวของสไปริทัสก็เริ่มจะแดงไปด้วยเลือดซึ่งผสมเหงื่อดูน่ากลัวเสียจนคนมองรู้สึกปวดหนึบ

“อดทนนะครับ อดทนอีกนิดเดียว”

สันติบาลหนุ่มเตรียมที่จะเร่งความเร็วรถให้เร็วกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าถนนโล่ง ทว่าคนบนตักกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเสียจนเหยียบเบรกแทบไม่ทัน

เชี่x

จากเด็กตัวเล็กสูงไม่ถึงเอาซึ่งนั่งคร่อมอยู่บนตัก กลายเป็นเด็กหนุ่มตัวเกือบเท่าๆ กันขึ้นมาเฉย!

“เดี๋ยวสิ…”

ล้อเล่นรึเปล่า…

ดวงตาหลุบลงมองกลุ่มผมของคนที่กดหน้าซุกลงที่บ่าของเขาแล้วหอบหายใจแผ่วๆ ราวกับผ่านการวิ่งผลัดมา

บ้าไปแล้ว…

ฝันอยู่หรือไง…?

ฟุรุยะมองไปรอบกายเพื่อสำรวจ ที่ที่เขาอยู่คือถนนสายหนึ่งซึ่งโล่งว่างไร้รถคันอื่นๆ กระนั้นแล้วทัศนวิสัยที่มองเห็นยังคงคุ้นเคย เสียงเครื่องยนต์ดังเบาๆ ดูสมจริง ไหนจะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศซึ่งตัดกับความอุ่นร้อนของผิวกายคนซึ่งแนบอยู่กับอกที่บ่งบอกว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่ฝัน

ไอความร้อนจางๆ ลอยขึ้นมาจากร่างบนตัก

ฟุรุยะค่อยๆ ดันใบหน้าของสไปริทัสที่อยู่ๆ ก็ตัวโตขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวออก สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าที่เห็นนั้นมัน

ใบหน้าของ คุโด้ ชินอิจิ

“ไม่จริงน่า…”

ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วคล้ายไม่อยากเชื่อ เขาหันไปรื้อกระเป๋าซึ่งเบลม็อธส่งมาให้ในตอนสุดท้ายก่อนพบว่าภายในนั้นมันมีเสื้อผ้าผู้ใหญ่อยู่ชุดหนึ่งราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้ว

ยาที่กินไปยาอะไร ?

ยาเร่งการเจริญเติบโต…

หรือยาที่ทำให้คืนร่างเดิม…

แม้จะเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่กระนั้นด้วยนิสัยที่แตกต่างกันทำให้สันติบาลหนุ่มไม่อยากยอมรับง่ายๆ ว่าสไปริทัสคือคุโด้ ชินอิจิจริงๆ

ในหัวเต็มไปด้วยคำพูดและรอยยิ้มแปลกประหลาดของอากาอิ

เขาเตรียมที่จะปฏิเสธความจริง หากแต่คนบนตักกลับส่งเสียงครางออกมาแผ่วเบา ก่อนที่ดวงตาซึ่งปิดอยู่จะค่อยๆ เปิดขึ้นเชื่องช้า แพรขนตาชุ่มไว้ด้วยหยาดน้ำตาดูน่าหลงใหลเสียจนแทบหยุดหายใจ

กระนั้นสันติบาลหนุ่มก็ได้หยุดหายใจจริงๆ เมื่อได้ยินคำทักด้วยน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคย รอยยิ้มที่ดูซุกซน

 

“สวัสดีครับ คุณอามุโร่”

 

TBC.

------------------------------

 

ใช่ค่ะ ตั้งแต่ต้นก็วางแผนให้น้องโป๊ะแตกเองไม่ใช่พี่จับได้

แล้วถามว่าอากาอิตอนก่อนจะจงใจมาหาพี่อามุโร่ทำไม ในตอนนี้คงเฉลยได้แค่ตั้งใจมาใบ้ค่ะ ว่าเออ คนที่เอ็งจีบอยู่อะคือคนเดียวกับสไปริทัสนะ แต่ว่าทุกอย่างพังเพราะน้องโดนยิงเสียก่อน

แต่ ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ ไม่ ใช่ แค่นั้น!

พี่อากาอิสมคบกับลาสบอสของเรื่องด้วย ไว้จะมีสเปเชียลของพี่อากาอิมาให้หลังจบเรื่อง จะได้เป็นการขยายความนะคะ ส่วนจะจบเมื่อไหร่ก็พูดได้แค่ใกล้แล้วค่ะ... ฮา ไม่สามารถระบุจำนวนตอนจริงๆ ได้แบบแพนโดราเลยค่ะเพราะเรื่องนี้มีพล็อตคร่าวๆ ไม่ใช่พล็อตละเอียดเป็นตอนๆ แบบเรื่องนั้น 

ไว้พบกันตอนหน้าค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #45 anglica (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 09:14
    รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #45
    0
  2. #44 Irineknight (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:04

    อ๊ายยยยยยยย รู้แล้วหรอเนี่ย หายใจไม่เป็นเลยหล่ะสิเนี่ย

    #44
    0
  3. #43 nep7 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 19:13
    ฮือออ ชอบนะคะะะ
    #43
    0