Fic conan Spirytus (Amuro x Shinichi)

ตอนที่ 11 : 011 ยาสลบและระเบิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

Spirytus
 

 

Pairing : Amuro (zero, Furuya) x Conan (shinichi, Spirytus)

Warning : Plot twist

 

ยาสลบและระเบิด

 

ทันทีที่ไฟในงานดับลง ก็เรียกเสียงร้องอุทานอย่างแปลกใจจากหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี ในความมืดนั้นสไปริทัสหยิบกล้องอินฟาเรตมาใส่เอาไว้ด้วยท่าทีเฉยชาราวกับรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น

ใช่ ต้องรู้สิ ก็คนวางแผนนี่นา

ก่อนเด็กชายจะหันมองซ้ายขวาเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของผู้คน เขาพบว่าพวกแขกเหรื่อแม้จะแปลกใจแต่ก็ไม่มีใครหนีไปไหนเพราะเข้าใจว่าเป็นเซอร์ไพร์สในงาน พวกเขาต่างซุบซิบกัน ท่าทางและน้ำเสียงตื่นเต้น ส่วนหนึ่งเพราะรู้ดีกิตติมศักดิ์ของเจ้าของงานนี้คือพวกชอบเล่นสนุก จึงไม่มีใครคิดว่ามันคือความผิดพลาดหรือแผนการก่อการร้ายทั้งสิ้น

พวกสันติบาลเองก็ด้วย…

แต่เพราะเพราะว่าสไปริทัสไม่ได้บอกแก่ซีโร่ที่อยู่ข้างกายว่าจะมีขั้นตอนนี้พวกเขาจึงคิดไม่ถึงว่าจะมีเท่านั้นเอง ไม่ใช่เพราะความประมาท

คนข้างกายเขายังระแวงระวังอยู่บ้าง แต่เพราะพิธีกรไม่พูดอะไรจึงคิดว่าเป็นเซอร์ไพร์สเช่นกัน

แต่จะพูดได้ไงล่ะ…

ก็เล่นโดนเบลม็อธรัดคอเอาไว้นี่…

พวกเอฟบีไอเตรียมกล้องอินฟาเรตไว้ตามคาดและกำลังลงมือ เด็กชายคว้าข้อมือของชายหนุ่มข้างตัวไว้

“เบอร์เบิ้นตามมา”

“เอ๋?” อีกฝ่ายร้องออกมาคล้ายแปลกใจ “อย่าบอกนะครับ ว่านี่เป็นเซอร์ไพร์สจากเธอ ไม่ใช่จากเจ้าภาพงาน?”

และก็ฉลาดพอที่จะอ่านเกมออกเช่นกัน

ใช่แล้ว เขาจงใจไม่บอกกับฟุรุยะจริงๆ ว่าจะดับไฟเพื่อลงมือ “ฉลาดนี่”

 

แต่ฉลาดตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ทันเสียแล้วล่ะ ดังนั้นช่วยเดินตามเกมของผมแต่โดยดีเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเกิดการสูญเสียเถอะครับ

 

ช่วงเวลาที่เข้าไปตีสนิทอีกฝ่ายทำให้พอได้เข้าไปค้างบ้านเจ้าตัวเป็นบางครั้ง นั่นทำให้สไปริทัสหรือชินอิจิได้รู้ว่าเกี่ยวกับคดีของแม่เขานั้นมันเกี่ยวกับชายข้างกาย มันเป็นเรื่องที่นานพอสมควรและเวลานั้นคนข้างๆ กายนี้ยังไม่มีอำนาจพอที่จะเข้าถึงข้อมูล

 

ส่วนคนที่มีอำนาจนั้น…

 

ยังดีที่สันติบาลข้างกายมีช่องทางติดต่อ ดังนั้นแล้วเขาจึงบันทึกมันไว้เรียบร้อย เพียงแค่ยังไม่ลงมือ ยังอยากจะมั่นใจอีกหน่อยเท่านั้น

 

เขาก้าวเดินไปพลางหลบเลี่ยงผู้คน เสียงของพิธีการดังขึ้นอีกครั้งเป็นการนับถอยหลังแต่สไปริทัสรู้ดีว่ามันคือเสียงของเบลม็อธ ส่วนพิธีกรสาวตัวจริงนั้นตอนนี้กำลังนอนสลบอยู่

…หรืออาจตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ แน่นอนว่าสุนัขตำรวจข้างกายก็คงจะจับสังเกตได้เช่นกัน ดังนั้นจึงเหลือบไปทางต้นเสียงหลายครั้งแม้จะมองไม่เห็นสิ่งใดเลยก็ตามที

“ฆ่าเธอไปแล้วเหรอครับ คุณพิธีการสาวสวยคนนั้นน่ะ?”

“ไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าตอนนี้หล่อนเป็นหรือตาย ก็เพราะว่านั่นเป็นเรื่องของเบลม็อธนี่นะ”

แต่สิ่งที่เขามั่นใจคือทันทีที่ไฟติด พวกคนขององค์กรที่ถูกเบลม็อธจับแต่งหน้าแต่งตามาเพื่อปลอมตัวมาอย่างดีจะเริ่มมหกรรมละเลงเลือด ไล่ยิงทุกคนที่เจ้าตัวหมายมั่นเอาไว้ว่าเป็นคนที่ไอริชติดต่อด้วย

ส่วนตัวการนั้น…

แกร้ก…

ฝีเท้าหยุดชะงัก ไม่ใช่เพียงเขาแต่รวมทั้งคนผมบลอนที่ตามมาด้วย ฝ่ายหลังมีท่าทีเป็นกังวลเล็กน้อยเพราะมองไม่เห็น ส่วนสไปริทัสนั้นสบายมากเพราะไม่ใช่คนที่โดนปืนจ่อยิงโดยตรงแต่เป็นเบอร์เบิ้นต่างหาก

“รู้ตัวไวนี่ ไอริช สมแล้วที่ครั้งนึงเคยได้โค้ดเนมไป” อีกฝ่ายคงโดนเอฟบีไอเป่าหูไปเรียบร้อยแล้วถึงได้กล้าหันปืนใส่พวกเขาอย่างไม่ลังเล ดังนั้นแล้วสิ่งที่เด็กชายทำได้ก็มีเพียงพูดปั่นประสาท พูดเพื่อถ่วงเวลาที่ไฟจะติด พูดสิ่งที่พอจะพูดออกไปได้

พูดทุกอย่าง…

ยกเว้นการบอกว่าการล่าครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอีกฝ่ายทรยศ

จนกว่ายินจะเข้ามาลั่นปืนและเอฟบีไอได้ช่วยไอริชเอาไว้อีกครั้ง

เด็กชายยกสองมือขึ้นและยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ทำเอาไอริชที่มองเห็นมันเพราะสวมแว่นตาอินฟาเรตไว้เช่นกันหันปืนมาจ่อที่ขมับอีกฝ่าย

“แกมันไว้ใจไม่ได้สไปริทัส”

“ดีใจที่ได้รับคำชมนะ”

“เหอะ” คนอายุมากกว่าหัวเราะ “เบอร์เบิ้นถ้าแกตามมันต้อยๆ แบบนี้สักวันจะถูกกำจัดเอานะ”

“ไม่เอาน่า แพ้แล้วพาลหรือไง อย่ามายุแยงสุนัขของคนอื่นให้มันหันกลับมาแว้งกัดเจ้าของจะได้มั้ย?” เอ่ยโต้ตอบออกไปอย่างไม่เว้นจังหวะ และดูเหมือนว่ามันจะกระตุ้นให้ชายร่างใหญ่ตรงหน้าโมโหได้อย่างดิบดี สไปริทัสตัวน้อยส่งเสียงหัวเราะ ก่อนจะแสร้งร้อง

“โอ๊ะ” พร้อมๆ กับแว่นอินฟาเรตที่ตกลงพื้น

ไอริชแย้มยิ้มเมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจะได้เปรียบเพราะตรงข้ามนั้นเบอร์เบิ้นไม่ได้สวมแว่นอินฟาเรต ทำให้มองไม่เห็นจึงไม่สามารถยิงเขาได้ในความมืดและเด็กตัวเล็กตรงหน้าก็เช่นกัน

ทว่า…

พรึบ!

ไฟสว่างขึ้นอย่างกะทันหันทำเอาคนที่ใส่แว่นอินฟาเรตอยู่ถึงกับต้องหรี่ตาลงเพราะอาการแสบตาเมื่อเจอแสงจ้า

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นจากทางไหนสักแห่งเป็นตัวเปิดสงคราม ไอริชรีบลืมตาขึ้นมองเขาพบว่าสไปริทัสและเบอร์เบิ้นได้หายไปจากสายตาของตนเป็นที่เรียบร้อย พร้อมๆ กันนั้นร่างของคนที่ตนนัดมาเจรจาเองก็ล้มลง

แม้คนที่ยิงจะเป็นคนแปลกหน้า กระนั้นแล้วด้วยเครื่องแต่งกายสีดำไม่มีทางเด็ดขาดที่จะไม่เกี่ยวกับองค์กร

 

เขาจะถูกองค์กรกำจัดอย่างที่พวกเอฟบีไอบอกจริงๆ !

 

“ชิ” สบถในลำคอ ก่อนจะเนียนแฝงกายหลบหายตัวไปกับฝูงชนที่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความแตกตื่น เป้าหมายของเขาตอนนี้มีเพียงไอ้เด็กนรกนั่นเท่านั้น! ดูยังไงเสียคนที่จะวางแผนกำจัดคนอื่นแบบถอนราก ถอนโคนแบบนี้ก็มีเพียงมันเท่านั้นที่ถนัดและสามารถทำได้!

 

 

“เบอร์เบิ้นทางนี้!” ด้านชินอิจิในร่างสไปริทัสรีบลากสันติบาลหนุ่มให้ตามตนเองมาด้วยความรวดเร็ว ตามแผนนั้นเขาต้องล่อไอริชออกมายังจุดที่ต้องการ เด็กชายพยายามไม่สนใจคนอายุมากกว่าที่มีสีหน้าราวกับไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำมันลงไปจริงๆ ก็ตาม

ก็ไม่ได้อยากทำหรอก…

แต่ว่าตอนนี้เขามือเปื้อนเยอะเกินจะถอยแล้ว

“หนีมาอยู่นี่นั่นเอง! เบอร์เบิ้นเห็นแก่ว่าแกเป็นคนใหม่ขององค์กร ถ้าเกิดว่ามอบตัวไอ้เด็กเวรนั่นมาฉันจะปล่อยแกไป!”

น้ำเสียงของไอริชดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะยิงปืนใส่ทั้งสไปริทัส แน่นอนว่าถ้าเพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นคนผมบลอนทองจะแสร้งทำเป็นไม่รับรู้แล้วหันไปช่วยพวกของตัวเองก็ได้ ทว่าเขากลับกัดฟันสอดแขนเข้าเอวเด็กน้อยแล้วยกอุ้มจนอีกคนตัวลอย

“เบอร์เบิ้น!” สไปริทัสร้องตกใจ

“จะให้วิ่งไปทางไหนก็บอกทางซะสิ!”

อาจเพราะหน้าตาและบรรยากาศบางช่วงที่เหมือนกับชินอิจิ หรือแววตาที่บางครั้งก็สะท้อนความรู้สึกผิดออกมาเป็นระยะนั่นก็ตามที

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำเรื่องนอกกฎหมาย ไม่ใช่ว่าไม่เคยมือเปื้อนเลือดเพื่อจุดหมาย แต่เพราะยืนหยัดแล้วว่าไม่ว่ายังไงก็จะปกป้องประเทศให้ได้จึงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเช่นทุกวันนี้

เพราะงั้นเลยพอจะเข้าใจแววตานั้นของสไปริทัส…

ถึงเจ้าตัวจะคิดว่ามันเนียนพอที่จะเก็บซ่อนไว้ได้ก็ตามที แต่กระนั้นมันก็ไม่พอ เขาเห็นและรับรู้มันได้ทั้งหมดจนอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าอะไรกันและสำคัญขนาดไหนที่ทำให้เด็กคนนึงยอมย้อมตัวเองให้เป็นสีดำขนาดนี้

“เลี้ยวซ้ายข้างหน้าและขึ้นบันได!”

สไปริทัสที่ไม่ได้รับรู้ความคิดของคนอายุมากกว่าเพราะมัวแต่สนใจแผนการไม่ได้เอะใจสักนิดว่าการที่เบอร์เบิ้นช่วยตนเองเอาไว้นั้นไม่ปกติ เจ้าตัวชี้ทางอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาถึงชั้นบนสุด เสียงฝีเท้าของไอริชตามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เสียงฝีเท้า เจ้าตัวคล้ายสติแตกไล่ยิงตามหลังมาอย่างชวนหวาดเสียวว่าจะโดนเข้าสักทีสองที

แต่กระนั้นแล้วที่บนสุดซึ่งว่างเปล่า กลับปรากฎร่างของคนผมเงินกลับเล็งปืนมาทางพวกเขาคล้ายรออยู่แล้ว

เบอร์เบิ้นและสไปริทัสไม่แม้แต่ชะงัก เพราะความจริงแล้วนั้นตนเองไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นคนที่วิ่งไล่ยิงตามไล่หลังมาต่างหาก

เพียงแค่มันผิดแผนตรงไอริชไม่ได้ขึ้นมาคนเดียวแต่มากับเอฟบีไอ

“ดูเหมือนแกจะพลาดนะ”

ยินกล่าวกับสไปริทัสที่มีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าแผนการทุกอย่างผิดพลาดเนื่องด้วยมีคนที่ไม่สมควรข้องเกี่ยวมายุ่งย่ามด้วย

 

เบอร์เบิ้นเองก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก…

เขาไม่ได้กลัว แค่กำลังโกรธที่พวกเอฟบีไอยุ่งไม่เข้าเรื่องต่างหาก

 

ส่วนสไปริทัสนั้นการแสดงล้วนๆ …

เป็นคนวางแผนให้มันเป็นแบบนี้เองนี่…

 

“คิดว่าฉันจะรู้ไม่ทันพวกแกหรือไง? เหอะ เรื่องลอบกัดนี่คิดว่าสไปริทัสเก่งอยู่ฝ่ายเดียวเสียอีกไม่คิดว่าแม้แต่แกก็ด้วยนะยิน” ไอริชกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า เด็กชายอาศัยจังหวะที่สันติบาลหนุ่มเผลอฉวยปืนออกมาจากอกเสื้อเจ้าตัวแล้วยิงเข้าไปที่เอฟบีไอคนหนึ่งอย่างไม่ลังเล

 

นัดกันไว้แล้ว…

ยังไงก็ไม่ตายหรอก…

 

แค่ทำเพื่อให้ยินเห็นและไว้ใจต่างหาก

 

“สไปริทัส!” คนผมบลอนอุทานออกมาอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเด้กน้อยดีดตัวลงมากับพื้น เจ้าตัวเงยมองหน้าคนอายุมากกว่า เช่นเดียวกันนั้นยินเองก็เริ่มลงมือยิงพร้อมวิ่งหลบกระสุนอย่างคล่องแคล่ว

อย่างไรเสียพวกปืนพกความเร็วมันก็อยู่ในระดับที่คนซึ่งถูกฝึกมาพอหลบได้อยู่แล้ว…

“อยากตายหรือไงเบอร์เบิ้น หลบสิ หลบ!” เด็กชายโยนปืนคืนอีกฝ่ายพร้อมร้องเรียกโค้ดเนมของเจ้าตัวเป็นการย้ำว่าแม้ที่นี่จะมีเอฟบีไอซึ่งรู้ว่า ฟุรุยะ เรย์ เป็นสันติบาลแต่ก็ยังมียินอยู่ด้วย จำต้องแสดงละครต่ออย่าให้หลุด

ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้คิดเกรงใจเอฟบีไออยู่แล้ว…

จึงลั่นไกใส่อย่างไม่ลังเล แต่แน่นอนว่าไม่ได้เล็งจุดตาย

 

เด็กชายอาศัยจังหวะนี้วิ่งไปทางปุ่มควบคุมแสงไฟภายในห้องก่อนจะกดเปิดเพื่อให้ภายในห้องกระจกซึ่งมีเพียงแสงจากรอบนอกสว่างขึ้นมาจนหลายคนชะงัก ก่อนจะกดปุ่มซึ่งซ่อนไว้ที่นาฬิกาตนเองทำให้ควันสีขาวพวยพุ่งออกมารอบทิศ

ไม่ใช่แค่ในห้องนี้แต่เป็นด้านล่างด้วย…

มันคือยาสลบ…

อย่างน้อยคนในองค์กรก็เข้าใจว่าแบบนั้น

ยาสลบจะมาพร้อมๆ กันนั้นจะนับถอยหลังห้านาที ตึกนี้ซึ่งมีระเบิดอยู่ภายในจะระเบิดตูม ทำให้ทุกคนตายให้หมด

เป็นสัญญาณให้คนอื่นในองค์กรซึ่งรออยู่บนเฮลิคอปเตอร์ยิงปืนเข้ามาเพิ่มความวุ่นวายภายใน และขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ด้านล่างเร่งมือแล้วรีบๆ ออกไปจากอาคารเสียถ้าไม่อยากถูกทิ้งให้นอนหลับอยู่ที่นี่ เพื่อจะได้ไม่มีเวลาตรวจศพ

จะได้ไม่เอะใจว่าคนที่ซึ่งโดนยิงในงานนั้นจริงๆ ไม่ได้ตาย…

ไม่ได้เป็นใครที่สำคัญ…

แต่เป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอซึ่งแฝงตัวเอาไว้

ยกเว้นเพียงแต่…

มือเล็กกำชายเสื้อของสันติบาลหนุ่มเอาไว้ก่อนส่งกระเป๋าขนาดเล็กให้แก่เจ้าตัว ท่ามกลางการต่อสู้ซึ่งมีคนในองค์กรคนอื่นๆ เข้ามาช่วยยินพวกเขาสองคนนั้นอยู่นอกเหนือการสังเกตของผู้คน

“อะไรน่ะครับ?”

“อุปกรณ์ถอดชนวนระเบิด เอาไปซะ ระเบิดอยู่บนฝ้าของห้องจัดงานที่เรามาเมื่อครู่นี้ ถ้าไม่อยากให้มีคนตาย แต่เตือนล่ะว่ามันกำลังนับถอยหลังห้านาที” สไปริทัสอธิบาย เรียกสีหน้าตกใจจากเบอร์เบิ้นได้เป็นอย่างดี

“แต่…” สันติบาลหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมถึงยอมบอกผมครับ ตอนแรกเธอเก็บมันเอาไว้นี่นา…”

เขาคิดว่าสไปริทัสจะปล่อยให้มันระเบิดไปเลยเสียอีก ในเมื่อฆ่าคนในงานไปมากขนาดนั้นจะกลัวอะไรอีกกับแค่การระเบิดศพพวกเขาทิ้งไป

เด็กชายคลี่ยิ้ม…

 

“ถือว่าแทนคำขอโทษแล้วกัน ไปเสียสิเหลืออีกสี่นาทีแล้วนะ”

 

“…”

“เพียงแต่อย่าลืมล่ะ อย่าให้ใครเห็นนายตอนถอดชนวนและถ้ายินกับเบลม็อธพูดอะไรเกี่ยวกับระเบิดก็ทำเป็นว่านายไม่รู้ว่ามีมันอยู่”

ไม่มีเวลาที่จะได้ถามว่าคำขอโทษเรื่องอะไร ประโยคหลังที่บอกว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึงห้านาทีทำให้ชายหนุ่มต้องเลี่ยงออกไปอย่างช่วยไม่ได้ กระนั้นแล้วเขากลับทำสิ่งที่เด็กชายคิดไม่ถึงคือการวางปืนไว้ให้

เพราะแบบนั้น…

ชั่วแวบหนึ่งชินอิจิจึงรู้สึกผิดมากเหลือเกิน

 

 

ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีฟุรุยะก็มาถึงยังห้องโถงซึ่งสไปริทัสบอกว่ามีระเบิดอยู่ภายใน การไม่มีทางขึ้นไปบนเพดานไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ขอแค่มีโต๊ะสักตัวที่พอจะให้ตัวเองส่งแรงถีบขึ้นไปได้ก็พอ

ทว่าที่ห้องนั้นเองเขาเห็นคนคุ้นหน้าคร่าตายืนอยู่

“อากาอิ!”

“ถ้าจะหาเรื่องล่ะก็หยุดก่อน ระเบิดอยู่บนนั้น” ชายหนุ่มผมดำชี้ไปยังเพดานตรงจุดที่เด็กชายเจ้าของแผนเคยบอกเอาไว้ว่าซ่อนมันไว้ตรงนี้ตามแผนขององค์กร

 

แน่นอนว่าการมาเจอกับฟุรุยะ เรย์ ไม่ใช่แผนของเด็กชาย

 

แต่การจะอธิบายอะไรให้คนคนนี้เข้าใจมันยุ่งยากไม่น้อย เลยคิดว่าแสดงให้เห็นเองคงจะดีกว่า เพราะงั้นแล้วคนที่ควรจะเป็นแขกหลายคนจึงถอดหน้ากากของตนเองออก ส่วนพวกขององค์กรโดนมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา

“นี่มัน…” สันติบาลหนุ่มดูสับสน

กระนั้นแล้วก็รีบขึ้นไปถอดชนวนระเบิดอย่างรวดเร็วเพราะเวลานั้นไม่รอช้าเสียเท่าไหร่ คนผมบลอนจิ๊ปากเมื่อรับรู้ว่าเจ้าเอฟบีไอบ้านั่นตามขึ้นมาด้วย แต่เพราะว่าเรื่องระเบิดสำคัญกว่าความสงสัยเลยได้แต่ให้ความสนใจกับมัน

ชายหนุ่มตั้งสมาธิ ค่อยๆ ตัดสายของระเบิดออกทีละสายอย่างใจเย็น

จวบจนเหลืออีกเพียงสายเดียว สายสุดท้าย เสียงโทรศัพท์ของคนที่ยืนมองเงียบๆ ก็ดังขึ้น

“เฮ้ๆ เอฟบีไอ ไปคุยไกลๆ ไปอย่ามารบกวนสมาธิกัน” เขาเอ่ยไล่ออกไป เพราะในที่สุดก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายจึงกล้าที่จะมีปากเสียงบ้าง มือเอื้อมไปใช้กรรไกเล็กเตรียมที่จะตัดสายสุดท้ายของระเบิดออก พร้อมๆ กับเสียงคุยโทรศัพท์ของคนด้านหลังที่ดังเข้ามาในหู

อย่าเข้าใจผิดว่าเขาแอบฟัง

เพราะว่าบนนี้มันเงียบมากจนได้ยินต่างหาก

 

“เดี๋ยว! ทำไมชินอิจิถึงโดนยิงล่ะ!?”

 

 

[ก่อนหน้านี้ประมาณสามนาที]

 

สไปริทัสคว้าปืนที่คนอายุมากกว่าทิ้งไว้ให้มาไว้ในมือ จริงๆ เขาไม่ชอบที่จะยิงใครในร่างนี้นักเพราะว่าแรงถีบของปืนมันน้อยๆ เสียที่ไหน ก่อนดวงตาสีครามจะเหลือบมองผ่านทางหลังเสา เขาพบว่าคนที่เข้ามาช่วยยินคือคูราโซ่กับวอดก้า ฝ่ายหน้านั้นมีการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมเสียจนปั่นหัวพวกเอฟบีไอได้เป็นอย่างดี

ด้านชายหนุ่มผมเงินเองก็ต้อนไอริชไปทางริมหน้าต่างได้และกำลังปิดฉาก

ยินเล็งปืนไปทางไอริชและลั่นไกทันที

ไอริชเบิกตากว้าง เลือดค่อยๆ กระจายจากอกซ้ายจนเปื้อนไปทั่ว ก่อนจะหงายหลังร่วงหล่นลงไปจากตึกสูง สไปริทัสแสร้งทำเป็นวิ่งไปตรวจดูว่าอีกคนร่างลงไปจริงๆ

 

เขารู้ว่าไอริชแกล้งโดนยิงและแกล้งตกลงไปเฉยๆ …

 

แต่ก็ต้องทำราวกับไม่รู้ ทว่าใครจะไปคิดว่าเจ้าตัวจะเล่นนอกแผนของเอฟบีไอที่ให้แสร้งตกลงมา เพราะจะมีคนรองรับเอาไว้ในชั้นล่างๆ ที่ถูกความมืดกินจนคนด้านบนไม่อาจมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เล็งปืนขึ้นมาราวกับรอไว้อยู่แล้วว่าใครที่โผล่หน้ามาจะยิงให้ร่วงลงมาเช่นกัน

 

“!!!”

 

ไอ้เวรเอ้ย…

 

ความเจ็บพุ่งตรงมาจากไหล่ขวาและลามไปทั่วอย่างรวดเร็ว เด็กชายพลัดหล่นออกจากขอบหน้าต่าง มันคือการร่วงลงไปของจริง ไม่ใช่แผนที่นัดกันเอาไว้แต่อย่างไร

 

ปืนในมือร่วงหล่นลงไป เด็กชายนักอยากขอโทษเจ้าของปืนนักที่อุตส่าห์ทิ้งมันเอาไว้ให้แต่เขานั้นนอกจากจะไม่ทันได้ใช้แล้วยังทำมันพังเสียนี่

 

ด้วยความสูงประมาณนี้ไม่มีทางซ่อมได้หรอก…

 

เขาได้ยินเสียงของเคียนติที่ร้องเรียกชื่อตัวเองจากบนเฮลิคอปเตอร์ และเสียงคำสั่งของยินที่ค่อนข้างฟังดูดุร้ายและเต็มไปด้วยความโมโหซึ่งบอกให้กอร์นและเกียนติกราดยิงเข้ามาได้เลย ไม่ต้องสนใจตนเอง

 

“สไปริทัส!” ก่อนที่คูราโซ่จะกระโดดตามลงมา ด้วยทักษะการเคลื่อนไหวที่พิเศษของเจ้าหล่อนทำให้สไปริทัสเข้าสู่อ้อมกอดของเจ้าตัวได้อย่างง่ายดาย ดวงตาไร้สีสันของสาวเจ้ากวาดมองซ้ายขวาเพื่อหาทางรอด

 

แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นสไปริทัสก็ไม่รับรู้อีกแล้ว

 

TBC.


ตอนหน้าเขาจะรู้ตัวจริงกันแล้วค่ะ

ฮื้อ ใครที่ห่วงน้องก็บอกเลยค่ะไม่ต้องไปห่วงหร๊อก!-

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #42 nep7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 01:48
    อ้ากฮือออออ
    #42
    0
  2. #40 Irineknight (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 10:38

    แผนที่อุตส่าห์วางไว้เละไม่เป็นท่าเลยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png

    #40
    0
  3. #39 Kudo Kamolchanok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 06:44

    รอนะ!💜

    #39
    0
  4. #38 anglica (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 23:41
    อยากอ่านต่อจัง ค้างอะ สนุกมากค่ะ
    #38
    0
  5. #37 Plang2503 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 21:22
    ฮืออออ -เด็กดื้ออออออออ ;-;
    #37
    0