Fic conan Spirytus (Amuro x Shinichi)

ตอนที่ 10 : 010 เสี่ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

Spirytus

 

Pairing : Amuro (zero, Furuya) x Conan (shinichi, Spirytus)

Warning : Plot twist

 

เสี่ยง

 

                หลังจากฟุรุยะพึงพอใจกับสถานะของตัวเองและชินอิจิที่เริ่มเข้าใกล้กันมากขึ้นอยู่ทุกวันๆ จนมีสิทธิ์ลุ้นที่พวกเขาทั้งคู่จะได้เป็นคนรักกันได้ไม่นานเขาก็โดนดับความฝันชีวิตแสนหวานด้วยอีเมลจากใครบางคนซึ่งหายหน้าหายตาไปนานจนเกือบลืมอย่างสไปริทัส

 

            [ มารับผมด้วย : แนบที่อยู่ ]

 

                ทุกคนรู้ดีหากได้รับอีเมลที่ไม่ระบุเวลาแบบนี้แสดงว่าให้รีบไปเดี๋ยวนั้น

                วางทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ตนเองทำแล้ววิ่งไปหาคุณชายน้อยประจำองค์กรเสียเดี๋ยวนี้นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง และปฏิบัติกันมานาน ไม่ว่าจะมีธุระสำคัญแค่ไหนแต่อีเมลที่ไม่ระบุเวลาของเจ้าตัวนั้นจะต้องถูกจัดอันดับให้สำคัญที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในทันที

                โถ่เว้ย…

                เพราะว่ายินกับเบลม็อธเอาแต่ตามใจสไปริทัสจนเด็กมันเคยตัวนั่นแหละ

                เพราะพอมีสองคนนั้นเป็นแกนนำในการยกหางให้แก่เด็กคนนั้น คนอื่นๆ จึงจำต้องปฏิบัติตามอย่างโต้แย้งไม่ได้ เพราะหากว่าละเลยหรือเมนเฉยเด็กสไปริทัสก็จะโดนเบลม็อธจะลงโทษ แถมยินยังปล่อยผ่านเอาหูไปนาเอาตาไปไล่ราวกับจะสนับสนุนโดยไม่พูดอีก! ซ้ำสไปริทัสเองก็ดันได้รับเครดิตดีจากรัมเสมอๆ ด้วย หากว่าใครที่ต้องการจะได้รับเลื่อนขั้นทางเดียวที่ง่ายที่สุดก็คือช่วยเด็กน้อยถือหางไว้นั่นแหละ

                และนอกจากอีเมลไร้เวลาจะหมายถึงว่าให้ไปรีบทันทีเดี๋ยวนี้ วางงานของตนเองลงและให้สไปริทัสเป็นอันดับหนึ่งซะ มันยังมีความหมายว่าเป็นการเลือกเองของสไปริทัส เป็นภารกิจสำคัญที่ไม่อาจหลุดรอดไปได้จึงต้องไปพบหน้าเพื่ออธิบายเท่านั้น

                ภารกิจที่รัมสั่งสไปริทัสมาคนเดียวโดยตรง

                ไม่ใช่ภารกิจที่รัมเลือกคู่ให้

                เพราะงั้นแล้วสันติบาลหนุ่มจึงถอดผ้ากันเปื้อนออก ความโชคดีในความโชคร้ายที่ต้องร่วมงานกับเด็กเวรวันนี้คือการที่ชินอิจิไม่ได้มาที่ร้านเนื่องจากโรงเรียนเทย์ตันมีทัศนศึกษา เพราะงั้นฟุรุยะจึงไม่ต้องหาข้ออ้างในการโกหกอีกฝ่ายที่ไม่ได้ไปตามจีบหรือไม่อยู่ร้าน

                แต่ที่เหลือก็แค่… 

                สวมรอยยิ้มเป็นมิตรของอามุโร่ตรงไปหาหญิงสาวเจ้าของร้านปัวโรต์ที่กำลังวุ่นๆ อยู่กับการจัดจานก่อนส่งเสียงร้องออกไปด้วยความร้อนลน

                “เอ่อ คุณอาซึสะครับ เพื่อนผมมันรถชนน่ะ ผมต้องพาเขาไปโรงพยาบาล ดังนั้นคงต้องขอลาครึ่งวันแล้ว” ใบหน้าฉายแววเกรงใจ ทุกอย่างเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบเสียจนสาวเจ้าเผยสีหน้าตกใจ

                “ตายจริง” มือเล็กยกแตะริมฝีปากตัวเอง “งั้นคุณอามุโร่เชิญไปเถอะค่ะ ที่ร้านเดี๋ยวฉันดูแลเอง!”

                “ครับ ขอบคุณนะ” ผงกศีรษะให้แก่เธอ ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทางรถของตัวเอง ฟุรุยะกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์เข้าไปดูแผนที่ที่สไปริทัสส่งมาให้ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย

                คอสโมทาวเวอร์

                อาคารซึ่งวันนี้จัดการประมูลที่ดินทำเลทอง สถานที่ที่อีกไม่กี่ชั่วโมงมันจะเต็มไปด้วยลูกหลานคนมีเงินเข้าไปประมูลเพื่อกวาดผลประโยชน์เข้าตน สถานที่ที่ซึ่งตำรวจความมั่นคงคนอื่นๆ รายงานว่าเห็นโค้ดเนมไอริชไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น เลยให้คาซามิแฝงตัวเข้าไประแวดระวัง…

                หมายความว่าไอริชกับสไปริทัส ทั้งสองคนนั้นร่วมมือกัน ?

                ภารกิจ ?

                แม้จะสงสัย ทว่าเขารู้ดีว่าคงไม่มีทางได้รับคำตอบใดๆ จนกว่าตนเองจะไปถึงอย่างแน่นอน ถึงจะต้องบอกว่าน่ารำคาญนิสัยขี้ระวังไปทุกขั้นตอนเลยไม่ยอมแง้มปากง่ายๆ เกี่ยวกับภารกิจของตัวเองของสไปริทัส แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าเป็นวิธีการที่ดีไม่น้อยและรอบคอบมากจริงๆ หากว่าอยู่ฝั่งเดียวกันคงดีกว่านี้

เสียดายความสามารถชะมัด…

สันติบาลหนุ่มได้แต่ขับรถไปยังที่นัดด้วยความเร็วสูง เขาใช้ทางลัดซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนและกล้องวงจรปิดเพื่อที่จะได้โดนตำรวจจราจรไล่ตามเนื่องจากขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนด

อีกไม่เกินสิบนาที ก็จะถึงที่นัด

ทว่า…

“ไอเด็กผี!” สบถคำหยาบออกมาอีกครั้งเมื่อเมลที่สองถูกส่งเข้ามา และข้อความเนื้อในของมันก็ทำเอาฟุรุยะเลือดขึ้นหน้า

 

            [ ไม่อยากพาหมาสกปรกเข้างาน แต่งตัวให้ดีๆ หน่อยล่ะ ]

 

                สไปริทัส…

                ไอ้เด็กเวรนี่!!!

                คิดว่าแถวนี้มันมีร้นเสื้อผ้าเป็นทางการเสียที่ไหนกัน ทำไมไม่บอกก่อนหน้านี้จะได้แวะกลับไปเปลี่ยน ไม่ก็ขับรถไปยังเส้นทางที่มีร้านเยอะๆ เล่า!

แต่จะทำอะไรได้นอกจากสถบในใจแล้ววนรถกลับไปหาร้านร้านเสื้อผ้าดีๆ สักร้าน คว้าสูทมากพิธีการแบบสำเร็จรูปมาใส่แล้วตรงไปหาเด็กชายที่คาดเดาว่าเวลานี้คงหัวเราะพอใจอยู่แน่ๆ

ใช่หัวเราะ…

ฟุรุยะเดาว่ามันคือการแกล้งกันเล่นๆ อย่างหนึ่งของเด็กชาย จงใจส่งอีเมลมาให้รู้ว่ารีบเพื่อที่เขาจะได้วางทุกอย่างแล้วไปหา ก่อนกะระยะเวลาเอาไว้สักครู่แล้วค่อยส่งอีเมลมาสั่งให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้ามาดีๆ อย่างกันหัน

และถ้าคาดเดาอีกหน่อย เด็กนั่นน่าจะรู้ว่าตอนอีเมลแรกถูกส่งมาเขาอยู่ที่ไหน รู้ว่าจะขับรถไปทางไหนเสียด้วยซ้ำ

คล้ายจะอยากดูความสามารถ

แต่ก็คล้ายกำลังหยอก

ดูทรงยังไงก็มองเขาเป็นหมาจริงๆ 

เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยได้ถามจนวันนี้จริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อก่อนอากาอิเคยทนทำงานร่วมกับเด็กนี่ไปได้ยังไงโดยไม่โมโหหรืออยากจะคลั่ง (โกรธจนคลั่ง) ตายไปในสักวัน

ดังนั้นแทนที่จะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการไปถึงมันกลับล่วงเลยไปชั่วโมงกว่าๆ เสียด้วยซ้ำ ฟุรุยะคิดว่าในเมื่อสไปริทัสกล้าที่จะเล่นอะไรไร้สาระเช่นนี้ก็คงเพราะไม่ได้รีบร้อนอะไร

แสดงว่าอาจจะแฝงเข้าไปในงาน

องค์กรจะประมูลอะไร ?

หรือเข้าไปกำจัดใครกันนะ…

มือกดสายโทรหาคาซามิ ออกคำสั่งและอธิบายเหตุการณ์อย่างรวมเร็ว แน่นอนว่าจุดประสงค์นั้นคือเพื่อส่งคนมาแฝงเพิ่มในงานเพื่อจับตาดูคนอื่นนอกจากไอริชด้วย หากว่าเรื่องราวนั้นมันบานปลายถึงจะเข้าขัดขวาง

แม้จะตั้งใจว่าจะปล่อยให้สไปริทัสทำงานไปตามใจเพื่อแลกกับความไว้ใจและข้อมูลก็เถอะ

แต่ในงานนั่นสถานะทางบ้านแต่ละคนธรรมดาเสียที่ไหน

คนในงานนั่นถ้าเจ็บหรือตาย ไปสักคน คงวุ่นวายไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียด้วยซ้ำ ดูอย่างไรก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะปล่อยไว้ได้

รถจอดลงบริเวณลานจอดรถ ที่นั่นเองเด็กชายตัวเล็กในชุดสูทสีแดงเข้มเลือดหมูราคาแพงยืนรออยู่ วันนี้สไปริทัสไม่ได้สวมแว่นตาทำให้ดูแปลกใหม่ไม่น้อย แต่ขณะเดียวกันก็คล้ายกับใครบางคนอย่างชัดเจน

แม้จะคิดบ่อยๆ ว่าเด็กคนนี้คล้ายชินอิจิ แต่ว่าแบบนี้มันยิ่งชัด

ผมหน้าถูกเสยขึ้น แต่แทนที่จะดูเป็นเด็กแก่แดด เขากลับต้องยอมรับแต่โดยดีว่ามันเหมาะเอามากๆ เหมาะเสียจนอยากจะรู้จักหน้าตาของพ่อและแม่ของเด็กนี่จริงๆ ต้องหน้าตาดีมากแน่ๆ ถึงได้คลอดคนหน้าตาคุณภาพขนาดนี้ออกมา

“แหม มาช้าจังเลยนะคุณเบอร์เบิ้น” เจ้าตัวก้าวเข้ามา เอ่ยทักเขาด้วยใบหน้าเหยียดหยันจนนึกอยากถอนคำชม

ดวงตาสีซีดมองสำรวจเด็กน้อย เมื่อพบว่าไม่ได้พกกระเป๋าใส่ปืนคู่ใจมาก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว กระนั้นแล้วก็ยังคงต้องสวมความเป็นมืออาชีพต่อไป

“ก็เพราะใครบางคนบอกอะไรกะทันหันน่ะสิครับ” ฟุรุยะยิ้มจนตาหยี ราวกับว่าไม่ได้เอ่ยคำจิกกัดอะไรออกไป

เด็กชายที่ถูกอาฆาตจะรู้ตัวจึงส่งเสียงหัวเราะออกมา ท่าทางของสไปริทัสเต็มไปด้วยความพึงพอใจขณะที่ริมฝีปากเล็กเอ่ยกล่าว ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นไร้เดียงสา มือหหนึ่งยื่นมาข้างหน้าเจตนาบอกชัดว่าจะให้เขาจับ

“โคนันครับ อยากน้อยในงานก็อยากให้เรียกแบบนั้นนะ”

ชัดแล้วว่าพวกเขาจะเข้าไปในงานจริงๆ

“เอ๋ จะประมูลที่ดินเหรอครับ ?”

ตีหน้ามึนทำเป็นสงสัย ก่อนจะยื่นมือตนไปคว้าอีกฝ่ายเอาไว้พร้อมแนะนำตัวกลับบ้าง “อามุโร่ครับโคนันคุง”

ต่างคนต่างใช้ชื่อปลอม เขารู้ว่าอีกฝ่ายรู้และอีกฝ่ายก็น่าจะรู้ด้วยว่าเขารู้ แค่เพียงว่าโคนันนั้นทำให้เขาคิดถึงชินอิจิขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะสไปริทัสชอบนิยายของโคนัน ดอยล์อย่างเชอร์ล้อคโฮล์มเหมือนเด็กหนุ่มคนนั้นรึเปล่านะ

“อื้อ พี่อามุโร่”

แม้จะรู้ว่าแค่เสแสร้ง แต่การยิ้มสมวัยแบบนี้ก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกัน…

“แล้วก็นะ พี่อามุโร่พกปืนมารึเปล่าครับ” แต่ชมได้ไม่ทันไร เด็กคนนี้ก็กลับเข้าโหมดเดิมอีกครั้ง ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองเขาอย่างรอคำตอบ ฟุรุยะพยักหน้า เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ก่อนชี้นิ้วลงที่อกของตัวเอง เป็นการบอกว่าภายใต้เสื้อสูทตัวที่ใส่อยู่นี้มีของที่เด็กชายต้องการ

“ดีเลยครับ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกพี่”

ไม่ว่าเปล่ามือเล็กๆ นั่นยังยื่นออกมา จัดแต่งทรงผมให้แก่เขาด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ แต่ดูจากสายตายังไงก็เหมือนเล่นกับหมา…

 

“นั่นเป็นเพราะว่าวันนี้เราจะเปิดฉากฤดูกาลล่าแบบเอิกเกริกสุดๆ กันไปเลยอย่างไงล่ะ”

 

คำพูดนั้นถูกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา

ทว่าเมื่อมองดวงตาเปล่งประกายและรอยยิ้มกว้างนั้นของเด็กชายตัวน้อยมันทำเอาฟุรุยะอดขนลุกขึ้นมาไม่ได้

ถูกย้อมจนดำมืดมากขนาดไหนกันนะ เด็กคนนี้ ?

“ยินกับเบลม็อธจะตามมาทีหลัง เป้าหมายหลักของเราคือการเก็บไอริช และพวกของอีกฝ่าย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้หน้าแต่เข้างานไปก็คงรู้เอง” สไปริทัสอธิบายพลางกางสองแขนออกกว้าง

“ไอริชเป็นน็อค ?” ฟุรุยะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อเท่าไหร่นัก

“แหล่งข่าวว่ามาแบบนั้น แหล่งที่เชื่อถือได้เสียด้วย แต่ถึงจะไม่ใช่น็อคจริงๆ พฤติกรรมของหมอนี่ก็มีปัญหามานานแล้วล่ะ ดังนั้นท่านผู้นั้นจึงสั่งลงมาโดยตรงให้กำจัดได้เลยไงล่ะ”

“ใช่แล้วเบอร์เบิ้น เราจะล่าพวกทรยศกัน”

สันติบาลหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย

เขาเคยคิดว่าสไปริทัสจะไม่สนใจน็อค เพราะตัวเองยังถูกปล่อยให้ป้วนเปี้ยนมาได้ คิดไม่ถึงว่า…

ฟุรุยะฟังแผนการที่ถูกเล่าออกมาจากริมฝีปากเล็ก แม้จะมีบางส่วนซึ่งถูกปิดบังเอาไว้เพราะมันไม่ใช่งานในส่วนของเขา กระนั้นแล้วก็พอจะทราบดีว่าเด็กชายจะก่อเรื่องวุ่นวายอลังการมากแค่ไหน มันต้องมีคนเจ็บ และคนตายไม่น้อยแน่ๆ ลักษณะของแผนการนี้มีรูปแบบคล้ายกับยินแต่ก็ไม่คล้าย หรือจะบอกว่าเป็นแนวทางการทำงานของเบม็อธมันก็ไม่ใช่

“คงไม่ใช่ว่า…”

“อื้อ ผมเป็นคนคิดแผนขึ้นมาเองเลยล่ะ น่าสนุกใช่มั้ยล่ะ แต่ว่าน้า… ปฏิกิริยาของเบลม็อธตอนรู้นี่ตลกชะมัดเลย ก็เพราะปกติแล้วผมจะไม่ชอบทำอะไรให้เป็นจุดเด่นนี่นา”

“เธอนี่นะ… แล้วจะดีเหรอที่เรียกใช้ผมน่ะ”

“อื้อ ดีสิ ดีที่สุดเลยล่ะ” รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าของเด็กชาย เนคไทของฟุรุยะโดนดึงรั้งให้โน้มใบหน้าลงไปใกล้สไปริทัสอย่างช่วยไม่ได้ จมูกได้กลิ่นหอมแปลกประหลาดที่คล้ายๆ แอลกอฮอล์ แต่กลับระบุไม่ได้ในทันที

 

“ถ้าคิดว่าจะหยุดแผนของผมได้ก็หยุดสิ”

 

ดวงตาสองคู่มองสบตากัน มือเล็กยอมปล่อยออกจกเนคไทของฟุรุยะแต่โดยดี สไปริทัสก้าวถอยหลัง ใบหน้ายังคงประดับด้วยความมั่นใจ “แต่ว่าทุกอย่างมีขอบเขตของมัน ถ้าเกิดว่าเบอร์เบิ้นล้ำเส้นมากๆ เข้าล่ะก็…”

จงใจเว้นวรรคราวกับจะให้ลุ้นเอาเอง หากแต่ฟุรุยะกลับรู้สึกได้ถึงชีพจรที่เริ่มเต้นแรงของตนในทันทีที่ประโยคต่อมาถูกเอ่ขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้ทัน

 

“คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือคนสำคัญของอามุโร่นะ”

 

“นี่เธอ…”

“เด็กหนุ่มคนนั้นรู้หรือยังว่าคุณน่ะชื่ออะไร หือ ? คุณฟุรุยะ”

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าหมายถึงเด็กหนุ่มคนไหน สันติบาลหนุ่มไม่คิดว่าเรื่องของชินอิจิจะไปถึงหูของสไปริทัสได้ไวมากขนาดนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยลองเชิงออกมา

“แค่ยิน กับเบลม็อธ แต่ผมจะปล่อยเธอไปตกลงไหม ?”

หมายถึงถ้าต้องมีการปะทะกัน สองคนนั่นจะเป็นคนที่ฟุรุยะ เรย์แห่งกรมตำรวจความมั่นคงจะไม่ลังเลที่จะลงมือและจับกุม ใบหน้าของสไปริทัสเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“แบบนั้นสิ ค่อยคุยกันได้หน่อยเนอะ”

เด็กผีนี่มันเด็กผีจริงๆ…

 

 

สไปริทัสที่ทำตัวเป็นเด็กประถมที่ชื่อโคนันคลี่ยิ้มใสซื่อในทันทีที่ก้าวเข้าไปยังบริเวณที่จัดงาน มือข้างหนึ่งของเขาจับกันไว้กับสันติบาลหนุ่มราวกับพี่น้องมาเที่ยวชมงาน ใบหน้าของคนผิวแทนแย้มเป็นรอยยิ้ม ท่าทางเป็นมิตร แต่เด็กชายรู้ดีว่าอีกคนกำลังหัวเสีย

ก็ไม่แปลก…

โดนข่มขู่ไปขนาดนั้นนี่นะ…

ตอนที่เอ่ยอ้างเอาตัวตนของตัวเองอีกคนออกมาเพื่อข่มขู่สันติบาลตรงหน้านั้นสไปริทัสพยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดหัวเราะ…

เด็กหนุ่มในร่างเด็กชายรู้ ว่ามันไม่ใช่นิสัยที่ดีเท่าไหร่กับการนำจุดอ่อนของคนอื่นมาล้อเล่น ทว่าเขารู้ดีเช่นกันว่าตนเองจะพลาดไม่ได้ เพราะงานนี้เป็นงานที่เขาให้ความร่วมมือกับเอฟบีไอ…

อากาอิ ชูอิจิ

ข้อตกลงที่จะส่งคนในองค์กรไปให้แก่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เพื่อใช้เป็นสายเอ็นในการตกจับพวกอีกา แลกกับข้อมูลคดีของคุณแม่

แพงเอาเรื่อง…

และคนในองค์กรที่พอจะกลายเป็นผู้ทรยศได้ง่ายที่สุด เนื่องด้วยพฤติกรรมไม่ชวนไว้วางใจมีเพียงไอริชเท่านั้น เจ้าตัวมีพฤติกรรมน่าสงสัยจนในที่สุดก็ถูกหมายหัวและจับตามองเอาไว้

ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสไปริทัสที่จะสร้างข้อมูลปลอมๆ เข้าเสริมไปในสายข่าวของคนในองค์กรและวางกับดักให้ความน่าสงสัยในตัวของไอริชมันมากขึ้นจนท่านผู้นั้นออกคำสั่งให้ล่าด้วยตนเอง

เรียกง่ายๆ ว่าที่ผ่านมาเขาทำงานหนักมากนั่นเอง…

นอกจากวันที่ต้องใช้ร่างชินอิจิไปหาอามุโร่แห่งร้านปัวโรต์ ก็มักปลอมตัวเป็นคนอื่นมากมาย และวุ่นวายในการปั้นน้ำขึ้นมาเป็นตัว สร้างให้ไอริชกลายเป็นคนทรยศมาโดยตลอด โชคดีที่เจ้าตัวเองก็มีนิสัยทะเยอะทะยานอยากเอาชนะยินและเบลม็อธมากๆ จนชอบเก็บสิ่งที่รู้ไว้กับตัว เก็บไพ่ไว้เพื่อรอหงายทีเดียว จนสุดท้ายก่อนจะได้หงายก็กลายเป็นโดนหมายหัวเสียแล้ว…

ที่ทำให้มันยิ่งใหญ่อลังการเพราะต้องการพยานว่าไอริชตายแล้ว ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้วอีกฝ่ายจะถูกช่วยไว้โดยเอฟบีไอแล้วแกล้งตายซ้อนแผนของยินกับเบลม็อธต่างหาก

พูดง่ายๆ ก็คือเป็นเขาที่วางแผนให้เอฟบีไอเข้าหาไอริช เพื่อบอกว่าองค์กรนั้นต้องการกำจัดเจ้าตัวทิ้งเพราะไม่ชอบใจ ให้เจ้านั่นเกิดความแค้นจนเปลี่ยนฝั่ง ให้เอฟบีไอแสร้งวางแผนช่วยชีวิตไอริช โดยให้ไอริชแกล้งตาย

และยังเป็นคนวางแผนให้ยินและเบลม็อธเป็นคนลงมือฆ่า

เหมือนสู้กับตัวเองไม่มีผิด…

 

ส่วนที่ต้องลากตำรวจความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นก็เพราะว่าแผนนี้มีความเสี่ยง…

 

“ขอบัตรเชิญร่วมงานด้วยครับ”

 

น้ำเสียงของชายที่เฝ้าหน้างานกล่าว โคนันกระพริบตาปริบก่อนส่งบัตรไปให้อีกฝ่าย “อะ นี่ครับ”

“อ้อ ตัวแทนจากบริษัทคาชิซากินี่เอง เชิญเลยครับ เชิญเลย” รอไม่นานหลังจากตรวจสอบก็ถูกเชิญเข้าไปในงานด้วยท่าทีนบน้อมเป็นพิเศษ

“บัตรนั่น… คงไม่ใช่ว่าเจ้าของบัตรถูก…” ฟุรุยะที่ลอบมองอยู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม ในถ้อยคำสุดท้ายเขาเงียบเสียงลงแต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าชายหนุ่มจะสื่อถึงอะไร เพราะงั้นแล้วสไปริทัสจึงยิ้มจนดวงตาหยีลงเป็นเสี้ยว

“ยังครับ ไม่ตาย แค่จับเขามัดไว้ก่อน เดี๋ยวจบงานจะไปปล่อยตัวแบบปลอดภัยครบสามสิบสองนะ”

สันติบาลหนุ่มถอนหายใจ ท่าทางจะโล่งใจไม่น้อย ท่าทางนั้นทำเอาสไปริทัสหลุบตาลงด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องลากอีกคนมายุ่งในฤดูกาลล่านี้ทั้งๆ ที่ดูทรงแล้วอีกฝ่ายไม่ชอบให้มีใครตาย

แม้จะทำเรื่องนอกกฎหมายเพื่อข้อมูล แต่สถิติที่เบอร์เบิ้นฆ่าคนในการทำภารกิจแต่ละครั้งก็น้อยมากอยู่ดี น้อยกว่าไรย์หรือ อากาอิ ชูอิจิ ที่เป็นเอฟบีไอเสียอีก จากการที่ตีสนิทและเข้าหาอย่างมีจุดประสงค์มานานมันทำให้ชินอิจิหรือสไปริทัสรู้…

รู้ว่าจริงๆ แล้วคนคนนี้อ่อนโยนมากแค่ไหน…

รู้ว่าจริงๆ แล้วคนคนนี้เองก็มีเหตุผลในการเลือกเส้นทางที่อันตรายเพื่อตอบจุดประสงค์ของตัวเองเช่นเดียวกันกับเขา

เพียงแค่อีกฝ่ายเชื่อมั่นในกฎหมาย เลือกเดินไปในเส้นทางที่ขาวสะอาด…

แต่เขาไม่…

ไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าโลกนี้จะมีความยุติธรรม

มีคนบอกว่ามุมมองในการมองโดลกของเขามันมีปัญหา อาจเป็นผลกระทบจากคดีของคุณแม่ และใช่ เด็กชายไม่เคยปฏิเสธ

 

ถ้าให้ยกตัวอย่าง… 

 

สำหรับ คุโด้ ชินอิจิ หากมีใครสักคนมาบอกกับเขาว่าตนเองเชื่อว่าพระเจ้ามีจริง คุโด ชินอิจิ ก็จะไม่เอ่ยขัด แต่มันคงแตกต่างออกไป เพราะผู้คนที่เชื่อในพระเจ้าเหล่านั้นคงมองว่าคือที่พึ่ง

เอ่ยภาวนาและร้องขอไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้รับการตอบรับ

พระเจ้าคือแสงสว่าง

แต่สำหรับชินอิจิ แสงสว่างนั้นน่ารังเกียจ…

ไม่ว่าใครก็เชื่อและภาวนาต่อพระเจ้า คนดี คนเลว และพระเจ้านั้นก็ได้ตอบรับคำภาวนาของทุกคน เพราะตอบรับคำขอของทุกคนอย่างไรล่ะโลกใบนี้จึงวุ่นวาย หนึ่งความสุขของคนคนหนึ่งอาจแลกมาด้วยความทุกข์ของใครบางคน

การตอบรับคำขอของใครบางคนอาจส่งผลกระทบไปสู่อีกคน

พระเจ้าสำหรับชินอิจิก็เป็นเพียงคนไร้สมองที่อยากจะแสดงอภินิหารให้ผู้คนเคาระนับถือโดยไม่สนใจความวุ่นวายจากการตอบรับคำขอเท่านั้น

 

“จะว่าไป สองนั้นจะไปประจำที่เลย ไม่ได้มาเจอเราก่อนใช่ไหมครับ ?” ฟุรุยะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามทำลายความเงียบหลังพบว่าเกิดบรรยากาศแปลก ขึ้นระหว่างตนเองกับสไปริทัส

ใบหน้าด้านข้างนั่น…

เศร้าหมอง เหมือนใครบางคนมากจริงๆ…

“อ่า ประมาณนั้นแหละ”

เอ่ยตอบรับก่อนที่ไม่นานดวงตาสีครามเป็นประกายวาวเมื่อสังเกตเห็นว่าในนี้มีคนที่น่าจะเป็นตำรวจไม่น้อยกว่าสิบคน ถ้าหากไม่ติดว่ายังต้องเป็นสไปริทัสตัวเขานั้นอยากจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกขึ้นมาบ้างเหมือนกัน…

 

แผนการนี้มีความเสี่ยง…

 

ถ้าไอริชรู้ว่าตัวเองไม่ได้ถูกองค์กรทอดทิ้งแต่องค์กรกำจัดเพราะเขาถูกจัดฉากให้กลายเป็นผู้ทรยศโดยไม่รู้ตัว คนคนนั้นต้องไม่ยอมนิ่งเฉยเด็ดขาด ต้องหาทางวิ่งโล่ส่งข่าวกลับไปยังองค์แลตามล่าหาตัวคนที่จัดฉากให้ตนเพื่อเอาหน้าต่อท่านผู้นั้น และเยาะเย้ยความผิดพลาดของยินกับเบลม็อธแน่ๆ

และถ้ายินกับเบลม็อธรู้ว่าตนเองนั้นไม่สามารถฆ่าไอริชได้เพราะโดนเอฟบีไอซ้อนแผน ซ้ำยังรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังแผนของเอฟบีไอคือสไปริทัสที่วางแผนให้ตนเองเช่นกันคงรู้แล้วว่าโดนหลอกใช้…

คงรู้แล้วว่าสไปริทัสต่างหากที่หักหลังไม่ใช่ไอริช…

ถึงตอนนั้นแม้เบลม็อธจะไม่ยอมลงมือกับเขาเพราะว่าทำไม่ลง แต่ยินไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่ไม่รู้ว่าถูกอีกฝ่ายตามใจ ทว่ายินก็เอาองค์กรมาก่อนอยู่ดี ดังนั้นอีกฝ่ายที่รู้ว่าเขาคือ คุโด้ ชินอิจิ คงออกตามล่าเขาและพ่ออย่างแน่นอน

หรือต่อให้ไม่รู้ว่าเขานั้นหักหลังตนเอง หักหลังองค์กร แต่การที่เจ้าของแผนวางแผนพลาดย่อมโดนลงโทษหนักอยู่ดี…

เพราะงั้นเลยต้องลากสันติบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง…

เพื่อเบนความสนใจว่าอาจเป็นเพราะเอฟบีไอร่วมมือกับตำรวจความมั่นคงของญี่ปุ่น เพื่อซ้อนแผนพวกตน เพื่อให้สามารถแก้ตัวได้ว่าทำไมสไปริทัสที่ควรจะเป็นมันสมองถึงได้พลาด…

เพื่อลดบทลงโทษให้ตัวเอง

ดวงตาเหลือบมองชายหนุ่มข้างกาย เจ้าของมือที่ตนเองกอบกุมเอาไว้อยู่

 

ต้องหลอกใช้อีกแล้ว ขอโทษนะครับ

 

TBC.

-----------------------------------------------------------------

พยายามอธิบาย...

แต่ไม่รู้จะงงกันมั้ยนะคะ แง๊

พอเป็นร่างสไปริทัสนี่เนื้อหาจริงจังตลอดเลย ฮา

แต่ทุกคนก็น่าจะเข้าใจแล้วมั้งคะว่าทำไมเราเตือนว่ามันพล็อตทวิต จริงๆ ก็ไม่น่าช็อคมากอะไรขนาดนั้น เพราะเราก็แย้มๆ(ถือว่าแย้มเปล่าอะ) มาอยู่น้าว่าน้องไม่ได้เข้าข้างองค์กรร้อยเปอร์ แฮร่ (นี่ก็เตือนกันไว้ก่อน แต่จริงๆ ไม่เตือนก็ไม่น่าเป็นอะไรมั้งเนี่ย ฮื้อ นั่นแหละค่ะ แต่ก็เตือนไว้เผื่อบางคนจะไม่โอเคกับพล็อตแบบนี้จริงๆ)

เจอกันใหม่ตอนหน้าน้า

ปล.อัพช้าล่ะค่ะ เรามีธุระไม่นิดเลย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #36 Kudo Kamolchanok (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 20:08

    รอตอนต่อไปนะคะ ตื่นเต้นมากๆ

    #36
    0
  2. #35 choco*nana (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 23:49
    เก่งจังเลยค่ะ สนุกมากกก
    #35
    0
  3. #34 Irineknight (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 15:03

    สุดยอดมาก นับถือๆ

    #34
    0
  4. #33 PACHALAM (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 12:31
    โอ้ยยย น้องง สงสารร ฮืออออ ขอให้ทำสำเร็จ ต้องทำสำเร็จอยูน้องซะอย่าง
    #33
    0
  5. #31 PhimpinTT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 00:20
    โอ๋เอ๋นะตาหนู ไม่เอาไม่ลากเข้ามาม่าสิ มู้ดเรื่องคือคุมโทนมากเลย แงง
    #31
    0
  6. #30 PrincessDark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 23:17
    น้องลูกกกก สงสารคุณอามุโร่กะน้องมากเลย
    #30
    1
    • #30-1 attp_n(จากตอนที่ 10)
      25 มิถุนายน 2563 / 00:06
      ฮึบๆ กลั้นใจไว้ สุดท้ายทั้งคู่ต้องมีความสุขแน่นอนค่ะ!
      #30-1