Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 4 : Serial Killer

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    17 ก.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

Serial Killer

 

Baby, I’m a sociopath,
Sweet serial killer.
On the warpath,
‘Cause I love you
Just a little too much.

 

“เธอจะต้องเล็งปืนใส่ฉันอีกกี่รอบกันแม่หนู บอกแล้วไงว่าฉันแค่พยายามจะช่วยเธอ” เรย์บ่นออกมาหลังจากที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าเด็กน้อยซึ่งควรจะนอนหลับอยู่บนเตียงของเขาด้วยฤทธิ์ยาของคุณหมอที่ทำการรักษามานั่งอยู่ข้างโซฟาโดยในมือมีปืนพกกระบอกเดิมจ่อมาที่กลางหน้าผากของเขาเอาไว้ ดวงตาสีม่วงของเธอฉายแววเย็นชา เฉกเช่นเดียวกับใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก

เหมือนกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบไม่มีผิด

“นี่ฉันช่วยเธอนะ” ชายหนุ่มย้ำอีกครั้ง แม้จะอดแปลกใจไม่ได้ที่เจ้าหล่อนไม่ได้มีท่าทางง่วงงุ่นหรือมึนงงเลยก็ตาม “เธอน่าจะรู้นี่นาว่าที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล แผลของเธอเองก็ทำแผลเรียบร้อยแล้วด้วย”

ทั้งยาชา ยานอนหลับ รวมไปถึงยาแก้ปวด ทั้งที่โดนไปในปริมาณเยอะมากอันเนื่องมาจากต้องผ่ากระสุนออกจากช่วงท้องแท้ๆ แต่กายร่างเล็กๆ นี่กลับหลับไปไม่ถึงครึ่งคืน เรียกได้ว่าฟื้นฟูจากฤทธิ์ยาได้ไวกว่าผู้ใหญ่เสียอีก


จากประสบการณ์ของเรย์ทำให้พอจะรับรู้มาบ้างว่าสิ่งที่จะเรียกสติคนจากยานอนหลับได้อย่างดีมีสองสิ่งคือความเจ็บปวดและอาการดื้อยา

ความเจ็บปวดที่มากจนทำให้ตื่น หรือเพราะเคยเจ็บปวดมาบ่อยครั้ง ได้รับความเจ็บปวดบ่อยจนเคยชินที่จะต้องถูกทำการรักษาจนในที่สุดร่างกายสามารถต้านทานฤทธิ์ยาขึ้นมาได้เอง หรือเรียกง่ายๆ ว่าดื้อยา

เด็กคนนี้เป็นแบบไหนกัน ?

และที่สำคัญกว่าสิ่งใดคือการที่เธอมานั่งเอาปืนจ่อหัวได้โดยเขาไม่รู้ตัวนี่แหละคือสิ่งที่เหลือเชื่อมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ไม่มีจิตสังหาร ไม่มีเสียง เป็นการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและสงบ จากรูปการณ์ประหลาดตั้งแต่ในตรอกข้างร้านปัวโรต์ที่ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะสามารถมองเห็นได้ในความมืดอย่างไม่มีปัญหา ไม่ใช่ครั้งแรกในการจับปืน กล้าที่จะฆ่าคน นี่มันราวกับนักฆ่าที่ถูกฝึกมาอย่างดี มีทักษะที่สมบูรณ์และเปี่ยมล้นด้วยประสบการณ์

แต่เธอพึ่งดูอายุเพียงสิบขวบเท่านั้นจะเอาเวลาที่ไหนมาฝึกและเก็บประสบการณ์กัน ?

“เหรอ แล้วอยากให้หนูขอบคุณไหมล่ะ ?”

คำยอกย้อนถูกสวนกลับมาทันที เรย์อยากบอกเธอเหลือเกินว่าการแทนตัวเองด้วยหนูแต่มือยังเอาปืนจ่อหัวชาวบ้านมันไม่ได้ทำให้เจ้าหล่อนดูน่ารักขึ้นมาเลยสักนิด

ทั้งสองคนมองหน้ากันท่ามกลางความเงียบ แม้ในห้องจะเปิดไฟแต่ก็พอมีแสงสว่างที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาบ้าง ดวงตาของเด็กน้อยสะท้อนแสงวาววับเหมือนตาแมวตอนกลางคืนไม่มีผิด มันยิ่งสะท้อนความงดงามที่ทำให้ดูไม่เหมือนกับคนของเธอให้ชัดเจนเสียจนพนักงานร้านปัวโรต์ถึงกับขนลุก รู้สึกขนลุกขึ้นมานิดหน่อย

“ใช่ และจะดีมากถ้าเธอจะขอบคุณด้วยการเบนปากกระบอกปืนไปทางอื่น”

“ถ้าหนูปฏิเสธคุณจะว่ายังไงล่ะคะ” ไม่ใช่แค่เพียงตอบ ใบหน้างามยังแย้มเป็นรอยยิ้ม สันติบาลหนุ่มเตรียมที่จะทวงบุญคุณอีกครั้งหากแต่เขากลับต้องชะงักนิ่งเมื่อเธอยังเอ่ยประโยคถัดไป “คุณเบอร์เบิ้น

…!

โค้ดเนมที่เขาได้รับในการแฝงเข้าไปในองค์กรถูกเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความมั่นใจซึ่งต่างจากการลองเชิง สัญชาตญาณภายในร้องดังว่าเด็กคนนี้อันตราย ชายหนุ่มหวนคิดไปยังคำพูดของหมอที่สนิทกันและคาซามิว่าไม่ควรเก็บเธอไว้ที่ห้องเพราะประวัติความเป็นมาของเด็กหญิงนั้นน่าสงสัย

พวกเขาพยายามหาดูว่าเธอเป็นใคร แต่กระนั้นลายนิ้วมือ ม่านตา ลักษณะภายนอก ไม่ตรงกันกับทะเบียนประวัติบุคคลของใครสักคน

หาไม่เจอ หาประวัติของเธอไม่เจอ

อย่างน้อยก็ในญี่ปุ่น

หรือว่าจะเป็นคนในองค์กร ?

“แหม อยากดื่มเหรอ เธอน่าจะยังเด็กไปรึเปล่า ?”

“แหม อยากโดนยิงเหรอ รีบตายไปหรือเปล่า ?” รอยยิ้มเปลี่ยนเป็นแสยะ แววตาเปล่งประกายวาวดูดุร้าย คำพูดที่ถูกสวนมาทันทีด้วยท่าทีขี้เล่นนั่นไม่ได้ทำให้ใบหน้างดงามเกินอายุดูน่ากลัวน้อยลงเลยแม้แต่น้อย “ไม่ต้องห่วงหรอก หนูไม่ใช่คนในองค์กร อย่าทำหน้าเครียดสิคุณฟุรุยะ

“นี่เธอ

ได้ยินทั้งหมด

เรย์ถอนหายใจเลิกทำเป็นเล่นหรือคิดจะบ่ายเบี่ยงเพราะรู้ดีว่ามันมาถึงขนาดนี้แล้วเขาคงไม่อาจโกหกได้อีกต่อไป

บรรยากาศของเด็กหญิงตรงหน้านั้นคลับคล้ายคลับคลาคนบางคนที่เขารู้จักมากเกินไป คล้ายกันกับเจ้าหนูในสำนักงานนักสืบ เด็กหนุ่มที่กลายเป็นเด็กคนนั้น ดวงตาสีซีดจ้องมองเธออย่างพิจารณา “ตลอดการเย็บแผลนั่นเธอไม่ได้หลับ ?”

เขาแน่ใจว่าเด็กคนนี้จะต้องได้ยินสิ่งที่คาซามิพูด ดังนั้นจึงรู้ชื่อจริงของเขา เพราะฉะนั้นคำตอบคือเธอไม่ได้หลับแม้จะโดนยาสลบ แต่ก็อยากจะลองถามออกไปให้แน่ใจ

“ใครจะไปหลับลง พวกคุณพูดกันเสียงดังขนาดนั้น เชื่อไหมว่าหนูกลัวว่าเชื้อโรคในห้องจะทำให้แผลผ่าตัดติดเชื้อจะแย่ ดังนั้นแค่แกล้งนอนนิ่งๆ ก็เกร็งจะแย่แล้ว!

เธอไม่ปิดบัง แถมยังบ่นออกมาในทันทีด้วยทางทางราวกับขนลุกนักหนากับการทำแผลอันไม่ถูกสุขลักษณะ

“ขอโทษด้วยแล้วกัน แต่เธอคาดหวังให้บ้านคนปกติมีห้องปลอดเชื้อหรือไง ฮึ?” เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเอือมระอา หากแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะเขานั้นมีคำถามใหม่ “พวกดื้อยา ?”

“ดื้อแค่ยานอนหลับ หนูถูกฝึกมา”

ให้ตายสิ

“จริงๆ นะ ก็อยากจะหลับอยู่หรอก แต่คุณน่าสงสัยมากไป คุณมีปืน ไม่พาหนูไปโรงพยาบาลตามที่ขออีก ช่วงนี้ข่าวพวกลักเด็กไปขายอวัยวะมันเยอะ หนูก็ต้องกลัวไว้ก่อนว่าหากหลับไปจะตื่นมาโดยเครื่องในไม่ครบ” เด็กหญิงตอบ เรย์อยากจะเข้าไปจับแก้มขาวนั่นยืดออกเป็นการลงโทษในการมองโลกแง่ร้ายของเธอเสียเหลือเกินหากแต่น้ำเสียงใสกังวานกลับดต่ำลง

“แต่ถึงเครื่องในไม่หายคุณก็พาหมอกับตำรวจมาที่บ้านแล้วยังเก็บรอยนิ้วมือหนูไปตรวจอยู่ดี รู้ไหมคะคุณตำรวจ การจะตรวจดีเอ็นเอใครสักคนที่ยังมีชีวิตคุณควรจะต้องได้รับคำอนุญาตจากเจ้าตัวเสียก่อน” เธออธิบายแต่ก็ไม่คล้ายอธิบาย น้ำเสียงนั้นเหมือนจะเป็นการตำหนิการกระทำของเขาอย่างชัดเจนทำเอาคุณตำรวจถึงกับรุ้สึกคันบยุบยิบในอก

คุ้นเกินไป

เหมือนเกินไป

“แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ข้อมูลของเธออยู่ดี ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าต้องเป็นคนประเภทไหนถึงจะไม่มีข้อมูลของตัวเองอยู่ในทะเบียนประชากร ?”

ทว่าเรย์ไม่แม้แต่จะรู้สึกผิดอยู่แล้ว นั่นเป็นเพราะว่างานนอกกฎหมายเป็นของถนัดของสันติบาลอย่างเขาอย่างไรล่ะ!

“แล้วตำรวจประเภทไหนที่ซ่อนตัวเด็กไว้ในบ้านแต่ทำเรื่องผิดกฎหมายกับเธอบ้างล่ะคะ ?” วาจาของเด็กหญิงค่อนข้างจะสองแง่สองง่ามเสียจนคนอายุมากกว่าต้องกระแอมกระไอออกมาเสียทีหนึ่ง

ยัยเด็กแสบ!

หลังจากเถียงจนชนะเด็กหญิงก็มีท่าทีพึงพอใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ความสุขเอ่อล้นออกมาในแววตาของเธอจนชวนให้รู้สึกมันส์เขี้ยวอยากตีคนด้วยไม้เรียวสักทีสองที มือเล็กดึงปืนออกก่อนจะวางลงไว้บนโต๊ะในระยะที่เรย์สามารถเอื้อมไปคว้ามาได้อย่างจงใจ เพื่อเป็นการแสดงเจตนาบริสุทธิ์ ไม่นานก็ยกสองมือของตัวเองขึ้นเหนือหัว

“เอาล่ะ ตอนนี้หนูมือเปล่าแล้ว คุณจะยินยอมเจรจากับหนูแบบดีๆ และเป็นทางการสักหน่อยไหมคะคุณฟุรุยะ ?”

เธอก็รู้นี่ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองปั่นเสียจนเหมือนเราคุยกันคนละเรื่อง

“เจรจา ?” สันติบาลหนุ่มเลิกคิ้ว “เธอต้องการอะไร ?”

“ถ้าให้พูดความต้องการเลยก็ต้องบอกกับคุณตามตรงว่าหนูต้องการความช่วยเหลือสองอย่าง หนึ่งคือความคุ้มครองชั่วคราวและสอง-

“เดี๋ยว พอก่อน”

สันติบาลหนุ่มยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ดูเหมือนว่าตัวเองกำลังจะถูกลากเข้าไปข้องเกี่ยวในเรื่องที่ค่อนข้างน่ายุ่งยากอย่างไรชอบกล และเขาไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้วหากมิ่ดว่าช่วงนี้องค์กรเข้มงวดเสียจนการปลีกตัวมาทำหน้าที่ในฐานะตำรวจของตัวเองมันยากขึ้นทุกที

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วย แต่ฉันเองก็แบกงานใหญ่เอาไว้เหมือนกัน ดังนั้นฉันจะส่งเธอไปให้คนอื่นในหน่วยงานความมั่นคงดูแลและ-

“คนที่พวกหนูหลบหนีคือคนขององค์กรชุดดำ และคนที่ยิงหนูก็คือหมายเลขสามขององค์กรยิน” เด็กหญิงเอ่ยแทรกขึ้นมาแทบจะทันที และสันติบาลหนุ่มก็มีอันต้องเงียบเสียงลง เขาส่งสายตาให้เธอราวกับจะบอกให้เจ้าตัวสามารถเอ่ยข้อต่อรองของตนเองมาต่อได้เลย

“อย่างที่ได้บอกไปว่าหนูต้องการสองสิ่ง หนึ่งคือความคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งจะคุ้มครองหนูให้หลบซ่อนจากคนขององค์กรและสองคือความช่วยเหลือในการจับคนแน่นอนว่าข้อสองนี้คุณจะไม่มีทางปฏิเสธมันอย่างแน่นอนค่ะ”

พวกเขามองตากัน ราวกับว่ามันจะทำให้รู้ว่าต่างฝ่ายต่างซ่อนสิ่งใดเอาไว้ภายใต้ท่าที

“ทำไมถึงมั่นใจว่าฉันจะช่วยเธอ ?”

“เพราะคนที่หนูจะดักจับคือรัมค่ะ จับเขาให้ได้คือความต้องการของหนู และคิดว่ามันเป็นค่าตอบแทนที่คุณจะได้รับเช่นกัน ยังไม่มีข้อมูลของเขาใช่ไหมล่ะคะ ?”

ก็ไม่ผิดอย่างที่เด็กหญิงพูด แม้จะแฝงตัวเข้าไปในองค์กรจนทำให้บางครั้งได้รับคำสั่งมาจากรัมแต่เรย์กลับไม่อาจค้นพบตัวจนของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย เพราะแบบนั้นสันติบาลหนุ่มจึงตื่นเต้นจนคว้าจับข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ด้วยแรงที่ไม่เบานัก

“มีข้อมูลของเขางั้นหรือ ?”

“ค่ะ”

“เชื่อถือได้มากแค่ไหน ?” เรื่องราวของรัม ทังเพศ ลักษณะภายนอก จากที่ฟังมาจากคนในองค์กร ไม่ตรงกันเท่าไหร่นัก

ดวงตาสีม่วงของเด็กหญิงเป็นประกาย “อย่างถึงที่สุดค่ะ”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ เรย์ชะงักเมื่ออยู่ๆ ภาพของเด็กน้อยตรงหน้าก็มีแฟนสาวเข้ามาซ้อนทับ กระนั้นแล้วความสนใจตอนนี้ก็ยังคงอยู่ที่คำว่าองค์กรและรัมมากกว่า

“เป็นใครกันแน่ และทำไมถึงโดนตามล่า ?”

“หนูบอกไม่ได้ว่าหนูเป็นใคร” เด็กหญิงกล่าว น้ำเสียงนั้นเนิบช้าหากแต่เน้นย้ำและชัดเจนในทุกๆ ถ้อยคำ “แต่คุณรู้ได้เลยว่าเป้าหมายของเราคืออย่างเดียวกัน ทำลายองค์กรนั่นให้สิ้นซาก”

ยิ่งเธอเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเช่นนี้ ภาพของไอรีนยิ่งซ้อนทับจนเริ่มจะแยกไม่ออก สันติบาลหนุ่มจ้องมองอยู่นานอย่างลืมตัว

“แล้วคุณ จะปล่อยได้รึยังคะ ? มันเจ็บ”

ริมฝีปากของเด็กหญิงยู่ลงแล้วพยักเพยิดใบหน้ามาทางเขาที่กำข้อมือของเจ้าหล่อนไว้แน่นจนเริ่มขึ้นรอยแดง สันติบาลหนุ่มปล่อยมือทันทีเมื่อรู้ตัว

“ขอโทษครับ!” เอ่ยออกไปอย่างสุภาพเพราะสติยังไม่กลับมาดีนัก ภาพของเธอยังคงซ้อนทับกับแฟนสาวจนต้องสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไป

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เจ็บน้อยกว่าที่ท้องตั้งเยอะ”

เรย์มองท้องของเด็กหญิงทันทีตามสัญชาตญาณ

เลือดเริ่มไหลซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาแล้ว

เขาคิดว่าแม้จะยังสนใจอยากรู้เกี่ยวกับเธออีกมากแค่ไหน แต่ก็ต้องปล่อยให้เด็กน้อยกลับไปนอน การที่เด็กน้อยถูกฝึกมาให้ทนกับยาสลบ หรือการที่เธอสามารถทนต่อความเจ็บได้ มันไม่ได้หมายความว่าเธอนั้นไม่รู้สึกอะไร โดยเฉพาะตามหลักทางกายภาพ

เด็กผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้

เด็ก

 “หรือว่าจริงๆ แล้ว เธอไม่ใช่เด็ก ?” อดถามออกไปไม่ได้ แน่นอนว่าความหมายของสันติบาลหนุ่มไม่ได้หมายถึงด้านกายภาพแต่เป็นอายุจริงๆ ของเธอต่างหาก

ทว่าทันทีที่ได้ยินใบหน้างดงามของเด็กน้อยกลับเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ซุกซน

“อายุผู้หญิงเป็นความลับนะคะเรย์คุง” แม้จะไม่ใช่คำตอบโดยตรงแต่ก็ทำให้ตำรวจหนุ่มผู้ชื่นชอบการคิดสูตรขนมเป็นชีวิตจิตใจเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น

กระนั้นแล้วเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะไว้ใจเธอได้มากแค่ไหน หรือว่าเธออายุเท่าไหร่อยู่ดี

“โอเค” เรย์ยกสองมือยอมแพ้ “ฉันจะปล่อยเธอไปนอนแล้วแต่ขออีกคำถามเดียว เธอชื่ออะไร ฉันจะอยู่กับคนที่ตัวเองไม่รู้จักชื่อหรือไม่มีชื่อเรียกไม่ได้หรอกนะ”

“คริสตี้ค่ะ, อามุโร่ คริสตี้ ยินดีที่ได้รู้จัก”

มันคือชื่อปลอม เรย์รู้ และเขาก็มั่นใจว่าเด็กหญิงรู้ว่าเขารู้

หนึ่งเพราะเธอเจตนาใช้นามสกุลปลอมของเขากับชื่อที่ราวกับนักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวน อกาธา คริสตี้ ตรงจุดนี้อดคิดไม่ได้ว่ารอบตัวเขามีทั้งราชา (โคนัน) และราชินี (คริสตี้) แห่งวงการสืบสวนอยู่ด้วยกันเลย นับว่าเป็นเกียรติไม่น้อย

สองเพราะถ้าเธอไม่ได้นอนจริงๆ ก็น่าจะได้ยินเรื่องที่เขาคุยกับคาซามิว่ารอยนิ้วมือของเธอไม่ตรงกับใครซักคนในญี่ปุ่น

แต่ที่แนะนำตัวมาแบบนั้น

“อย่าลืมเพิ่มชื่อและประวัติของหนูใส่ในทะเบียนบุคคลล่ะ”

ว่าแล้วไง

“ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะอามุโร่ คริสนี้ จากนี้เธอคือน้องสาวต่างแม่ของฉันที่พึ่งกลับมาจากอเมริกา ตกลงไหม ?”

“ตกลงค่ะ” เด็กหญิง คริสตี้พยักหน้ารับ ท่าทางของสาวน้อยดูจะพออกพอใจกับข้อตกลงนี้ไม่น้อย

“อย่าลืมเรียกฉันว่าพี่โทโอรุตอนอยู่กับคนอื่นล่ะ”

“ได้เลยค่ะพี่โทโอรุ” ไม่ว่าเปล่าเธอยังทำมือตะเบ๊ะมาอย่างน่ารักน่าชัง ร่างเล็กๆ กระโจนลงจากโซฟาก่อนวิ่งออกไปจากห้องนั่งเล่น ไม่วายหันกลับมามองเขาเมื่อถึงบานประตู

“ราตรีสวัสดิ์นะคะพี่ชาย”

“ครับๆ ราตรีสวัสดิ์”

ก็มาดูกัน

ว่าน้องสาวคนใหม่จะนำความวุ่นวายขนาดไหนเข้ามาแก่เขา

 

ที่รัก ฉันมันโรคจิต
ฆาตกรต่อเนื่องที่แสนอ่อนหวาน
ใจฉันมีเพียงความแค้น
เพราะฉันรักคุณ
รักมากเกินไป


TBC.

------------------------------------------------------

รอบก่อนบอกว่าเป็นน้องสาวต่างพ่อที่ใช้นามสกุลเดียวกันเพราะะมาเฉแลยว่าคุณเรย์แกล้งน้องค่ะ

คุณเรย์อยากให้น้องโป๊ะแตกตอนแนะนำตัวกับใครสักคนที่่ฉลาดๆ (เช่น โคนัน)

อารมณ์ว่าแบบเเนะนำตัวไปแล้วไปแล้วโดนถามว่า อ้าว ต่างพ่อแต่ทำไมใช้คนละนามสกุล แต่เพราะว่าเรามีการรีไรท์เนื้อหา ดังนั้นจึงเพิ่มตัวละครอันตรายบางตัวเข้ามาทำให้ถ้าน้องโป๊ะแตกน้องอาจตายได้ก็เลยเปลี่ยนใจกลับไปเป็นน้องสาวต่างแม่แทนค่ะ เป็นกำลังใจให้คริสตี้ด้วยค่ะฮึบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #49 icesupicha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 19:55

    แสบมากน้องง

    #49
    0
  2. #10 seirin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 21:07
    น่าสนใจมากเลยค่ะ เย้ ดีใจที่ไอรันยังไม่ตาย รู้สึกถูกใจกับชื่อนี้ ชอบชื่อไอรีนมาก ส่วนเรื่องชื่อเรื่อง ที่มีคนบอกว่าคล้ายของคนอื่น เค้าจะหมายถึง ฮัมมิ่งเบิร์ดรึเปล่า เป็นฟิคโคนันอันนั้นเราก็อ่านนะ

    (อันนี้เราถามเฉยๆนะ เพราะถ้าชื่อเรื่องเกี่ยวกับนก เราเคยเห็นเรื่องนั้นเรื่องเดียว)
    #10
    4
    • #10-3 seirin(จากตอนที่ 4)
      4 มิถุนายน 2563 / 21:18
      ค่ะ เพราะเราจำได้ว่าพล็อตคนละแบบเลย ก็เลยตกใจว่า เอ๊ะ ทำไมมีคนจุดประเด็น แต่เคลียร์กันแล้วก็ดีแล้วค่ะ ติดตามทั้งสองเรื่องอยู่แล้ว ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคหนุกๆให้อ่านจ้า
      #10-3
    • #10-4 attp_n(จากตอนที่ 4)
      4 มิถุนายน 2563 / 21:21
      ด้วความยินดี ดีใจที่ชอบนะคะ!
      #10-4