Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 3 : Lolita

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    17 ก.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

Lolita


Would you be mine? Would you be my baby tonight?
Could be kissing my
fruit punch lips in the bright sunshine
‘Cause I like you quite a lot, everything you got, don’t you know?
It’s you that I adore, though I make the boys fall like dominoes

 

“กลับดีๆ นะคะ คุณอามุโร” อาซึสะโบกมือลาพนักงานคนเดียวในร้านปัวโรต์หลังจากที่ในที่สุดเธอและเขาช่วยกันเก็บข้าวของจนเสร็จทันเวลาเลิกงานจนได้

เพราะเป็นเวลาเย็นย่ำ จึงได้เวลาแยกย้ายกลับบ้านใครกลับบ้านมัน หญิงสาวผู้ตั้งใจว่าจะไปซื้อของร้านใกล้ๆ นี่และรอพี่ชายของตนเองให้มารับตามปกติ ได้ถูกชายหนุ่มถามย้ำหลายครั้งแล้วว่าจะให้ไปส่งไหม ทว่าคำตอบก็ยังคงเป็นคำว่าไม่พร้อมด้วยท่าทางรุกรี้รุกลนราวกับกลัวชายหนุ่มนักหนา

ก็กลัวจริงๆ น่ะแหละ แต่ไม่ใช่กลัวอามุโร่ เธอกลัวใจแฟนคลับสาวๆ วัยมัธยมของชายหนุ่มที่แสนจะขี้หึงเหลือเกินต่างหาก

เธอไม่อยากโดนรีวิวร้านแบบสับๆ เพราะถูกเข้าใจผิดว่าอ่อยเขาอีกแล้ว มันมาบ่อยเสียจนบางทีก็อดไม่ได้ที่จะท้อแท้จนอยากเข้าไปตอบรีวิวพวกนั้นหลือเกินว่าให้สังเกตที่คอของคนที่พวกหล่อนๆ ทั้งหลายหวงหน่อยเถอะว่ามันสวมอะไรเอาไว้!

สร้อยที่มีจี้เป็นแหวน

แหวนที่เหมือนกับแหวนที่อยู่ในนิ้วนางซ้ายของเจ้าตัว


อาซึสะไม่เคยกล้าถามว่าเจ้าของแหวนคือใคร ครั้นมองหน้าชายหนุ่มที่ดูเหม่อลอยและเศร้าสร้อยยามมองแหวนนั้นเธอก็พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มสุดใจดีแห่งร้านนั้นมีเจ้าของหัวใจแล้ว

แถม

อาจจะอกหักอยู่ด้วยสิ

“ครับ คุณอาซึสะเองก็ด้วย กลับบ้านดีๆ นะครับ วันนี้มืดไวซะด้วยเพราะย่างเข้าหน้าหนาวแล้ว” คนที่ถูกเธอนินทาอยู่ในใจเอ่ยตอบ ดวงตาสีซีดทอประกายอ่อนโยน

หญิงสาวยิ้ม “จ้า โชคดีนะคุณอามุโร่”

“ครับ คุณด้วย”

เรย์พยักหน้ารับไม่ลืมบอกลาเธอก่อนจะก้าวเดินไปตามทางที่จอดรถเอาไว้บริเวณหลังร้าน นี่ก็เป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้วที่เขาได้เข้ามาแฝงตัวอยู่ที่ร้านคาเฟ่ใต้สำนักงานนักสืบโมริด้วยข้ออ้างที่ให้ไว้แก่องค์กรว่าต้องการจะจับตาดูโมริ โคโกโร่

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงคนที่ถูกเขาจับตามองจะเป็นเด็กคนนั้นก็ตามที เด็กที่ชื่อว่า เอโดงาวะ โคนัน เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบที่มีดวงตาซึ่งมองทะลุความจริงและหัวสมองหลังแหลมอย่างถึงที่สุด

ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองท้องฟ้า มันดำสนิทราวกับถูกย้อมด้วยสีของปีกกา บรรยากาศค่อนข้างเงียบ ลมหนาวที่บ่งบอกว่าฤดูหนาวกำลังจะย่างกายพัดผ่านชวนให้ขนลุก อามุโร่ โทโอรุ รู้สึกไม่สบายใจกับสีของฟ้าในค่ำคืนนี้เลยแม้แต่น้อย

ใช่ อามุโร่ โทโอรุ หน้ากาที่เขาเคยใช้กับเธอคนนั้นถูกนำมาใช้อีกแม้ว่าคนที่ได้รับมันคนแรกจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม

สองปีแล้ว

ที่เธอคนนั้นไม่อยู่บนโลกนี้

 

ไว้ทำงานเสร็จก็กลับมาบ้านของเรากันนะครับ

 

ตอนที่พูดออกไปแบบนั้นก็ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้กลับมา บางครั้งโลกของเราก็ชอบเล่นตลกเสียเหลือเกิน

 

“ให้ตายสิ ไม่เป็นตัวของตัวเองเลยน้า” อดบ่นตัวเองไม่ได้ ลูกจ้างร้านปัวโรต์หัวเราะให้แก่ความคิดของตัวเองก่อนจะส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ความฟุ้งซ่าน

ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเขาก็กลายเป็นคนที่ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ และยังกลายเป็นคนที่หันมาสนใจลางสังหรณ์ของตัวเองให้มากขึ้นเสียด้วย เพราะมันทำให้รู้สึกว่าหากเมินเฉยและไม่สนใจไป เมื่อเกิดสิ่งใดขึ้นมาจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้อีกต่อไป

มือยกขึ้นมาแตะยังสร้อยคอที่มีแหวนสีเงินห้อยอยู่บริเวณลำคอ แหวนที่เขามักจะห้อยอยู่ตลอดเวลาในช่วงสองปีมานี้ ไม่เคยถอดมันออกแม้จะกลับไปเป็นเบอร์เบิ้น ไม่ถอดออกและเอามาซ่อนไว้แบบทุกที

ไม่มีสิ่งใดที่ต้องหลบซ่อน ไม่ต้องโกหก ไม่ต้องปิดบัง เพราะไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปเนื่องจากเจ้าของมันได้ตายลงไปแล้ว ต่อให้องค์กรจะรู้ว่าเบอร์เบิ้นมีคนรักก็จะไม่มีทางขุดหาเรื่องของเธอคนนั้นเจอ เขาจึงไม่ต้องกลัวว่าเธอจะไม่ปลอดภัย เพราะเธอเผชิญกับอันตรายที่สุด ซ้ำยังเผชิญมันเพียงลำพังไปเสียแล้ว

ถ้าเลือกได้ ก็อยากที่จะเป็นคนโกหกต่อไป

หากว่าโกหกแล้วเธอจะยังยืนอยู่ข้างกายเขาตรงนี้

ตอนที่เกิดเหตุการณ์กราดยิงเธอจะหวาดกลัวแค่ไหนกันนะ ?

มิหนำซ้ำศพที่เจอยังเจออยู่ใต้ท้องเรือ แม้จะมีร่องรอยการโดนยิงแต่สาเหตุการตายกลับเป็นการจมน้ำ ข้อเท้ามีร่องรอยฟกช้ำบ่งบอกว่าถูกล่ามด้วยโซ่เอาไว้จึงไร้ทางหนี

จากคำบอกเล่าของพยานก่อนที่เรือจะล่มและได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่คือไอรuนเข้าขวางคนร้ายที่กำลังจะยิงเด็กหญิงคนหนึ่งในเรือ ทำให้เธอเป็นคนรับกระสุนเสียเอง หลังจากนั้นไม่นานคนร้ายก็พลาดทำระเบิดที่พกมาต่อรองกับตำรวจระเบิดขึ้นมาจนทำให้น้ำซึมเข้ามาในเรือจนเรือค่อยๆ จมลง

ทุกคนสามารถหลบหนีออกมาได้ทั้งหมด แม้แต่คนร้ายเอง ยกเว้นเพียงไอรีนที่หลังจากขัดขวางคนร้ายไม่ให้ยิงเด็กได้แล้วถูกยิงเอง ก็ยังถูกเอาไปขังไว้ในกรงซึ่งอยู่ใต้ท้องเรือ

เธอต้องรอความตายอยู่ตรงนั้น แค่เพียงลำพัง

ทุกคนต่างบอกว่าเธอโชคร้าย ยกเว้นเพียงเขาที่หาทางเขาไปดูในสถานที่เกิดเหตุจนได้รู้ว่าไอรีนรู้ความลับบางอย่างของคนร้ายจึงทำให้พวกมันตัดสินใจขังเธอเอาไว้ โดยจงใจจะปล่อยให้ตำรวจมาเจอเธอคนสุดท้ายหลังจากพวกมันหลบหนีไปได้ ตั้งใจให้หญิงสาวเสียเลือดจนตายทว่าเรือกลับล่มเสียก่อน

มือกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ

 

เธอไปรู้อะไรกัน ?

 

ทั้งที่ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาสองปีแล้วแท้ๆ

ยังไม่ลืมเลย

 

ผมต้องทำยังไงเหรอ ไอรีน ?

 

โทโอรุคุงจะให้ฉันรออีกนานหรือเปล่า ? ครั้งหนึ่งเธอเคยถามออกมาแบบนั้น และทั้งที่เข้าใจความหมายของมันว่าไอรีนต้องการจะสื่ออะไร เธอต้องการที่จะให้เขาบอกความจริง แต่เขาก็ยังคงทำใจแข็งแสร้งไม่รู้เรื่อง ยกยิ้มกว้าง ตีหน้ามึนเอ่ยตอบกลับ

ทำงานเสร็จก็กลับแล้ว รอไม่นานหรอก

เหรอ มันจะไม่นานจริงๆ ใช่มั้ย ?

อือ รอหน่อยได้หรือเปล่า ?

แน่นอน

 

เรย์ถอนหายใจ ไม่รู้ทำไมทั้งที่ปกติชายหนุ่มสามารถเก็บเรื่องนี้ฝังลงไว้ในความทรงจำไม่ให้กระทบกับความรู้สึกและงานได้ทุกครั้งแท้ๆ แต่วันนี้กลับทำได้ยากเหลือเกิน

แต่ก็โชคดีที่ค่ำนี้ทางองค์กรไม่ได้ต้องการตัวเบอร์เบิ้นให้ไปทำอะไร ทำให้เขาว่าง ดังนั้นจึงมีความตั้งใจว่าจะแวะเข้ากรมตำรวจที่ตัวเองสังกัดอยู่เพื่อตรวจเช็คอะไรเสียหน่อยแล้วค่อยหอบงานกลับไปจัดการต่อที่ห้อง

“เอ๊ะ” หยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อจมูกได้กลิ่นคาวเลือด

แม้จะเจือจางมากแต่มันก็ไม่สามารถเล็ดลอดโสตประสาทของเขาไปได้อย่างแน่นอน

ไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นอะไรและไม่มีทางที่จะสัมผัสไม่ได้ในเมื่อมันคือกลิ่นที่เขาคุ้นเคยมากที่สุด

เป็นกลิ่นที่อยู่กับมันมาตลอดตั้งแต่เลือกเป็นตำรวจและอยู่กับมันเยอะเป็นพิเศษในช่วงที่ต้องปลอมตัวเข้าไปในองค์กร ดวงหน้าคมหันมองซ้ายขวาก่อนจะเดินไปตามทิศทางของลมที่น่าจะนำกลิ่นมา

“เฮ้ เธอ!

สิ่งที่เห็นทำเอาสัญชาตญาณของตำรวจทำงาน

ที่ข้างๆ ตรอกร้านปัวโรต์ ร่างหนึ่งนอนคุดคู้อยู่ใกล้กับถังขยะ เพราะสภาพของเธอมองผ่านๆ ไม่ต่างอะไรกับหุ่นพังๆ ที่ถูกทิ้งผู้คนจึงไม่มีใครใส่ใจสังเกต ไหนจะขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็กจนกองสิ่งของบังกายได้เกือบมิดนั่นอีก

ดวงตาคมหรี่ลง เท่าที่เห็น เธอเป็นเพียงเด็ก

สมองของชายหนุ่มคิดไปถึงคดีลักพาตัวเด็กที่โด่งดังมากในช่วงนี้ สองขาก้าวเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง แถวนี้ไม่มีถนนใหญ่ ถนนใหญ่ที่ตัดผ่านหน้าร้านเองก็รถน้อย ดังนั้นมันไม่ใช่คดีพวกชนคนตายแล้วเอาศพมาซ่อนแน่ๆ เธออาจจะถูกทำร้ายมา

เรย์มองไปรอบกายให้แน่ใจว่าคนซึ่งทำร้ายเด็กคนนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ นี่ ก่อนย่อตัวลงประคองตัวเด็กน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมแขนจนคราบของเหลวเปื้อนเนื้อตัวเขาไปด้วย

เธอคนนี้มีเส้นผมสีเงินชวนให้นึกถึงหมายเลขสามขององค์กร ทว่ายามนี้มันถูกย้อมไปด้วยของเลือดสีแดงฉาน ผิวของเด็กน้อยขาวสะอาด ดูเรียบเนียนหากแต่มือค่อนข้างด้านโดยเฉพาะข้อนิ้วโป้ง นิ้วกลางและนิ้วชี้ มันด้านซ้ำยังนูนขึ้นมาบ่งบอกว่าต้องมีอะไรเสียดสีประจำ

ปืนกับดาบ ?

บ้าน่า

“ไม่ใช่หรอก

เขาส่ายหัวให้กับความคิดแปลกประหลาดของตนก่อนสำรวจร่างกายเล็กๆ นี้ต่อ

เสื้อผ้ามีราคาบอกชัดว่าไม่ใช่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า จัดเป็นลูกคุณหนูคนหนึ่งก็ว่าได้

 

ลักพาตัว เรียกค่าไถ่แล้วหนีออกมาได้งั้นเหรอ ?

 

ถือวิสาสะเลิกชายเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเลือดขึ้นเพราะคาดเดาว่าบาดแผลน่าจะอยู่บริเวณนี้จึงทำให้พบสิ่งที่น่าตกใจมากกว่าข้อสันนิษฐานว่าเด็กคนนี้ฝึกใช้ปืนกับดาบมาเสียอีก เพราะสิ่งที่เห็นมันคือร่องรอยการโดนยิง มีแผลเป็นเก่าตรงเยื้องอกซ้ายใกล้บริเวณหัวใจ และแผลสดซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ร่างกายของเด็กหญิงถูกย้อมไปด้วยเลือดอยู่บริเวณหน้าท้อง

“โรงพยาบาล ต้องไปโรงพยาบาลสินะ นี่เธอ อดทนไว้ก่อน ผมจะพาไปเดี๋ยวนี้” อุ้มร่างเล็กที่ไร้สติขึ้นมาแนบอกโดยไม่คิดรังเกียจ เพราะอย่างไรชีวิตคนก็สำคัญกว่า

ชายหนุ่มเตรียมพาเธอไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดที่นึกออก แต่คิดไม่ถึงว่าแค่เพียงก้าวไปได้สองก้าวคนที่ควรจะไร้สติกลับตวัดขากลับมาแตะเข้าที่หน้าเขาเสียเต็มแรง ทำเขาเรย์ที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับชะงักปล่อยเด็กหญิงตกลงพื้น

จมูกได้กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นที่คาดว่ามาจากตัวเองในทันที

เด็กนี่แสบ

มือยกปาดเลือดกำเดาที่ไหลออกมาลวกๆ พลางจ้องมองร่างของเด็กหญิงไม่วางตา ใบหน้ายังรู้สึกได้ถึงความเจ็บ อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากคนที่โดนหน้าขาของแม่หนูนี่ไม่ใช่เขาคงได้สลบคาที่แน่ๆ

แรงเยอะผิดกับขนาดตัวจริงๆ!

“อึก..” เสียงร้องหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากเล็ก กระนั้นร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือดกลับยืนหยัดบนพื้นได้อย่างมั่นคง ไม่ต่างกันกับเรย์ เธอเองก็จ้องมองชายหนุ่มไม่วางตา ความมืดทำให้คนทั้งคู่เห็นสีหน้ากันไม่ชัดนัก

“เอาล่ะ ใจเย็นๆ ฉันแค่พยายามจะ-

คำแก้ตัวถูกกล่าวออกมาช้าไป คำว่าพยายามจะช่วยยังเอ่ยออกไปไม่ทันจบสันติบาลหนุ่มก็มีอันต้องเบิกตากว้างเพราะยัยเด็กที่น่าจะไม่มีแรงกระโจนเข้ามาอยู่ในระยะประชิดสองมือปล่อยหมัดเข้าใส่ยังจุดที่ทำให้คนล้มได้อย่างแม่นยำใส่เรย์ในทันที

เอ้า!?

นี่เขาหวังดีกับเธอนะ!

“เดี๋ยวก่อน-เฮ้!” สันติบาลหนุ่มตั้งรับพลางพยายามหลบหมัด หลบเท้าของเด็กน้อยอย่างเก้ๆ กังๆ ดูเหมือนว่าเด็กน้อยจะได้เปรียบมากในการต่อสู้นี้ แม้เธอจะมีสภาพไม่สมบูรณ์แต่ความมืดไม่ได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวเธอเลยสักนิด

ฝีมือดีเกินไป ดีเกินกว่าจะเป็นเด็กธรรมดา เรย์คิดไม่ออกเลยว่าคนที่ดูเป็นลูกคุณหนูคนหนึ่งมีความจำเป็นอะไรต้องฝึกศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่เด็กเช่นนี้

แกรก!

“ถอยไปซะ!

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเมื่อปืนที่พกเอาไว้บริเวณสะโพกด้านหลังโดนเด็กมือไวคว้าไปซ้ำยังขึ้นลำปืนอย่างคล่องแคล่ว ดูจากท่าทีที่โจมตีใส่เขาไม่ยั้งนั้นเห็นได้ชัด

เธอกล้ายิง

ชิบหาx

“เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันมือเปล่าแล้ว ทีนี้เธอจะยอมใจเย็นได้หรือยัง ?”

อามุโร่ยกสองมือขึ้น ท่าทางยอมแพ้ ในความเป็นจริงจะให้หลบกระสุนและแย่งปืนคืนก็ไม่ยากอะไร แม้จะไม่ถนัดต่อสู้ในความมืดแต่เพราะแสงจันทร์เบาบางที่ลอดลงมาก็พอทำให้เห็นเงารางๆ อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อมองแววตาที่ราวกับสัตว์จนตรอกของเด็กหญิงตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่าวิธีเอาน้ำเย็นเข้าลูบคงดีกับเธอที่สุด

ดวงตา

ชายหนุ่มชะงัก

เพราะลมพัดทำให้เมฆเคลื่อนที่ ดังนั้นแสงจันทร์จึงส่องลงมาถึงที่ที่เขาและเธอยืนประจันหน้ากันอยู่ได้มากกว่าเดิม เรย์ไม่รู้ว่าควรจะตกใจกับอะไรก่อนดี ระหว่างแววตาที่ราวกับสัตว์ป่ากำลังบาดเจ็บ ดูดุร้ายสุดๆ ไม่เหมาะสมกับเด็กอย่างสิ้นเชิง

หรือสองนั้น

“ไอรีน?”

ไม่ใช่แค่แววตาสีม่วงงดงามซึ่งดูไม่เหมือนตาคนที่เหมือนกัน หน้าตาของเด็กคนนี้เองก็ราวกับถอดมาจากแฟนสาวของเขาไม่มีผิด แม้ว่าเส้นผมจะคนละสีกันก็ตามที

 

เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนเห็นร่างเล็กนั่นชะงักไปเช่นกัน

 

แต่แค่เสี้ยววินาที แค่เสี้ยวเดียวจริงๆ เพราะวินาทีต่อมาเธอก็ล้มลงกองไปกับพื้นเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายควบคุม ปืนหลุดลงจากมือ อามุโร่ตั้งสติได้รีบเขาไปประคองเด็กหญิงเอาไว้อีกครั้ง มือประคองใบหน้าของเธอขึ้นเพื่อมองให้ชัดราวกับอยากจะพิสูจน์ว่าตนไม่ได้ตาฝาด

และเขาก็ไม่ได้ตาฝาดจริงๆ

ถ้าไอรีนอยู่ตรงนี้ด้วยทั้งสองคนคงเหมือนกับแม่ลูกไม่ก็พี่น้องกันไม่มีผิดแน่ๆ

“เธอ.. เธอ ?” สันติบาลหนุ่มเขย่าตัวคู่กรณีไปมาเพื่อดูว่าเธอยังมีสติอยู่หรือเปล่า ทว่าร่างของเด็กน้อยนั้นแน่นิ่ง แม้ดวงตาจะปรือเปิดขึ้นมาแต่ก็ดูท่าแล้วเธอไม่สามารถลุกมาแผลงฤทธิ์ได้อีก

“ใช้แรงเฮือกสุดท้ายหมดไปแล้วน่ะสิ นี่แหละ เจ็บแล้วยังซ่า”

ดวงตาที่สีเดียวกับแฟนสาวถลึงมองเขาอย่างน่ากลัว เธอทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่กระนั้นแล้วเลือดกลับกระอักออกมาจากริมฝีปากนั้นแทน

“อุก

เต็มหน้า

คนผมบลอนสูดลมหายใจลึก พยายามคิดว่าตัวเองต้องไม่ถือโทษโกรธเด็ก โดดยเฉพาะกับเด็กหญิงที่กำลังเจ็บปางตาย

“ไหวหรือเปล่า ? จะรีบพาไปโรงพยาบาลอดทนอีกนิดได้ไหม ?”

“ไม่..” ทว่าวินาทีที่คำว่าโดรงพยาบาลหลุดออกไปจากปากเด็กหญิงกลับตอบสนองกลับมาด้วยอารมณ์รุนแรง มือสั่นเทาจับข้อแขนของเขาเอาไว้ ดวงตาสีม่วงราวกับไม่ใช่ดวงตาของคนจ้องมองมายังเขานิ่งราวกับกำลังจะวัดใจ ริมฝีปากเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา “ไม่ไปโรงพยาบาล ไปไม่ได้นะคะ หนูขอร้อง

ท่าทางของเธอดูหวาดกลัว เป็นกังวล

ท่าทางของคนที่ซึ่งกำลังหลบหนี

แต่ถึงขั้นไม่ยอมไปโรงพยาบาล และดูจากสภาพของเธอทำให้เขาเดาได้ไม่ยากว่าศัตรูของเด็กคนนี้จะต้องไม่ใช่ธรรมดาอย่างแน่นอน ดูท่าแล้วเธอจะมีศัตรูตัวเป้งเข้าให้

และถ้ารับมาคงจะวุ่นวายกับงานเขาแน่ๆ

ทั้งที่ควรปฏิเสธออกไปแล้วส่องเธอให้คนอื่นดูแลต่อ หากแต่ชายหนุ่มกลับหลับตาลงเพื่อหลีกหนีการจ้องมองนั้น เขายังไม่พร้อมที่จะมองสบกับดวงตาที่ไม่ต่างจากของแฟนสาวผู้ซึ่งตายจากไปนัก

“ตกลงครับไม่ไปโรงพยาบาล แต่ไปบ้านฉันแทน”

อุ้มเด็กหญิงที่ยินยอมแต่โดยดีเมื่อไม่ต้องไปโรงพยาบาลให้เข้ามาในรถตัวเองพร้อมโทรสั่งให้คาซามิพาหมอที่รู้จักและเก็บความลับเก่งๆ ไปรอเสียโดยไม่ฟังคำถามว่าทำไมเกิดอะไรขึ้น

ดวงตาเหลือบมองเด็กที่หลับโดยใช้ศีรษะพิงกระจกรถ

มือเอื้อมมากุมสร้อยของตัวเองเบาๆ

ลางสังหรณ์แปลกๆ มาอีกแล้ว

 

จะเป็นของหนูไหมคะ ? คุณจะเป็นที่รักของหนูในคืนนี้หรือเปล่า ?

คุณจะหนู จูบรสผลไม้ภายใต้แสงตะวัน

คุณไม่รู้เหรอว่าหนูชอบคุณโคตรๆ ชอบทุกอย่างที่เป็นคุณ

แม้ว่าจะมีหนุ่มๆ มากมายที่หนูสามารถทำให้เขาล้มลงไม่ต่างกับโดมิโน่


TBC.

------------------------------------------------------

เหมือนคัมเเบคมาพร้อมด้วยเพลย์ลิสเพลงของลาน่าเลยค่ะ ฮา

อย่าลืมเป็นกำลังใจให้ยัยหนูเราก้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #20 yodtoey2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 17:34
    กำลังคิดว่าต้องเป็นน้องต่างแม่หรือป่าวเพราะใช้นามสกุลเดียวกันน่าตะมีพ่อคนเดียวกัน
    #20
    1
    • #20-1 attp_n(จากตอนที่ 3)
      24 มิถุนายน 2563 / 23:04
      กรี้ด ไม่คิดว่าจะมีคนสังเกตตรงนี้ จริงๆ แล้วจะมีเฉลยในพาร์ทพี่อามุค่ะ มีเหตุผลที่เป็นน้องสาวต่างพ่ออยู่ค่ะ
      #20-1
  2. #7 เจ้าชายเฟอร์เร็ต (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:59
    ขอโทษนะครับคุณไรท์เตอร์ ไม่รู้ผมคิดไปเองมั้ย ชื่อเรื่องคุณไรท์มันไปคล้ายกับอีกเรื่องเกินไปรึเปล่าครับ ตรงนกสีฟ้าน่ะครับ หลายๆจุดเนื้อหากับช่องคำพูดก็คล้ายกับไรท์อีกท่านด้วยนะครับ
    #7
    3
    • #7-1 attp_n(จากตอนที่ 3)
      3 มิถุนายน 2563 / 22:25
      ก่อนอื่นต้องขอสอบถามแล้วล่ะค่ะว่า

      1. เนื้อเรื่องของเราและชื่อเรื่องคล้ายกับเรื่องไหนเข้าเหรอคะ ?

      เพราะว่าปกติแล้วเราไม่อ่านฟิคเรื่อง โคนันที่มีตัวละคร ooc เลย สารภาพจากใจว่าไม่ใช่คนประเภทที่จะเอ็นดูลูกของคนอื่น เลยไม่ชอบอ่านที่มีตัว ooc (อันนี้แอบนิสัยไม่ดีนิดนึง) เลยไม่ทราบจริงๆ ว่ามันเหมือนเรื่องไหนเข้า แต่นางเอกของเราเกี่ยวข้องกับนกสีฟ้านั่นจึงเป็นชื่อเรื่องค่ะ ส่วนเกี่ยวอย่างไรนั้นต้องรอดูการเฉลยอีกที เพราะมันจะเชื่อมคริสตี้เข้ากับไอรีนและอาชีพของพวกเธอ การเล่าในตอนนี้จะเป็นการสปอยและเราก็หวงไอเดียเรามากเนื่องจากเราศึกษาอาชีพนี้ก่อนที่จะเริ่มเขียนด้วย

      2. ต้องถามอีกค่ะว่าจุดเนื้อหากับช่องคำพูดตรงไหนที่เหมือนคะ ?

      เพราะเราค่อนข้างแน่ใจว่าบางส่วนเราดัดแปลงมาจากซีรีย์ที่เราดู เรื่อง Blindspot แต่แค่ไม่ได้เอา FBI หรือทหารเรือเข้ามาเกี่ยว เราเล่นประเด็นคนที่ไม่ตรงกับข้อมูลใดๆ ในบัญชีรายชื่อประชากร
      ส่วนนางเอกนั้นเราเอาคาร์แรคเตอร์มาจากไอรีน แอดเลอร์จากเชอร์ล็อคผสมฟ่างมู่จากเจาะจิตค่ะ เลยจะเห็นว่าทั้งร้าย ทั้งฉลาดและมีลูกเล่นทางจิตวิทยา
      ถ้าจะบอกว่าพล็อตซ้ำ ก็สงสัยค่ะว่านี่ยังไม่เข้าปมยิบย่อยเลย สามารถเดาได้และแน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าซ้ำ

      3. ช่องคำพูดคล้ายนี่คล้ายยังไงคะ ?

      ไอดีนี้อาจมีนิยายแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่เราเขียน แต่ความจริงเรามีอีกไอดีที่ไว้เขียนซึ่งเป็นไอดีหลัก เราก็เขียนโดยใช้ช่องคำพูดแบบนี้มาตลอด

      สุดท้ายนี้ก็ไม่มีหลักฐานอะไรเพราะเราไม่ได้เวิ้นเว้อพล็อตไว้ที่ไหนเสียด้วย แต่อยากให้ทักถามกันด้วยหลักฐานที่เทียบกันแบบบรรทัดต่อบรรทัดกันมากกว่าความรู้สึกค่ะ

      ปล.คำว่าคล้ายเกินไปนี่ให้ความรู้สึกไม่ดีเหมือนโดนตัดสินไปแล้วว่าลอกเลยนะ
      #7-1
    • #7-3 attp_n(จากตอนที่ 3)
      3 มิถุนายน 2563 / 23:27
      เห็นบอกว่าจุดเนื้อหากับช่องคำพูดซ้ำเราจึงเข้าใจไปแบบนั้นค่ะ และจะย้ำอีกครั้งว่าเรายังไม่เคยอ่านเนื้อเรื่องของเขาน่ะ นกสีฟ้าเราไม่ใช่นกที่เป็นตัวนกค่ะ แต่เป็นวรรณกรรมเรื่องนกสีฟ้าและกลยุทธิ์ทางทหาร (ขอเรียกทหารก่อน ไม่อยากสปอยมาก)

      และนางเอกของเราไม่ได้มาจากอเมริกาค่ะ... คุณอามุโร่นั่นล่ะไปอเมริกา ไม่เกี่ยวกับนางเอกของเราเลย

      ส่วนชื่อเรื่องเราไม่เปลี่ยนให้ค่ะ เพราะนกสีฟ้าแปลว่าอิสระ ดังนั้นใครจะใช้ก็ได้ ชั้นจะไม่ยอมเปลี่ยนหรอก--แค่ก ไม่ใช่ เพราะว่ามีนิยาย/ฟิค มากมายที่มีชื่อที่คล้ายกันหรือเหมือนกันไปเลยโดยที่นักเขียนแต่ละท่านไม่เคยอ่านงานกันและกันมาก่อน
      ขอบคุณที่เสนอความเห็นว่ามันคล้าย แต่เราก็ไม่คิดว่าเราทำผิดอะไรที่จะใช้ชื่อนี้ค่ะ เพราะต่อให้เราแปลชื่อเราเป็นภาษาอังกฤษมันก็แค่ blue brid เท่านั้น ไม่ได้คิดว่ามันคือเรื่องเดียวกันอยู่ดี
      #7-3
  3. #6 Ploy Parita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 16:51
    น้องแสบอะ
    #6
    0