Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 20 : Born to die

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 ส.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

Born to die

 

Come take a walk on the wild side
Let me kiss you hard in the pouring rain
You like your girls insane
Choose your last words, this is the last time
Cause you and I, we were born to die

 

เธอควรจะหันกลับไปดีหรือไม่กลับไปหันดี ?

แต่แม้จะคิดไอรีนก็รู้ว่าเธอมีทางเลือกอย่างอื่นเสียที่ไหน มันก็มีแต่ต้องหันเท่านั้นไม่ใช่หรือไง เล่นโดนจับบ่าล็อคไว้ขนาดนี้ จะสะบัดออกเพื่อหนีก็เกรงว่าจะโดนจับทุ่มแทน ตั้งแต่เมื่อก่อนเธอก็คิดไว้อยู่ว่าแรงของแฟนหนุ่มค่อนข้างเยอะ

อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

บีบจนเจ็บได้ขนาดนี้

เธอไม่อยากคิดเลยว่าแรงจริงๆ ของคนอายุน้อยกว่ามันจะมากขนาดไหน เห็นได้ชัดเลยในวันที่เจอกันครั้งแรกเขายังออมแรงเอาไว้ ไม่งั้นแล้วเธอที่ตัวเล็กขนาดนั้นคงไม่มีทางสู้ได้

ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้วการโกหกต่อไปก็มีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลง หญิงสาวกำหมัดแน่นจนปลายเล็บจิกเข้าสู่ผิวเนื้อชวนให้รู้สึกเจ็บ แต่ที่มากกว่าคงเป็นในอก

คล้ายในอกจะจะรู้สึกขมเปร่าขึ้นมาเลย

ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่เย็นชาแค่ไหน

หรือว่าจะโดนโกรธมากเพียงไร ท้ายที่สุดก็มีแต่ต้องยอมรับผลของการกระทำของตัวเองเท่านั้นไม่ใช่หรืออย่างไร ? เธอพยายามกล่าวปลอบใจตัวเองซ้ำไปซ้ำมาแม้จะไม่ได้ช่วยให้รู้สึดีขึ้นเลยก็ตามที

ไอรีนสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าและแววตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่คิดเอาไว้ตั้งหลายต่อหลายครั้งว่าวันหนึ่งผู้ชายคนนี้ก็ต้องรู้ความจริง ทว่าเมื่อเอาเข้าจริงแล้วมันกลับแย่กว่าที่คิดนัก

หัวใจของเธอเต้นแรงจนเจ็บ เจ็บและหายใจได้ยากลำบากนัก

“ไอรีนครับ” ยิ่งได้ยินน้ำเสียงที่ราวกับกำลังร้องขอนั่น

ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย

” หญิงสาวยอมหันกลับไปในที่สุด

ท่ามกลางสายฝนเธอมองใบหน้าของอดีตแฟนหนุ่มของตัวเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ เส้นผมและเสื้อผ้าของเขาเปียกโชกและลู่ลงเพราะหยาดน้ำจากฟากฟ้า ไอรีนมองปลายคางของคนหนุ่มและหลุบต่ำลงมองมือของเขาที่บีบไหล่ตนเอาไว้ ไม่กล้าแม้แต่จะเลื่อนสายตาขึ้นสูงเพื่อมองอวัยวะเดียวกันเสียด้วยซ้ำ เพราะเธอคงรับไม่ไหวหากต้องมองตา

เพราะว่าดวงตานั้นคือสิ่งที่จะบอกความรู้สึกของคนเราได้มากที่สุด ดังนั้นไอรีนจึงไม่อยากที่จะมองมัน

เธอไม่อยากเห็น

แววตาที่จะตัดเพ้อต่อว่า

เธอไม่อยากเห็น

แววตาที่แสดงออกมาถึงความโกรธ

กลัว กลัวว่าสุดท้ายแล้วจะถูกเกลียด แม้จะตั้งมั่นเอาไว้แล้วก็ตามว่าภารกิจต้องมาก่อนความรู้สึก แต่มันเป็นเพราะคนตรงหน้าคือ อามุโร่ โทโอรุ คือแสงสว่างเล็กๆ ที่เข้ามาในชีวิตเธอ

คือคนที่ไม่อยากจะเสียไป

ถ้าเพียงแค่เขาพูดมาว่าเกลียดเธอคงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสมเพชแน่ๆ ถ้าเพียงคำนั้นหลุดออกมาเธอคงรับไม่ไหวหรอก

โกหกเขาไว้เยอะแต่กลับขอให้ไม่โดนเกลียด

 

เธอเห็นแก่ตัวไปมั้ยนะ ?

 

ตั้งแต่กลายมาเป็นเด็กไอรีนก็ไม่คิดหวังแล้วว่าระหว่างเธอและเขาจะได้กลับไปเป็นดังเช่นวันเก่า ทำใจแล้วว่าสถานะจะต้องเปลี่ยนเป็นอื่น แต่ไม่เคยคิดหรือทำใจเผื่อไว้ว่าจะถูกเกลียดมาก่อน

อย่างน้อยถ้าไม่ถูกรักก็ไม่อยากถูกเกลียด

 

ถ้าเคียงข้างไม่ได้ก็อยากจะเฝ้ามอง

 

คิดเอาไว้แค่นั้นแท้ๆ

แค่นี้

 

เธอโลภไปอย่างนั้นเหรอ ?

 

ริมฝีปากแย้มออกมาเป็นรอยยิ้ม ทว่าดูฝืนจนคนมองรู้สึกได้ว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ปกตินัก มิหนำซ้ำที่ไหลลงมาเปื้อนใบหน้านอกจากหยาดน้ำฝนแล้วก็มีน้ำตาที่ปนมาด้วย ไอรีนไม่ได้สะอึกสะอื้นแต่กำลังพยายามกลั้นเอาไว้ทำให้ทั้งดวงตาและปลายจมูกแดงก่ำ

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะโทโอรุคุง ไม่สิ ฟุรุยะ เรย์คุง”

ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนที่ชายหนุ่มนั้นจะสังเกตได้ว่าไหล่ของหญิงสาวมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด “คุณโดนยิงนี่ครับไอรีน”

เรย์ลุกขึ้นก่อนจะออกแรงดึงมือคนคนรักที่ควรตายไปแล้วให้ยืนขึ้นตามตัวเองขึ้นมา

ไอรีนลุกขึ้นยืนตามแรง ดวงตาสีม่วงที่เอ่อล้นไว้ด้วยหยาดน้ำมองแผ่นหลังของคนที่เริ่มก้าวไปและเปลี่ยนมาจับมือเธอเอาไว้แทน

“ไปทำแผลกันเถอะครับ”

ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ ?

หญิงสาวไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงไม่ยอมก้าวไปไหน เธอขืนตัวให้อยู่กับที่จนชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าต้องหันกลับมา เพราะแบบนั้นจึงต้องสบตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ไอรีนครับ ?”

ดวงตาสีฟ้าที่ได้มองนั่นไม่มีความโกรธเคืองอยู่สักนิด

น้ำเสียงก็ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่มีผิด

และเพราะว่ามันปกติเกินไปนี่แหละ ไอรีนถึงได้รู้สึกไม่ดี กับคนที่มีความผิด ย่อมรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับมันดีเกินกว่าจะเป็นเรื่องจริง

“ทำไมล่ะคะ ?”

ก้อนสะอื้นจุกขึ้นมาที่ลำคอจนเผลอบีบมือที่กุมกันอยู่แน่น ไอรีนมองตาของคนรักที่อายุน้อยกว่าราวกับกำลังหาคำตอบ

“ทำไมไม่ถาม ทำไมไม่ต่อว่าฉัน ทำไม

คำถามถูกเอื้อนเอ่ยออกไป แม้สำหรับเรย์เขาจะคิดว่าหญิงสาวผู้อายุมากกว่าจะฉลาดเรื่องความสัมพันธ์ ทว่าในบางคราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไอรีนเองก็เหมือนเขา

เมื่อมีความรัก มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่มีเหตุผลในบางครั้ง ต่อให้คิดว่าจะมีเหตุผลแต่เมื่อขึ้นชื่อว่าความรัก มันก็สามารถที่จะหลุดออกจากการควบคุมได้อยู่ดี และคนที่เอาแต่ใช้เหตุผลมาตลอดจะไม่เข้าใจความไม่มีเหตุผลก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เรื่องน่ารำคาญ ไม่ใช่เรื่องน่าตลก ไม่ใช่เรื่องน่าโกรธ

“ฉันโกหก ทั้งตอนก่อนนี้และตอนนี้!

“ครับ ผมรู้แล้ว” เรย์รับคำ

“ฉันไม่ได้ตายแต่ก็ไม่ได้กลับมาหาเรย์คุงเลย!

“ผมรู้ครับ”

“ฉัน

และอีกครั้ง ต่ออีกครั้งที่เขาพูดคำแต่คำว่า ผมรู้ครับ เมื่อไอรีนพูดความจริงออกมาจนหมดราวกับกำลังสารภาพ น้ำเสียงของชายหนุ่มยังคงอบอุ่น ไม่ได้โกรธอย่างที่ควรจะเป็นแม้แต่น้อย

สำหรับสันติบาลหนุ่ม ที่ไม่โกรธไม่ได้เป็นเพราะเขารู้อยู่ก่อนแล้ว

เขารู้เรื่องของไอรีนหลังจากที่มาถึงที่นี่

ทั้งปฏิกิริยาของโคนันที่มีต่อคริสตี้ ทั้งคำพูดของเพื่อนเด็กหญิง ทั้งข้อความที่เด็กที่ตีเนียนเป็นน้องสาวเขาคุยกับคาซามิ และแววตาของเธอ จากที่เคยสงสัยมันก็ชัดเจนเมื่อใบหน้าของคนที่นั่งหันหลังให้ท่ามกลางสายฝนหันมองกลับมา

แต่ทั้งๆ อย่างนั้นกลับไม่โกรธเลย

“ทำไมไม่ยอมต่อว่าอะไรฉันเลย

ไม่สักนิด

ไอรีนยังคงเอ่ยถาม ดวงตาของเธอสั่นไหว ร่างกายเกร็งนิ่ง มือที่จับกันไว้ถูกบีบจนรู้สึกเจ็บ

“ฉัน

“ทำไมจะต้องต่อว่าไอรีนด้วย ในเมื่อผมไม่ได้โกรธไอรีนนี่ครับ” เรย์ว่า ก่อนจะก้าวเข้าไปหาร่างเล็กๆ ที่สั่นเทิ้มไปหมด ไม่รู้เพราะกำลังหวาดกลัวหรือว่าหนาว มืออีกข้างที่ว่างดึงเธอเข้ามากอดจนจมอกตัวเอง ใบหน้ากดลงที่ไหล่ของไอรีน เอ่ยกระซิบออกมาข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังปลอบใจ

“ไม่ได้โกรธเลยสักนิดครับ”

“เพราะผมก็โกหก”

สำหรับเรย์ เขาไม่รู้ว่าจะโกรธไปทำไม ที่ไม่โกรธไม่ใช่เพราะว่าเรื่องของหญิงสาวไม่สำคัญ แต่ไม่โกรธเพราะว่าเวลาที่ได้อยู่กับเธอมันสำคัญมากกว่าจะเอาอารณ์ของตัวเองมาทำลายความทรงจำที่ควรจะมีร่วมกันต่างหาก

สำหรับคนที่เสียคนรักไปสองปี คนที่ภาวนาให้เรื่องทุกอย่างเป็นความฝันเสมออย่างเขาไม่เข้าใจเลยว่าเมื่ออยู่ๆ เธอกลับมายืนตรงหน้ามันมีอะไรต้องโกรธ

เขาดีใจ

ดีใจแบบสุดๆ เลยด้วยซ้ำ

 

“สองปีนั่นก็มากเกินพอสำหรับเราแล้ว ว่าไหมครับ ?”

 

ไอรีนชะงัก

ก่อนที่เธอจะเริ่มร้องไห้ ใบหน้าซุกลงบนบ่าของคนอายุน้อยกว่า ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างไม่คิดอาย ไม่สนใจอะไรอีกแล้วแค่อยากจะร้องไห้เท่านั้น มันราวกับความอึดอัดทั้งหมดที่ฝืนทนเก็บเอาไว้ถูกยกออกไป หญิงสาวกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นราวกับจะชดเชยเวลาสองปีที่ต้องห่างกันไปให้ได้มากที่สุด

“อื้อ มาก มากเกินไป..” น้ำเสียงนั้นสั่นและแหบพร่า ปลายนิ้วจิกกำเสื้อของคนอายุน้อยกว่าจนยับ

“สองปีนั่นคือสองปีที่ผมเอาแต่คิดว่าถ้าเราพูดความจริงแก่กันและกัน ถ้าผมเองก็บอกความจริงแก่คุณมันคงจะดีกว่านี้ สองปีที่คุณหายไปโดยที่ไม่รู้ความจริง สองปีที่ได้แต่คิดว่าคุณจะทรมานขนาดไหน

มือของคนหนุ่มลูบไปตามแผ่นหลังของหญิงสาว

ไม่ต่างกันกับเธอ เรย์พยายามกอดร่างเล็กๆ ไว้ให้แน่นที่สุด

 

“อย่าปล่อยให้ผมต้องอยู่บนโลกที่ไม่มีคุณอีกได้ไหมครับ”

 

โลกที่ไม่มีเธอ เขามีชีวิตอยู่ได้ก็จริง แต่ในโลกที่ไม่มีไอรีนการจะมีความสุขนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเหลือเกิน มันราวกับว่าความสุขได้ถูกพรากไปในทุกๆ ครั้งที่ลืมตาขึ้นมา

“อย่า ปล่อยผมเอาไว้ไว้”

 

“คุณฟุรุยะครับ!” น้ำเสียงของคาซามิดังขึ้น

 

เจ้าของชื่อหันมองคนที่ควบตำแหน่งกึ่งๆ คู่หูของตัวเอง ดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายคิดว่าเจ้าตัวคงเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงพยักหน้าไปยังร่างบอบบางที่นอนกองอยู่กับพื้น

ถ้าตามที่ไอรีนพูดเธอคือตัวการ

“ฝากจัดการพาหล่อนไปไว้ภายในด้วย”

“ครับ แล้ว เอ่อ” คาซามิอึกอัก มองหญิงสาวที่โดนฟุรุยะกอดเอาไว้จนมองไม่เห็นใบหน้า

“เดี๋ยวฉันจะพาเธอลงเขากลับไปด้วยกัน ฝากบอกโคนันคุงทีว่าพี่ชายของคริสตี้มารับเธอกลับไปแล้ว”

คริสตี้

“อ เอ่อครับ!

คาซามิจ้องมองร่างบอบบางนั้น ก่อนจะขานรับ เขาวิ่งไปจัดการกับหญิงสาวที่นอนสลบอยู่ พยายามไม่สนใจคนที่ยืนกอดกันอยู่ท่ามกลางสายฝน แม้ในหัวจะกำลังเปรียบเทียบขนาดตัวของเด็กหญิงปากร้ายตัวน้อยกับผู้หญิงตัวสูงคนนั้นอยู่ก็ตามที

 

เรย์มองคนในอ้อมกอด

ไอรีนสลบไปแล้ว ใบหน้าของเธอแดงก่ำอย่างคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เลือดที่บ่าก็เยอะจนชวนให้รู้สึกผิดที่เอาแต่กอดไม่ยอมพาไปทำแผลเสียที

เคยคิดเหมือนกันว่าตัวละครในรายการโทรทัศน์ที่เอาแต่ร้องไห้และเอ่ยคำสั่งเสียกันตอนโดนยิงนั้นแสนจะงี่เง่า ทั้งๆ ที่ถ้าพาไปโรงพยาบาลทันทีก็จะรอดแล้วแท้ๆ แต่ตัวเองก็กลับเอาแต่พูดคุยเหมือนกัน

แต่ดูเหมือนหลังจากนี้พวกเขาต้องคุยกันยาวเลย

ในเมื่อนี่คือไอรีน

เรย์เอะใจกับเหยื่อที่เธอจะใช้ล่อรัมออกมาอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวไม่เคยปริปากออกมาเลยว่าเป็นใครในตอนที่วางแผน

หวังว่าจะไม่

ตัดสินใจฉีกเสื้อของตัวเองมาพันปากแผลนั้นไว้ลวกๆ แต่ค่อนข้างแน่นเพื่อกันไม่ให้เลือดไหลออกมาขณะแบกร่างของแฟนสาวขึ้นบ่าแล้วเดินอ้อมลงเขาไปในทิศทางที่มา

ที่จริงพรุ่งนี้ตำรวจท้องที่ก็จะเข้ามาถึง

แต่ว่าข้อความที่ไอรีนคุยกันกับคาซามิมันดูเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร เพราะแบบนั้นเขาที่เสร็จงานจากองค์กรค่อนข้างไวกว่ากำหนดจึงได้ตัดสินใจมาด้วยตนเอง

และก็มาทันเวลาพอดี

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรานะครับ”

มองใบหน้าสวยที่เอนซบหลับไหลอยู่บนบ่าแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ

เขาได้คนที่หายไปสองปีคืนมาแล้ว

 

กระนั้นความจริงที่ไม่อาจลืมได้ก็คือเจ้าหญิงคืนร่างได้ด้วยเวทมนต์ของวิทยาศาสตร์ ไม่ต่างจากซิลเดอเรลล่าที่ได้รับพรจากนางฟ้าแม่ทูลหัวหัวแม้แต่น้อย

เมื่อเวลาหมดซิลเดอเรลล่าก็กลับคืนสู่สภาพเดิม

เมื่อยาหมดฤทธิ์

ก็เหลือไว้เพียงเด็กน้อย

เรย์มองร่างของแฟนสาวที่หดตัวลงพร้อมเสียงกระดูกลั่นไปมาฟังดูน่ากลัวอยู่ในเบาะหลัง ไอรีนกลับมาเป็นคริสตี้แล้ว เสื้อผ้าที่เคยพอดีพลันหลวมโพรก ชายหนุ่มปิดแอร์รถเพราะรู้ดีว่าร่างกายของเด็กเล็กนั้นไม่สามารถทนความหนาวเย็นได้เหมือนกับผู้ใหญ่

เธอตัวเปียกอยู่

แต่ว่าก็ว่า เมื่อคิดได้ว่ามันข้องเกี่ยวกับองค์กรก็หนักใจขึ้นมาไม่ได้

ดูท่าชีวิตรักของเขาจะไม่ได้เรียบง่ายแหงๆ


มาเดินไปในเส้นทางที่โหดร้ายด้วยกัน

ให้ฉันจูบเธออย่างเร้าร้อนท่ามกลางสายฝน

เธอชอบให้ฉันเป็นบ้าใช่มั้ยล่ะ

นี่คือโอกาสสุดท้าย เตรียมคำพูดของเธอให้ดี

เพราะเธอและฉัน เราเกิดมาเพื่อตายเคียงข้างกัน


TBC.

------------------------------------------------------

ถึงจะรู้แล้วว่าคริสตี้คือคนรักตัวเอง แต่ แต่ก็ไม่มีเซอร์วิสอะไรแน่นอนค่ะ เน้นความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันในความรู้สึกมากกว่าค่ะ

เพราะอย่าลืมว่าน้องไอรีนคืออยู่ในร่างของเด็ก... ถ้ามีเซอร์วิส = คุณเรย์ใคร่เด็ก แงง  มันทำให้เขามีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลยค่ะ 

ปล. เนื้อหาเริ่มเข้าใกล้ช่วงท้ายแล้ว เขาเริ่มรู้จักกันแล้ว แฮร่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #59 icesupicha (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 21:28

    ลำบากแท้

    #59
    0
  2. #33 panisa2878 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 01:59

    รอตอนต่อไปนะคะ
    #33
    0
  3. #32 ภาชนะที่ว่างเปล่า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 00:56
    หูยยไรท์ขา ถ้ามีฉากนั้นระหว่างคุณเรย์ะน้อง'คริสตี้' เราคงต้องบอกคุณเรย์แล้วล่ะว่า เป็นสันติบาลก็เข้าคุกได้ -.,-

    คุณไอรีนกลับมาแล้วเชื่อว่าต้องมีคนสังเกตุถึงพฤติกรรมแปลกๆแน่ๆค่ะ เช่นตะไมสองพี่น้องอามุโร่ถึงมีฟิลเตอร์สีชมพูกะม้ายูนิคอร์น(?)
    #32
    1
    • #32-1 attp_n(จากตอนที่ 20)
      2 สิงหาคม 2563 / 08:41
      ฮื้อ ยันทุกท่าว่าไม่มีเลยค่ะ ภาพลักษณ์อิพี่เสียมัก เจ่บปวด

      ส่วนพี่น้องออร่าชมพูนี่มีแน่ค่ะ คาซามิซังเกียมยาแก้ปวดหัวเลย
      #32-1
  4. #31 Tatanabi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 23:33

    ร้องไห้เลยอ่ะ สงสารทั้งคู่แต่ดีนะที่ทั้งคู่ใช้เหตุผลไม่ใช้อารมณ์เหมือนพวกนิยายอื่นๆ ไม่ต้องดราม่าเยอะแหละดีแล้ว//สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้
    #31
    1
    • #31-1 attp_n(จากตอนที่ 20)
      2 สิงหาคม 2563 / 00:10
      ใช่เลยค่ะ สองคนนี้ดราม่าได้แค่นี้จริงๆ เพราะห่างกันมานานสองปีเลยเข้าใจดีที่สุดว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันมีค่ามากๆ จึงไม่อยากจะใช้อารมณ์จนทุกอย่างพังค่ะ // ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ!
      #31-1